1. แรกเจอ
คลิก!
เสียงการกดปุ่มซ้ายของเมาส์ที่ชี้ตรงปุ่มข้อความของคำว่าเบริ์น(Burn)เพื่อสั่งให้โปรแกรมทำการบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดี หญิงสาวละออกจากเมาส์พร้อมกับใช้เท้าดันเก้าอี้ที่มีล้อเลื่อนห้าแฉก เพื่อให้ตัวเธอออกห่างจากโต๊ะทำงานพลางเหยียดเท้าทั้งสองไปข้างหน้า ยกมือทั้งสองขึ้นเหยียดตรงแล้วค่อย ๆ เอนลำตัวตัวไปพิงพนักเก้าอี้ทำท่าบิดี้เี เพื่อไล่ความเมื่อยขบ หลังจากที่เธอนั่งทำงานมาเป็เวลาเกือบสามชั่วโมงโดยไม่หยุดพักั้แ่เก้าโมงจนกระทั่งตอนนี้เป็เวลาสิบเอ็ดโมงกว่าเข้าไปแล้ว
“ เฮ้อ... เสร็จซะทีเราในที่สุดก็ทันเวลาพอดี “
ต้นพรรำพึงกับตัวเอง ทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น ที่งานเสร็จทัน ซึ่งเ้านายจอมโหดได้ขีดเส้นตายเอาไว้งานนี้เป็การพิสูจน์ความสามารถของเธอว่าจะสามารถทำโปรเจคใหญ่ที่เ้านายเพิ่งรับมาได้หรือเปล่า ยอมรับ! ว่างานนี้ได้สร้างแรงกดดันให้กับเธอมากกว่าทุกๆ งานที่ผ่านมา จะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ถูกใจลูกค้าเรียกได้ว่าเธอได้ใช้ความสามารถทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่ ทำมันขึ้นมาเลยทีเดียว และถ้าทำสำเร็จผลพลอยได้ที่จะตามมาก็คือ เงินเดือนและโบนัสที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ถ้าผ่านมันคุ้มเกินคุ้มแต่... ถ้าไม่ผ่านก็พยายามใหม่ สักวันมันต้องสำเร็จเธอถูกปลูกฝังมาให้เชื่อในเื่ของการกระทำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น มากกว่าเพิ่งดวงหรือหวังรอโชคลาภวาสนา ซึ่งที่ผ่านมาเธอซึ้งกับคำนี้นัก เข้าทำนอง เหงื่อไม่ออก มักไม่ได้ตังค์
ต้นพร งามศิรี มีชื่อเล่นว่าต้นใคร ๆ ก็บอกว่าชื่อต้นเหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงแต่พ่อและแม่ของเธอให้เหตุผลว่าเป็ลูกคนแรกให้ชื่อว่าต้น ส่วนน้องให้ตั้งชื่อว่าปลาย เรียกได้ว่าเธอเป็หญิงหนึ่งเดียวมาตลอดที่มีชื่อเล่นว่า“ต้น” เธอจบปริญญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์จากสถาบันที่มีชื่อของเมืองไทยและปัจจุบันกำลังศึกษาต่อปริญญาโทในสาขาเดียวกับที่เธอจบมา อยู่ปีสุดท้าย ตอนนี้อยู่ใน่ทำวิทยานิพนธ์มีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ประกอบด้วย แม่ และ น้องชายส่วนพ่อหนีไปมีครอบครัวใหม่ั้แ่เธอเรียนอยู่ชั้นป.5 และไม่เคยติดต่อและมาหาครอบครัวเลยสักครั้งแม่ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานใหม่ เฝ้าเพียรพยายามเลี้ยงดูลูกให้ดีแต่โดยลำพังด้วยความรักและสงสารแม่ เธอและน้องจึงพยายามตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้งานที่ดีและรายได้ที่ดี และเป็ยาชูกำลังให้กับแม่ มีแรงกายแรงใจในการทำงานเพื่อหาเลี้ยงเธอและน้องหากยังเป็การช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ด้วยการหารายได้พิเศษมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วยเพราะเธอมีผลการเรียนและความประพฟติดี จึงได้รับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จนจบปริญญาตรีที่สำคัญเธอหวงแหนความโสดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด บอกกับทุกคนที่ถามไว้ว่า จะไม่แต่งงานโดยเด็ดขาด!
แต่ง! เป็เสียงของเครื่องเขียนดีวีดีที่เด้งออกมาจากตัวเครื่อง บ่งบอกว่าเครื่องได้ทำการเขียนข้อมูลลงแผ่นดีวีดีเสร็จสมบูรณ์แล้วและให้นำแผ่นออกจากเครื่องเขียนซีดีได้เลย
ต้นพรขยับเลื่อนเก้าอี้เข้าหาโต๊ะทำงานพลางเอื้อมมือไปหยิบแผ่นซีดีออกจากเครื่องเขียนซีดี หยิบปากกาเขียนซีดีเขียนชื่อชิ้นงานที่เธอทำ แล้วนำไปใส่ซองที่เตรียมไว้ วางมันไว้บนโต๊ะทำงาน และทำการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืนบิดซ้ายบิดขวาไปมาเธอเดินตรงไปที่ระเบียง ยกมือทั้งสองข้างเกาะราวระเบียง พลางมองดูต้นไม้ที่มีใบสีเขียวมันเป็เคล็ดลับประจำตัวที่สามารถช่วยผ่อนคลายและถนอมสายตาได้เป็อย่างดี เคยอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตว่าในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละครั้งไม่ควรเกินสองชั่วโมงและควรนั่งห่างจากจอภาพไม่น้อยกว่า30 เิเเพื่อลดปริมาณรังสีทีแผ่ออกมา เป็การช่วยลดแสงจ้า แสงสะท้อนและไฟฟ้าสถิตช่วยให้ความล้าของสายตาลดลงและป้องกันแสงสะท้อนเข้าสู่ตาได้ระดับหนึ่ง ให้ลุกขึ้นพักสายตาโดยให้มองดูสิ่งพิมพ์ตัวโต ๆ หรือดูใบไม้สีเขียวประมาณ 10 - 15 นาที ซึ่งเธอได้เลือกทำอย่างหลัง ซึ่งเป็วิธีที่เห็นผลเร็วกว่าวิธีอื่นเธอจึงจำและใช้วิธีนี้มาตลอด เป็ผลทำให้เธอมีสายตาที่ปกติดี ทั้ง ๆที่เธอจะต้องใช้สายตาในการจ้องจอคอมพิวเตอร์ วันหนึ่ง ๆ ไม่ต่ำกว่าแปดถึงสิบชั่วโมงหรือบางวันมากกว่านั้นถ้ามีงานเร่งด่วนวิธีดังกล่าวเหมาะสำหรับจอภาพธรรมดา ในปัจจุบันได้มีการผลิตจอภาพแบบใหม่ที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงเหล่านี้เรียกว่าจอแอลซีดี(LCD)คุณสมบัติ คือ น้ำหนักเบา จอแบนทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง ป้องกันแสงได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งแผ่นกรองแสงอีกต่อไปมีคุณภาพดีกว่าจอภาพแบบเดิม แต่มีราคาสูงกว่าจอภาพธรรมดาสองถึงสามเท่าแล้วแต่ยี่ห้อ ขนาดของจอภาพ และความสามารถในการกรองแสง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าจะได้จอภาพที่ไม่มีอันตรายกับผู้ใช้จะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนนั้นไม่มีสามารถตอบได้ บางทีกว่าจะทำได้สำเร็จสายตาและสุขภาพอาจจะย่ำแย่จนเกินที่จะเยียวยาแล้วก็ได้ถ้าไม่รู้จักที่จะดูแลตัวเองเสียั้แ่ตอนนี้
หลังจากได้พักสายตาแล้ว ต้นพรเดินเข้าห้องนอนเพื่ออาบน้ำแต่งตัวออกไปออฟฟิศ เพื่อเอางานไปส่งให้เ้านายจอมโหด และเธอได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าก่อนที่จะเข้าออฟฟิตจะหาอาหารกลางวัน อร่อย ๆ ทานกับเพื่อนรัก ที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาเกือบสองอาทิตย์ เวลาปกติเธอจะทำทานเองในคอนโด แต่วันนี้เธอตั้งใจจะไปทานข้างนอกกับเพื่อนๆ และเพื่อเป็การเปลี่ยนบรรยากาศหลังจากที่คร่ำเคร่งอยู่กับงานจนไม่ได้โผล่หน้าไปพบเจอเพื่อนฝูงเลย ซึ่งเป็ที่รู้กันในกลุ่มของเพื่อนๆ ว่าถ้าเธอปฏิเสธที่จะไปพบปะนั้นแสดงว่าเธอกำลังโหมงานอย่างหนักถ้าเสร็จงานเมื่อไรเธอก็จะเป็คนติดต่อกับเพื่อน ๆ เอง และ วันนี้เธอได้โทรนัดกับเพื่อนๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนโอเค ถึงแม้ว่าจะมีอิดออดอยู่บ้าง
ต้นพรเดินเข้าไปในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยตรงไปหาร้านอาหารไทยที่นัดกับเพื่อน ๆ ไว้พอมาถึงเธอเริ่มสอดส่ายสายตามองหากลุ่มของเพื่อน ๆเพราะรู้ว่าเธอจะมาถึงทีหลังเสมอ เนื่องจากเธออยู่ไกลกว่าเพื่อน
“ เฮ้! ไอ้ต้น ทางนี้ ”
เธอมองไปตามทิศทางที่มาของเสียงที่เรียกเธอเป็เสียงของยัยสมชายที่ตัวเป็ชาย แต่ใจเป็หญิง ถ้าเวลาเพื่อน ๆโกรธเ้าหล่อนก็มักจะได้ฉายาใหม่ว่า “อีกะเทยควาย” เสียงของหล่อนดัดจริตจนน่าหมั่นไส้กอรปกับอาการมั่นใจสุด ๆ แบบไม่แคร์สายตาโต๊ะอื่นที่มองมา แถมหล่อนยังเชิดหน้าใส่สายตาเ่าั้อย่างไม่ยี่หระเพื่อน ๆ มองตากันพลางส่ายหน้าเอือมระอากับกิริยาของเ้าหล่อน ต่างสามัคคีกันถอนหายใจเอาอีกแล้ว...เพื่อนเรา อาการเรียกร้องความสนใจของหล่อนได้ออกปฏิบัติการอีกครั้ง แล้วอย่าหวังว่าใครจะขวางหล่อนได้ ขอบอก! ไม่มีทาง!
สมชาย พรหมมานต์ร่างเป็ชายแต่ใจเป็หญิง มีฐานะที่มั่งคั่ง ครอบครัวทำธุรกิจยานยนต์ ทั้งซ่อมและขายอุปกรณ์ยานยนต์ทุกยี่ห้อที่มีขับในเมืองไทยด้วยที่ครอบครัวมีอาชีพนี้ การซ่อมรถเป็และดูแลจัดซื้ออะไหล่รถยนต์มันจึงซึมซับเข้าไปในหัวอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องไปขวนขวายเรียนมันอีกแต่เขาไม่ได้มาช่วยงานของครอบครัว ขอแยกตัวออกไปทำธุรกิจขายดอกไม้และรับตกแต่งทั้งในและนอกสถานที่แม้ว่าเขาจะจบมาทางด้านบริหารก็ตาม แต่ถ้าว่างจากการเรียนเมื่อใดเขาจะขวนขวายไปศึกษาฝึกฝนในสิ่งที่ตนชอบอยู่เสมอ ด้วยมีใจรักทางด้านนี้ จึงขออนุญาตครอบครัวมาสร้างธุรกิจของตัวเองเป็เพื่อนรักของต้นพรั้แ่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่สอง และคบกันมาจนกระทั่งทุกวันนี้
“งานเสร็จแล้วหรือยะหล่อน ถึงโผล่หน้ามาให้เห็นได้น่ะ”
สมชายจีบปากจีบคอพูดแล้วทำตาประหลับประเหลือกค่อนขอดต้นพรแต่เธอก็ไม่เคยโกรธเพื่อนรักคนนี้สักที แถมยังยิ้มรับคำนั้นอย่างหน้าชื่นตาบานและทำหน้าเล่นทะเล้นอย่างน่าหมั่นไส้ จนทุกคนต่างสามัคคีขว้างค้อนอันเบ้อเริ่มมาให้เธอจนรับแทบไม่ทันเพื่อนรักทั้งสามพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ แกต้องเป็คนจ่าย! เข้าใจ๋! ”
ทุกคนพูดออกมาพร้อมกันแถมยังส่งสายตาคาดคั้นโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ ได้แต่ยิ้มรับโดยดุษฎี เพราะเธอเป็คนนัดเองนี่นะ
“ ฮี่ ๆ ก็ได้จ่ะแหม... ไม่เปิดโอกาสให้เราได้อุทรธ์มั่งเลยหรอ “
ต้นพรส่งสายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเพื่อนๆ เผื่อจะได้รับความเห็นใจบ้าง
“ ไม่ได้! โทษฐานที่แกบังคับพวกเราทำตัวให้ว่าง เพื่อที่จะนำพาบอดี้อันสวยงามมาพบแก รู้ไหมว่าพวกเราลำบากแค่ไหนกว่าจะปลีกเวลามาได้น่ะเพราะฉะนั้น แกต้องรับผิดชอบ! ไอ้ต้น! “
ตติยาเป็คนพูดขึ้นมาบ้างและอีกสองคนที่เหลือก็ส่งเสียงสนับสนุนโดยไม่ได้นัดหมาย
ตติยา ธรรมกาญจน์หรือ ตีตี้ เป็บุตรสาวคนที่สามของนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย เธอจบบริหารธุรกิจและตอนนี้เธอช่วยบริหารธุรกิจในครอบครัว ซึ่งแบ่งกันบริหารธุรกิจที่มีมากมายกับพี่ชายอีกสองคน
“ ใช่! ”
เพื่อเป็การสำทับว่าต้นพรจะปฏิเสธไม่ได้เด็ดขาดไม่งั้นมีเื่ได้เสีย
“ ฮึ่ม!จำไว้เลยนะ คนรวยรังแกคนจน ๆ และน่ารัก ๆ อย่างฉันได้ลงคอ ”
เธอพูดพลางชี้หน้ากราดเพื่อนๆ ที่รัก ด้วยท่าทีที่ไม่จริงจังมากนัก พร้อมกันนั้น ทุกคนก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันกอรปกับความดีใจที่ได้พบปะกันอีกครั้ง ซึ่งนับวันแต่ละคนต่างก็มีงานรัดตัวมากขึ้นการที่จะหาเวลามาเจอะเจอกันแบบครบเซ็ตเช่นนี้ มันน้อยลงไปทุกที
“ เชอะ!”
ทั้งสามคนต่างสามัคคีกันส่งเสียงออกมาพร้อมกันราวนัดกันไว้
“ ไง ทุกคนสบายดีหรอ”
ต้นพรเริ่มทักทายเพื่อนรักทุกคนด้วยท่าทีที่มีความสุข เพราะงานเธอก็เสร็จแล้วไม่มีอะไรที่จะต้องห่วงกังวลอีกต่อไป แต่ละคนได้แต่ส่ายหน้ากันหมดเพราะ่นี้เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ทำให้ธุรกิจดำเนินไปด้วยดีและได้ผลกำไรที่ดีเกิดคาดทำให้ทุกคนกำลังสนุกกับงานกับกำไรที่ได้จนแทบไม่มีเวลาเป็ของตัวเองแต่ก็ทำมันด้วยความสุข ทั้ง ๆ พวกเขาไม่ทำอะไรก็มีกินเผื่อไปถึงชาติหน้าเลยด้วยซ้ำเพราะแต่ละคนนั้นล้วนมีฐานะดีอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยทั้งนั้นยกเว้นเธอที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็พออยู่พอกินและมีเก็บบ้างนิดหน่อย แล้วยังมีเหลือส่งไปให้ทางบ้านอีกด้วยยิ่งถ้ายึดหลักเศรฐกิจพอเพียงของในหลวงด้วยแล้วเธอและครอบครัวสามารถอยู่ได้อย่างสบายไปตลอดชีวิต
“ จ้า...กำลังทุกข์ใจกับเงินที่ได้น่ะ ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน หรือเอาไปทำอะไรดี”
ปูเป้เธอผู้ซึ่งตัวเป็หญิงแต่ใจเป็ชาย เป็ฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง หลังจากที่นั่งฟังคนอื่นพูดมานาน แถมยังทำหน้ายียวนกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้
ปูเป้ หรือ ปุณญาพร เลิศวนาฤทธิไกรร่างเป็หญิงแต่กายเป็ชาย พอได้ยินนามสกุลแล้วไม่ต้องถามต่อเลยว่าฐานะเป็อย่างไรเพราะเป็นามสกุลของผู้ดีมีสกุลที่เก่าแก่ และมีฐานะร่ำรวยครอบครัวของปูเป้ทำธุรกิจทางด้านอัญมณี ผลิตส่งออกนอกเป็หลัก เธอจึงเรียนทางด้านการออกแบบพอจบมาจึงมาช่วยกิจการของครอบครัว ใหม่ ๆ ครอบครัวรับไม่ได้กับสิ่งที่เธอเป็อยู่แต่พอเข้ามาช่วยบริหารงานในบริษัทจนเจริญรุ่งเรือง จึงทำใจยอมรับได้ในภายหลัง
“ย่ะ! คุณมหาเศรษฐี คงจะกลุ้มใจมากสินะ อย่าคิดจนเส้นเืในสมองแตกล่ะถ้าถึงตอนนั้นก่อนจากไป อย่าลืมทำพินัยกรรมเผื่อแผ่มาให้เพื่อนคนนี้มั่งนะเรายังมีความ้าอีกมาก... ”
“ ฮึ่ม! นี่แกแช่งพวกเราเหรอ เดี๋ยวเถอะ ๆ น่าดู ฝันไปเถอะโว๊ย! เรายังอยากมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยก็ขอให้ถึงวันที่แกได้แต่งงานก่อนเราจะได้นอนตายตาหลับไง ”
ปูเป้ยังจ้อได้ต่อ พลางหัวเราะชอบใจเพื่อนคนอื่นก็ผสมโรงไปได้วยกับคำพูดที่โดนใจดำของต้นพร ซึ่งมันเป็คำพูดที่ใช้ได้ผลมานานแล้ว
“ ถ้างั้นแกก็คงจะต้องรอไปจนแก่ตายนั่นแหล่ะ จ้างก็ไม่มีวันได้เห็น ฮะ ฮะ ฮ่า”
“ นี่แกพวกเราเป็ห่วงแกจริง ๆ นะ อยากให้แกมีใครสักคนมาช่วยดูแลน่ะ”
ตติยาสำทับขึ้นอีกที ทั้ง ๆที่ของตัวเองก็ยังไม่มีเป็ตัวเป็ตน ยังคงเฉิดฉายอยู่ในวงไฮโซมีหนุ่ม ๆทยอยมาให้เลือกเยอะแยะก็ตาม แต่ยังไม่มีใครได้ใจเธอสักคนและยังมีใจห่วงเพื่อนรักโดยลืมนึกถึงตัวเอง
“ โอ๊ย! ขอบพระคุณเป็อย่างสูงเ้าค่ะ ไม่ต้องมาห่วงเราหรอก พวกแกก็รู้ว่าเราเก่งจะตาย และสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วง แล้วไม่ต้องมาหาคู่มาให้เราอีกนะขอร้อง... ไม่งั้นเลิกคบกันไปเลย! ”
ต้นพรถือโอกาสขู่เพื่อน ๆทำให้แต่ละคนเงียบกริบไปโดยปริยายไม่มีการพูดต่อในเื่ดังกล่าว แต่อย่าหวังว่าจะทำตามประสงค์เพราะทุกคนมีแผนอยู่ในใจเสมอ แม้ว่าที่ผ่านยังไม่เคยสำเร็จและโดนต่อว่าประจำก็ตามแต่... ทุกคนไม่เคยละความพยายามที่จะหาคู่ให้ต้นพร ซึ่งในข้อนี้เ้าตัวก็รู้ซึ้งดีและััได้จากความรักและความจริงใจของเพื่อนรักว่าทำไปด้วยความหวังดีต่อเธอเป็ที่ตั้งจริงๆ
หลังจากนั้นทุกคนก็สนทนาในเื่สัพเพเหระตามประสาเพื่อนรักที่ไม่ได้พบปะพูดคุยกันมานาน ต่างหัวเราะสนุกสนานทานข้าวเสร็จทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตนเอง
ต้นพรแยกจากเพื่อน ๆขับรถตรงไปยังตึกที่ตั้งของสำนักงานทันที เพื่อเอางานไปส่งให้เ้านายสุดหล่อของเธอซึ่งเป็อีกคนหนึ่งที่คอยตามจีบเธออยู่ แต่เธอก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้มาตลอด
เธอก้าวออกมาจากลิฟต์ เดินตรงไปยังห้องทำงานระหว่างทางเจอเพื่อนร่วมงานในบริษัทเดียวกันก็ส่งเสียงทักทายทุกโต๊ะที่เดินผ่าน ขณะเดินใกล้จะถึงมุมทางโค้งของมุมตึกเพื่อจะไปยังห้องทำงานของเ้านายทันใดนั้นได้มีเสียงะโเรียกเธอมาจากทางด้านหลังทำให้เธอหันไปตามเสียงเรียกนั้นทั้ง ๆ เท้าเธอยังก้าวเดินต่อไปโดยไม่หยุดทำให้ไม่เห็นทางข้างหน้าว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่หรือไม่
พลึ่ก!
ว้าย!
โอ๊ะ!
เสียงทั้งหมดทั้งมวลเป็เสียงที่เกิดจากการปะทะร่างกันระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวถ้าดูตามเหตุการณ์แล้ว ชายหนุ่มคนนี้เดินมาปกติไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด แต่สายตาเขาไม่ได้มองไปข้างหน้าเนื่องจากหันไปคุยกับเลขาพอดีส่วนหญิงสาวนั้นเธอก็เดินมาปกติเหมือนกันแต่ตาก็ไม่ได้มองไปข้างหน้าเช่นกัน เพราะหญิงสาวหันไปตามทิศทางของเสียงทักทายของเพื่อนในที่ทำงานช่างบังเอิญเหลือเกิน ที่ทั้งสองคนมาเดินอยู่ในเส้นทางเดียวกัน แต่เป็ทิศทางที่ตรงกันข้ามกันเพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลย ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
หญิงสาวส่งเสียงร้องออกมาด้วยความใและเสียการทรงตัวเซผงะมาทางด้านหลังล้มลง แต่โชคดีที่สะโพกและศรีษะไม่กระแทกกับพื้นทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็เช่นนั้น เนื่องจากมีอ้อมแขนของชายหนุ่มที่เธอชนนั้นรองรับเอาไว้ทันนั่นเองวงแขนของเขาโอบรอบเอวของเธอพร้อมทั้งดึงขึ้นมาปะทะอกกว้างที่แข็งแกร่งและอบอุ่นหญิงสาวเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความใด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดเพื่อให้ตัวเองไม่ได้รับาเ็ เธอจึงยกแขนขึ้นเกาะเกี่ยวสิ่งใกล้ตัวไว้ซึ่งก็คือคอของชายหนุ่มนั่นเองเมื่อสองร่างประชิดกันแแ่ ก่อให้เกิดอาการเต้นหัวใจทั้งสองดวงอย่างผิดปกติ เกิดอาการชาวาบแปลบปลาบแล่นไปทั่วทุกอณูของร่างกายอย่างที่ทั้งสองคนไม่เคยเป็มาก่อน ทั้งสองสบตากันเข้าอย่างจังนิ่งนาน และเป็ทางฝ่ายต้นพรที่ได้สติก่อนเธอยิ้มให้เขาและเริ่มรู้สึกตัว พร้อมกับปล่อยมือออกจากคอของเขา และมายันที่อกของเขาแทนเป็กิริยาที่บ่งบอกถึงความหวงเนื้อหวงตัวอย่างเห็นได้ชัดส่วนเขาเลิกคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตาระยิบระยับที่ส่อแววขบขันออกมา ทำให้หญิงสาวหน้าแดงระเรื่อด้วยความอายเป็ภาพที่น่ารักน่าใคร่เหลือเกิน มือเขายังโอบกอดหญิงสาวอยู่โดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมันเป็ความรู้สึกภายในที่ไม่้าปล่อยหญิงสาวให้เป็อิสระ ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับหญิงสาวคนไหนมาก่อนพาให้แปลกใจตัวเองยิ่งนัก
ต้นพรเพิ่มแรงในการยันหน้าอกของชายหนุ่มมากขึ้นและแววตาเริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจเข้ามาแทนที่ เนื่องจากเขายังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอจึงเอ่ยปากพูดกับเขา และพยายามที่จะใช้คำพูดที่สุภาพมากที่สุด
" ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยไม่ให้ดิฉันล้มและขอความกรุณาปล่อยดิฉันด้วยค่ะ "
หญิงสาวพูดกับเขาด้วยภาษาอังกฤษที่สุภาพเพราะดูชายหนุ่มคนนี้ไม่น่าจะใช่คนไทย เธอจึงตัดสินใจใช้ภาษาสากลแทน
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดกับเขาเขายิ้มเหย ๆ ออกมาอย่างกระดาก ที่ถูกหญิงสาวเตือน แล้วค่อย ๆปล่อยมือออกจากเอวหญิงสาวอย่างแสนเสียดาย ให้นึกแปลกใจตัวเองที่กระทำกิริยาเช่นนี้ออกมาทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วเขาไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อนเลยเขาตอบกลับไปเป็ภาษาเดียวกัน
" เอ่อ...ขอโทษครับที่เสียมารยาท "
ถึงแม้เขาจะพูดขอโทษกับเธอแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น เธอมองเขาและค่อนขอดอยู่ในใจคนอะไรไม่มีความเป็สุภาพบุรุษเอาเสียเลย แสดงออกอาการเ้าชู้อย่างเห็นได้ชัด ท่าทางดูจะเป็คนมีฐานะดีหน้าตาดีอยู่หรอกฮึ! เกลียดจริงเชียวผู้ชายประเภทนี้ คงมองผู้หญิงเป็เพียงแค่ขนมหวานเสียกระมัง เธอคิดพลางแลตามองเขาพร้อมกับทำเชิดหน้าใส่เม้มริมฝีปากเป็เส้นตรงแสดงถึงความไม่พอใจกับพฤติกรรมของเขา
" ไม่เป็ไรค่ะและขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยให้ดิฉันไม่ล้มไปกระแทกพื้นค่ะ "
เธอกล่าวขอบคุณเขาตามวิสัยของคนมีพื้นฐานการอบรมที่ดีแต่ภายในใจยังขุ่นเคืองอยู่ไม่คลาย
" ไม่เป็ไรครับ"
เขาตอบไปอย่างกระดาก และรู้สึกละอายในการกระทำของตัวเองเพราะสังเกตเห็นท่าทีและแววตาของหญิงสาวแสดงอาการไม่พอใจต่อการกระทำของเขาอย่างชัดแจ้ง
" งั้นดิฉันขอตัวนะคะสวัสดีค่ะ"
หญิงสาวรีบรวบรัดขอตัวทันที พอพูดเสร็จเธอก้มศรีษะเล็กน้อยให้เขาพร้อมทั้งก้าวเท้าเดินจากไปทันที โดยไม่หันกลับมาอีกเลย
