ไม่ต้องพูดถึงว่าหลิวหวยเซิงภายใต้การครอบงำของจ้าวสิง ได้เปลี่ยนจากขุนนางตงฉินกลายเป็ขุนนางกังฉินไปแล้ว
แม้แต่ดินปืนสำหรับปืนใหญ่สนามที่จ้าวสิงถือครองอยู่ในตอนนี้ ก็ทำให้จูหยวนจางรู้สึกระแวงในใจว่าเ้าเด็กคนนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่
ส่วนสีหน้าของจ้าวสิงก็เคร่งขรึมอย่างยิ่ง เขารู้สึกว่าจูหยวนจางนั้นแปลกประหลาดมาก ทำไมคนผู้นี้ถึงเอาแต่จ้องมองอาวุธาในมือของเขาไม่เลิก?
หรือว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่แค่การหาเงินธรรมดา? แต่คิดจะก่อฏ? เมื่อคิดได้ดังนี้ ร่างกายของจ้าวสิงก็สั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณ
ไม่ได้! แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด! หากการก่อฏเริ่มต้นที่ตัวเขา ถึงเวลานั้นเขาจะไม่ถูกตาแก่คนนี้ลากไปโดนบั่นคอด้วยกันหรือ?
ขณะนี้ จูหยวนจางและจ้าวสิงต่างตกอยู่ในสภาวะระแวงซึ่งกันและกันอย่างรุนแรง
เมื่อมองไปยังจูหยวนจางที่อยู่ตรงหน้า จ้าวสิงยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสงสัย จึงพึมพำในใจ ‘หากตาแก่จูคิดจะก่อฏจริง ๆ ก็อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความเป็พี่น้องเลย’
จ้าวสิงขยับเข้าไปใกล้จูหยวนจางแล้วกระซิบถามว่า "เหล่าจูเอ๋ย ระหว่างเราเป็พี่น้องกัน ท่านบอกข้ามาตามตรงเถอะ ว่าท่านอยากจะขึ้นไปนั่งตำแหน่งนั้นใช่หรือไม่?"
ขณะที่พูด สายตาของจ้าวสิงก็จับจ้องไปที่จูหยวนจางอย่างไม่ลดละ ในตอนนั้นเอง เฮยจื่อและคุนจื่อก็ได้แอบเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินอย่างเงียบเชียบ
แต่จูหยวนจางในตอนนี้ยังคงอยากจะลองเชิงจ้าวสิงดูอีกสักรอบ
เขาหัวเราะเบา ๆ แสร้งทำท่าทางราวกับว่า้าจะก่อฏจริง ๆ แล้วกระซิบกับจ้าวสิงว่า "น้องจ้าว เ้ามีอาวุธา ข้ามีเงินและกำลังคน หากเราสองคนร่วมมือกัน เ้าอำนวยความสะดวกให้ข้าบ้าง ในภายหน้าหากการใหญ่สำเร็จ..."
"ผลประโยชน์ในนั้น ข้าไม่มีทางให้เ้าน้อยแน่นอน มิตรภาพพี่น้องของเรานั้นเป็เื่ชั่วชีวิต ตำแหน่งที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่นก็จะเป็ของเ้า หากเ้าอยากจะนั่งตำแหน่งเสมอภาคกับข้า ก็ย่อมเป็ไปได้"
จูหยวนจางมองเห็นสายตาของจ้าวสิงที่เริ่มเ็าขึ้นเรื่อย ๆ จึงนิ่งคิดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า "หรือว่าน้องจ้าว เ้าอยากจะขึ้นไปนั่งตำแหน่งนั้นเอง? เช่นนั้นก็ย่อมได้ ข้าจะช่วยเ้าสักแรง ถึงตอนนั้นเ้าอย่าลืม..."
คำพูดของจูหยวนจางยังไม่ทันจบ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยคำว่า "จับตัว" ของจ้าวสิง
ร่างของจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินลอยละลิ่วขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองคนถูกเฮยจื่อและคุนจื่อแบกขึ้นบ่าคนละคน
"เดี๋ยวก่อน พวกเ้าจะทำอะไรกัน?" หลิวป๋อเวินร้องะโด้วยความตื่นตระหนก ใครจะไปทนได้กับการที่จู่ ๆ ก็ถูกแบกขึ้นบ่าแบบนี้
จ้าวสิงแค่นหัวเราะเ็า มองพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาที่เย็นเยียบถึงขีดสุด "คิดจะชิงบัลลังก์ คิดจะก่อฏใช่ไหม?"
