วันปิดเทอมสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 อย่างเจมส์มันควรจะราบเรียบสิถึงจะถูก แต่มันกลับต้องมาสะดุดเพราะเรื่องจากลานมังกร ตลาดสดแห่งหนึ่งในตัวเมืองพัทยา
“ว่าไงนะ พวกเขาจะไม่ให้เราขายที่นั่นเหรอ?” เจมส์ที่นั่งอยู่บนเรือ 'AMERIA' ทวนคำถาม
โดยชายที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น เขาคือหุ่นแบนเนอร์ที่ชื่อว่าทัน คนเฝ้าดูแลเขตลานมังกรนั่นเอง
“ใช่ครับเจ้านาย พวกเขาต้องการไล่เราออกไปจากลานมังกร” ทันตอบฉะฉาน
“พวกเขาได้บอกเหตุผลหรือเปล่า ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมอยู่ๆ ถึงได้ไล่ที่” เบียร์ถาม
ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเจมส์มีธุรกิจอะไรบ้างในครอบครอง แต่ก็อยากลงมือช่วยเขาเท่าที่จะช่วยได้ อย่างน้อยขอแค่เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำในบางเรื่อง ให้สมกับเป็นแฟน ไม่ใช่ไม้ดอกไม้ประดับ
“พวกเขาไม่ได้บอก แค่พูดว่า ที่ตรงนี้ไม่ให้พวกผมเช่าแล้ว ให้รีบย้ายของออกไปซะ”
เบียร์ครุ่นคิดหลายวินาที จากนั้นมองหน้าเจมส์ ตามด้วยคำพูด “ดูเหมือนว่าลานมังกรจะไม่ชอบขี้หน้าที่รักนะคะ และหากให้ฉันเดา พวกเขาคงอิจฉาที่เจมส์ขายได้ดีกว่า มีวัตถุดิบที่ดีกว่า จึงอยากไล่ที่ เพราะไปขัดผลประโยชน์เขา”
เบียร์ไม่เคลือบแคลงสงสัยในวัตถุดิบของแฟนหนุ่ม
เนื่องจากเธอได้กินอยู่บนเรือทุกวัน จึงรู้ว่ามันมีคุณภาพสูงกว่าตลาดทั่วไป และเขาย่อมต้องขายดีในลานมังกร จนคนที่นั่นทนไม่ไหว กดดันทุกวิถีทางให้ออกไปจากลานมังกร
“งั้นก็ออกมาเถอะ ช่างหัวพวกมัน” เจมส์ที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เจ้านาย จะยอมแบบนี้จริงเหรอครับ” ในฐานะหุ่นยนต์แบนเนอร์ การยอมถอยแบบนี้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของทัน อีกอย่างคือ เขารู้สึกผิดที่ทำให้ธุรกิจเจ้านายเสียหาย
สำหรับเบียร์ หล่อนไม่กล้าเข้าไปก้าวก่าย เพียงรอฟังการตัดสินใจของชายหนุ่มเงียบๆ
“ทำไมถึงยอมเหรอ นี่ไม่ใช่ว่าผมกลัวหรอกนะ เพราะธุรกิจในลานมังกรมันทำรายได้ดีก็จริง แต่หากเทียบกับธุรกิจอื่น มันค่อนข้างเป็นรายได้นิดหน่อย...อีกอย่างคือ เราไม่มีเหตุผลต้องไปมีปากเสียงกับพื้นที่เล็กๆ ในลานมังกร”
ในมุมมองของเจมส์มองว่า ตอนนี้ลานมังกรเป็นชิ้นเนื้อขนาดเล็ก ให้พ่อค้าแม่ค้าข้างในแย่งกันเถอะ ส่วนเขาไม่มีความจำเป็นต้องไปแย่งชิงหรือแข่งกับใคร เพราะสุดท้ายแล้ว หากชนะมามันก็ยังเป็นพื้นที่ขนาดเล็กอยู่ดี
“ถ้าเจ้านายว่าอย่างนั้นละก็...ผมก็ไม่มีอะไรต้องคัดค้าน”
ต่อให้ได้ฟังเหตุผล แต่ทันยังคงไม่พอใจ กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของตังเอง
ในฐานะคนที่รู้จักนิสัยหุ่นแบนเนอร์เป็นอย่างดี ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า สุภาพบุรุษในชุดสูทสวมวิกสีดำคิดอะไรอยู่
“ไม่ต้องกังวลไป ในอนาคตผมจะเปิดตลาดเอง เป็นตลาดที่ใหญ่กว่าลานมังกร เป็นเจ้าของคนเดียว ไม่ต้องไปยื้อแย่งแข่งขันในพื้นที่เล็กๆ ของคนอื่น”
“เจ้านายพูดจริงเหรอครับ” ได้ยินแบบนั้น ทันดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ และคนที่เหลือเองก็เช่นกัน
“พูดจริงสิ ผมจะโกหกไปทำไม” เจมส์หยิบน้ำอัดลมราคาถูกขึ้นมาดื่ม ค่อยเสริมว่า “พักเรื่องลานมังกรก่อน ตอนนี้ผมอยากให้พวกนายเดินทางไปที่วังน้ำเขียว”
“ให้พวกผมเดินทางไปวังน้ำเขียวเหรอครับ...ที่นั่นมีปลา มีทะเลให้ล่าใช่ไหมครับ” ในความคิดของทัน มันต้องเป็นพื้นที่ล่าปลาแห่งใหม่เป็นแน่ แต่แล้วความหวังนั้นต้องพังทลายเมื่อเจมส์บอกว่าไม่ใช่
“ผมกำลังจะทำสวนทุเรียน รวมถึงปลูกผลไม้อีกหลายชนิด จึงอยากให้นายเดินทางไปที่นั่น ศึกษากับไร่อุ่นใจก่อนทำไร่ของผม”
จริงอยู่ที่ตอนนี้ผิวดินในไร่พยัคฆ์ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทะเลทราย ไร้ชีวิตชีวา ต้องใช้เวลาราว 1 เดือนเต็มในการปรับสภาพผิว
โดยช่วงเวลาดังกล่าว เจมส์ไม่คิดปล่อยให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์
ทีแรกเขาคิดจะนำหุ่นแบนเนอร์หลายสิบคนออกมา ให้ไปดูเรียนรู้ ดูไร่แทนเขา
แต่พอเกิดเรื่องในลานมังกรจึงทำให้ทันและคนที่เหลือว่างงาน เจมส์จึงคิดจะส่งพวกเขาไปเรียนรู้การทำไร่ทำสวน
อีกอย่างที่เจมส์เลือกพวกเขาแทนที่จะดึงหุ่นคนใหม่ออกมา นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขารู้และเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเมืองไทย การวางตัว การเรียนรู้ย่อมมากกว่าหุ่นที่เพิ่งดึงออกมา ดังนั้นกล่าวสำหรับเจมส์ การให้พวกทันไปเรียนรู้กับลุงชัยถือเป็นความคิดที่ฉลาด
“ทำไร่ ปลูกผลไม้ ฟังดูน่าสนใจดีนะครับ ดีละ ถ้าเจ้านายพูดแบบนี้ ผมก็คงมีแต่ต้องทำให้เต็มที่!” ทันให้คำมั่นสัญญา กล่าวสำหรับเขา ครั้งนี้จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด
“หึหึ ถ้านายไปที่นั่น ฝากไปดูแม่สุขใจด้วยนะ” ในขณะที่ทันกำลังดีใจเพราะได้งานใหม่ ทอยเดินเข้ามาตบไหล่ พูดด้วยน้ำเสียงชวนลึกลับ
“ถึงผมจะไม่รู้ว่าแม่สุขใจคือใคร แต่จะดูแลให้อย่างดีเลย!”
“งั้นก็ดี อ้ออีกอย่าง ถ้าหากว่านายเหงา ว่างๆ ก็ไปเล่านิทานให้เธอฟังได้นะ”
“เรื่องถนัด”
ในระหว่างที่สองหนุ่มในชุดสุภาพกำลังคุยกันอยู่ เบียร์ถามเพราะความอยากรู้อยากเห็น
“นี่เจมส์ คนที่ทอยกำลังพูดถึงน่ะคือใครเหรอ พี่ว่าบ้านของยายหวานก็ไม่เห็นมีคนที่ชื่อสุขใจเลยนะ แล้วเขาไปเจอใครมา ทำไมพี่ถึงไม่รู้จัก”
“เอ่อ...ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” สำหรับคำถามนั้นเจมส์เองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เพราะทอยเป็นหุ่นยนต์ที่เดาใจได้ยาก ในระหว่างที่อยู่ในไร่อุ่นใจ ไม่รู้ว่าเดินไปไหนบ้าง
เมื่อตกลงกันได้ ของในลานมังกรก็ถูกเก็บขึ้นรถ เหลือไว้เพียงแผงว่างเปล่า
ซึ่งคนที่มาจับจองพื้นที่ภายหลัง ไม่ใช่คนอื่นคนไกลนอกจากลูกหลานของลานมังกร
เป็นอย่างที่เบียร์สันนิษฐานไว้ไม่มีผิด พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะที่ตรงนี้มันสะดุดตา ใครเดินมาก็เห็น ดังนั้นจึงไม่แปลกหากร้านของเจมส์จะขายดีกว่าร้านอื่น แต่พวกเขากลับไม่มองเลยว่า เหตุผลที่ร้านเจมส์ขายดิบขายดี เป็นเพราะวัตถุดิบมีคุณภาพสดและสะอาดต่างหาก
........
ก่อนทันจะเดินทางไปที่วังน้ำเขียว เจมส์ไม่ลืมโทรหาลุงชัย บอกว่าฝากลูกน้องไว้ที่นั่นสามสี่คน สำหรับค่าใช้จ่าย ไม่จำเป็นต้องคิดมากเพราะเขาจัดการทุกอย่างไม่ให้เดือดร้อนอยู่แล้ว
กลับมาที่วิทยาลัยกุหลาบขาว เทอมใหม่ยังคึกคักด้วยนักศึกษา ทุกสิ่งยังดำเนินไปตามปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไป นั่นคือไอซ์ เจมส์เห็นหลังเธอหลัดๆ ไม่คิดเลยว่าช่วงไม่กี่เดือนที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน สภาพจะโทรมเหมือนกับคนติดยา
จริงอยู่ที่เคยเป็นคนรักเก่า แต่เขาไม่มีเหตุผลต้องใส่ใจต่อสภาพชีวิต เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นเธอเองที่เลือกทางเดินนั้น
เจมส์เข้ามาในห้องเรียน ด้านข้างมีเพื่อนสนิทอย่างกันต์และคริส
โดยช่วงปิดเทอมสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองคนไม่ได้กลับบ้านต่างจังหวัด แต่เลือกทำงานอยู่ที่บริษัทอนิเมชั่นของเจมส์
“เจมส์ ดูนี่สิ นี่เป็นอนิเมชั่นเรื่องใหม่ที่กำลังจะลงช่อง Animation Kids เป็นไง สุดยอดไหม” ในระหว่างจบคาบเรียน คริสยื่นโทรศัพท์ที่มีวีดีโอ 10 วินาทีให้ดู
นี่คือฟุตเทจเล็กๆน้อยๆ ในสตูดิโอถ่ายทำ
“สวยดีนะ แล้วงานละครเรื่อง 'แดนพิศวง' เป็นไงบ้าง ใกล้เสร็จหรือยัง” ช่วงที่ผ่านมาเขายุ่งมาก จึงไม่ค่อยมีโอกาสเข้าไปในสตูดิโอ
คราวนี้กันต์เป็นฝ่ายตอบ “งานราบรื่นทุกอย่าง และจากที่ทางนั้นบอกมา พวกเขาจะเริ่มออนแอร์ละครตอนแรกวันที่ 1 มกราคม เวลาสองทุ่มครึ่ง ซึ่งเป็นละครช่วงที่คนดูเยอะมากที่สุด”
เรื่องนี้เจมส์พอรู้มาบ้าง เพราะถ้าหากเป็นค่ายละครเล็กๆ ฉายตอนเย็น คนอย่างเนตรมีเหรอจะสนใจร่วมงาน
“ใช่ และในเย็นวันเดียวกัน พวกเขาจะเปิดตัวละครที่ห้างเซ็นตร้า กรุงเทพฯ คุณเนตรชวนนายด้วยนะ นายจะไปงานหรือเปล่า” คริสถาม
ใจเขาอยากรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจมส์กับเนตร แต่เมื่อมองถึงตำแหน่งงาน ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทก็ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายเรื่องราวส่วนตัว
“แล้วพวกนายละ อยากไปหรือเปล่า” สำหรับเจมส์ยังไงก็ได้ เพราะช่วงนี้ยังไม่มีงานเร่งรัด หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน 'น้ำยาปรับสภาพผิวดิน' ทำงานสมบูรณ์นั่นแหละ คงยุ่ง วุ่นวายแทบไม่ได้พัก
“อยากไปสิวะ โดยเฉพาะไอ้คริสนะ มันอยากไปมาก เห็นมันบอกว่าอยากเจอพระเอกตัวเป็นๆ แม่งชอบฉากที่พระเอกถอดเสื้อปิ้งไก่ในป่าว่ะ”
“ไอ้กันต์พูดมากนะมึง แล้วมึงละ ฉากที่ใส่เอฟเฟคนางเอกตกน้ำ มองหน้าอกไม่หยุดเลยนะมึง!”
เจมส์ไม่อยากฟังเพื่อนสองคนเถียงกันจนหูชา
หลังจากตกลงกันได้ เขาจึงหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน เดินออกไปนอกอาคารเรียน เดินขึ้นรถ R35 ที่ตกเป็นเป้าสายตาของผู้หญิงหลายคนในวิทยาลัย
แต่อย่างใดก็ดี ในขณะที่เจมส์กำลังจะก้าวเข้าไปในรถ กลับถูกขวางโดยใครคนหนึ่ง และดูจากหน้าตา ต้องบอกว่าไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด
“เห้ย มึงใช่ไหมเจ้าของ R35 คันนี้” หนึ่งในชายสามคนกล่าว ท่าทางเหมือนอันธพาล พร้อมจะมีเรื่องทุกเมื่อ
ถ้าหากคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นทอย พวกเขาคงนอนคุยกับรากมะม่วงนานแล้ว โชคดีที่เป็นเจมส์ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นชายหนุ่มกลับไม่แย้มยิ้มเลยสักนิด
“มีอะไรก็รีบๆ พูด แดดมันร้อน ผิวของผมมันราคาแพง แต่พวกรุ่นพี่คงไม่เข้าใจหรอกใช่ไหม ดูสิเนี่ย หน้ามัน ผิวหยาบกร้าน เนื้อตัวเหม็น ออกไปให้ห่างๆ เลยนะ” เจมส์ไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย เพราะเจตนาชัดเจนขนาดนี้ เขาก็ไม่ต้องไว้หน้า