(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 111 ไวทเคานต์นิคเท่จริงๆ

    ตอนที่ 111 ไวทเคานต์นิคเท่จริงๆ



    เจ้าของร้านและเหล่านักผจญภัยที่อยู่ในบริเวณร้านอาหารสามเวลา ต่างหันไปมองถึงเสียงของ ท่านไวทเคานต์นิค ด้วยความตกใจ

    ลำพังแค่การมาถึงของคุณผู้หญิง ผู้เป็นภรรยาของท่านไวทเคานต์ก็ทำให้ กลุ่มเจ้าของร้าน หน้าถอดสีกันไปหมดแล้ว ยิ่งกอปรเพิ่มเติมด้วยท่านไวทเคานต์นิคเข้าไปด้วยอีกคน จิตใจของกลุ่มเจ้าของร้านก็แทบจะดับวูบ...อยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เลยทีเดียว



    “พวกเจ้ามีเรื่องอันใด...ถึงได้ยกโขยงกันมาล้อมร้านอาหารสามเวลา เช่นนี้?!” ไวทเคานต์นิค ที่ด้านหลังมีหัวหน้าหน่วยและกลุ่มองครักษ์อีกนับสิบ ได้เอ่ยถามกับกลุ่มเจ้าของร้าน ด้วยถ้อยคำที่ดูเคร่งขรึม


    “ข้าน้อยเป็นเจ้าของร้านอาหาร ที่ชื่อว่าร้านกระทะทอง โดยข้าน้อยมีร้านอาหารตั้งอยู่ในเมืองหลวงและตามเมืองใหญ่ต่างๆ ข้าน้อยและเจ้าของร้านคนอื่นๆ เห็นว่า ร้านอาหารสามเวลานั้น ตั้งราคาอาหารนั้นถูกจนเกินไป กลัวว่าพวกเขาจะแอบแฝงเลศนัย หลอกลวงกับลูกค้าที่ไม่รู้เรื่อง จึงตั้งใจจะมาตักเตือนให้ทุกคนระวังตัวก็เท่านั้น ขอรับ” เจ้าของร้านกระทะทองที่ยังคงหมอบคลานอยู่กับพื้น เมื่อเห็นไวทเคาน์นิคผ่านมาทางนี้



    แม้จะยังคงตื่นกลัวและตกใจกับการที่จู่ๆ ครอบครัวของไวทเคานต์นิค ได้โผล่มาที่ร้านอาหาร อีกทั้งยังพูดช่วยปกป้องร้านอาหารบ้านนอกแห่งนี้


    แต่กระนั้น เจ้าของร้านกระทะทองที่ โหยหาชื่อเสียงและอยากที่โด่งดังเหมือนกับกามิน ก็ถือโอกาสนี้ ออกไปเสนอหน้าให้กับไวทเคานต์นิคได้รู้จักตนเองดูสักครั้ง


    เจ้าของร้านกระทะทอง ไม่เหมือนกับเจ้าของร้านคนอื่นๆ ตรงที่เขานั้นหน้าหนา หน้าด้าน



    ขอเพียงได้มีโอกาสพบกับคนใหญ่ คนโต หรือขุนนางที่มีเงินทองมาพอจะชุบเลี้ยงตนเองได้ เจ้าของร้านกระทะทองก็พร้อมที่จะประจบสอพลอและเสนอหน้าเข้าหาโดยทันที



    ทั้งนี้ แม้เจ้าของร้านกระทะทอง จะเสนอตัว เช่นไร…แต่ก็ดูเหมือนว่าทางด้านของไวทเคานต์นิค จะไม่ได้สนใจการมีอยู่ของอีกฝ่ายเลย


    “ฉันไม่ได้ถามว่าเจ้านั้นเป็นใครหรือมาจากไหน อีกอย่างฉันเองก็ไม่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ ร้านกระทะทอง ที่บอกว่าตั้งอยู่ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่เสียด้วยซ้ำ” คำพูดเพียงประโยคเดียวของท่านไวทเคานต์นิค ไม่ต่างอะไรกับมีดนับพันเล่มที่กรีดเข้ากลางใจของเจ้าของร้านกระทะทอง



    ‘ไม่รู้จัก...ไม่เคยได้ยิน...และก็ไม่ได้อยากรู้ว่า เจ้าเป็นใคร!’



    เป็นคำพูดที่แสน เจ็บปวดหัวใจ สำหรับเจ้าของร้านกระทะทองเสียเหลือเกิน



    ทว่า...ในสายตาคนของภายนอก ยิ่งถ้าเป็นคนที่ข้องเกี่ยวกับร้านอาหารสามเวลาอย่างกลุ่มลูกค้าขาประจำ เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของท่านไวทเคานต์ก็พลัน แอบสะใจ กันอยู่ไม่น้อย


    ‘ท่านไวทเคานต์นิค นี้เท่จริงๆ สมแล้วที่เป็นถึงขุนนาง ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจาก องค์พระราชาโจเซฟ เดอ ลูน่า แห่งอาณาจักรลูนาเทีย’

    กระนั้น คำพูดของท่านไวทเคานต์นิคที่พูดออกไป ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น


    “ในเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้ามีร้านอาหารอยู่ตามเมืองใหญ่ต่างๆ ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าที่อยู่ด้านหลังก็เป็นร้านที่มาจากตามหัวเมืองต่าง ใช่หรือไม่?!” ไวทเคานต์นิคคราวนี้ หันไปถามกับกลุ่มเจ้าของร้านที่เหลือ


    ทุกคนต่างพยักหน้าตอบรับกัน งึกงึก~ แต่ก็มีบางคนที่ส่ายหน้า พร้อมกับตอบกลับว่า พวกเขาเป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ จากหมู่บ้านดาราฉาย



    แน่นอนว่า แมทที่มีหน้าที่เป็นคนจัดแถวให้กับลูกค้า และอยู่ในเหตุการณ์มาตั้งแต่แรก ก็ดูจะโกรธมากที่เห็นร้านค้าจากหมู่บ้านของพ่อตัวเอง กล้ามาหาเรื่องตนเองเช่นนี้ เพียงแต่ด้วยคำพูดของโทมัสและจิม ที่ได้เข้ามาห้าม แมท เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสามารถทำให้ แมท สงบลงได้นั่นเอง



    ทางด้านของไวทเคานต์นิค ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นคนกลาง ระหว่างกลุ่มเจ้าของร้านกับร้านอาหารสามเวลา ยืนรับฟังถึงที่มาที่ไปของเจ้าของร้านกลุ่มนี้ อยู่สักพัก ด้วยความสงบนิ่ง



    ก่อนที่สุดท้าย เมื่อรับฟังถึงที่มาที่ไปจนจบ ขุนนางวัยกลางคนก็ปล่อยเสียงหัวเราะของเขาออกมา



    สร้างความงุนงงให้กับกลุ่มเจ้าของร้านเป็นอย่างมาก ว่าจู่ๆ ไวทเคานต์นิคนั้นหัวเราะออกมาทำไม โดยไม่รู้เลยว่า ต่อจากนี้ กลุ่มของเจ้าของร้านพวกนี้จะต้องเสียหน้ากันมากแค่ไหน



    “พวกเจ้าก่อนจะมาเปิดร้านอาหารที่ไหน พวกเจ้าเคยได้สำรวจและศึกษาถึงร้านประจำถิ่นมาก่อนหรือไม่ ว่าพวกเขาขายอาหารกันอยู่ที่เท่าไร?”

