ตอนที่ 17 ตาสว่าง (1)
เยี่ยสุยก้มศีรษะอย่างเงียบงัน ท่าทางวิตกกังวลไม่คลาย ทำไมนางจะไม่เข้าใจความคิดของท่านแม่ เสิ่นเหวินฮุ่ยเพื่อนสนิทของนางก็รู้จักกันจากสถานศึกษาสตรี ทว่า...สถานศึกษาสตรีเป็นสถานที่ที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุด นางสอบได้ลำดับแย่ปานนี้ ยังจะมีเด็กสาวคนไหนยอมคบหานางกันเล่า
แม้แต่เยี่ยเซิน ลูกพี่ลูกน้องจากตระกูลเดียวกัน ยามอยู่ในสถานศึกษาสตรียังแสร้งทำเป็นไม่รู้จักนาง คนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง คงอับอายที่จะคบหาแล้วกระมัง มีแต่พี่หญิงฮุ่ยเท่านั้นที่เปิดเผยจริงใจคบหากับนางโดยไม่สนคำครหาใดๆ
ยามนี้แน่นอนว่านางไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะหรือหัวเสียเพราะเสียงนกเสียงกาพวกนั้นอีกแล้ว
ส่วนเส้นสายความสัมพันธ์ระหว่างคนเหล่านั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากันด้วยความสามารถที่แท้จริงแล้ว ก็ไม่นับเป็นอย่างไร
ชาติก่อนนางไม่ได้อาศัยแรงช่วยจากสถานศึกษาสตรี มีเพียงลำพังตัวเองที่ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างยากลำบาก สุดท้ายยังคว้าเกียรติยศสูงสุดมาได้ไม่ใช่หรือ เวลานั้นเมื่อพวกคุณหนูสูงศักดิ์พบหน้านาง มีใครบ้างไม่แย่งกันประจบเอาใจและให้ความเคารพนบนอบ
พึ่งใครก็มิสู้พึ่งตัวเอง นางไม่ต้องการเรียนสถานศึกษาสตรีอะไรนั่นแล้ว
เถาซื่อแอบถอนใจเฮือก ตัดใจพูดเสียงเย็นเฉียบว่า “อาหนิง หากเจ้ายังจำได้ว่าเข้าเรียนที่สถานศึกษาสตรีจิงจ้าวได้อย่างไรก็คงไม่พูดเช่นนี้”
เยี่ยสุยเงยหน้าขึ้นมองมารดาทันที สีหน้าพลันเปลี่ยนไป ดวงตาทอประกายรู้สึกผิดและสำนึกเสียใจ
เนิ่นนานให้หลัง นางพูดเสียงเบาว่า “ท่านแม่ ข้ายังจำได้เสมอ หลังเทศกาลไหว้พระจันทร์ ขะ...ข้าจะไปสถานศึกษาสตรี”
นางจะลืมได้อย่างไร นางได้เข้าเรียนสถานศึกษาสตรีจิงจ้าวไม่ใช่เพราะอาศัยร่มเงาจากท่านปู่ที่เป็นขุนนางระดับสี่ แต่เป็นพี่หญิงที่ยอมสละทิ้งทุกสิ่งเข้าวังเพื่อแลกมา
เรื่องที่พี่หญิงทำก่อนเข้าวังก็คือขอเทียบเชิญให้นางได้เข้าเรียนที่สถานศึกษาสตรีจิงจ้าว หลายปีมานี้ ถึงแม้ผลการเรียนของนางย่ำแย่ แต่นางก็ยังเล่าเรียนที่สถานศึกษาสตรีอยู่ได้เพราะเห็นแก่พี่หญิง
หากนางไม่ไปเรียนจะมีหน้าไปพบพี่หญิงได้อย่างไร นางต้องไปเรียนแน่ ไม่ใช่เพื่อตนเองแต่เพื่อพี่หญิง!
นางไม่ได้เจอเสียงหัวเราะเยาะจากพวกจอมปลอมในสถานศึกษาสตรีจิงจ้าวเป็นครั้งแรกเสียหน่อย ไยต้องหวาดกลัวด้วย ผู้อื่นหัวเราะมานางก็ฟังผ่านหูไปก็แล้วกัน
เถาซื่อเข้าใจว่านางปากแข็งรับปากไปอย่างนั้นเอง จึงลูบศีรษะนางด้วยความสงสาร พลางพูดปลอบว่า “อาหนิง ไปสถานศึกษาสตรีเป็นเรื่องดีสำหรับลูกนะ ลูกไม่ต้องสนใจความคิดเห็นของเด็กสาวพวกนั้น เรื่องพวกนี้จะผ่านไปเอง ภายภาคหน้าเมื่อหันกลับมามองก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เยี่ยสุยนิ่งงันตัวแข็งทื่อ ภายในหัวคล้ายมีระเบิดดังกึกก้อง จากนั้นทุกอย่างค่อยกระจ่างชัดขึ้น
ท่านแม่พูดว่าอะไรนะ เรื่องพวกนี้จะผ่านไป ภายหน้าเมื่อหันกลับมามองจะไม่เหมือนเดิม...ภายภาคหน้าเมื่อหันกลับมามองจะไม่เหมือนเดิมแล้ว!
นางกลับมาอีกครั้ง คิดตลอดว่าจะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตเมื่อชาติก่อน แท้จริงแล้วกลับยึดติดอยู่กับประสบการณ์ในอดีต แต่กลับไม่คิดว่าชาตินี้ไม่เหมือนกับชาติก่อนแล้ว ใครจะรู้ว่าการเข้าเรียนสถานศึกษาสตรีจิงจ้าวอาจเป็นการเริ่มต้นใหม่ของนางก็ได้
เปลี่ยนชะตาชีวิตในชาติก่อนแม้จะสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือนางได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งไม่ใช่หรือ คราวนี้นางจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ จะไม่ยอมฝืนทนกับความยากลำบากเหมือนชีวิตที่แล้ว จะได้ไม่เสียทีที่เกิดใหม่อีกครั้ง!
นึกไม่ถึงว่าคำพูดของท่านแม่ทำให้นางตาสว่างขึ้นมาได้! ครู่หนึ่ง เยี่ยสุยเผยอยิ้มสดใส พลางพูดเสียงหวานว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าเข้าใจแล้ว ตอนนี้ข้าอยากไปเรียนสถานศึกษาสตรีเร็วๆ แล้วสิ”
สถานศึกษาสตรีจิงจ้าวยังเป็นสถานศึกษาสตรีแห่งจิงจ้าว เด็กสาวที่นั่นก็ยังเป็นเด็กสาวพวกนั้น แต่เยี่ยสุย...นางไม่เหมือนเดิมแล้ว วันคืนที่สถานศึกษาสตรีย่อมแตกต่างจากเดิมอย่างแน่นอน
อันที่จริงลองมาคิดดูแล้ว เด็กสาวที่หัวเราะเยาะนางพวกนั้นก็ดูน่าสนใจดีเหมือนกัน