ส่วนชายหนุ่มหมุนตัวกลับไปมองตามหลังหญิงสาวไปจนลับตาแล้วเม้มริมฝีปากของตนเองจนเป็เส้นตรง เขาบอกกับตัวเองว่าเขาสนใจผู้หญิงคนนี้เสียแล้วบอร์ดี้การ์ดและเลขาอีกสองคนมองพฤติกรรมของเ้านายอย่างฉงนเนื่องจากไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่แสดงกับผู้หญิงคนไหนเช่นนี้มาก่อน ทั้งสองมองหน้ากันแต่ไม่มีถ้อยคำใดๆ หลุดออกจากปากของพวกเขา และรีบก้าวเดินตามเ้านายเข้าห้องประชุมไป
ชายหนุ่มคนนี้ คือ ซื่อเทียนหรือ อาซื่อ นักธุรกิจรายใหญ่ ในประเทศฮ่องกง อายุสามสิบสาม เป็ชายหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างดี ที่สำคัญโสดสนิท เป็ทายาทคนเดียวของตระกูลที่จะต้องสืบทอดธุรกิจของครอบครัวทำธุรกิจหลายอย่าง เช่น ธุรกิจค้าอัญมณี เสื้อผ้า กิจการโรงแรม ห้างสรรพสินค้า การท่องเที่ยวที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลกเลยทีเดียว ดูคุณสมบัติของพ่อเ้าประคุณแล้ว แน่นอนว่าจะต้องเป็ที่หมายปองของบรรดาสาวๆ อย่างไม่ต้องสงสัย และมีตำแหน่งคาสโนว่าหน้าหยกเบอร์หนึ่งของฮ่องกงพ่วงมาด้วย เขามาประเทศไทยครั้งนี้เพื่อเข้าร่วมประชุมกลุ่มนักธุรกิจในภูมิภาคเอเชียปีนี้ประเทศไทยเป็เ้าภาพ ขณะนี้เขากำลังเข้าร่วมประชุม ณ อาคารแห่งนี้และการมาครั้งนี้เขามีผู้ติดตามมาด้วยสี่คน คือ
หนึ่ง เฉินฟง สอง หงฟง ทำหน้าที่เป็บอร์ดี้การ์ดมีความเชี่ยวชาญทางด้านการต่อสู้และการใช้อาวุธเป็อย่างดีและถูกจ้างมาด้วยค่าตัวแพงลิบ
สาม เหลยเซิ่งทำหน้าที่เลขา
สี่ กู่ฟง ทำหน้าที่เลขา
ก่อนที่ซื่อเทียนจะเข้าห้องประชุมหันไปพูดกับเลขาทั้งสอง
" ไปสืบประวัติของผู้หญิงคนเมื่อกี้ให้ด้วยขอเร็วที่สุด และจ้างนักสืบคอยดูพฤติกรรมของเธอแล้วรายงานให้ผมทราบทุกวันด้วย"
“ ครับ”
ทั้งสองรับคำสั่งจากเ้านาย และต่างก็เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงสนใจผู้หญิงคนนั้นนัก เท่าที่เห็น หญิงสาวคนนั้นหน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่นสะดุดตาอะไรแต่งตัวออกจะเชยไปเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเทียบไม่ได้กับสาว ๆ ที่เ้านายของเขาควงอยู่เลยสักคนได้แต่มองหน้ากันและมีเครื่องหมายคำถามอยู่ในทุกรูขุมขน[oใบหน้าเลยทีเดียวแบบว่า ‘ เง็ง มึนตึ๊บ พะย่ะค่ะ’ พอหันไปหาเ้านาย ก็เดินเข้าห้องประชุมไปแล้ว พร้อมกับบอร์ดี้การ์ดทั้งสอง
" เฮ่ย!เ้านายเราเอาจริงหรือวะ "
หลี่เหว่ยถามเพื่อนด้วยความไม่แน่ใจและยังไม่ปักใจเชื่อในสิ่งที่เ้านายเขาสั่งให้ทำ ทั้ง ๆ ที่ได้ยินเต็มสองหู
" ไม่จริงได้ไงวะ ก็สั่งมานี่หว่ากู่ฟงแกเข้าประชุมกับเ้านายนะ ส่วนข้าจะไปหาข้อมูลที่นายสั่ง พอประชุมเสร็จแล้วยังไม่ได้ เราสองคนมีหวังโดยเล่นงานแน่ๆ "
เหลยเซิ่งอาสาไปหาข้อมูลด้วยตัวเอง
เลขาทั้งสองจึงแยกกันไปปฏิบัติงานของตัวเองทันที