ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 96 พี่น้องแท้ๆ

            หากดับกองไฟ อากาศคงจะเย็นกว่านี้

            เจียงโหรวนั่งอยู่ด้านหน้ากองไฟมองไปที่ฉือหางด้วยความไม่มั่นใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างออดอ้อน "พี่ฉือพี่คิดว่าพวกเราควรไปทางทิศไหนดี?"

            "เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าจะไปที่แม่น้ำ?" ฉือหางเหลือบมองเจียงโหรวด้วยสายตาเรียบนิ่ง น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง"ข้าจำได้ว่า ข้าไม่เคยเห็นถ้ำที่เจ้าพูดถึงที่ริมแม่น้ำ!"

            เจียงโหรวรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อยแต่คนรับใช้เหล่านั้นบอกว่า ตอนนั้นท่านแม่อยู่ที่ริมแม่น้ำ นางกลืนน้ำลายและพูดเบาๆ "พวกเราไปดูกันเถอะ ถ้าหาไม่เจอ ข้าจะกลับไปถามอีกหน"

            ตอนนี้พวกเขามาถึงสถานที่แห่งนี้แล้วเจียงโหรวรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถกลับไปในเวลานี้ได้

            "ตกลง"ฉือหางกล่าวยืนยัน

            หลินกู๋หยู่พิงไหล่ของฉือหางดวงตาของนางจับจ้องไปที่กองไฟราวกับว่ากำลังเฝ้ามองแต่ก็ดูเหมือนไม่ได้มองในเวลาเดียวกัน

            ฉือหางอุ้มหลินกู๋หยู่ไว้บนตัวรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมแขนเคลื่อนไหวเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง "หนาวไหม?"

            "พอทนได้"หลินกู๋หยู่เม้มริมฝีปากแน่น เงยหน้าขึ้นมองพลางขยับเข้าไปใกล้ฉือหางมากขึ้น

            ความไม่สบายใจค่อยๆ ขยายตัวบางทีอาจเป็นเพราะการอยู่ข้างนอก หลินกู๋หยู่รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว

            เมื่อนางอยู่ในอ้อมแขนของเขาหลินกู๋หยู่รู้สึกสบายใจขึ้นหลายส่วน

            หลินกู๋หยู่ยืนอยู่กลางถนนมองดูรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมา มองดูตึกสูงข้างๆแล้วมองลงไปที่เสื้อผ้าบนร่างกายของตนเอง ซึ่งกลายเป็นเสื้อผ้าในโลกสมัยใหม่

            นางกลับมาแล้วหรือ?

            หญิงสาวมองไปรอบๆเดินไปที่ต้นไม้ข้างถนนและเอื้อมมือไปแตะต้นไม้

            นางสัมผัสมันได้แล้ว

            นางกลับมาแล้ว

            "ซือซือไปทานข้าวด้วยกันเถอะ"หญิงแปลกหน้าเดินเข้ามาหาแล้วโอบไหล่ของนางด้วยรอยยิ้มเบิกบาน"ไหนบอกว่าจะกินไก่เผ็ดไม่ใช่หรือ พวกเราไปกันเถอะ"

            หลินกู๋หยู่มองไปที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยความงุนงงพยักหน้าด้วยความสับสน

            มันดูแปลกเล็กน้อยราวกับว่านางลืมอะไรบางอย่าง แต่นางอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยังเด็กและดูเหมือนว่านางจะไม่เคยลืมอะไรเลย

            หลินกู๋หยู่ยิ้มและพูดคุยกับผู้หญิงข้างๆขณะที่เดินไปที่ร้านอาหาร

            เมื่อเดินเข้าไปในร้านอาหารหลินกู๋หยู่นั่งลงกับผู้หญิงคนนั้น ยิ้มและฟังผู้หญิงคนนั้นพูดเรื่องแปลกๆ

             

            ทันใดนั้นก็รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อยจากนั้นก็มองเห็นอะไรไม่ชัดเจน

            "กู๋หยู่ตื่น!"