    ไวทเคานต์นิคเว้นจังหวะลงสักครู่หนึ่ง โดยคำถามนี้ ทางด้านของขุนนางวัยกลางคน นั้นไม่ต้องการคำตอบจากกลุ่มเจ้าของร้าน

    เพราะไวทเคานต์นิครู้มาตั้งแต่ต้นแล้วว่า กลุ่มเจ้าของร้านพวกนี้ ไม่เคยสำรวจหรือศึกษาถึงร้านประจำถิ่น กันเลยสักนิด



    ในทุกๆ ครา ที่มีการพบอสูรระดับที่เป็นภัยต่อบริเวณใกล้ๆ จะมีเหล่านักผจญภัยเดินทางกันไปยังที่แห่งนั้นกันมากมาย กลุ่มเจ้าของร้านพวกนี้ที่อาศัยว่ามีเงินทุนอยู่มากหน่อย ก็มักจะติดตามไปเปิดร้านตามที่ได้กล่าวมา


    หากแต่ว่า ร้านอาหารประจำถิ่น ส่วนใหญ่แล้ว มักจะสู้กับร้านอาหารพวกนี้ไม่ได้ ด้วยคุณภาพและรสชาติของอาหาร ที่นักผจญภัยส่วนใหญ่หรือแม้กระทั่งชาวบ้าน ล้วนแล้วแต่ก็อยากกินของอร่อยๆ ด้วยกันทั้งนั้น

    ทำให้ร้านประจำถิ่นมักจะพ่ายแพ้ อยู่เสมอๆ แต่นั้น...ไม่ใช่กับร้านอาหารสามเวลาของไลท์



    ร้านอาหารสามเวลา จากที่ไวทเคานต์นิคได้สัมผัสและได้รับฟังมาจากคาห์นและเจ้าหน้าที่จากสมาคมกิลด์นักผจญภัยที่ตนเองได้ส่งมาตรวจสอบถึงร่องรอยอสูรสีชาด ในก่อนหน้านี้



    ทุกคนต่างก็เอาแต่พูดถึงร้านอาหารสามเวลา ที่รสชาติและเมนูของอาหารในร้านนั้น อร่อยล้ำ จนแทบจะยกให้เป็นอันดับในใจ



    ซึ่งเรื่องนี้ ไวทเคานต์นิคก็รู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง รสชาติของอาหารในร้านแห่งนี้ นั้นอร่อยมาก อร่อยเสียจนตัวเอง อยากจะไล่กามินที่เป็นพ่อครัวประจำตระกูลออกจากตำแหน่งและเสนอมันให้กับ พ่อครัวหนุ่ม นามว่าไลท์ ไปเลยเสียด้วยซ้ำ



    แต่ที่ไวทเคานต์ไม่ทำเช่นนั้น ก็เพราะรู้มาจากคาห์นว่า ถึงจะชักชวนมากสักแค่ไหน เสนอเงินให้กับท่านไลท์มากเพียงใด


    พ่อครัวหนุ่ม ก็ไม่มีใจ ที่จะยอมตกลงมาเป็นพ่อครัวประจำตัวให้กับตนเองแน่ๆ เพราะจุดประสงค์และปณิธาณของไลท์ ที่ต้องการทำอาหารให้กับผู้คนทั่วโลก โดยไม่แบงชนชั้นและวรรณะ ได้กินอาหารของเขามันยิ่งใหญ่เอามากๆ

    ฉะนั้นต่อให้ไวทเคานต์และครอบครัวจะหมายปองและปรารถนา พ่อครัวหนุ่มสักเพียงใด ก็ได้แต่อดกลั้นเอาไว้

    สู้ไม่ชักชวนเสียยังจะดีกว่า...ชักชวนไปแล้ว ทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจให้มองหน้ากันไม่ติด เสียเปล่าๆ



    หรือจะพูดเปรียบเปรยให้เห็นภาพกันง่ายๆ ก็คือ เพื่อนแอบรักเพื่อน ที่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าบอกรักกัน เพราะกลัวว่าจะเสียอีกฝ่ายไป

    โดยที่ ตัวของไวทเคานต์นิค นั้นรู้คำตอบดีอยู่ภายในใจแล้วนั่นเอง



    ไวทเคานต์นิคและครอบครัว จึงทำได้แค่ เป็นเพื่อนร่วมทางไปกับไลท์ ไม่มุ่งหมายที่จะครอบครอง แต่จะขอดูแลอยู่ข้างๆ ตราบเท่าที่กำลังของตนเองจะทำได้

    และในเหตุการณ์ในวันนี้ ก็ถึงเวลาแล้วที่ ไวทเคานต์นิคและครอบครัว ที่ขอเดินร่วมทางไปกับไลท์ จะช่วยปัดเป่าเส้นทางที่เข้ามาขวางทางเดินของไลท์ ให้หมดสิ้นไป



    “พวกเจ้าไม่เคยศึกษากันเลยสินะ แล้วเช่นนั้นพวกเจ้าจะมากล่าวหาร้านอาหารแห่งนี้ได้อย่างไร”

    “พวกเจ้าเป็นไม้บรรทัดเหรอ ถึงได้เอาตัวเองและราคาอาหารจากร้านของตัวเอง มาเป็นเครื่องชี้วัด ว่าร้านอาหารสามเวลา นั้นขายอาหารถูกหรือขายแพง!”

    “พวกเจ้าอย่าได้ยกอ้าง ว่าทำไปเพราะเป็นห่วงนักผจญภัย กลัวว่าจะถูกหลอกให้เหม็นเน่าไปหน่อยเลย จริงๆ แล้ว พวกเจ้าแค่ทำเพื่อตัวเองเท่านั้นแหละ!”

    “. . .” เกิดความเงียบขึ้นในหมู่เจ้าของร้านขึ้นอีกครั้ง



    พวกเขาล้วนถูกคำพูดของไวทเคานต์นิค สั่งสอนจนหน้าชาไปหมดแล้ว

    หากในตอนแรก คำพูดของไวทเคานต์นิคจะเปรียบได้ดั่ง คมมีดที่ทิ่มแทง

    หากแต่ในตอนนี้ คมมีดนั้น มันได้ปักคาและหักคาหัวใจของพวกเขาก็ว่าได้



    กลุ่มเจ้าของร้าน ที่ถูกตอกหน้า ต่างก้มศีรษะ โค้งคำนับให้กับไวทเคานต์นิค อย่างคนที่ไร้วิญญาณ พวกเขาต่างเดินคอตกหันหลังกลับไปที่ร้าน ทีละคนสองคน จวบจนกระทั่งเจ้าของร้านกระทะทอง จะเดินกลับไปเป็นคนสุดท้าย



    สีหน้าของเจ้าของร้านกระทะทอง ล้วนเต็มไปด้วยความผิดหวัง แน่นอนว่าความผิดหวังนี้ไม่ได้เกิดจากการที่มันสำนึกในความผิดที่ก่อ

    หากแต่ เกิดจากความผิดหวังที่การพบหน้ากันครั้งแรกระหว่างตนเอง กับไวทเคานต์นิค มันจบลงไม่สวยต่างหาก

    ‘ถ้าไม่ใช่ร้านอาหารบ้านนอกนั้น กับ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ฉันคนนี้ก็คงได้รับการเอ็นดูจากท่านไวทเคานต์ไปแล้ว’ เจ้าของร้านกระทะทอง ลอบด่าทอและคับแค้นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจ หวังจะหาโอกาสแก้แค้นในเร็ววัน



    มันเดินกลับไปยังร้านอาหารของตน พร้อมๆ กับเจ้าของร้านคนอื่น แต่ทว่า...แทนที่จะกลับไปทำอาหาร หน้าที่ใครหน้าที่มัน

    เจ้าของร้านต่างๆ ที่มาจากเมืองหลวงกลับแอบรวมตัวกันอย่างลับๆ เพื่อหมายมั่นจะเอาคืนและสั่งสอนร้านอาหารบ้านนอกแห่งนี้ ให้รู้สำนึกว่าอย่าได้กล้ามาลองดีกับพวกของตน