"วันนี้พวกเ้าต้องอยู่ที่นี่ให้หมด อย่าหวังว่าจะมีใครได้ออกไปแม้แต่คนเดียว!" จ้าวสิงมองดูพวกเขาทั้งสองแล้วหัวเราะหึ ๆ อย่างเ้าเล่ห์
คิดจะลากข้าลงน้ำไปก่อฏด้วยกันหรือ? ฝันไปเถอะ!
ตอนนี้กว่าจะผลักดันให้อำเภอเฟิ่งหยางเข้าที่เข้าทางได้ การได้ใช้ชีวิตเทกระจาดที่มีคนคอยรับใช้และมีเงินใช้ไม่ขาดมือแบบนี้ มันสบายจะตายไปไม่ใช่หรือ? หากต้องไปก่อฏกับคนพวกนี้ คงเป็เพราะสมองเลอะเลือนไปแล้วแน่ ๆ
ส่วนหม่าฮองเฮานั้นได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าเล็กน้อย เพียงแต่ถูกเ้าหน้าที่ศาลาว่าการคนอื่น ๆ ที่ที่ปรึกษานำมา ล้อมรอบเอาไว้โดยที่ไม่ได้ลงมือทำอะไร
"พี่สะใภ้ เื่นี้จะโทษข้าไม่ได้ ท่านก็รู้ว่าการก่อฏเป็โทษหนักถึงขั้นปะาเก้าชั่วโคตร" จ้าวสิงมองไปยังหม่าฮองเฮาที่อยู่ตรงหน้าแล้วถอนหายใจด้วยความเสียดาย
"เหล่าจูน่ะเป็คนดี แต่ความคิดที่สร้างปัญหาให้ข้าแบบนี้จะปล่อยไว้ไม่ได้ เื่นี้ตอนนี้มีเพียงคนกันเองเท่านั้นที่รู้"
"น้องจ้าว จ้าวสิง!" จูหยวนจางที่ถูกเฮยจื่อแบกอยู่ พยายามดิ้นรนแต่ก็ลงมาไม่ได้ จึงะโด้วยความโมโห "ข้าแค่ล้อเล่น เ้ารีบปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้"
หลิวป๋อเวินที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งทำหน้าเศร้าสร้อยแล้วกล่าวกับจ้าวสิงว่า "ท่านนายอำเภอจ้าว เื่นี้ไม่เกี่ยวกับข้านะขอรับ ข้าไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ช่วยปล่อยข้าลงก่อนได้หรือไม่?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวป๋อเวิน จูหยวนจางที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับไปมองเขาทันที สายตาเต็มไปด้วยความไม่เป็มิตร "ดีมาก เหล่าหลิว มิตรภาพหลายปีของเรา ตอนนี้เ้าเล่นไม้เด็ดนี้กับข้าเลยหรือ?"
"จะให้เพื่อนตายแทนตัวเองสินะ?"
หลิวป๋อเวินมองจูหยวนจางแล้วยิ้มแห้ง ๆ พร้อมกระซิบว่า "นี่ไม่ใช่ว่าข้าต้องหาทางออกไปก่อน ถึงจะสามารถหาคนมาช่วยท่านได้หรอกหรือ?"
จ้าวสิงมองดูพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาเ็า "พวกเ้าแน่ใจนะว่าอยากจะมากระซิบกระซาบกันต่อหน้าข้า?"
"คิดว่าข้าไม่พูดแล้วจะเห็นข้าเป็คนโง่หรืออย่างไร? พวกเ้าพูดอะไรข้าได้ยินหมดทุกคำเลย ให้ตายเถอะ!"
จ้าวสิงชี้ไปที่ประตูใหญ่ แล้วสั่งการเฮยจื่อและคุนจื่อว่า "พาเหล่าจูกับพ่อบ้านหลิวไปที่โรงงานเลย เมื่อไหร่ที่ปรับปรุงนิสัยเสร็จแล้วค่อยปล่อยตัวออกมา"
"จริงด้วย แล้วลูกชายของตาแก่จู จูต้ามู่ตอนนี้อยู่ที่ไหน? รีบไปหาตัวมาให้ข้าเดี๋ยวนี้"
จ้าวสิงเพิ่งจะถามจบ ที่ปรึกษาก็รีบตอบรับทันทีว่า "เขาอยู่ที่โรงเตี๊ยมหงฝูขอรับ! พักอยู่ในห้องห้องรับรองชั้นเลิศ"
"ให้ตายเถอะ ช่างรู้จักหาความสุขเสียจริง" จ้าวสิงพึมพำในลำคอ แต่ในใจกลับรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง การพัฒนาเศรษฐกิจของอำเภอเฟิ่งหยาง จำเป็ต้องมีพวกเศรษฐีหน้าโง่แบบนี้แหละ
"ตกลง ให้เขาพักอยู่ที่นั่นต่อไป แล้วบอกเ้าของโรงเตี๊ยมหงฝูว่า ค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้คิดราคาเพิ่มเป็สามเท่า ไม่ต้องกังวลว่าคนจะหนี ศาลาว่าการของเราจะส่งคนไปเฝ้าเขาไว้"
พูดจบ จ้าวสิงก็หันไปมองหม่าฮองเฮาแล้วหัวเราะ หึ ๆ สองที "ตัวประกันยังอยู่ในมือเรา! ตาแก่จูนั่นดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็พวกกลัวเมีย เมียเขาอยู่ที่นี่ ข้าเชื่อว่าสองพ่อลูกนั่นไม่กล้าขยับเขยื้อนสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน"
"ไปเถอะ พวกเราไปเดินเล่นที่คุกกันหน่อย ไปดูว่านังหนูที่จับตัวมาคราวก่อน ตอนนี้ยังปากแข็งอยู่หรือเปล่า อดอาหารมาห้าหกวันยังไม่ยอมพูดสักคำ ช่างเป็วัตถุดิบชั้นดีในการเป็สายลับใต้ดินจริง ๆ !” พูดจบ จ้าวสิงก็มุ่งหน้าไปยังคุกทันที
หลังจากเฮยจื่อและคุนจื่อใช้เชือกมัดตัวจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินแล้ว ก็ส่งตัวให้แก่เ้าหน้าที่ศาลาว่าการ
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินต่างมองหน้ากันและกันตลอดทาง หลิวป๋อเวินลองเลียบเคียงถามเ้าหน้าที่ศาลาว่าการคนนั้นอย่างระมัดระวัง "พ่อหนุ่ม ไม่ทราบว่าโรงงานที่ท่านนายอำเภอจ้าวพูดถึง คือสถานที่แบบไหนหรือ?"
"จะว่าไป ก็ถือเป็สถานที่ที่ดีนะขอรับ" เ้าหน้าที่ศาลาว่าการผู้นี้มองจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
"ท่านนายอำเภอของเราน่ะเป็คนเ้าเล่ห์มาก พวกท่านไปล่วงเกินเขาเข้า แต่กลับไม่โดนโทษปะาด้วยปืนใหญ่ ถือว่าโชคดีจริง ๆ "
โทษปะาด้วยปืนใหญ่?!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จูหยวนจางได้ยินคำนี้ เขาขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกว่าโทษปะาด้วยปืนใหญ่นี้ไม่ธรรมดา
หลิวป๋อเวินถึงกับสูดหายใจเข้าลึก "ที่เ้าพูดถึง หรือจะเป็การทรมานด้วยการเผาบนตะแกรงเหล็ก?"
นายอำเภอคนหนึ่ง ถึงกับกล้าใช้การทรมานที่โเี้เช่นนั้นตามใจชอบ ช่างไม่เห็นหัวกฎหมายบ้านเมืองเสียจริง
"อย่าพูดจาเหลวไหล!" เ้าหน้าที่ศาลาว่าการอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวขึ้น
"อยากเห็นว่าการเผาบนตะแกรงเหล็กเป็อย่างไร มันไม่ง่ายเลยหรือ" ขณะที่พูด ทั้งสองคนหันมาสบตากันแล้วหัวเราะ หึ ๆ
รอยยิ้มนี้ทำให้จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินรู้สึกหนาวสันหลังวาบขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