ตอนที่ 17 หุ้นส่วนสองคนแรกในโลกนี้ของเธอ
เวลาผ่านไปกว่าหกวันกว่าทั้งห้องส้วม บ่อเกรอะ และห้องอาบน้ำของครอบครัวเธอจึงสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากพวกเธอจะมองอย่างภาคภูมิใจแล้ว ก็มีพวกท่านลุงหนิงเหอ กับสองพ่อลูกครอบครัวเหลียนที่มาดูการใช้งานด้วย
“อาเต๋อ ข้าขอถามตามตรง ภาพร่างการสร้างโถสวมนั่นเ้าขายให้ข้าได้หรือไม่” ท่านลุงเหลียนถังถามอย่างเกรงใจ เพราะเขามองเห็นของที่มีความสะดวกอย่างมากของเ้าโถ่ส้วมอันนั้น หากนำไปสร้างมาขายตอนนี้ที่ยังไม่มีคู่แข่ง บ้านเศรษฐี หรือจวนที่มีเงินย่อม้าแน่นอน เพียงแต่ต้องถามคนที่คิดค้นขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ต้องของความยินยอมจากถังเต๋อ
“พวกข้าไม่ขายเ้าค่ะ” เธอปฏิเสธรวดเร็ว เป็เหตุให้ทุกคนหน้าเสียทันที “แต่เราเป็หุ้นส่วนกันได้เ้าค่ะ” เธอเฉลยก่อนที่ทุคนจะเข้าใจผิดทันที
“อย่างไรหรือ” ท่านลุงเหลียนถังสอบถาม
“ก็ทุกครั้งที่ท่านสร้างของที่มาจากภาพร่างพวกข้า หากขายได้แล้ว ข้าขอส่วนแบ่งเพียงหนึ่งส่วนเ้าค่ะ” เธอบอกการเป็หุ้นส่วนแบบรวบรัด
“เ้าพูดเช่นนี้หมายความว่านอกจากภาพร่างแบบพวกนี้ อาจจะมีภาพร่างอื่นอีกหรือ” เหลียนโม่หยางลูกชายท่านลุงเหลียนถังถามอย่างใ เหตุใดพวกเ้าจึงฉลาดนัก
“เป็ไปได้เ้าค่ะ ก็ยามนี้ท่านพ่อของข้าว่างนัก ทั้งหล่อ เก่ง และฉลาดถึงเพียงนี้ ย่อมมีภาพร่างแบบใหม่มาอยู่แล้ว” ท่านพ่อรับจบทุกงาน ฮ่า ฮ่า ทำเอาท่านพ่อถึงกับยืนเขินเลยทีเดียว
“ได้สิ ต้องได้อยู่แล้ว อย่างไรก็มาจากความคิดของพวกเ้า” ท่านลุงเหลียนถังตอบรับอย่างยินดี
“ท่านไม่ต้องห่วงไปเ้าค่ะ สัญญาหุ้นส่วนนี้จะทำกันเพียงสิบปีพอเ้าค่ะ” เธออธิบายต่อ
“เหตุใดเพียงสิบปีก็พอ” ท่านพี่เหลียนโม่หยางถามอย่างสงสัย
“เพราะถึงตอนนั้นคงถูกหลายคนลอกเลียนแบบไปมากมาย และหากพวกท่านยังผลิตขายได้อยู่ก็ถือว่าเป็ความสามารถของพวกท่านเองแล้ว” เธออธิบายอย่างใจกว้าง
อย่างไรคนต้นคิดจริงๆ ก็ไม่ใช่เธอ เป็สิ่งที่มีจากโลกก่อน แล้วมาปรับการใช้งานจริงกับท่านพ่ออีกที เนื่องจากเธอเองก็จำไม่ได้ทั้งหมดว่าเ้าของสิ่งนี้มันผลิตอย่างไร เธอจึงขอรับเงินเพียงแค่สิบปีแรกพอ และเพื่อไม่ให้คิดว่าทุกอย่างได้มาอย่างง่ายดาย จะขอทุกสิ่งจากเธอได้ตลอดก็ไม่ได้ด้วย ให้คือให้ ธรุกิจก็คือธุรกิจ เื่เงินทองอย่างไรก็ต้องทำให้ชัดเจน
“ขอบใจพวกเ้านัก” ท่านลุงเหลียนถังและบุตรชายกล่าวขอบคุณอย่างซึ้งใจ ทำให้ท่านพ่อและท่านแม่เธอภูมิใจอย่างยิ่ง
“ข้าขอร่วมหุ้นด้วยได้หรือไม่” ท่านลุงหนิงเหอกล่าวขึ้นบ้างอย่างสนใจ
“อย่างไรหรืออาเหอ” ท่านพ่อถาม
“ก็ภาพร่างแบบของพวกเ้า อย่างระหัดวิดน้ำ ห้องส้วม และห้องอาบน้ำแบบที่มีอ่างต้มอันนั้น” ท่านลุงหนิงเหอกล่าวถึงภาพร่างเ่าั้เช่นกัน
“ได้เ้าค่ะ เงื่อนไขแบบเดียวกันกับที่ทำกับท่านลุงเหลียนถังนะเ้าคะ” เธอบอก
“ได้ เช่นนั้นเราเชิญท่านปู่หวังจิ้งผู้ใหญ่บ้านของเรามาร่างหนังสือสัญญากันดีหรือไม่” ท่านลุงหนิงเหอเสนอความคิดทันที
“ดีแน่นอน” ท่านลุงเหลียนถังกล่าวอย่างยินดี
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
ยามเหม่า [1]
เมื่อวานกว่าจะพูดคุยจนกระทั่งลงชื่อในหนังสือสัญญาหุ้นส่วนเรียบร้อยก็ยามเซิน [2] ไปแล้ว ท่านแม่จึงทำอาหารเลี้ยงขอบคุณทุกคน โดยเฉพาะท่านปู่หวังจิ้งที่มาเป็ธุระให้ เป็การเริ่มต้นด้วยการเฉลิมฉลองต่อการเป็หุ้นส่วนที่ดี ท่านปู่หวังจิ้งกินดื่มหนักจนท่านลุงหนิงเหอต้องอาสาเดินไปส่งถึงที่เรือนผู้ใหญ่บ้าน ด้วยเป็ห่วงว่ากลัวจะกลับไม่ถึงเรือน ก่อนกลับยังรับปากว่าจะมาเป็แขกดวลเหล้ากับท่านพ่ออีกบ่อยๆ ทั้งที่แท้จริงแล้วเธอคิดว่าเพราะรสชาติอาหารบ้านเธอที่หลากหลาย แปลกใหม่ และอร่อยมากกว่า ทำให้ผู้ใหญ่บ้านหวังของพวกเราขอหน้าหนากล่าววาจาเป็แขกประจำเรือนของเธออีกคน
“ชีวิตบางคนนี่มันดีจริงๆ นะ ผัวพิการ แต่ลูกเมียแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าเมืองตลอด” ท่านย่าใหญ่และครอบครัวลุงใหญ่นั่งอยู่ในเกวียนท่านลุงอู๋ท่งก็กำลังจะเข้าเมืองชิงเถียงเช่นเดียวกันกล่าวเสียดสี
แท้จริงพวกเธอไม่ได้เข้าเมืองบ่อยนักหรอก เพียงแค่่แรกๆ ที่ต้องสั่งซื้อของจากร้านของแห้งมาทำซีอิ้ว และมีประปรายซื้อของเข้าครัว เพียงแต่คนอคติ อยากจะพูดอย่างไรก็สามารถพูดได้หมดก็เท่านั้น
“พอดีมีเงินแล้วต้องรีบใช้น่ะเ้าค่ะ ข้ากลัวทิ้งไว้นานแล้วจะมีคนโลภอยากได้เงินของพวกข้า” ก็เอาซี้ อยากเกิดก็เปิดมา
“ใครจะอยากได้เงินของพวกเ้ากัน” ถังจินฮวาตอบกลับอย่างหมั่นไส้ ก็แค่ขายของป่า คิดรวยนักหรือไง
“ใช่ก็แค่เศษเงิน ใครอยากได้กัน” ท่านย่าใหญ่พูดแล้วเชิดหน้าใส่
“ท่านย่าใหญ่พูดเองนะเ้าคะ ข้าได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจ” เธอตอบรับอย่างนอบน้อม
ฟางเจินสะใภ้ใหญ่ของตระกูลถังที่นั่งเงียบๆ มองดูพวกครอบครัวรองที่ดูดีขึ้นอย่างอิจฉา เสื้อผ้าใหม่ หน้าตาอวบอิ่ม ยิ่งกับนังใบ้ฟู่หมิ่งรุ่ยที่เครื่องหน้าเมื่อก่อนมันดูดีอยู่แล้ว พอได้ใส่ชุดดีดี ปักปิ่นไม้สลักลาย ทั้งยังการผัดหน้าเบาๆ นั่นอีก ทำให้นังนั่นยิ่งเฉิดฉายกว่านางขึ้นไปอีกอย่างไม่ยินยอม
ส่วนยัยเด็กกุ้งแห้งสองตัวเมื่อก่อนนั้น ตอนนี้เรียกได้ว่างามล้ำหน้าลูกสาวของเธอไปแล้ว ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม แก้มที่อวบอิ่มนั่น พวกมันขายของป่ากันได้เงินเยอะขนาดไหนกันแน่นะ ถึงได้มีเงินมากมายโดยไม่ต้องทำอะไรมาถึงวันนี้ ไหนจะล้อมรั้ว ซ่อมเรือนอีก เพราะแม่สามีเธอนั่นแหละสายตาตื้นเขิน ทำให้พวกเราทั้งครอบครัวอดเงินเหล่านี้ไปด้วย นางคิดพลางขบเล็บแม่โป้งอย่างครุ่นคิด
เมื่อตอนเย็นก็ได้ยินเขาลือว่าพวกมันร่วมลงชื่อทำการค้ากับช่างหนิง และช่างเหลียนอีกด้วย เพียงแต่ถามรายละเอียดจากใครก็ไม่ทราบ รู้แค่ว่าเชิญผู้ใหญ่บ้านหวังไปเป็คนออกหนังสือสัญญาด้วย ท่าจะเป็กิจการใหญ่โตหรือไม่ เหตุใดหลังแยกบ้านไปแทนที่พวกมันจะล่มจม กับชีวิตดีขึ้นตลอดมา
“อย่างไรท่านแม่สามีก็เลี้ยงดูพวกเ้ามา สมควรแสดงความกตัญญูบ้างหรือไม่” ป้าสะใภ้ใหญ่ฟางเจินกล่าวทวงบุญคุณ ทำให้ท่านย่าใหญ่เผยรอยยิ้มจอมโลภออกมาทันที
“นั่นสินะ งั้นลองคืนเงินห้าสิบตำลึงเงินค่าชดเชยทำศพของท่านปู่ถังฮันของข้าก่อน ข้าจะรับไว้พิจารณานะเ้าคะ” ทันทีที่เธอพูดก็ทำให้ชาวบ้านสามคนในเกวียนที่แอบฟังเงียบๆ อยู่อมยิ้มทันที เพราะพวกนางก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล่าวอ้างบุญคุณอย่างหน้าด้านๆ ทั้งที่ตอนหลานตัวเองลำบากกลับทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี
“เพ้ยย! ก็ข้าบอกแล้วว่าเงินนั่นเป็ค่าเลี้ยงดูพวกเ้ามา ยังจะมาโลภอยากได้เงินของข้าอีก” ท่านย่าใหญ่หุบยิ้มแล้ว แล้วตวาดเธอทันที
“โอ้ ถ้างั้นพวกเราก็หมดหนี้บุญคุณใดใดต่อกันแล้วสินะเ้าคะ ท่าน-ย่า-ใหญ่-ฮุ่ย-เพ่ย” เธอเน้นย้ำชื่อทีละคำอย่างล้อเลียน
“เ้ามันเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ใครใช้ให้เ้ามาต่อล้อต่อเถียงกับข้ารึ” ท่านย่าใหญ่เริ่มสติแตกน้ำลายแตกฟองทันที สงสารก็แต่ท่านลุงใหญ่ที่นั่งใกล้กันผู้นั้นนัก
“ก็ท่านกล่าววาจาหาเื่ฝั่งข้ามิใช่หรือ ถ้าข้าไม่พูดแล้วใครจะพูด ซูเม่ยเพียงห้าขวบ กับท่านแม่ข้าหรือเ้าคะ” เธอตอบอย่างเหลืออด ประสาทเสียจริงๆ ท่านย่าใหญ่คนนี้
“ข้าจะไม่พูดกับเ้าแล้ว” ท่านย่าใหญ่เงียบปากไปอย่างฮึดฮัด
โอยยย นางเกริ่นเื่ให้ดีแล้วแท้ๆ ยังจะโวยวายเสียเื่ คิดว่าตัวเองเป็เ้านายผู้ใดกัน ที่คนเขาต้องยอมให้ทุกเื่ ฟางเจินคิดอย่างเสียดายกับความโอหังและเ้ายศเ้าอย่างของแม่สามี และดูถังจินฮวาลูกสาวของเธอที่มองเสื้อผ้าที่สวยงามของนังถังซูมี่อย่างปวดใจ
“แม่จะซื้อชุดใหม่ให้เ้าเอง” นางบอก
“จริงนะเ้าคะท่านแม่ เอาชุดที่สวยกว่านังซูมี่เลยนะเ้าคะ” ถังจินฮวาบอก
“ได้สิ เ้าใส่ชุดไหนก็ย่อมสวยกว่านังบ้านนอกนั่นแน่นอน” ฟางเจินกล่าวเอาใจลูกสาวของนาง
“หึ จริงเ้าค่ะ” ถังจินฮวากล่าวพร้อมมองมาทางเธออย่างจะโอ้อวดว่า ข้าจะได้ชุดใหม่ และสวยกว่าเ้าแน่นอน
ได้ข่าวบ้านพวกเ้ากับบ้านพวกข้าก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนะ และหูของเธอก็ไม่ได้หนวก จะทำตัวขี้อิจฉาอันใดช่วยแอบไปคุยกันเงียบๆ ดีหรือไม่ เธอคิดอย่างงุนงง กับตรรกะของป้าสะใภ้ใหญ่ฟางเจิน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เป็การนั่งเกวียนที่ยาวนานนักในความคิดของเธอ เพราะกว่าจะถึงเมืองชิงเถียงพวกเธอต้องมาทนนั่งฟังวาจาแดกดัน กระแหนะกระแหนตลอดทางอย่างอดทน ต้องมีเกวียนเป็ของตนเอง ความคิดเดิมโผล่ขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่อีกครั้ง แต่ก็ต้องถูกสะกดด้วยคำว่า ต้องรอท่านพอหายดีก่อน อย่างน่าเสียดาย อีกสองสามอาทิตย์เท่านั้น ทนๆ ไปก่อน ่นี้ถ้าไม่มีอะไรจำเป็ก็ไม่ต้องเข้าเมืองละกัน
“เป็อย่างไรบ้างนังหนูซูมี่ ่นี้ไม่ค่อยมาเลยนะ” กัวป๋อฉือเถ้าแก่ร้านขายของแห้งทักเธออย่างอารมณ์ดี
“ข้าสบายดีเ้าคะ วันนี้เอาข้าวสารสิบจิน น้ำตาล เกลือ ถั่วแดงอย่างละสองจิน แล้วก็น้ำมันหนึ่งไห เดี๋ยวข้ากลับมาเอานะเ้าคะ” เธอร่ายรายการที่้า
“ได้ๆ เดี๋ยวข้าแถมถั่วแดงให้ครึ่งจินเลย” เถ้าแถ่กัวกล่าวอย่างใจป้ำ
“ขอบคุณเ้าคะ”
จากนั้นเธอก็เดินสั่งของทีละร้านตามรายการที่ลิสไว้ แล้วค่อยไปเหมาเกวียนมารับของอีกที
“เ้าอยากกินถังหูลู่หรือไม่” เธอถามเ้าเด็กน้อยที่มักเดินตามเธอเป็หางอย่างใจดี
“อยากเ้าค่ะ” ถังซูเม่ยตอบรับแล้วยิ้มหวานเอาใจท่านพี่ของนางทันที ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะบีบเ้าแก้มยุ้ยๆ นั่นอย่างหมั่นเขี้ยว ทำให้ท่านแม่ยิ้มตามอย่างมีความสุข ลืมเื่ราวไร้สาระบนเกวียนไปหมดสิ้น
กระทั่งเธอมาหยุดที่ลานเลี้ยงวัวด้านนอกเมืองชิงเถียง
“ท่านจะซื้อวัวไปเทียมเกวียนหรือขอรับฮูหยิน” คนเลี้ยงวัวของลานวัวทักท่านแม่เธอที่เป็ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวอย่างต้อนรับ เพียงแต่ท่านแม่ทำหน้างงใส่เพราะนางเพียงเดินตามลูกสาวมาเท่านั้น
“พวกข้าอยากเดินดูก่อนได้หรือไม่ เ้ามีตัวไหนแนะนำลองพูดมา” ก็ต้องเป็เธอแล้วละที่ตอบ
“มีวัวคู่นั้นอายุได้สิบปีแล้วขอรับ เป็ตัวผู้และตัวเมียแข็งแรงยิ่ง สามารถเอาไปเทียมเกวียนได้เลยขอรับ” ชายคนเดิมแนะนำ
“ราคาเท่าไหร่เ้าคะ” เธอถาม
“ตัวผู้ห้าตำลึงเงิน ส่วนตัวเมียสี่ตำลึงเงินขอรับ” เขาแจ้งราคาอย่างยินดี หากขายสองตัวนี้ได้ เถ้าแก่จะต้องตกรางวัลให้เขาแน่
“แล้วสองตัวนั้นละเ้าคะ” เธอถามพร้อมชี้ไปที่วัวสองตัวกำลังให้นมลูกวัว
“นั่นเป็แม่พันธุ์วัวขอรับ แท้จริงขายไม่ได้ แต่หากคุณหนูสนใจข้าให้ราคาพิเศษได้ขอรับ” เขาอธิบายอย่างใจเย็น เพราะจริงๆ แม่พันธุ์วัวไม่ควรขาย แต่หากให้ราคาดีก็เป็อีกเื่
“ท่านมีแม่พันธุ์วัวเยอะหรือเ้าคะ” จู่ๆ เธอก็เกิดนึกอะไรขึ้นมาได้
“ก็พอสมควรขอรับ พวกข้าเลี้ยงวัวขายเป็อาชีพ ย่อมมีแม่พันธุ์ดีดีอยู่มากหน่อย” เขาพูดโอ้อวดเล็กน้อยอย่างภูมิใจในลานเลี้ยงวัวของตน
“ข้าอยากซื้อนมวัวเ้าคะ” เธอโพล่งออกไปทันที
“หะ!”
“ข้า้าซื้อนมวัวจากลานวัวของท่านเ้าค่ะ” ใของอะไรของเ้าเนี่ย
“คุณหนูจะไม่ซื้อวัว แต่จะซื้อนมหรือขอรับ” เขาถามอย่างงงๆ และพลางมองไปที่ฮูหยินคนนั้นที่ยืนเงียบๆ มาั้แ่ต้น หรือท่านแม่ของพวกนางจะคลอดบุตรแล้วน้ำนมไม่พอจึงมาขอซื้อนมวัว
ปกติก็มีเหตุการณ์เช่นนี้บ้างสำหรับคนที่คลอดบุตรแล้วน้ำนมไม่พอ ก็จะมาขอซื้อนมวัวไปให้นมบุตรเพิ่ม พอเด็กโตถึงขั้นหยุดดื่มนมแล้วก็เลิกไป ไม่ได้มีผู้ใดดื่มนมเป็กิจวัตรอยู่แล้ว ดังนั้นนมวัวจึงไม่ได้แพง แต่ก็ไม่ให้เปล่า มันมีราคาของมันอยู่แล้ว
“จินละห้าอีแปะขอรับ” เขาบอกราคาทันที
ถูกยังกะแจกฟรี เธอคิดอย่างยินดี
“ข้าเหมาหมด วันพรุ่งไปส่งให้ที่หมู่บ้านหวังตรงเรือนท้ายหมู่บ้านด้วยนะเ้าคะ นี่เงินมัดจำห้าสิบอีแปะ กับค่าขนส่งห้าอีแปะเ้าคะ” เธอบอกพร้อมยื่นเงินมัดจำและเงินค่าจ้างเกวียนไปส่งให้ ก็ไม่รู้จะได้กี่จินแต่คิดว่าคงมีเยอะอยู่ จ่ายไปก่อนละกันเธอคิดอย่างใจป้ำ
“หะ!”
“ข้าบอกว่า ข้าเหมาหมดเ้าค่ะ วันพรุ่งไปส่งที่หมู่บ้านหวังตรงเรือนท้ายหมู่บ้าน ให้ขับเกวียนตรงไปที่ท้ายหมู่บ้านเลยเ้าค่ะ มีเรือนพวกข้าอยู่เรือนเดียว” หูตึงหรือไงเ้านี่
“เอ่ออ…ข้าไม่ได้ใ เอ้ยในิดหน่อย เอ่ออ…เข้าใจแล้วขอรับ” ทำเอาลิ้นพันพูดไม่ถูกเลยทีเดียว เขาคิดพลางแสร้งมองฮูหยินท่านนั้นอีกที นางคลอดบุตรแฝดสองหรือแฝดสามหรือไม่ จึงต้องใช้น้ำนมถึงเพียงนั้น อืมมม…เป็หญิงที่มีบุญมากลูกดกจริงๆ
“อืม เป็อันว่าเข้าใจ อย่าลืมไปส่งล่ะ” เธอกำชับนิดหน่อยกับท่าทางทึ่มๆ ของคนเลี้ยงวัวคนนี้ แล้วจากไปพร้อมน้องสาว และท่านแม่ที่ไม่รู้เลยว่าถูกมองเป็คุณแม่ลูกดกไปแล้ว
[1] ยามเหม่า (卯:mǎo) คือ 05.00 – 06.59 น.
[2] ยามเซิน (申:shēn) คือ 15.00 – 16.59 น.