    “ตอนนี้ พวกเราจะออกตัวเหมือนตอนแรกอีกไม่ได้แล้ว...เอาไว้คืนนี้หลังจากขายอาหารกันเสร็จสิ้น ค่อยมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง ที่รถม้าของฉันก็แล้วกัน” เจ้าของร้านกระทะทองที่แอบจับกลุ่มรวมตัวกับเจ้าของร้านคนอื่นๆ ได้ทำการนัดแนะเวลา ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปตามร้านของตนเอง



    ตัดกลับมาที่ หน้าร้านอาหารสามเวลา...หลังจากความตึงเครียดได้สงบลง กลุ่มลูกค้าที่เคยสละสิทธิ์ของตัวเอง ก็ดูเหมือนจะฉุกคิดได้

    ยิ่งในเมื่อไวทเคานต์นิคและภรรยา ต่างก็เข้ามาช่วยยืนยันให้กับร้านอาหารสามเวลาด้วยตัวเองเช่นนี้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะดื้อดึง ไม่เชื่ออยู่อีก


    แต่เมื่อครั้นจะขอกลับเข้าไปต่อแถวตามลำดับเดิมที่เคยได้รับในตอนแรก ทว่า...ก็ไม่สามารถกลับเข้าไปได้อีกแล้ว ไม่มีลูกค้าที่เคยต่อหลังพวกเขาเห็นใจให้กับคนที่ใจโลเลและขอสละสิทธิ์ไปแล้วให้กลับมา


    ลูกค้าเหล่านี้บางส่วนจึงต้อง จำยอมกลับไปต่อที่ท้ายแถว ซึ่งยาวกว่าเดิมใหม่อีกครั้ง รวมไปถึงก็มีส่วนน้อย ที่เลือกไปกินที่ร้านอาหารอื่นๆ ตามแต่ความสะดวกของแต่ละคน



    “ขอบคุณท่านไวทเคานต์และคุณผู้หญิงมากนะครับ ที่ช่วยพูดให้กับร้านของผม เอาไว้โอกาสหน้า ผมจะขอทำอาหารตอบแทนให้นะครับ” ไลท์ไม่ลืมที่จะขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของไวทเคานต์นิคและภรรยา ในครั้งนี้


    “เรื่องเล็กน้อย ว่าแต่วันนี้ท่านไลท์ทำเมนูอะไรเหรอ ทำไมถึงได้มีลูกค้าคอยต่อแถวมากมายขนาดนี้?” คุณผู้หญิงเอ่ยถาม พลางมองไปยัง กลุ่มลูกค้านับร้อยที่ยืนต่อแถว และมองไปยังกลุ่มลูกค้าที่ได้โต๊ะและกำลังเพลิดเพลินกับเนื้อที่ส่งกลิ่นหอม


    “เป็นเมนูใหม่ที่ชื่อว่า หมูกระทะครับ โดยเมนูนี้ ลูกค้าจะเป็นคนปิ้ง ย่างเนื้อกันด้วยตัวเองทั้งหมด ทางร้านจะเป็นคนสอนและนำวัตถุดิบมาเติมให้ลูกค้าได้ตักเลือกตามความชอบกันเอาเอง ดั่งเช่นที่พวกท่านทั้งสองคนเห็นนั่นแหละครับ” ไลท์บอกเล่าถึงเมนูหมูกระทะ ก่อนจะเดินนำหน้าทั้งสองคนเข้าไปในร้านอาหาร ที่มีองครักษ์ของท่านไวทเคานต์นำอาหารสเต๊กของกามิน มาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ

    “เป็นเมนูที่น่าสนใจจริงๆ เอาไว้โอกาสหน้า พวกเราจะขอลิ้มลองในฐานะลูกค้าบ้างก็แล้วกัน” แม้ความหอมจากหมูกระทะ จะลอยโชยมา จนทำให้ไวทเคานต์นิคและครอบครัว ต้องกลืนน้ำลายอยู่หลายอึก



    ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ได้แต่หักห้ามใจเอาไว้ เพราะพวกเขานั้นมีอาหารอย่าง สเต๊กของกามิน วางอยู่ตรงหน้าแล้วนั่นเอง



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy





    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน