อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 128 รุ่นพี่มาแล้ว

    บทที่ 128 รุ่นพี่มาแล้ว




    “ระวัง!!” 




    เมื่อถูกร้องเตือน อี้ไค่ก็ขยับตัวหลบได้ทัน เกิดเสียงดัง “ปัง!” และลูกศรที่ผ่านหน้าของเขาไปเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น เชื่อได้เลยว่าถ้าไม่มีคำเตือนนี้ หัวของเขาก็คงถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนอาจจะไม่มีตื่นมาได้ในหนึ่งหรือสองปีนี้แน่ เห็นได้ชัดเลยว่าอันซูหยวนคนนั้นต้องการฆ่าเขาให้ตาย!


                


    ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววโหดเหี้ยม ผู้คนบอกว่าเขาเป็น “โรคจิต” ที่สนุกไปกับการทรมานคนอื่น คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้เจอคนโรคจิตยิ่งกว่า แถมยังเป็นแค่เด็กสาวที่เขามองเป็น “เหยื่อ” อีกด้วย




    “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมกรรมการถึงได้ส่งเสียงแบบนั้น!”




    “อี้ไค่สามารถหลบการโจมตีได้เพราะเสียงร้องเตือนนั้น แล้วแบบนี้...ผลการแข่งขันควรจะเป็นอย่างไร”




    “กรรมการทำแบบนี้ไม่เรียกว่าโกงหรือ?”




    “ทำไมถึงปล่อยให้แข่งขันต่อได้ล่ะ ไม่ใช่ว่าการแข่งขันควรจะยุติแล้วไม่ใช่หรือ? ฉันเข้าใจนะว่าทำไมถึงต้องร้องเตือน เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันปลอดภัยมากที่สุด จะแทรกแซงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อีกทั้งก่อนหน้านี้...เวลาผู้เข้าแข่งขันยอมแพ้หรือมีสภาพที่สู้ต่อไม่ได้แล้ว กรรมการก็แทรกแซงเพื่อยุติการแข่งขัน ฉันไม่เห็นว่ามันน่าแปลกอะไร”




    “นั่นน่ะสิ แต่ครั้งนี้แปลกอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ...กรรมการไม่ยอมประกาศผลผู้ชนะ”




    “จริงด้วย ทำอะไรอยู่ ทำไมปล่อยให้มีการแข่งขันต่อได้ล่ะ!” เสียงผู้ชมที่วิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในสนามไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ อีกอย่าง...กรรมการคนนั้นก็ไม่ยอมประกาศผลการต่อสู้ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนแทรกแซงการแข่งขันจนทำให้อี้ไค่รอดพ้นการโจมตีเสียอย่างนั้น




    “เรื่องนี้ประกาศผลลัพธ์การแข่งขันได้อย่างไร? การแข่งขันนี้ยังไม่จบเสียหน่อย ก็แค่กรรมการเข้าใจผิดเท่านั้น” สมาชิกตระกูลอี้ที่ดูการแข่งขันอยู่ด้วยรีบแก้ต่างให้




    “เข้าใจผิด? เข้าใจผิดอะไร?”




    “เหอะ! คนนอกไม่รู้ก็ไม่แปลก แต่การโจมตีแบบนั้นน่ะ...ไม่มีทางที่อี้ไค่จะตามไม่ทันหรอก เขาสามารถหลบการโจมตีนั้นได้ ไม่ใช่เพราะเสียงร้องเตือน แต่เป็นเพราะเขาตั้งใจจะหลบอยู่แล้ว” คนพูดกล่าวอย่างมั่นใจ ท่าทางของเขาแบบนั้นยิ่งทำให้ผู้ชมคนอื่นๆนึกรังเกียจ




    “อะไรนะ? ตั้งใจจะหลบงั้นหรอ? ใครมีตาก็มองเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น พวกตระกูลอี้น่ารังเกียจจริงๆ ยังจะโกหกอีก”




    “ใช่ๆ พวกตระกูลอี้น่าไม่อาย ยังจะบอกว่าเรื่องนี้ยุติธรรมงั้นหรอ?”




    “พวกแกก็ทำได้แค่บ่นเท่านั้นแหละ ถ้าเกิดว่าอี้ไค่ไม่มีความสามารถจริง เขาจะเอาชนะการแข่งขันมากมายมาได้หรอ? แล้วก็ก่อนหน้านี้...ที่แข่งขันกับนักเรียนของพันเอกเติ้งที่ถูกยกย่องนักหนา เขาก็ยังเอาชนะมาได้เลยไม่ใช่รึไง!”




    “พวกแกตระกูลอี้ยังจะกล้าพูดอีกนะ ที่คุณหนูหวังพ่ายแพ้ ไม่ใช่เพราะพวกแกหรอกหรอ? ไหล่ของคุณหนูหวังคนนั้นได้รับบาดเจ็บตั้งแต่การแข่งขันแรก เป็นเพราะพวกแกตระกูลอี้จงใจนั่นแหละ”




    “ใช่แล้ว พวกแกจะโกหกอะไรก็ช่วยให้มันแนบเนียนหน่อยเถอะ ไม่ต้องพูดถึงการแข่งขันที่ผ่านมา ใครจะรับผิดชอบผลการแข่งขันนี้ ถ้านั่นคือโอกาสเดียวที่อันซูหยวนคนนั้นจะเอาชนะได้ แล้วถูกพวกแกทำลายไปแล้วน่ะ!!”


                


    ผู้ชมไม่พอใจ ตระกูลอี้ก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาทั้งสองฝั่งถกเถียงกันอย่างเมามัน ในขณะเดียวกัน...ซูหยวนที่อยู่ในสนามการแข่งขันได้เห็นสถานการณ์นี้แล้วก็อยากจะหัวเราะออกมา คนแอบโกงไม่พอ ตอนนี้ก็ยังโกงต่อหน้าอีก ถือว่าเป็นพวกไร้ยางอายอย่างแท้จริง!


                


    หญิงสาวเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก เธอไม่ได้เปิดเผยตำแหน่งของตนเองในครั้งแรกเพราะคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าตระกูลอี้กำลังสนับสนุนอี้ไค่อย่างหนัก ดังนั้นพวกเขาไม่ควรปล่อยให้อี้ไค่คนนี้พ่ายแพ้ อีกอย่าง...ก่อนหน้านี้เธอลงมือกับอี้เฟินจนทำให้พวกเขาอับอายมาแล้วด้วย บางที...ตระกูลอี้คงจะอยากเอาคืนเธอจนตัวสั่น!


                


    อี้ไค่เองก็ไม่หยุดเคลื่อนไหว เขามองเห็นตำแหน่งก่อนหน้านี้ของอันซูหยวนแล้ว เพราะแบบนั้นจึงคาดเดาการเคลื่อนไหวของเธอต่อไป 


                


    ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอันซูหยวนไม่ได้เอาชนะมาด้วยความไร้ยางอาย เธอมีความสามารถจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะลอบโจมตีเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้อย่างไร


                


    แต่ก็เท่านั้นแหละ! ก่อนหน้านี้เป็นเขาที่ประมาทเกินไปจึงทำให้ถูกลอบโจมตีได้สำเร็จ แต่หลังจากนี้...เขาจะไม่มอบโอกาสนั้นให้เธออีก


                


    พลังงานที่เขาแอบทิ้งไว้ที่ซูหยวนหายไปแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่เขาจะต้องตามหาเธอด้วยตัวเอง ซึ่งหมายความว่าต้องดึงทักษะทั้งหมดของตนเองออกมาใช้ นี่นับว่าเป็นความกรุณาของเขาแล้วที่จะได้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาให้ได้เห็นก่อนรับความพ่ายแพ้ ถือว่าเป็นเกียรติของเธอ!




    “จะซ่อนตัวจากสายตาของฉันได้ ก็ต้องดูว่ามีความสามารถมากพอหรือเปล่า เหอะ!” อี้ไค่หัวเราะออกมา สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เพียงแค่ตรวจสอบด้วยพลังงานให้ดี เขาก็พบตำแหน่งของอีกฝ่ายแล้ว 




    “นับว่ายังอ่อนด้อยอยู่มาก” เมื่อรู้ตำแหน่ง อี้ไค่ก็ขยับมือ ตั้งสมาธิและเรียกพลังงานของตนเองออกมาเพื่อควบคุมการโจมตีนี้ 


                


    เหมือนกับที่อันซูหยวนกล้าโจมตีเขาโดยหวังให้ถึงตาย เขาเองก็จะไม่ปล่อยให้เด็กสาวอยู่ดีเช่นกัน


                


    อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่อี้ไค่จะได้เรียกใช้ทักษะวิชาของเขา ตอนนั้นเองที่ด้านหลังของเขาปรากฏลูกศรขึ้นอีกครั้ง!


                


    ปัง!!


                


    แม้จะไม่มีเสียงร้องเตือน แต่อี้ไค่ไม่ได้ประมาท เขาตั้งรับอยู่ก่อนแล้ว รู้ว่าเด็กสาวคนนี้มีทักษะการยิงที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นเมื่อลูกศรปรากฏไม่ไกล เขาก็ขยับหลบเพียงครั้งเดียว สามารถหลบการโจมตีอีกฝ่ายได้ทันที




    “คิดว่าทักษะแค่นี้จะเอาชนะฉันได้รึไง ยังอ่อนหัด...”


                


    อี้ไค่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ลูกศรที่เขาคิดว่าหลบพ้นแล้วก็สลายหายไปในอากาศ จากนั้นก็ปรากฏลูกศรด้านหน้าของเขาเพิ่มอีก 3 อัน ทั้งยังมุ่งเป้ามาโจมตีที่เขา




    “ศรลวงตา!”




    “นั่นเป็นขั้นที่สองของวิชาระดับสูงของพันเอกเติ้งใช่ไหม? ได้ยินว่าเธอก็เป็นศิษย์ของเขาเหมือนกัน แต่ว่า...ไม่ใช่เพิ่งจะเรียนได้เพียง 1 ภาคการศึกษาหรอ ยังไม่ถึงปีก็เรียนรู้ทักษะระดับสูงได้ขนาดนี้แล้ว? เธอเป็นอัจฉริยะตัวน้อยหรืออย่างไร!”




    “ก็คนนี้ใช่ไหม? ศิษย์อาจารย์เติ้งที่ทำภารกิจจนได้ตำแหน่งสิบเอกตั้งแต่อายุยังน้อยน่ะ ได้ยินว่าพูดถึงกันในกองทัพมากมายเลยนี่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะผ่านมาถึงรอบนี้”




    “ทักษะของเธอดีก็จริง แต่เธอรู้ตำแหน่งของอี้ไค่ได้ยังไง นี่ก็เป็นทักษะพิเศษจากอาจารย์คนอื่นหรือ? ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าอาจารย์เติ้งคนนั้นมีทักษะพวกนี้”




    “ถึงทักษะของเธอจะดีมากขนาดไหน สุดท้ายแล้วก็ทำร้ายอี้ไค่ไม่ได้อยู่ดี มันก็แค่ศรลวงตาเท่านั้น สำหรับอี้ไค่น่ะ...เขาจะต้องมองออกแน่นอนว่าศรไหนเป็นของจริง”


               


     เห็นผู้คนชื่นชมเด็กสาวมาก สมาชิกของตระกูลอี้ก็แสดงความคิดเห็นของตนเองขึ้นมา อี้ไค่เป็นรุ่นเยาว์ที่เป็นรองเพียงอัจฉริยะไม่กี่คนของตระกูลอี้เท่านั้น ทุกคนเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องคว้าอันดับหนึ่งของการแข่งขันมาได้แน่ นอกจากนี้...อี้ไค่เองก็มีทักษะที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน




    “รอให้เขาใช้ทักษะศรติดตามได้ก่อนเถอะ เด็กคนนั้นไม่มีทางรอดพ้นแน่” สมาชิกตระกูลอี้แค่นหัวเราะออกมา ก่อนหน้านี้อี้ไค่ยังไม่เจอตัวของเด็กสาว ดังนั้นจึงโจมตีไม่ได้ แต่ยิ่งอันซูหยวนเปิดเผยตำแหน่งของตนเองมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้มีช่องว่างสำหรับความพ่ายแพ้ไม่ใช่หรือ?


               


     ผู้ชมต่างก็ลุ้นระทึก ทางด้านอี้ไค่เองก็เช่นกัน! ทักษะของเด็กสาวยอดเยี่ยมมาก แม้ความกดดันของทักษะจะน้อยกว่าหวังเป่าเป้ย แต่เธอกลับมีความสามารถในการระบุตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม มันเหมือนกับว่า...เขาเคลื่อนไหวอยู่บนฝ่ามือของอีกฝ่าย เช่นนี้แล้วจะใช้ประโยชน์จากทักษะของตนเองได้อย่างไร


                


    อี้ไค่ไม่เคยเจอคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาก่อน เขาขยับไปทางไหน ศรพวกนี้ก็ตามโจมตีเขาไปรอบๆ และมันก็ไม่ใช่แค่หนึ่งครั้ง!


                


    ปัง!!


                


    ชายหนุ่มปัดศรจริงตรงหน้าทิ้งไป นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ชุดศรลวงตาของอันซูหยวนโจมตีมาที่เขา ซึ่งอี้ไค่ไม่เคยอยู่นิ่งกับที่เลย ขาของเขาขยับไปรอบๆ แต่ศรลวงตาพวกนี้กลับตามตำแหน่งของเขาทัน มันหมายความว่ายังไง? หรือเด็กอันคนนั้นอยู่ในตำแหน่งที่มองเขาได้ตลอดหรือ?


                


    ไม่น่าจะใช่สิ ไม่อย่างนั้น...การโจมตีครั้งแรกคืออะไร? หรือนั่นเป็นกับดัก หลอกล่อให้เขาคิดว่าเธออยู่ไกลงั้นหรือ?


                


    ความสับสนทำให้อี้ไค่ไม่สามารถตั้งสมาธิกับการโจมตีได้เลย แม้แต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ยังติดขัดไปแล้ว เดิมทีที่คิดจะโจมตีซูหยวน เขากลับไม่มั่นใจแล้วว่าตำแหน่งของเธออยู่ตรงนั้นหรือไม่


                


    ราวกับเห็นความลังเลของเขา กรรมการจากสกุลอี้ที่ซ่อนตัวอยู่ก็มองเห็นโอกาสพ่ายแพ้ที่ไม่ยุติธรรมของอี้ไค่ ในตอนนั้นเองที่เขาปรากฏตัวขึ้นก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ชายหนุ่ม


                


    หลายคนไม่เห็น แต่บางคนก็มองเห็นได้!




    “นั่นอะไรนะ!”




    “กรรมการกำลังชี้ให้อี้ไค่เห็นตำแหน่งของอันซูหยวนใช่ไหม?”




    “สัญญาณมือของเขาชี้ไปทางนั้นจริงๆ สารเลวมาก!”




    “ตระกูลอี้ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ? นี่เรียกว่าการโกงแล้ว!!”




    “ยุติการแข่งขันได้แล้ว ถ้าอยากจะเอาชนะขนาดนั้น แล้วจะให้พวกเรามาแข่งกันทำไม”




    “ใช่ๆ การแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมนี้ พอเสียทีเถอะ!” ผู้ชมมากมายก่นด่าและโห่ร้อง เห็นภาพแบบนี้...ตระกูลอี้ก็เริ่มรู้สึกอับอายบ้างแล้วเช่นกัน


                


    ถึงแม้พวกเขาจะอยากให้คนของตัวเองชนะมากแค่ไหน แต่ก็ต้องมีขอบเขตไม่ใช่หรือ? กรรมการคนนั้น...ปรากฏตัวออกมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำให้ตระกูลอี้ขายหน้าหรอกหรอ?




    “นั่น! คนจากตระกูลอี้ครอบครัวหลักมาแล้ว พวกเขาก็มาดูการแข่งขันหรือ?”




    “แต่สีหน้าของพวกเขาดูไม่ดีเลยนะ”




    “คนๆนั้นก็คืออี้เหิงและอี้กังใช่ไหม? เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกับคุณหนูหวังก่อนหน้านี้ และเด็กสาวสกุลอันคนนี้ด้วย”




    “โอ้ หลังจากนี้คงมีเรื่องสนุกให้พวกเราดูแล้วใช่ไหม?” เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนเบาลงเมื่อเห็นคนตระกูลอี้จากครอบครัวหลักเข้าร่วมชมการแข่งขันนี้ด้วย


                


    เดิมที การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันสำหรับคนนอกและครอบครัวสกุลอี้สาขารองที่ไม่มีฝีมือ รวมถึงสกุลอี้ที่มีลำดับห่างไกลจากตระกูลหลัก เพราะกฎที่ต้องการให้การแข่งขันยุติธรรม คนตระกูลอี้ที่มีพรสวรรค์จริงๆจะไม่เข้าร่วมด้วย พวกเขาจะแข่งขันกันเองภายในตระกูล


                


    คาดว่าการแข่งขันของวันนี้คงจะจบแล้ว ดังนั้นพวกคนจากตระกูลหลักจึงทยอยเดินมาชมการแข่งขันของคนนอกเพื่อเปิดหูเปิดตา


                


    อี้เหิงและอี้กังเอาชนะการแข่งขันมาได้ และรอเข้าร่วมการแข่งขันรอบต่อไป ระหว่างนี้จึงได้มาให้กำลังใจรุ่นน้องทั้งสองคน แต่คาดไม่ถึงเลยว่าภาพที่เขาเห็นจะเป็นภาพที่น่ารังเกียจแบบนี้




    “นั่นมันอี้ไค่ ที่ตระกูลหลักจะรับมาดูแลหรือ? มีฝีมือเพียงเท่านี้เองหรือ? อยากจะเอาชนะ แต่ต้องอาศัยคนอื่นช่วย ยังจะเรียกว่าเป็นยอดฝีมือ อยากแสดงฝีมือเพื่อให้ตระกูลหลักยอมรับ นี่น่ะหรอ? เหอะ! น่ารังเกียจจริงๆ ถ้ามันเข้ามาในตระกูลหลักได้ อย่างนั้นพวกเราที่อยู่ในตระกูลหลัก คงจะต้องอับอายเพราะมันไปด้วยแน่”


                


    อี้เหิงไม่เคยโกรธจัดแบบนี้มาก่อน ดังนั้นเมื่อเขาแสดงออกแบบนี้ สมาชิกตระกูลอี้ที่ชมการแข่งขันและพยายามแก้ต่างให้อี้ไค่ก็ทำได้แค่เงียบปาก


                


    พวกเขาจะกล้าต่อต้านคำของคนจากตระกูลหลักได้ยังไง แถมการกระทำของอี้ไค่และกรรมการด้านในนั้นก็น่าอับอายจริงๆ




    “อี้เหิง จะให้ฉันหยุดการแข่งขันนี้เลยไหม”




    “เหอะ! ไม่จำเป็นหรอก นายไม่เชื่อรุ่นน้องอันหรอ? เธอที่กลายเป็นสิบเอกตั้งแต่อายุเท่านี้ จะแพ้คนไร้ยางอายแบบนั้นได้ยังไง”




    “อืม ก็จริง” อี้กังเองก็พยักหน้าเห็นด้วย สำหรับเขาแล้ว...รุ่นน้องอันน่ะ เป็นของจริง! ต่อให้อี้ไค่จะพยายามเล่นตุกติกอย่างไร ก็ไม่มีทางเอาชนะไปได้


                


    ด้านในสนามแข่งขัน ขณะที่อี้ไค่กระหยิ่มยิ้มย่องว่าตัวเองได้รู้ตำแหน่งของอันซูหยวนแล้ว เขาก็เตรียมจะลงมือเพื่อปิดฉากการต่อสู้นี้ทันที แต่เหตุการณ์ที่เขาไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น


                


    อันซูหยวนที่แอบอยู่ดีๆ เมื่อเธอเห็นกรรมการปรากฏตัวออกมา ทั้งยังระบุตำแหน่งของเธอให้อี้ไค่เห็น เธอจึงเลือกที่จะเล่นตามกติกาเหมือนกัน


                


    ร่างเล็กพุ่งทะยานออกมา ไม่ใช่ว่าอี้ไค่อยากเห็นตำแหน่งของเธอนักหรอ ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญมองให้เต็มตาไปเลยว่าเธออยู่ตรงไหนกันแน่


                


    อี้ไค่ประหลาดใจ แต่เมื่ออันซูหยวนคิดจะเผชิญหน้ากับเขาแบบนั้นแล้ว เขาย่อมไม่ปฏิเสธน้ำใจนี้


                


    ร่างสูงขยับตัว ใช้นิ้วของตนเองเป็นสื่อปล่อยพลังงาน พริบตาเดียวศรของเขาก็ถูกปล่อยออกไปแล้ว!




    ………………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน