“พี่สะใภ้ วันนี้พวกเรายังกินเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ไหม?” เผยเสี่ยวอวี๋ถาม
วันนี้เป็นวันที่จู้เจียงเจียงกำหนดจะย้ายเข้าบ้านใหม่ เดิมควรจะสนุกสนานคึกคัก ตอนนี้กลับเงียบสงบผิดปกติ
คนในหมู่บ้านตัดสินใจไม่มาเข้าร่วมแล้ว เมื่อวานตอนหนิวต้งกลับไป ก็บอกล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้มีธุระมาไม่ได้
แขกที่เหลือที่ยังมาได้ สองพี่น้องตระกูลหมิงก็เงียบไม่มีข่าวคราว
“กินสิ ทำไมจะไม่กิน?”
ผ่านการคิดจัดการตัวเองหนึ่งคืน จู้เจียงเจียงเปลี่ยนท่าทางหดหู่เมื่อวาน กลายเป็นเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา “พวกเราไม่เพียงแค่กิน ยังต้องกินดี ดื่มอร่อย!”
นางจะต้องทำอาหารโต๊ะใหญ่ให้ได้ แล้ววางอยู่ในศาลาชั้นหนึ่ง ยั่วโมโหคนในหมู่บ้านพวกนั้น
“เสี่ยวอวี๋ไปเปลี่ยนชุดกระโปรงใหม่ พี่สะใภ้จะไปทำของอร่อยให้เจ้า!”
“ได้!”
เผยเสี่ยวอวี๋วิ่งขึ้นชั้นบนอย่างดีใจ ไปเปลี่ยนชุดใหม่ของนาง
จู้เจียงเจียงผูกผ้ากันเปื้อน ไปห้องครัวที่สร้างแยกออกมา เป็นห้องครัวหลังหนึ่งที่เรียบง่าย มีเตา มีตู้เก็บถ้วย มีที่เก็บเครื่องมือการเกษตร ทั้งยังมีที่วางฟืนไว้อย่างเป็นระเบียบ
เห็นของทุกอย่างวางในห้องเดี่ยว กลับจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย
ตอนออกแบบบ้าน จู้เจียงเจียงก็วางเครื่องเรือนเข้าไปแล้ว ในเมื่อสมัยนี้เป็นไปไม่ได้จะมีอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่นางก็เว้นตำแหน่งที่ควรเก็บไว้
เช่นตู้ไม้ไผ่เปิดได้สองด้านข้างตู้เก็บชาม ด้านในทำช่องอยู่หลายชั้น ใช้สำหรับเก็บวัตถุดิบทำกับข้าวโดยเฉพาะ
ชั้นบนล่างแยกของแห้งของเปียก ถึงแม้จะไม่ได้มีประโยชน์ถึงขั้นตู้เย็น แต่ก็อยู่ในสภาวะระบายลมได้ดี เก็บรักษาวัตถุดิบไว้อย่างดี
ในถังน้ำสองใบใหญ่หนึ่งเล็กหนึ่ง ด้านในใบเล็กมีปลาเฉาดิ้นอยู่
นี่คือของขวัญที่หนิวต้งเอามาแสดงความยินดีกับนางเมื่อวาน
จู้เจียงเจียงพับเก็บแขนเสื้อ ยื่นมือคว้าปลา ใช้ไม้ตีลงไป ปลาดิ้นอยู่สองทีก็แน่นิ่ง
ในกรงไก่ข้างห้องครัวมีไก่สิบกว่าตัวที่นางซื้อกลับมา เดิมทีจะใช้พวกมันสำหรับงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ ตอนนี้ทำได้แค่เลี้ยงไว้
ตอนไปจับไก่ จู้เจียงเจียงบังเอิญเจอไก่ฟักไข่ออกมาแล้ว!
หยิบไข่ที่มีเพียงสี่ใบในกรงไก่ แล้วจับไก่อ้วนมาตัวหนึ่ง จู้เจียงเจียงหมุนตัวกลับเข้าห้องครัว
หลังจากเผยเสี่ยวอวี๋เปลี่ยนเสื้อผ้าสวมกระโปรงแล้ว ก็แบกตะกร้าออกไปเก็บชา
ชาฤดูใบไม้ผลิเก็บเสร็จแล้ว บางครั้งยังไปเก็บแค่หนึ่งตะกร้า วันนี้เผยเสี่ยวอวี๋ไปเก็บชากลับมา ก็เพื่อให้จู้เจียงเจียงใช้ทำอาหาร
สภาพห้องครัวของตระกูลเผยตั้งแต่เช้าตรู่ก็มีควันลอยโขมงอยู่ตลอด
คนในหมู่บ้านกินข้าวเช้าข้าวเที่ยวเสร็จแล้ว ไปปิดน้ำในนากลับมา ตอนผ่านหน้าหมู่บ้าน เห็นจู้เจียงเจียงยกกับข้าวหนึ่งชามออกมา
ทุกคนต่างนิ่งอึ้งไป
นางยังทำอาหารเลี้ยง? ให้ใครกิน?
จู้เจียงเจียงยุ่งอยู่ในครัวตลอดจนถึงเย็น ถึงทำอาหารโต๊ะนี้เสร็จ
เนื้อหกอย่าง ผักสาม หนึ่งน้ำแกง สิบรายการอาหาร งดงามสมบูรณ์แบบ!
เพียงแต่ คนที่ร่วมกินข้าวมื้อนี้มีแค่จู้เจียงเจียงกับเผยเสี่ยวอวี๋ พี่สะใภ้และน้องสามีเท่านั้น
“พี่สะใภ้ กับข้าวเยอะแยะแบบนี้ พวกเรากินไม่หมด” เผยเสี่ยวอวี๋ยกตะเกียบ ลังเลตัดสินใจไม่ได้
ถึงแม้นางจะดีใจพวกนางได้กินมื้อที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ แต่ปริมาณนี้ก็เยอะจนน่ากลัวไปสักหน่อย
“ไม่เป็นไร พวกเราค่อย ๆ กิน”
ทำอาหารโต๊ะนี้เสร็จ จู้เจียงเจียงรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ น้ำเสียงจึงดูไร้เรี่ยวแรง
“แม่นาง”
ทั้งสองคนเพิ่งขยับตะเกียบ ทิศทางหน้าประตูหมู่บ้านก็มีเสียงของหมิงจี่ลอยมา “เอ๊ะ? ไม่ใช่บอกว่าจะจัดโต๊ะเลี้ยงหรือ? ทำไมไม่เห็นแขก หรือว่าพวกเรามาช้า?”
เห็นรถม้าที่จอดอยู่หน้าลานบ้าน จู้เจียงเจียงซาบซึ้งจนเกือบน้ำตาแตก
ถือว่ามีแขกมาร่วมแสดงความยินดีกับพวกนางแล้ว
“คุณชายหมิง แม่นางหมิง พวกท่านมาได้เวลาพอดี ข้าเพิ่งทำกับข้าวเสร็จ รีบเข้ามา...”
จู้เจียงเจียงวางตะเกียบและถ้วย ลุกขึ้นวิ่งไปต้อนรับสองพี่น้องตระกูลหมิง
แต่ในรถม้าไม่ได้มีเพียงแค่สองพี่น้องตระกูลหมิง ยังมีอีกคนที่มาโดยไม่ได้เชื้อเชิญ “คุณชายจู ทำไมท่านถึงมาด้วยได้?”
นางกับจูชิงหรานเคยเจอกันในสมาคมผู้รู้ตระกูลหมิงเท่านั้น ไม่ถือว่ารู้จัก คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาด้วย
“เขาถือโอกาสออกมาอยู่กับน้องสาวข้าส่วนตัว” ตอนหมิงจี่ผ่านตัวจู้เจียงเจียง โน้มตัวพูดข้างหูนางอย่างรวดเร็ว
พูดจบก็ตรงไปโต๊ะกับข้าวเลย
ที่แท้จูชิงหรานไม่ใช่มาแสดงความยินดีที่นางย้ายเข้าบ้านใหม่โดยเฉพาะ
คิดไปก็จริง
“แม่นางยังจำข้าได้หรือ?” จูชิงหรานเดินเข้ามาอย่างไม่รีบไม่ร้อน ยื่นของในมือให้นาง “น้ำใจเล็กน้อย ยินดีกับแม่นางที่เข้าอยู่บ้านใหม่”
ขณะพูด ก็เงยหน้ามองบ้านด้านหลังจู้เจียงเจียงแวบหนึ่ง
“แม่นาง นี่คือบ้านที่เจ้าสร้างใหม่หรือ?” นัยน์ตาจูชิงหรานแสดงความประหลาดใจและคาดไม่ถึง
ตอนมาเขายังขำหมิงจี่ สาวชนบทคนหนึ่งย้ายเข้าบ้านใหม่มีอะไรควรค่าให้เขาไปร่วมแสดงความยินดี ตอนนี้เขาแค่อยากพูด โชคดีที่เขามา
บ้านไม้สองชั้น แม้ไม่ได้เหมือนจวนในเมืองที่มีศาลากลางน้ำ กลับสร้างได้สวยงามกว่าจวนในเมืองหลายเท่า
ประตูหน้าต่างชั้นบนเปิดออก หน้าบ้านหลังบ้านทะลุผ่าน ลมในทุ่งนาพัดกระดิ่งที่แขวนอยู่ใต้ชายคาจนสั่นไหว แต่ดูไปดูมาก็เหมือนไม่ใช่กระดิ่ง
ของสิ่งนั้นแบ่งชั้นชัดเจน มีหลอด มีถ้วยชา ด้านล่างยังแขวนสายผ้าไหม ดูสวยงามเป็นอย่างยิ่ง
ชั้นล่างก็มีห้องด้วย แต่ใหญ่เพียงแค่ครึ่งเดียวของด้านบนเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งก็เชื่อมต่อกับลานบ้าน เดินไปเดินมารับลมเย็น ๆ ได้
จู้เจียงเจียงต้อนรับพลางเชิญพวกเขานั่ง จูชิงหรานไม่มีโอกาสเข้าไปดูในบ้าน เขาคิดว่าลักษณะการตกแต่งในบ้านก็คงไม่ทำให้เขาผิดหวังเช่นกัน
หมิงเหยานั่งลง หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใครสักคน จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “แม่นาง แขกบ้านเจ้าเล่า? ทำไมถึงมีแค่พวกเราสองคน?”
“นี่….มีปัญหานิดหน่อย พวกแขกทั้งหลายไม่มาแล้ว”
จู้เจียงเจียงแสดงสีหน้าอึดอัดใจเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนหัวข้อ “แต่โชคดีที่พวกท่านมา กับข้าวโต๊ะนี้ของข้าก็ไม่เตรียมสูญเปล่า พวกท่านลองชิมเร็ว”
ในตอนที่นางลุกไปต้อนรับพวกเขาทั้งสาม เผยเสี่ยวอวี๋ก็ไปห้องครัวหยิบถ้วยตะเกียบใหม่มาให้พวกเขาแล้ว จู้เจียงเจียงดึงความสนใจของพวกเขามาอยู่ที่กับข้าวบนโต๊ะอาหาร
“เหล่านี้คืออาหารอะไร ถึงดูน่ากินเช่นนี้!”
เป็นอย่างที่คิด เห็นกับข้าวบนโต๊ะที่จู้เจียงเจียงเสียแรงตั้งใจอยู่ค่อนวันเหล่านั้น ทั้งสามคนก็ถูกดึงดูดไว้แล้ว
ไก่ ปลา เนื้อ ก็ยังเหมือนเดิม แต่ทำไมจู้เจียงเจียงทำออกมาถึงดูน่ารับประทานมาก ทำให้รู้สึกอยากอาหารแบบนี้
“พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นกับข้าวบ้านเกิดของข้า ไม่รู้เมื่อก่อนพวกท่านเคยกินไหม”
จู้เจียงเจียงไม่แน่ใจว่ากับข้าวพวกนี้ที่นางทำ ที่นี่เคยมีใครทำมาก่อนหรือไม่ เแต่นางก็แค่พยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อทำอาหารเหล่านี้โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่
“ไก่น้ำมันต้นหอม ปลาเปรี้ยวหวาน ซี่โครงผัดกระเทียม ข้อตุ๋น หมูผัดพริก พวกนี้พวกท่านคงเคยกิน แต่น้ำแกงลูกชิ้นบ่อมังกรนี้ข้าเป็นคนคิดขึ้นเอง พวกท่านคงไม่เคยกินกระมัง?”
นอกจากกับข้าวประเภทเนื้อพวกนี้ ยังมีผัดไข่ เต้าหู้ยัดไส้ หมาผัวโต้วฟูกับผัดผัก
อย่างน้อยพวกเขาก็คือตระกูลที่มีหน้ามีตาในเมืองเจียงหนาน น่าจะคงเคยกินมาก่อนกระมัง?
แต่โชคร้าย พวกเขาไม่เคยกินมาก่อน
พูดให้ถูกก็คือ ทักษะการทำอาหารแบบนี้ของจู้เจียงเจียงซับซ้อนเกินไป ปรุงรสหลายวิธี สำหรับคนโบราณที่คิดแต่จะทำอาหารให้ร้อน ไม่ได้ไปค้นคว้าจับคู่อาหารกับเครื่องปรุงอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์สำหรับพวกเขาจริง ๆ
“น้ำมันต้นหอม เต้าหู้ ใบชากับเนื้อรวมกัน คิดไม่ถึงว่า...จะทำออกมาเป็นแบบนี้ได้?”
น้ำมันต้นหอมไม่ใช่น้ำมันต้นหอมธรรมดา เต้าหู้ก็เหมือนจะผ่านการทอด น้ำชาที่สดชื่นคิดไม่ถึงว่าจะใช้มาต้มทำน้ำแกงเนื้อได้ การจับคู่นี้ของนางจะใจกล้าเกินไปปล้วกระมัง!