Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 49 กรงเล็บทองคำ

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 49 กรงเล็บทองคำ
    ภายในห้องที่มีเพียงความมืดมิด หลินสวินสะดุ้งเฮือกหอบแฮ่ก เจ็บปวดแสนสาหัสประหนึ่งถูกเข็มแทงลงทุกอณูของร่างกาย เสื้อผ้าโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ“ไม่นึกเลยว่าบททดสอบที่สองจะยากกว่าที่คิดถึงเพียงนี้...”แม้จะรำพึงเช่นนั้น แต่ในใจหลินสวินก็หาได้รู้สึกท้อแท้ไม่ เพราะเขาเผื่อใจไว้แล้วว่าคงไม่มีทางสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกแน่ทว่าเขาไม่ได้เผื่อใจเลยว่าตัวเองจะสอบตกรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเช่นนี้ เป็นอะไรที่เขารับไม่ได้จริงๆหลินสวินหันไปมองซย่าจื้อที่กำลังหลับสนิท เขาไม่รู้สึกง่วงสักนิด จึงตั้งใจออกจากห้องไปอาบน้ำเย็นฉ่ำทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มบางผุดพรายขึ้นที่มุมปากของแม่นางน้อยในห้วงนิทรา ซย่าจื้อสัมผัสได้ว่าหลินสวินกลับมาแล้ว แม้นางจะยังไม่แน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่นางก็โล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทันทีที่รู้สึกได้ถึงลมหายใจของหลินสวิน...ดึกมากแล้ว ท้องฟ้ากว้างเริ่มทอระยับด้วยแสงดาวหลินสวินแช่กายในอ่างไม้กลางลานบ้าน สัมผัสถึงกระแสน้ำเย็นแล่นไปทั้งร่างและซึมเข้าไปในผิวกาย ผ่อนคลายความเจ็บปวดทีละน้อย“อีกสามวัน กว่าจะได้ทำบททดสอบอีกครั้ง ขืนพลังกายข้ายังเป็นเช่นนี้อยู่ มิวายต้องไม่ผ่านอีกตามเคย”หลินสวินเอนหลังพิงอ่างน้ำ จับจ้องท้องฟ้ากว้างยามราตรีอย่างเหม่อลอย‘ภูผาวารี’ สูงพันจั้งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางมหาสมุทร มีกระแสน้ำตกหลากเร็วปานมังกรควบทะยาน แรงกระแทกของพวกมันมหาศาลเกินจินตนาการ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝ่ากระแสน้ำตกยักษ์นั่นปีนขึ้นไปจนถึงยอดหลินสวินไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าต่อให้เขาบรรลุขั้นที่เก้าของระดับกำลังภายใน ร่างกายได้รับการหล่อหลอมอย่างดีแล้ว เขาจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้รึเปล่า นับประสาอะไรกับพลังที่เขามีอยู่ตอนนี้เล่า“น่าหงุดหงิดชะมัด”หลินสวินใคร่ครวญอยู่เช่นนั้น แต่ก็ยังหาทางออกไม่ได้ เขาถอนหายใจหนักหน่วงกระนั้นหลินสวินก็พลันสัมผัสได้ว่าพลังกายของเขาฟื้นฟูว่องไวอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกด้านชากระจายไปทั่วทั้งผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูกของเขา ราวกับว่ามันค่อยๆ งอกเงยขึ้นความรู้สึกนั้นจับจิตจับใจหลินสวินทันที ครั้นพิจารณาอย่างถ้วนถี่ เขาก็พบว่าร่างกายของเขามีพลังวิเศษบางอย่างที่แทบจะจับสังเกตไม่ได้ ผนวกอยู่ภายในตัวเขา ความแข็งแกร่งไม่เพียงแต่หวนกลับมายังร่างกายอันบอบช้ำของเขา ทว่าเขายังรู้สึกว่าตัวเองทรงพลังขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันนั้นพลันทำให้หลินสวินฮึกเหิมขึ้น และทำให้เขาหวนไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาผละออกมาจากโถงมรรคาสวรรค์เป็นครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อนตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองได้รางวัลสำหรับการผ่านบททดสอบแรกเป็นเคล็ดเวทบริกรรม แต่ไม่เคยตระหนักเลยว่าแม้แต่รอยแผลเป็นที่จุดปราณทั้งสี่แห่งเส้นปราณหัวใจก็พลันปลาสนาการไป และมีเกลียวคลื่นวิญญาณทั้งสี่ก่อตัวขึ้นมาแทนไหนจะร่างกายที่เคยอ่อนแอของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมากตั้งแต่ตอนนั้น“หากข้าได้เข้าไปยังโถงมรรคาสวรรค์และกลับออกมา ร่างกายข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งไปรึเปล่านะ”“หรือที่ข้าเข้ารับบททดสอบหลอมกายครั้งแรกนี่ จะทำให้ร่างกายข้าเกิดการเปลี่ยนแปลงล่ะ”หลินสวินคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว เขาถูกดูดเข้าไปในสมรภูมิรอยสลักวิญญาณที่มีชื่อว่า ‘น้ำตกพันขั้น’ เพื่อเข้ารับบททดสอบที่สองอย่าง ‘หลอมกาย’ที่เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างเช่นนี้คงเป็นผลพวงมาจากแรงกระแทกของน้ำตกนั่น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นอีกวิธีในการหลอมกายเป็นไปได้เลยทีเดียว!ครั้นหลินสวินทบทวนชื่อของบททดสอบ ‘หลอมกาย’ บวกกับข้อเท็จจริงที่ว่าเขาไม่สามารถใช้พลังวิญญาณเพื่อผ่านบททดสอบได้ และต้องใช้เพียงพลังกายเท่านั้น เขาก็เริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองอาจจะได้รับพลังวิเศษประหลาดที่จับต้องไม่ได้นี่มาจากน้ำตกพันขั้นแห่งนั้นคิดได้ดังนั้นหลินสวินก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นอีกครั้ง เขารีบเช็ดร่างกายด้วยผ้าขนหนู สวมชุดสะอาดและเริ่มฝึกเพลงมวยยาตราทัพต่อที่กลางลานหน้าบ้านผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!ครั้นลองกำหมัดชกอากาศ หลินสวินก็พบว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!เมื่อก่อนเขาต้องออกแรงทั้งหมดจึงจะชกอากาศให้สะเทือนได้ ทว่าตอนนี้เขากลับทำได้ง่ายๆ เพียงปล่อยหมัดออกไปเบาๆ เท่านั้น‘หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้ข้าจะสอบตกกี่ใคร ข้าก็จะต้องไม่ยอมแพ้ ทุกครั้งที่ข้าลองใหม่ ร่างกายของข้าก็จะได้รับการหล่อหลอม และพละกำลังของข้าก็จะกล้าแกร่งขึ้น ทำให้ข้าผ่านบททดสอบนี้ง่ายขึ้นไปอีก...’ความคิดของหลินสวินชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ‘ต้องเป็นเช่นนั้นแน่! นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของบททดสอบหลอมกาย ยิ่งข้าสอบตกมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งเผชิญหน้ากับมันได้สบายใจขึ้นเท่านั้น’‘อย่างเช่นบททดสอบแรก ดูเผินๆ เหมือนต้องการให้ค้นหาความลับของรอยสลักเวทเรืองแสง แต่ใครจะไปคิดว่าความลับที่แท้จริงคือกุญแจสู่การฝึกเคล็ดเวทบริกรรมต่างหาก’‘หากมองย้อนดูแล้ว ข้าประเมินบททดสอบบนทางเดินเมฆาหยกต่ำเกินไปนัก ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังแต่ละบททดสอบ จะมีอิทธิฤทธิ์เหนือความคาดหมายซ่อนอยู่’ขณะที่หลินสวินยืนอยู่ตามลำพังในความมืดด้วยแววตาที่สุกปลั่งดั่งดวงดาวนั้น ความรู้ใหม่นี้ก็พลันกระจ่างชัดต่อหน้าต่อตาเด็กหนุ่ม ประหนึ่งแสงตะวันที่ฉายจ้ามาจากหมู่เมฆครึ้มเบื้องบน...อีกสามวันผ่านไปตกดึกหลินสวินก็กลับไปยังโถงมรรคาสวรรค์อีกครั้ง และเริ่มต่อสู้เพื่อจะผ่านบททดสอบ ‘น้ำตกพันขั้น’ อีกครั้งคราวนี้ด้วยพละกำลังที่เปลี่ยนไป หลินสวินสามารถปีนขึ้นไปได้สูงถึงสองจั้งเต็มๆ ก่อนจะถูกกระแสน้ำสามสายกระแทกร่างจนตกลงมาอีกครั้งทว่าคราวนี้หลินสวินให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมากกว่าการที่เขาไม่ผ่านบททดสอบ ครั้นพิจารณาโดยละเอียด ก็พบว่าข้อสันนิษฐานก่อนหน้าของเขาถูกต้อง ร่างกายเขาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากเข้ารับบททดสอบตามที่คาดไว้ไม่มีผิด!หากเขาเข้ารับแบบทดสอบสามวันครั้งติดต่อกันครบ 108 รอบ จะใช้เวลา 324 วัน ซึ่งยาวนานเกือบหนึ่งปีเต็ม!แต่หากเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งจริง ผลลัพธ์ที่ได้คงจะเหนือความคาดหมายไปมากโขยิ่งกว่านั้น เขาก็ยังสามารถหลอมกายด้วยวิธีการอื่นควบคู่ไปในการฝึกปราณแต่ละวันได้อีกต่างหาก ถ้าทำทุกอย่างไปพร้อมๆ กันแล้ว ไม่ยากเลยที่จะจินตนาการว่ากว่าจะถึงตอนนั้น เขาจะทรงพลังสักปานใด!ความคิดนั้นกระตุ้นให้หลินสวินกระหายที่จะเอาชนะบททดสอบที่สองของทางเดินเมฆาหยกอีกครั้ง“เสียดายที่เสบียงสินค้าเริ่มกักตุนไว้มากเกินไปแล้ว ข้าจำเป็นต้องเดินทางไปยังเผ่าอาทิตย์มรกตเสียที หาไม่แล้วข้าคงได้ทุ่มเทเวลาฝึกฝนวิชาเต็มที่กว่านี้”หลินสวินถอนหายใจออกมาในความมืดมิด เขาได้ให้สัญญากับหัวหน้าหมู่บ้านเซียวเทียนเริ่นไว้แล้ว ว่าจะออกเดินทางไปยังเผ่าอาทิตย์มรกตที่อยู่ห่างออกไปกว่าสองพันกว่าลี้...เช้าตรู่วันหนึ่ง หลินสวินนั่งบนหลังม้าเกล็ดร่างสูงสง่า โบกมือลาชาวบ้านทุกคนที่มาส่งเขาหน้าหมู่บ้านเฟยอวิ๋น“ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่”ซย่าจื้อที่ยืนอยู่ข้างม้าเกล็ดกล่าวน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเจ้าไม่กลับมา ข้าจะออกตามหาเจ้า”“เข้าใจแล้ว”หลินสวินฉีกยิ้มกว้างสว่างไสวใต้แสงอาทิตย์ยามเช้าซย่าจื้อจ้องตามเงาของเขาอยู่เนิ่นนานจนมันลับสายตาไป ก่อนกลับบ้านอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายชาวบ้านบางคนอยากชวนซย่าจื้อไปพำนักอยู่ด้วย เพราะคงไม่มีใครคอยหุงหาอาหารให้นางแน่ หลังจากที่หลินสวินจากไป แม่นางน้อยผู้น่าสงสารอาจจะอดอยากเอาได้กระนั้นเซียวเทียนเริ่นก็ส่ายศีรษะปรามพวกเขาไว้ทัน พลางกล่าวว่า “ไม่จำเป็นหรอก แม่นางน้อยไม่เหมือนเด็กคนอื่น เราเพียงแค่คอยเป็นหูเป็นตาให้นางก็พอ”ครั้นคิดตาม ชาวบ้านทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน ซย่าจื้อแตกต่างจากเด็กคนอื่นโดยสิ้นเชิง แม้แต่หลินสวินยังมิอาจต่อกรกับนางด้วยซ้ำ ยิ่งกว่านั้น รังสีความมึนตึงและแปลกแยกที่นางแผ่ออกมา ก็ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าหานางสักคน“ได้แต่หวังว่าหลินสวินจะกลับมาไวๆ”เซียวเทียนเริ่นสูดหายใจลึก พึมพำกับตัวเอง...หุบเขามากมายไพศาลตั้งตระหง่านสูงต่ำสลับกันต่อเนื่องไป ราวกับหนามยักษ์ที่ผุดขึ้นเกลื่อนพื้นโลก แต้มด้วยห้วยน้ำลำธารประปราย ครั้นทอดสายตาเรื่อยไป กลับให้ความรู้สึกเวิ้งว้างว่างเปล่ายิ่งนักบริเวณนี้มีชื่อเรียกว่าหุบเขาสามพันคีรี กินอาณาบริเวณชายแดนทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิจื่อเย่า ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็น ‘คูเมืองธรรมชาติ’ มาตั้งแต่โบราณกาลว่ากันว่าคนธรรมดาทั่วไป หากได้ย่างกรายเข้ามาในอาณาบริเวณหมู่เขาสามพันคีรี ที่ที่สัตว์ปีศาจชวนสะพรึงและภูมิประเทศสุดอันตรายรอให้พบมากมายนับไม่ถ้วน เขาผู้นั้นแทบจะไม่มีทางหลบลี้หนีออกไปได้ม้าเกล็ดควบทะยานอย่างเร็วรี่เสียงอึงอล ส่งเศษฝุ่นฟุ้งกระจายทั่ว บนหลังของมันแบกกระสอบหนังบรรจุสินค้าสูงหนึ่งจั้งกว่าที่หนักหลายร้อยจินมาด้วยสินค้าเหล่านั้นมีทั้งขนหนัง กระดูก กรงเล็บแหลมของสัตว์ปีศาจ รวมถึงสมุนไพรวิญญาณและวัตถุดิบวิญญาณบางประเภทที่เติบโตกลางหุบเขาลึก และอะไรต่อมิอะไรในกระสอบใบนั้นอีกมาก แน่นอนว่าหากเทียบกับสินค้าที่ตาเห็นอยู่ขณะนี้แล้ว สินค้าที่อยู่ในแหวนเก็บของของหลินสวินต่างหากที่มีราคาแพงที่สุดแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นหนักสามร้อยจินนั่นเอง!เพียงสินแร่ธรรมดาคงไม่มีมูลค่ามหาศาล ทว่านี่คือแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นที่ผ่านการขัดเกลามาแล้วอย่างดีหลินสวินผู้ควบม้าเกล็ดอยู่ไม่ได้รีบร้อนเดินทางด้วยความเร็วเต็มกำลังนัก เพราะภูมิประเทศแถบนี้เต็มไปด้วยอันตรายและจุดเสี่ยงมากมาย ไหนจะยังเทือกเขาสูงชันหรือลำน้ำเชี่ยวกรากอีกยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางมาเผ่าอาทิตย์มรกตตามลำพัง หลินสวินเองก็ยังไม่วางใจในเรื่องของสภาพทางสัญจรนัก เขารู้เพียงคร่าวๆ ว่าต้องเดินทางขึ้นเหนือเป็นเวลาสามวันจึงจะถึงที่หมายโดยปกติแล้ว เขามักจะระแวดระวังเป็นพิเศษเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้โชคดีที่จนเที่ยงเขาก็ยังไม่ต้องเผชิญกับภยันตรายใด ยกเว้นสัตว์อสูรเพียงไม่กี่ตัวตามรายทางครั้นเห็นดวงตะวันเริ่มแผดแสงแรงขึ้น และม้าของเขาก็หอบเต็มที หลินสวินจึงหาร่มไม้ใหญ่ในพงไพร ก่อนหยุดเดินทางและลงจากหลังม้าลงมาพักผ่อนเพื่อเติมพลังให้ร่างกาย เขาหยิบเนื้อตากแห้งขึ้นมาเคี้ยว พลางทบทวนในหัวว่าจะต้องทำอะไรบ้างเมื่อไปถึงเผ่าอาทิตย์มรกตแล้วครั้นเห็นว่าม้าเกล็ดเริ่มกลับมามีแรงอีกครั้ง หลินสวินก็ขึ้นควบมันและเริ่มเดินทางต่อทันทีตู้ม!วินาทีนั้นเอง ผืนดินที่อยู่ห่างออกไปก็สั่นไหวอย่างรุนแรงขึ้นในบัดดล ราวกับเกิดเหตุแผ่นดินไหว กรวดหินมากมายร่วงพรูลงมาแต่ไกลจากเนินเขาฉับพลันเสียงโหยหวนชวนขนพองของสัตว์ก็พากันดังก้องสะท้อนไปทั่วป่าแม้แต่ม้าเกล็ดของเขาเองก็ขวัญกระเจิงหลินสวินใจหดรัด สัมผัสได้ถึงอันตรายอันร้ายแรง ทว่าครั้นหันมองรอบกายก็หาได้พบสิ่งผิดปกติไม่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ทันใดนั้น ลำแสงแรงกล้าก็ฉายพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าจากพื้นที่หุบเขาอันห่างไกล ลำแสงนั้นดูคล้ายกับกรงเล็บทองคำขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน!

    TBCเข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ

    คล้ายกับเรื่องBattling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ ที่คุณอ่าน