เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    จารชนคนพันธนาการ 1 [bondage,shibari,spy,escape,yuri]

    ข้อมูลลับ เอกสาร การลอบสังหาร 

    สำหรับเซเรียแล้วความลับนั้นไม่มีในโลก ขอเพียงแค่ทางเบื้องบนสั่งมา เธอก็พร้อมจะออกไปทำภารกิจ สืบหาข้อมูลที่องค์กรต้องการให้ 

    ถูกแล้ว เซเรียเป็นสายลับ เป็นหน่วยสอดแนมที่มีฝีมืออันดับต้นๆ ขององค์กร 

    แต่ว่า…

    “แต่ว่าก็มาพลาดง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ” 

    คำพูดหนึ่งเอ่ยออกมาภายในห้องสอบปากคำมืดทึบ มีเพียงแสงสว่างจากดวงไฟที่อยู่ตรงโต๊ะเท่านั้น เจ้าของเสียงที่เท้าคางและเอ่ยถามราวกับเป็นการประชดนั้น คือหญิงสาวในชดคล้ายกับพนักงานออฟฟิต เสื้อสูทและกระโปรงทรงสอบดูเข้ากับเธอดี เส้นผมสีดำยาวของเธอปล่อยสยายไปกับแผ่นหลัง ดูแล้วมีเสน่ห์ไม่น้อย โดยเฉพาะดวงตาของเธอที่เหมือนจะคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ก็ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาได้

    กลับมาทางด้านผู้หญิงที่ถูกกล่าวถึงเมื่อครู่ เซเรีย เธอสวมใส่ชุดเสื้อและกางเกงรัดรูปเพื่อลดเสียงเสียดสีเวลาเครื่องไหว ถ้าตามปกติเธอต้องมีอุปกรณ์พกติดตัว แต่เนื่องจากเธอถูกจับจึงทำให้อุปกรณ์พวกนั้นถูกยึดไปหมด ในตอนนี้เธอเพียงแค่นั่งเก้าอี้ ส่วนข้อมือสองข้างของเธอก็ถูกล๊อกเอาไว้ติดกับโต๊ะด้วยกุญแจมือ

    “ก็ใครมันจะไปคิดล่ะ ว่าองค์กรที่ฉันจะต้องมาสืบ จะเป็นเพื่อนเก่าที่ร้ไส้รู้พุงฉันหมดเลย” 

    เซเรียถอนหายใจออกมา ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะถูกจับตัวแต่เหมือนเธอจะไม่ได้เป็นกังวลนัก ตัวเธอนั้นมีเส้นผมสีดำ และดวงตาสีดำไม่ต่างจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอเลย เพียงแค่ว่าภายในแววตาของเธอนั้นจะดูมีความไร้เดียงสาและไม่ทันคนอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่นิสัย เพราะร่างกายของเธอนั้น เรียกได้ว่าเป็นสาวสะพรั่งเลยก็ว่าได้

    “เธอพลาดเองนะ เซเรีย” 

    “เออ รู้น่า แล้วจะทำยังไงกับฉันต่อ จะฆ่าฉันไหม ฉันไม่ถือหรอกนะ เพราะยังไงพวกเราก็เป็นคนมีเจ้านายเหมือนกัน ลิเดีย” 

    “อืม… ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าเบื่อแย่สิ ถึงยังไงเราก็รู้จักกันมานานน้า จะให้ฆ่าแกงกันเลยมันก็ออกจะป่าเถื่อนไปหน่อย เอาอย่างนี้ไหม ฉันมีข้อเสนอให้กับเธอ ถ้าเธอยอมรับและหลบหนีไปจากที่นี่ได้ ฉันก็จะยอมปล่อยตัวเธอไป”

    “เป็นข้อเสนอที่ดูไม่น่าไว้ใจเท่าไรเลยนะ แต่เฮ้อ… ฉันมีตัวเลือกด้วยเหรอ” 

    “อย่างน้อยเธอก็รู้สถานะตัวเองนะ เซเรีย” 

    .

    ..

    ...

    ผ่านไปพักหนึ่งภายในห้องสอบปากคำเช่นเดิม แต่ที่แตกต่างตอนนี้คือเสื้อผ้าของเซเรียที่ถูกโยนทิ้งไว้ตรงมุมห้อง ส่วนเจ้าของเสื้อผ้าตอนนี้ก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เธอกำลังนั่งกอดเข่าตัวเองเพื่อปกปิดจุดสงวดของร่างกายตัวเอง ในขณะที่หญิงสาวในชุดสูทกำลังมองเธอพร้อมกับยิ้มอย่างสนุกสนาน

    “นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ทุ่งลิลลี่เบ่งบานเหรอ เธอจะทำอะไรฉัน อย่างบอกนะว่าจะมาตีฉิ่งกันแบบนี้ ไม่เอานะ” 

    “เธอนี่นา ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นซะหน่อย ก็แค่เอาสิ่งที่มันขวางหูขวางตาออกไป แล้วหาอะไรมาให้เธอใส่เท่านั้นเอง” 

    “ถ้างั้นก็รีบเอามาสิ ให้ฉันอยู่ในสภาพเปลือยแบบนี้มันน่าอายนะ” 

    “จะอายไปทำไมกัน ตอนเด็กเราก็อาบน้ำด้วยกันออกจะบ่อย แถมวันไหนที่ฉันไม่อยู่เธอก็จะไม่ยอมอาบน้ำ เอาแต่พูดว่าถ้าลิเดียไม่กลับมา ก็จะไม่ยอมอาบน้้ำด้วย” 

    “นี่เธอรู้เรื่องนั้นด้วยเหรอ” 

    “รู้สิ ไอ้อาการขี้เหงาของเธอ ในโรงเรียนนักฆ่าเขารู้กันทันหมดล่ะ ใครๆ ก็เอ็นดูเธอนะ เซเรียผู้น่ารัก” 

    “อย่ามาเรียกฉันว่าน่ารักนะ !”

    เซเรียแยกเขี้ยวใส่ สิ่งที่ตอบรับการกระทำนั้นคือการหัวเราะเบาๆ

    “ถ้างั้น มาเริ่มกันเลยเถอะ เกมที่จะทำให้เธอรอดไปจากที่นี่น่ะ” 

    ลิเดียว่าอย่างนั้นก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากถุงสีดำ สิ่งนั้นคือเชือกสีแดงยาวกว่าสิบเมตรได้ นั่นทำให้เซเรียสงสัย

    “เอาเชือกมาทำอะไร” 

    “เดี๋ยวก็รู้น่า ก่อนอื่น เอามือมาไว้ด้านหลัง” 

    “นี่ไม่ได้เจอกันปีสองปี เธอเป็นพวกซาดิสไปแล้วเหรอ” 

    “ก็ จะว่างั้นก็ได้นะ”

    “ยอมรับหน้าตาเฉยเลยนะ” 

    ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เซเรียก็ไม่มีทางเลือก เธอจำต้องทำตามคำพูดของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าเส้นเชือกค่อยๆ มัดแขนของเธอก่อนจะอ้อมไปมัดยังเหนือและใต้หน้าอกของเซเรีย การเสียดสีระหว่างผิวหนังกับเส้นเชือกทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ แล้วส่งเสียงครางออกมาเล็กน้อย

    “อีาง…”

     ใบหน้าของเธอแดงก่ำเมื่อส่งเสียงออกมาแบบนั้น แต่ลิเดียก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่า 

    “เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้หญิงไม่ประสบการณ์น่า จะอ่อนไหวเป็นพิเศษก็ไม่แปลกหรอก” 

    “ไม่ต้องมาพูดเลย!”

    ผ่านไปสิบนาที เชือกก็มัดตามร่างกายของเซเรียเสร็จ แล้วพบว่าเชือกนั้นได้มัดตามร่างกายของเธอรวมไปถึงจุดอ่อนไว้ของเธอด้วย ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก หรือกระทั่งกลีบกุหลาบเชือกก็ถูกมัดรั้งเข้าไป แน่นอนว่าตอนที่ลิเดียนำเชือกมาลากผ่านบริเวณตรงนั้น เซเรียก็ได้ส่งเสยงคัดค้าo

    “จะทำอะไรน่ะ” 

    แต่ลิเดียก็ยิ้มแล้วตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า

    “เดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า” 

    จนมาถึงตอนนี้เซเรียก็ได้รู้แล้วว่า เดี๋ยวก็รู้ที่ว่าของเซเรียหมายถึงอะไร เธอลองเดินสองสามก้าวขณะที่ตัวเองโดนมัดอยู่แล้วพบว่าเชือกที่อยู่ตรงกลีบกุหลาบของเธอมันเสียดสี ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแสบเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอารมณ์บางอย่างพุ่งแทรกเข้ามา 

