อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 114 ไวรัส

    บทที่ 114 ไวรัส




    ทั้งทีมเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาข้างในฐานลับแล้วก็ไม่มีการพูดคุยกันอีก เพียงส่งสัญญาณมือถึงกันเท่านั้น ซูหยวนอยู่ตำแหน่งที่สอง ดังนั้นตอนที่ส่งรุ่นพี่หวังให้ประจำจุด พวกเธอยังส่งสายตาให้กันด้วย งานใหญ่และอันตรายขนาดนี้ ต่อให้เป็นรุ่นพี่หวัง ก็ยังไม่เคยผ่านมาก่อนเลย


                


    หลังจากที่รุ่นพี่หวังซ่อนตัวแล้ว พวกเธอก็ย้ายตำแหน่งไป ฐานลับของที่นี่ไม่ได้มีขนาดเล็ก เบื้องหน้าแสดงให้เห็นว่ากำลังทดลองเกี่ยวกับอาวุธเคมีที่ใช้จัดการกับพวกกลายพันธุ์ ผลงานที่พวกเขาทำสำเร็จแล้วก็มี ไม่ว่าจะเป็นผงไล่แมลงหรืออื่นๆที่วางขายในท้องตลาด มีหลายโรงผลิตที่ใช้สารตั้งต้นจากฐานวิจัยลับนี้


                


    ดังนั้นเส้นทางที่พวกเขาใช้ผ่าน ตำแหน่งของรุ่นพี่หวังและซูหยวนประจำการยังเป็นตำแหน่งที่ผู้คนพลุกพล่าน แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะไม่ค่อยมีมาตรการป้องกันมากนัก ยิ่งเป็นเวลากลางคืน บริเวณนี้ก็ค่อนข้างเงียบ ถ้าโชคดี...ทั้งสองตำแหน่งนี้อาจจะไม่เจอคนเลยก็เป็นได้




    “ตรงนี้” หัวหน้าทีมส่งสัญญาณให้ซูหยวนหลังจากที่พวกเขาผ่านทางสามแยกหนึ่ง ทั้งสามทางนี้ล้วนพาไปยังห้องวิจัยต่างๆ แต่ตำแหน่งที่พวกเขาต้องการจะไป อยู่ลึกเข้าไปอีกหลายกิโลเมตร สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าฐานวิจัยนี้เป็นฐานวิจัยขนาดใหญ่แค่ไหน


                


    ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอมองหาตำแหน่งที่ดีก่อนจะค่อยๆหายเข้าไป ชุดสีดำช่วยอำพรางตัวตนในยามวิกาลได้ดี ยิ่งเป็นช่วงที่ห้องวิจัยไม่ค่อยมีคนทำงานแล้วแบบนี้ ยิ่งทำให้การมองเห็นเธอเป็นไปได้ยากขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุด...ซูหยวนมีขนาดตัวที่เล็กมาก เพียงเธอไปซ่อนตัวอยู่หลังกระถางต้นไม้ประดับ มากกว่าครึ่งตัวก็ถูกซ่อนไปแล้ว


                


    ธนูในมือของซูหยวนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว การต่อสู้ในวันนี้ไม่ใช่การต่อสู้ที่เน้นปริมาณ หากไม่มีคนผ่านไปผ่านมาเลย เธอก็อาจจะไม่ต้องใช้ลูกศรเลยก็ได้ ดังนั้นซูหยวนจึงเตรียมมาเพียง 50 ลูกศร ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เธอจัดการคนได้มากมายแล้ว


                


    ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเป็นห่วงเธอ ซูหยวนกลับอยู่ในตำแหน่งสบายๆ เสียอย่างนั้น...ต้องไม่ลืมว่าที่นี่ก็คือ “เขตพื้นที่ล่า” เมื่อเธอมาที่เขต I ตำแหน่งของทุกคนก็ถูกเปิดเผยแล้ว แม้ว่าจุดสีต่างๆในตอนนี้จะแสดงแค่จุดสีฟ้า ซึ่งเป็นตัวแทนของมนุษย์คนอื่นๆ ทว่ามันก็เพียงพอแล้ว


                


    ตำแหน่งของสมาชิกในหน่วย ซูหยวนเปลี่ยนพวกมันเป็นจุดสีดำ ให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน ในขณะที่จุดอื่นๆยังคงเป็นสีฟ้า จุดสีแดงแสดงถึงอันตรายจากพวกกลายพันธุ์ไม่มีปรากฏในวงเขตรอบๆนี้ จะมีก็แค่จุดสีเขียวซึ่งแสดงผลว่ามีชิ้นส่วนพวกกลายพันธุ์อยู่ในฐานวิจัยนี้เป็นจำนวนมาก