            ฉือหางมองไปที่ใบหน้าของหลินกู๋หยู่ที่ไม่น่าดูนักจึงเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของนางราวกับว่านางมีไข้แล้ว

            หลังจากถูกเขย่าอย่างแรงหลินกู๋หยู่ก็มองไปที่ฉือหางที่อยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงงแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง

            เมื่อฉือหางเห็นหลินกู๋หยู่ตื่นขึ้นมาในที่สุดเขาก็ทอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ข้าจะพาเจ้ากลับเจ้าเป็นไข้แล้ว"

            หลินกู๋หยู่ยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากของตนเองแต่ไม่รู้สึกอะไรเลย

            ฉือหางเอนศีรษะของเขาไปที่ศีรษะของหลินกู๋หยู่พูดอย่างจนปัญญา "เจ้าตัวร้อนมาก"

            มือของเขาเย็นมาก หลินกู๋หยู่ถึงกับตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้

            นางจำสิ่งต่างๆ ในความฝันได้อย่างชัดเจนนางคิดด้วยความงุนงงว่า ยามนางป่วยเป็นไข้ทรพิษนางดูเหมือนจะฝันถึงโลกสมัยใหม่เช่นกัน

            “ข้าสบายดี” ริมฝีปากของหลินกู๋หยู่ซีดเซียว มองไปที่ฉือหางด้วยรอยยิ้มบาง “พวกเราเดินกันต่อเถอะ บางทีพวกเราอาจจะได้กลับบ้านในอีกสองวัน!”

            เจียงโหรวมองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกนางเดินไปด้านข้าง ยื่นเตาอุ่นในมือให้หลินกู๋หยู่

            “พี่หลิน ใช้สิ่งนี้” เจียงโหรวพูดด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “ถ้าไม่ใช่เพราะข้าเจ้าพี่ก็คงไม่เป็นไข้”

            "ขอบคุณข้าสบายดี" หลินกู๋หยู่ย่อมรู้วิธีดูแลตัวเอง

            เมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเจียงโหรวหลินกู๋หยู่ก็ฝืนยิ้ม "ข้าสบายดี ข้าไม่ต้องใช้สิ่งนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล"

            หลินกู๋หยู่โน้มตัวไปข้างๆฉือหางและรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์เป็นครั้งแรก

            แต่หลังจากเดินเป็นเวลานานในที่สุดก็มาถึงแม่น้ำที่เจียงโหรวได้กล่าวถึง

            ต้นกำเนิดของแม่น้ำทอดยาวสุดลูกหูลูกตากระแสน้ำยังคงไหลออกไปในระยะไกล

            เจียงโหรวมองไปรอบๆ ด้วยความผิดหวังระหว่างคิ้วขมวดแน่น

            นางพยายามแทบตายกว่าจะได้มาที่นี่แต่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอกับทิวทัศน์เช่นนี้

            หลินกู๋หยู่พิงด้านข้างของฉือหางแววตาทอดมองทิวทัศน์ระยะไกลอย่างใจเย็น

            "ที่จริงที่นี่ค่อนข้างดีทิวทัศน์งดงามจับตานัก" หลินกู๋หยู่พูดด้วยรอยยิ้ม"คงจะดีมากถ้าเราอาศัยอยู่บนภูเขาได้ แต่การอาศัยอยู่ที่นี่ดูจะลำบากอยากจะไปเดินเล่น อยากจะไปซื้อของก็ไม่สะดวกนัก”

            “ใช่” ฉือหางตอบเบาๆ ในขณะที่กำลังคิดว่าจะกลับไปซ่อมถ้ำที่เขาเคยใช้พักผ่อนพอถึงเวลาก็จะได้พาหลินกู๋หยู่ไปอยู่ที่นั่นสักสองวัน

            เจียงโหรวยืนอยู่ริมแม่น้ำด้วยความผิดหวังใบหน้าของนางเต็มไปด้วยฝุ่นนางกัดริมฝีปากแน่นและคุกเข่าลงกับพื้นด้วยจิตใจหม่นหมองลง

            มีคนโกหก!

            ทั้งคนใช้และภรรยาคนใหม่ของท่านพ่อต่างกำลังโกหก

            เมื่อตระหนักถึงสิ่งนี้ ดวงตาคิ้วของเจียงโหรวก็ย่นแน่นยิ่งขึ้น

            "คุณหนู"ซิ่งฮวายืนอยู่ข้างหลังเจียงโหรว เมื่อเห็นเจียงโหรวมีท่าทีหม่นเศร้านางจึงพูดด้วยเสียงเบา "ท่านอย่าทำเช่นนี้เลยพวกเรากลับให้เร็วจะดีกว่า!"

            "ข้าแค่อยากจะพบกับท่านแม่ของข้า"เสียงของเจียงโหรวสั่นเครือเล็กน้อย น้ำตาเจ้ากรรมร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้ "ข้าไม่เคยคิดว่าท่านแม่ของข้าจะจากข้าไป"

            หลินกู๋หยู่ก้มศีรษะและไม่พูดไม่จา

            เมื่อแม่ของนางจากไปนางก็คิดถึงประเด็นนี้เช่นกัน ทำไมแม่ของนางถึงได้จากนางไปเร็วนัก

            เพียงแต่มีหลายสิ่งหลายอย่างไม่ใช่ว่าหลินกู๋หยู่อยากจะให้เป็นอย่างไร เช่นไรมันก็จะเป็นไปอย่างเช่นนั้นตามที่ต้องการได้

            จู่ๆ สายตาของหลินกู๋หยู่จ้องมองไปที่ด้านข้างของเจียงโหรวโดยไม่ได้ตั้งใจราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังส่องแสงพร่างพราว

            "นั่นคืออะไร?" หลินกู๋หยู่ชี้ไปที่ด้านข้างของเจียงโหรวพร้อมเอ่ยด้วยเสียงสงบเย็น "เจ้าดูสิว่ามันคืออะไร?"

            เจียงโหรวสูดจมูก เช็ดน้ำตาและมองไปในทิศทางที่หลินกู๋หยู่ชี้และนางก็เห็นบางอย่าง

            มองเห็นไม่ชัดเจนเจียงโหรวหันศีรษะไปมองอีกด้านหนึ่ง นางพยายามเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของนาง

            ซิ่งฮวามองตามอย่างสงสัยราวกับว่ามันเป็นอะไรบางอย่าง นางเอื้อมมือไปหยิบมัน

            ปิ่นปักผมสีเขียวเข้มซิ่งฮวาคิดเพียงว่ามันดูคุ้นตานัก นางรีบเช็ดปิ่นด้วยผ้าขนหนูให้สะอาดอย่างรวดเร็วจากนั้นยื่นสิ่งนั้นให้เจียงโหรว "คุณหนู ท่านดูนี่"

            เมื่อได้ยินซิ่งฮวาร้องเรียกนางเจียงโหรวก็เอียงศีรษะเล็กน้อย และเมื่อนางเห็นปิ่นปักผมหยาดน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

            "คุณหนูนี่คือ..." ซิ่งฮวาร้องไห้และมองไปที่เจียงโหรวอย่างตื่นเต้นขณะพูดด้วยเสียงเบา

            "เป็นของท่านแม่ของข้า"ด้วยน้ำตาคลอเบ้า เจียงโหรวพรวดลุกขึ้นทันที"ท่านแม่ของข้าจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน จะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอนท่านจะต้องอยู่ที่นี่แน่"

            เจียงโหรวลงไปคุกเข่าอยู่บนพื้นมือของนางตะกุยดินโคลนอย่างแรง นางร้องไห้ในเวลาเดียวกัน

            มืออันบอบบางของนางแตกถลอกแล้วแต่เจียงโหรวดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไร และนางยังคงพยายามขุดตะกุยดินโคลนต่อไป

            ความทรงจำเวียนว่ายกลับมา หลินกู๋หยู่ยังจำได้ว่าเมื่อผู้เป็นมารดาแม่ของนางจากไปนางร้องไห้และนอนบนร่างของแม่มารดาของนางเช่นนี้เช่นเดียวกัน...

            อาจเป็นเพราะเจียงโหรวนำทางไปไกลในตอนแรกดังนั้นพวกเขาลงมาจากภูเขาในเวลาเที่ยงของวันถัดมา

            หลินกู๋หยู่ช่วยฉือหางถือคันธนูลูกธนูและแล่ง โดยขี่อยู่บนแผ่นหลังของฉือหาง สอบแขนโอบรอบลำคอของเขา

            “ข้าบอกแล้วไงว่าไม่อยากให้เจ้ามา” ฉือหางมองไปที่ภรรยาผู้ท่าทางป่วยซึ่งป่วยและดูท่าทางอ่อนแอของหลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วบ่นพึมพำ

            "ข้าไม่วางใจ"หลินกู๋หยู่เอนกายลงบนร่างของฉือหางอย่างเนิบนาบ และทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าคงจะดีมากหากเวลาหยุดนิ่งเช่นนี้

            ฉือหางหยุดเล็กน้อยยกหลินกู๋หยู่ขึ้นโดยไม่พูดไม่จา

            เมื่อกลับถึงบ้านประตูลานบ้านไม่ได้ลงกลอน เมื่อเดินเข้าไปข้างในและผลักประตูเปิดออก

            เตายังเผาฟืนอยู่เพียงแต่ไม่มีคนอยู่ในห้องแม้แต่คนเดียว

            เจียงโหรวกล่าวขอบคุณหลินกู๋หยู่และฉือหางจากนั้นนั่งรถม้าจากไป

            ฉือหางให้หลินกู๋หยู่นั่งข้างเตาขมวดคิ้วเล็กน้อย "ข้าจะไปที่นั่นที่เรือนใหญ่ไปดูว่าโต้ซากำลังทำอะไรอยู่"

            “อืม” หลินกู๋หยู่ผงกศีรษะ พยายามแสดงรอยยิ้ม แต่กระนั้นนางกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