    แต่น่าเสียดาย เซเรีย หญิงสาวผู้อุทิศตนให้กับองค์กรไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เธอเลยไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเธอแต่ว่าความรู้สึกนี้เซเรียไม่ชอบเลย เธอย่อตัวนั่งลงเพื่อลดอากรเสียดสีแต่นั่นก็เหมือนเป็นการทำร้ายตัวเองอีกทางหนึ่ง เมื่อร่างกายเซเรียเคลื่อนไหว เส้นเชือกก็เคลื่อนไหวตาม ทำให้เชือกที่อยู่ตรงกลีบกุหลาบนั้นรั้งขึ้นไปจนเซเรียสะดุ้งโหย่งแล้วต้องลุกขึ้นมาอย่างฉับพลัน

    ทุกการกระทำของเซเรียอยู่ในสายตาของลิเดียทั้งหมด 

    “เสียวล่ะสิ” 

    “มันเสียดสีต่างหาก” 

    “ก็เสียวนั่นล่ะ” 

    “เธอจะทำอะไรกันแน่ มัดฉันไว้แบบนี้ หรือว่าจะต้องการทรมานฉันกัน” 

    พอเอ่ยถามแบบนั้นออกไป ลิเดียก็ยิ้มออกมา เดาไม่ออกเลยว่าภายในหัวของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ 

    “ทรมานเหรอ นั่นสินะ เธออาจจะทรมานหรือมีความสุขกับมันก็ได้ ฉันก็แค่อยากจะเล่นเกมกับเธอเท่านั้นเอง เดี๋ยวฉันจะออกไปจากห้องนี้ ปล่อยให้เธอเตรียมตัวสิบนาที หลังจากนั้นประตูห้องจะเปิด เธอต้องใช้ทักษะในการลอบเร้นออกไปจากฐานวิจัยแห่งนี้ให้ได้ แน่นอนว่าตามทางเดินจะมียามคอยเดินตรวจตราอยู่ ถ้าเธอถูกจับจะโดนเจ้าพวกนั้นทำมิดีมิร้ายรึเปล่าก็ไม่แน่ใจนะ แต่ที่แน่ๆ เจ้าพวกนั้นจะพาเธอกลับมาที่ห้องนี้ และฉันก็จะเพิ่มพันธนาการเธอหนึ่งอย่างเพื่อเป็นบทลงโทษ ตกลงไหม” 

    “นี่มันบ้าไปแล้ว ไม่เจอกันปีสองปี เธอกลายเป็นพวกโรคจิตแล้วเหรอ” 

    “อะไรกัน ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองจนต้องมาต่อว่าฉันเลยงั้นเหรอ” 

    “ชิ ก็ได้ คอยดูเธอ แค่ฐานวิจัยโง่ๆ นี่ ฉันจะออกไปให้ดู” 

    “ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ ถ้างั้น ขอให้สนุกนะ เซเรีย” 

    ลิเดียวา่าอย่างนั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป จากนั้นตรงผนังห้องก็มีเวลานับถอยหลังสิบนาที แต่แน่นอนว่าเซเรียไม่ยอมปล่อยเวลานี้ให้เสียเปล่า 

    ตามกฎแล้วเธอต้องหนีออกจากที่นี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่สามารถปลดพันธนาการของตัวเองได้นี้ เซเรียใช้จังหวะนั้นพยายามปลดพันธนาการตัวเอง แต่ว่าความพยายามของเธอก็ต้องล้มเหลว นอกจากเชือกที่เสียดสีไปตามร่างกายของเธอแล้ว ก็ไม่มีอะไรได้ผลเลย 

    “นี่มัน เงื่อนบ้าอะไรกัน ยัยนั่นไปเรียนมัดเชือกมาจากที่ไหนเนี่ย” 

    เอ่ยถามอย่างเจ็บใจ แต่ก็คงไม่มีใครตอบ และเวลาก็มาถึง เวลาที่นับถอยหลังตรงผนังห้องหมดลง บานประตูเหล็กเปิดออกตามที่ลิเดียว่า เซเรียจึงต้องจำใจพาตัวเองในสภาพที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกตามร่างกายและมือไขว้หลังแบบนั้นเดินออกไปจากห้อง 

    เธอกวาดสายตามองซ้ายขวาและพบว่าทางเดินว่างเปล่า เมื่อเป็นแบบนั้นเธอเลยเลือกที่จะเดินไปยังด้านซ้ายเนื่องจากว่าตอนที่ลิเดียออกไป ลิเดียส่งเสียงฝีเท้าเดินไปางด้านขวา แน่นอนว่าลิเดียไม่มีทางจะออกไปจากศูน์วิจัยแห่งนี้ เธอน่าจะแอบมองดูเซเรียจากกล้องวงจรปิดที่ไหนสักที ดังนั้น ทางออกน่าจะเป็นด้านซ้ายอย่างแน่นอน 

    นั่นเป็นการคาดเดาเพียงอย่างแรก เซเรียเดินไปตามทาง 

    กรึบ…. กรึบ…

    ระหว่างนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงรองเท้าคอมแบตหนาๆ ตามแบบฉบับทหารเดินอยู่ตามทางเดินสองคู่ เธอเหลือบไปมองยังทางเลี้ยวของทางเดินแล้วพบว่ามีทหารยามกำลังเดินตรวจตราอยู่ หัวใจของเซเรียกระตุกวูบ เธอหันซ้ายขวาเพื่อหาางหนี แต่น่าเสียดาย ตามผนัง เพดาน ไม่มีอะไรให้เธอใช้ซ่อนตัวได้เลย แต่ถึงอย่างนั้น เซเรียก็ไม่ได้ละความพยายามแต่อย่างใด 

    9 8 7 6 

    ที่นับถอยหลังอยู่นั้นคือเสียงฝีเท้าของยามสองคน เซเรียกะจังหวะว่ากว่าที่ยามสองคนจะมาถึงตรงที่เธออยู่นั้นจะต้องใช้เวลาประมาณสิบก้าว ดังนั้นเธอจึงนับถอยหลัง 

    5 4 3 2 

    หัวใจของเธอเต้นตึกตัก โอกาสมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และ 

    1 

    ในจังหวะที่ยามกำลังจะเดินเลี้ยวมาทางเซเรียนั้นเอง เธอก็เตะรองเท้าของตัวเองไปยังอีกทิศทางหนึ่ง นั้นทำให้ยามสองคนตื่นตัว หยิบปืนขึ้นมาแล้วหันไปทางต้นเสียง ก่อนจะพบเพียงแค่รองเท้าข้างหนึ่งเท่านั้น นั่นทำให้ยามกำลังจะหันมาอีกทางหนึ่งเพื่อหาเจ้าของรองเท้าคู่นั้น 

    ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เซเรียก็ถีบตัวเองตามผนังแล้วกระโดดข้ามยามพวกนั้นไปด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับตีนแมว เธอลงมายังพื้นได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะวิ่งไปหลบยังอีกทางหนึ่ง 

    “แฮ่ก…. แฮ่ก…” 

    เซเรียหอบหายใจ ไม่คิดว่าจะตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน ไม่คิดว่าจะถีบผนังส่งตัวเองลอยขึ้นไปได้ ในสภาพที่ตัวเองถูกมัดอยู่ได้ ถ้าเธอจะชมตัวเองว่ามีฝีมือก็ไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไปเลย 

    แต่ว่าน่าเสียดาย สาวน้อยที่น่าสงสาร ขณะที่เธอกำลังเหนื่อยหอบด้วยความตื่นเต้นอยู่นั้นเอง ทหารยามอีกกล่มหนึ่งก็เดินผ่านมาพอดี แล้วเห็นเซเรียกำลังนั่งพิงกำลังในสภาพที่ถูกมัดอยู่ 

    “เวรล่ะ” 

    เซเรียสบถออกมา เธอถีบตัวเองขึ้นก่อนจะฟาดเท้าไปยังก้านคอของชายคนนั้นเพื่อเข้าต่อสู้ แต่น่าเสียดายที่ความว่องไวของเธอลดลงเนื่องจากพันธนาการ ทำให้ยามคนนั้นจับข้อเท้าของเธอเอาไว้ และด้วยน้ำหนักตัวที่เบาของเซเรีย เธอจึงถูกยกขึ้นอย่างง่ายดาย จนเธออยู่ในสภาพห้อยห้อยหัว “ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า” เซเรียเขินอาย เพราะตอนนี้เธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่าและถูกมัด ชายตรงหน้าสามารถเห็นหน้าอกและกลีบกุหลาบของเธอได้อย่างชัดเจน

    “ยัยนี่เหรอที่หัวหน้าบอกว่า ถ้าเจอให้ทำอะไรก็ได้ แล้วค่อยเอาไปปล่อยที่ห้องขังนะ” 

    “น่าจะ เชือกสีแดงน้มีแต่หัวหน้าเท่านั้นล่ะที่มี” 

    “ถ้างั้นหมายความว่า เราก็เล่นกับยัยนี่ได้เลยงั้นสิ” 

    คำพูดของยามสองคนนั้นต่างพูดคุยกัน ก่อนจะหันมามองทางเซเรียด้วยรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจเท่าไร... 

    -----------------------------------------------

    ถ้าสนุกอย่าลืมคอมเม้นกันด้วยนะครับ

    รักคนอ่านยิ่งกว่าอาหารสามมื้อ #ฝนเล็บ