                


    เพียงแค่เธอตรวจสอบผ่านจุดสีฟ้า ซูหยวนก็คาดเดาได้แล้วว่าจะมีศัตรูผ่านมาทางนี้หรือไม่ เท่าที่ตรวจสอบในเวลานี้ มีผู้รักษาความปลอดภัยอยู่เพียง 7-8 คนในพื้นที่รอบนอก ในขณะที่เขตเก็บไวรัสนั้นมีมากกว่า 50 คนที่ซ่อนตัวอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ เส้นทางที่พวกทหารกำลังใช้อยู่ก็จะต้องเจอกับผู้รักษาความปลอดภัยเช่นกัน ทว่าซูหยวนก็คิดว่าพวกเขามีความสามารถมากพอที่จะไม่ทำให้มันพัง


                


    เธอเพียงสนใจหน้าที่ของตนเองก็พอ....




    “รุ่นน้องอัน มีนักวิจัยสามคนเข้ามาทางประตู ผ่านทางฉันไปแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นนักวิจัยทั่วไป” รุ่นพี่หวังพูดผ่านอุปกรณ์สื่อสารเพื่อเตือนซูหยวนให้ระวัง ตราบเท่าที่คนๆนั้นจะไม่เข้าไปรบกวนการทำงานของพวกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องจัดการในตอนนี้ 


                


    แน่นอนว่าการระบุตำแหน่งของพวกเขาก็จำเป็นมาก ถึงแม้พวกเขาจะเป็นเพียงนักวิจัย แต่ถ้าเป็นคนที่มีส่วนร่วมกับงานวิจัยไวรัส พวกเขาจะต้องรู้วิธีเปิดการใช้งานพวกมันแน่




    “งานที่กำลังจะเข้าห้องทดลองต่อไปคืองานของใคร ทำไมฉันถึงจองห้องวิจัยหมายเลข 7 ไม่ได้!” เสียงไม่พอใจของนักวิจัยคนหนึ่งดังขึ้น พวกเขากำลังผ่านตำแหน่งที่ซูหยวนซ่อนอยู่โดยไม่ทันได้ระวังตัวด้วยซ้ำ




    “เป็นงานทดลองลับน่ะครับ”




    “งานทดลองลับ? มันใช้ได้แล้วหรือ?”




    “เรื่องนั้น....ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เห็นว่าพวกระดับสูงจะมาดูด้วยตัวเอง”




    “เหอะ! งานวิจัยไร้สาระพวกนั้นก็ยังคิดจะขายได้อีกงั้นหรอ? มีแต่จะทำลายตัวเองมากกว่า คิดจะเอางานวิจัยผิดกฎหมายพวกนั้นไปต่อรองกับทางกองทัพ เห็นพวกทหารพวกนั้นโง่เขลานักรึไง มีตั้งกี่ครั้งแล้วที่ฐานลับถูกกองทัพทำลายไปน่ะ ถ้าเรื่องนี้ผ่านถึงหูของพวกทหาร เดี๋ยวฐานของพวกเราก็คงจะถูกทำลายเหมือนกัน”




    “เอ่อ อย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิครับ ถ้าฐานนี้ถูกทำลาย อย่างนั้นพวกเราก็คง.....”




    “ฉันก็พูดความจริง คำพูดของฉันดูเรื่อยเปื่อย แต่พวกแกก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เหอะ! ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้เกิดไป ฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าฐานนี้จะไปต่อหรือเปล่า ขอแค่การทดลองของฉันสำเร็จก่อนที่ฐานนี้จะถูกทำลายก็พอแล้ว” ดวงตาของนักวิจัยที่เป็นหัวหน้าทีมมีประกายความหวัง


                


    ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีนายทุนคนไหนยอมสนับสนุนงานวิจัยของเขา เขาก็คงจะไม่ต้องเสียเวลามาทำงานที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้หรอก


                


    ขอเพียงงานวิจัยของเขาสำเร็จ เขาก็จะถอนตัวออกจากฐานวิจัยลับนี้ทันที ก็แค่อีกไม่กี่ปีเท่านั้น ขอแค่เวลานี้...เขาก็จะสามารถช่วยน้องสาวของเขาได้แล้ว


                


    เพราะน้องสาวของเขาอยากเป็นผู้ใช้พลังงาน เธอจึงใช้แกนพลังงานโดยไม่ปรึกษาเขา กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติกลับมา แม้เขาจะพยายามหาสารอาหารสังเคราะห์เพื่อช่วยชีวิตเธอไว้ แต่การที่ไม่สามารถควบคุมพลังงานในร่างกายได้ ก็ทำให้เธออยู่ไปเหมือนกับไร้ชีวิต


                


    เขาต้องการคิดค้นยาที่จะช่วยลดพลังงานของแกนพลังงานลง เพื่อให้มีจำนวนน้อยกว่านี้ ไม่ให้พลังงานมากเกินจนควบคุมไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้น้องสาวของเขาได้ฝึกฝนอย่างมั่นคงในระยะยาว แต่น่าเสียดายที่ไม่มีนายทุนคนไหนสนใจ พวกเขาบอกว่า...พลังงานที่มากขึ้น จะเป็นประโยชน์มากกว่า ยาที่จะช่วยลดพลังงานในร่างกายนั้นไม่มีประโยชน์ แถมยังจะเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับที่พวกเขาต้องการด้วยซ้ำ


                


    เพราะแบบนั้น...กว่าที่เขาจะหาห้องวิจัยที่ยอมสนับสนุนแนวคิดของเขาก็เป็นเวลานานแล้ว น่าเสียดายที่มันดันเป็นฐานวิจัยที่ผิดกฎหมายอีก! ถึงเขาจะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่อาจปลีกตัวไปได้อีก




    “หัวหน้าครับ งานวิจัยของคุณจะต้องสำเร็จในเร็วๆวันนี้แน่ครับ ยังไงตอนนี้ก็เหลือแค่ขั้นทดลองขั้นสุดท้ายเท่านั้นแล้ว”




    “ใช่ เพราะแบบนั้นฉันจึงหงุดหงิดอยู่นี่ไง! แทนที่พวกเขาจะให้ฉันใช้ห้องทดลองก่อน กลับบอกว่าห้องทดลองหมายเลข 7 มีงานวิจัยนั่นอยู่ โยนให้ฉันไปใช้ห้องทดลองที่มีอุปกรณ์ไม่เพียงพอด้วยซ้ำ!”




    “หัวหน้า...ไม่ใช่ว่าการทดลองของพวกเขาจะเริ่มวันพรุ่งนี้หรอกหรอครับ”




    “ใช่ แล้วทำไม?”




    “หัวหน้า ถ้าอย่างนั้น...แทนที่คืนนี้พวกเราจะใช้ห้องทดลองที่เก่าและไม่มีอุปกรณ์ พวกเรา...ทำไมไม่ใช่ห้องหมายเลข 7 คืนนี้เลยล่ะครับ”




    “อะไร? นั่นไม่ได้นะครับหัวหน้า ที่ห้องนั้นมีไอ้ไวรัสที่จะทำลายล้างมนุษย์ชาติอยู่ด้วย ถ้าหากพวกเราทำพลาดขึ้นมาแล้วเป็นคนปล่อยไวรัสนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะตายกันหมดหรอครับ!” เสียงพูดคุยของทั้งสามคนทำให้ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย


                


    สิ่งที่พวกเขากำลังพูด ไม่ใช่เป็นห้องทดลองหมายเลข 7 ที่ตอนนี้ทีมของเธอกำลังไปกันหรอกหรือ?




    “ก็แค่ใช้งานอย่างระมัดระวังก็พอแล้ว ยังไงการทดลองของพวกเราก็เหลือแค่ขั้นสุดท้ายเท่านั้น ไม่ใช่การทดลองที่วุ่นวายอะไรด้วย ถ้าอย่างนั้น...แค่ไม่ไปยุ่งกับส่วนของการทดลองไวรัส พวกเราก็น่าจะทำเสร็จใน 1 ชั่วโมงนี้...” ถึงจะมีคำเตือนจากเพื่อนร่วมทีมวิจัยแล้ว ทว่า...เขาก็ยังคิดในแง่ดีเกี่ยวกับมันอยู่           




    ถ้าต้องให้ไปจัดห้องเก่าเพื่อทำการทดลอง มันยุ่งยากเกินไป แค่คิดว่าจะต้องทำความสะอาดของทั้งหมดใหม่ จัดเรียงอุปกรณ์ ตั้งค่าอุปกรณ์เพื่อเริ่มการทดลองใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจจะกินเวลาตลอดทั้งคืน สู้เดินเข้าไปห้องทดลองที่พร้อมใช้งานอย่างห้องทดลองหมายเลข 7 เพียงแค่ชั่วโมงครึ่งชั่วโมงก็ได้งานแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าดีกว่าหรือ?


                


    ความคิดของคนขี้เกียจเช่นเขา จู่ๆหัวหน้าทีมวิจัยที่ต้องการผลลัพธ์การทดลองนี้มากกว่าใครก็ลังเล เขาทบทวนและประเมินความเสี่ยง แต่ก็เหมือนกับที่ลูกน้องในทีมพูดนั่นแหละ ส่วนที่ใช้ทดลองวันพรุ่งนี้ถูกแยกเอาไว้อยู่แล้ว เขาแค่ใช้ส่วนเล็กๆของห้องวิจัยเท่านั้น จะไม่กระทบต่อกันแน่ ถ้าอย่างนั้น....




    “พวกเราระมัดระวังหน่อย แค่หนึ่งชั่วโมงก็ประเมินความสำเร็จของงานได้แล้ว ไม่ทันที่คนพวกนั้นจะรู้ตัวด้วยซ้ำ”




    “หัวหน้า!”




    “หัวหน้า ผมก็คิดแบบนั้นครับ ตอนนี้ไม่ค่อยมีคน พวกเรารีบทำรีบจบการทดลองดีกว่าครับ”




    “อืม อย่างนั้นก็ไปเอางานมา พวกเราจะไปทดลองที่ห้องหมายเลข 7” คนเป็นหัวหน้าทีมกล่าวขึ้น 




    “ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะไปเตรียมตั้งค่าอุปกรณ์เบื้องต้นที่ห้องหมายเลข 7 ก่อนนะครับ”




    “อืม ดี เดี๋ยวฉันตามไป” ทั้งสามคนปรึกษากันเสร็จก็แยกย้ายกันไป ซูหยวนกำหมัดแน่น งานที่ควรจะราบรื่นดี ตอนนี้กลับมีปัญหาขึ้นมาแล้ว




    “หัวหน้าคะ มีนักวิจัย 3 คนที่ต้องการจะใช้ห้องทดลองหมายเลข 7 ซึ่งเก็บไวรัสอยู่ค่ะ คนหนึ่งกำลังจะเดินไป ส่วนอีกสองคนไปที่ห้องวิจัยแล้วจะตามไปสมทบค่ะ ฉันจะจัดการหนึ่งคนที่แยกตัวออกมาก่อนนะคะ” ซูหยวนรายงานการตัดสินใจของตัวเอง ทั้งยังเตือนไปยังพวกหัวหน้าที่กำลังผ่านห้องทดลองแล้วห้องทดลองเล่าไปข้างหน้า


                


    จุดสีดำซึ่งหมายถึงสมาชิกของกองทัพเองก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง บางห้องวิจัยยังมีคนทำงานอยู่ ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถส่งเสียงได้ ในขณะที่ผู้รักษาความปลอดภัยก็เดินไปเดินมาอยู่เสมอ ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับนักวิจัยทั้ง 3 คนแล้ว ไม่มีทางที่จะทำงานสำเร็จก่อน




    “สิบเอกอัน การจัดการนักวิจัยนั้นจะต้องเฉียบคมที่สุด ถ้าไม่มั่นใจว่าจะจัดการเสร็จก่อนมีคนไปเห็นก็ไม่จำเป็นต้องลงมือ พวกฉันอยู่ทางนี้จะเฝ้าระวังเอง” ปลายทางกล่าวตอบ


                


    พวกเขาไม่ได้คาดหวังให้ซูหยวนทำงานนี้สำเร็จด้วยตัวเอง กลัวว่าถ้าบุ่มบ่ามไปแล้วจะทำให้ถูกพบตัวได้ง่ายๆ อีกอย่าง...เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าซูหยวนมองเห็น จุดสีฟ้าที่อยู่ในตำแหน่งต่างๆ พวกเขากลัวแค่ว่าขณะที่ซูหยวนลงมือ จะมีคนมาเห็นก็เท่านั้น




    “ฉันมั่นใจค่ะ”




    “...............” ปลายสายไม่ได้ตอบกลับ พวกเขาไม่วางใจซูหยวน แต่ในเมื่อทำภารกิจร่วมกันแล้ว จะพูดออกไปเช่นนั้นได้หรือ?


                


    สุดท้าย ซูหยวนก็เคลื่อนไหวตามที่เธอคิด ไม่ได้สนใจว่าพวกหัวหน้าจะตอบกลับยังไง ถ้าพวกเขาไม่ต้องการให้เธอเคลื่อนไหวจริงๆก็แค่ออกคำสั่งมาก็ได้แล้ว แต่เพราะพวกเขายังลังเล ถ้าช้ากว่านี้จะให้เธอไล่เก็บนักวิจัยเหล่านั้นก็เป็นไปได้ยากแล้ว


                


    หญิงสาวซ่อนตัวผ่านเงามืด ไม่ปล่อยให้กล้องวงจรปิดมองเห็นตัวเอง ด้วยทักษะในการลบจิตสังหาร นักวิจัยที่ไม่มีแม้แต่พลังงานในร่างจะตรวจสอบพบได้ยังไง


                


    ซูหยวนใช้ธนูของตนเองเป็นอาวุธ อยู่ไกลขนาดไหนก็ยังจัดการได้ ในขณะที่นักวิจัยคนนั้นกำลังเดินผ่านจุดอับสายตา ซูหยวนก็ปล่อยลูกศรอย่างรวดเร็ว แม้แต่กล้องวงจรปิดก็มองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่มีลูกศรลอยผ่านไป


                


    ฟิ้ว!!




    “อึก!!” ไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ร่างของนักวิจัยที่ถูกยิงจากด้านหลังก็ล้มลง ซูหยวนสะบัดเสื้อคลุมสีขาว เดินผ่านกล้องวงจรปิดเหมือนนักวิจัยคนหนึ่ง ต่อให้ภาพนี้แสดงอยู่บนหน้าจอ ก็ไม่มีใครมองออกว่าเธอไม่ใช่นักวิจัยของที่นี่


                


    เด็กสาวเดินอย่างมั่นใจ เมื่อถึงจุดอับสายตาที่เป็นจุดตายของนักวิจัยผู้นั้น เธอก็ก้มลงไปลากขาของอีกฝ่าย ยัดเข้าถุงสีดำ แล้วเดินไปทิ้งถุงดำขนาดใหญ่นั้นลงถัง


                


    เพราะเธอไม่ได้รีบร้อน ท่าทางก็ปกติเสียจนไม่มีใครสงสัยอะไร การเคลื่อนไหวของผู้หญิงร่างเล็กที่ท่าทางเหมือนพวกคงแก่เรียนทำให้ผู้เฝ้าระวังไม่ทันได้ตรวจสอบให้แน่ชัด พวกเขาเพียงมองผ่านไปแล้วก็หันไปตรวจสอบหน้าจออื่นๆเท่านั้น


                


    โชคดีที่การใช้กล้องวงจรปิดนั้นกินพลังงานมาก ทั่วทั้งฐานวิจัยมีเพียงไม่กี่จุดเท่านั้นที่มีกล้องวงจรปิดเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นพวเขาจะต้องสงสัยแน่ว่านักวิจัยสาวก่อนหน้านี้ หายไปไหน แล้วจู่ๆเธอก็โผล่มาพร้อมถุงขยะได้ยังไง




    “ฉันจัดการนักวิจัยที่แยกตัวออกมาแล้วค่ะ เหลืออีกสองคนที่กำลังไปห้องทดลองของพวกเขา”




    “สองคนนั้นยังไม่จำเป็นต้องลงมือ” เมื่อพวกเขาได้ยินว่าซูหยวนจัดการคนไปแล้ว ทั้งยังไม่มีสัญญาณผิดปกติอะไร ต่างก็ลอบเป่าปากโล่งอกกันทั้งนั้น ถือว่าการลงมือครั้งนี้พิสูจน์ความสามารถของซูหยวนแล้ว ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกังวลใจอีก


                


    อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่สถานการณ์ทั้งหมดจะเป็นไปอย่างที่วางแผนเอาไว้ จู่ๆพวกหัวหน้าระดับสูงที่อยู่ด้านนอกฐานก็ส่งข่าวใหญ่มาเสียอย่างนั้น




    “เกิดเรื่องแล้ว พวกคุณมีเวลาไม่เกิน 5 นาทีเพื่อเก็บไวรัสออกมา ตอนนี้มีกลุ่มคนมากกว่า 10 คนมาที่ฐานวิจัยนี้ หนึ่งในนั้นก็คือหัวหน้าทีมวิจัยที่คิดค้นเกี่ยวกับไวรัสด้วย!!”




    ………………………………….