            หลินกู๋หยู่เพิ่มฟืนลงในเตาเด็กสาวรู้สึกง่วงเล็กน้อย ลุกขึ้นและทำความสะอาดหม้อ จากนั้นก็เติมน้ำเข้าไปโดยคิดว่าจะดื่มน้ำร้อน

            ก่อนที่น้ำจะเดือดหลินกู๋หยู่ก็เห็นฉือหางผลักประตูเข้ามาอย่างกระวนกระวายจากระยะไกล

            “เกิดอะไรขึ้น?” หลินกู๋หยู่ลุกขึ้นอย่างเป็นกังวล

            "พี่รองลักพาตัวโต้ซาเขาบอกให้ข้ามอบเงินห้าสิบตำลึงแลกกับโต้ซาไม่เช่นนั้นเขาจะขายโต้ซาให้กับพ่อค้าคนกลาง!" ฉือหางขมวดคิ้วเดินตรงไปยังที่เก็บเงิน แล้วนั่งยองๆ ลงไปหาเงิน

            “เป็นพี่รองหรือ?” ริมฝีปากของหลินกู๋หยู่ซีดเซียว คิ้วของนางก็ขมวดเล็กน้อย

            ฉือหางพบไปหยิบเงินและตอบรับด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

            หลินกู๋หยู่เดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วเมื่อไปถึงลานบ้านข้างๆ หลินกู๋หยู่เห็นฉือหางโยนถุงเงินให้ฉือเทา

            "เช่นนี้สิถึงจะถูก"ฉือเทาเปิดถุงเงินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อดูที่เงินข้างในเขาก็พูดด้วยความพึงพอใจ"ระหว่างพี่น้องของเราควรจะช่วยเหลือกันและกันไม่ใช่หรือ?"

            “ไร้ยางอาย!” หลินกู๋หยู่มองฉือเทาด้วยใบหน้าไม่น่าดูนัก ขมวดคิ้วแน่น

            ฟางซื่อได้ยินดังนั้นก็เท้าสะเอวพูดด้วยความขุ่นเคือง "น้องสะใภ้ เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอะไร?"

            “ใช้วิธีคดโกงสกปรกถ้าไม่เรียกว่าไร้ยางอาย จะเรียกว่าอะไรหรือ?” หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยใบหน้าของนางก็น่าเกลียดยิ่งขึ้น “หรือเจ้ายังต้องการให้ข้าชมเชยเจ้าที่ไร้ยางอาย?”

            "พี่รองข้าให้เงินทั้งหมดที่พี่ขอแล้ว ทำไมพี่ถึงยังไม่รีบพาโต้ซามาให้ข้า!"ใบหน้าของฉือหางไม่น่ามอง น้ำเสียงของเขาเย็นชา

            โจวซื่อมองดูถุงเงินในมือของฉือเทาจากนั้นมองฉือเย่ด้วยความโกรธ แล้วถามเสียงเบา"เจ้าบอกว่าพี่สามของเจ้าไม่มีเงินไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้เจ้าพวกเขาเอาเงินมาจากไหน?"

            หลินกู๋หยู่ยืนในระยะที่ค่อนข้างใกล้กับฉือเย่เมื่อนางได้ยินคำพูดของโจวซื่อ สีหน้าของนางก็น่าเกลียดยิ่งขึ้น

            ฉือเย่ไม่สามารถตอบคำถามของโจวซื่อได้

            "เงินห้าสิบตำลึงของครอบครัวเราได้จากผู้สูงศักดิ์ที่มาขอให้เราช่วยเหลือเมื่อสองวันก่อน"หลินกู๋หยู่เดินกระเสาะกระแสะไปยังเบื้องหน้าโจวซื่อ เอ่ยถามอย่างขบขันว่า"ท่านแม่ สิ่งที่ท่านพูดเมื่อครู่ หมายความว่าอย่างไร?”

            เมื่อได้ยินคำถามของหลินกู๋หยู่สีหน้าของโจวซื่อก็แปรเปลี่ยน หันหลังกลับและเดินเข้าไปในห้อง

            ฉือเทายื่นเงินให้ฟางซื่อด้วยรอยยิ้ม"น้องสาม เจ้ารีบร้อนทำไมกัน พี่รองของเจ้ายากจนจริงๆ เจ้าก็รู้เงินเหล่านี้สามารถจ่ายคืนได้ หรือว่าเจ้าให้พวกเราอีกบางส่วนไม่เช่นนั้นข้ากับพี่สะใภ้รองของเจ้าจะไม่มีกินแล้วพวกเราเป็นพี่น้องกันนี่!"

            หลินกู๋หยู่กำมือแน่นเป็นกำปั้นมองไปที่ฉือเทาด้วยความเย็นชา

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730