หนุ่มหล่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตามองตรงไปเบื้องหน้าที่มีชายฉกรรจ์ร่างใหญ่จำนวน 5 นายยืนประจัน ทุกคนล้วนตีหน้าถมึงทึง ดูจากหน่วยก้านน่าจะมาจากชนชั้นแรงงาน ไม่นานชายคนหนึ่งที่ดูคล้ายกอริลลาก็ก้าวออกมา พร้อมตะเบ็งเสียงใส่
“ เฮ้ย ไอ้หล่อผมทอง ได้ยินว่าคราวก่อน แกโกงไพ่จนลูกน้องของข้าจนหมดตัวไปตามๆกัน จริงรึป่าวฟะ ”
พอสิ้นคำ ทั่วร้านก็เงียบกริบ ทุกชีวิตต่างมองมาที่คู่กรณี บางคนที่ขวัญอ่อนหน่อย ก็รีบมุดลงไปแอบใต้โต๊ะ กระนั้นท่าทางคุกคามของชายผู้นี้ไม่ได้ทำให้หนุ่มหล่อหวาดหวั่นเลยซักนิด เขายังยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบกลับอย่างนิ่มนวล
“ ชั้นไม่ได้โกง พวกเขาหมดตัว เพราะดวงไม่ดี ”
“ ไม่จริง พวกลูกน้องบอกข้าว่าเล่นไปกี่ตา ไพ่ดีๆก็ขึ้นมือแกทุกที ” ชายกอริลลาตะคอกใส่
“ ใช่แล้ว พวกข้าแพ้ถึง 20 เกมติด จะให้เชื่อว่าเป็นเพราะดวงได้ไง แกต้องโกงแน่ๆ ” 3ชายฉกรรจ์หุ่นหมีควายร้องประท้วง
“ นั่นไง คนอะไรจะชนะติดๆได้ถึงขนาดนั้น สารภาพมาซะดีๆว่าแกโกง ” ชายกอริลลาแสยะยิ้มที่น่าสะพรึงให้หนุ่มหล่อ
หนุ่มผมทองยังคงนิ่งเฉย สีหน้าผ่อนคลาย มุมปากเรียวบางยังคงแย้มยิ้ม และในวินาทีต่อมา เขาก็กล่าวอีกครั้งด้วยเสียงที่นุ่มนวล ไม่ต่างจากพระเอกในหนังรักโรแมนติก
“ ถ้าจับไม่ได้ ก็แปลว่าพิสูจน์ไม่ได้ว่าโกง ”
ชายกอริลลาออกอาการฮึดฮัด เขาคำรามในลำคอ จากนั้นก็ตะคอกใส่อย่างดุดัน
“ แล้วถ้าคราวนี้ ข้าจับได้ว่าโกงยังไง แกต้องโดนรุมกระทืบ ตกลงมั้ย ”
“ ฮะๆ ถ้านายจับได้ จะเอาชั้นไปต้มยำทำแกงยังไง ก็เชิญเลย ” หนุ่มผมทองโบกมือ พร้อมหัวเราะเบาๆ
“ ตกลงตามนั้น ” ชายกอริลลารับคำหนักแน่น ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“ นายจะเล่นอะไร แต่ขั้นต่ำตาละ 10 เหรียญเงิน ” หนุ่มผมทองยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็สับไพ่ด้วยความไวที่เหลือเชื่อ
“ เอ้า 10 เหรียญเงิน จับกันคนละใบ ใครได้ใหญ่สุดเป็นผู้ชนะ ” ชายกอริลลาเลือกเกมที่ใช้เวลาสั้นและง่ายที่สุด เพราะต้องการจับกลโกงของหนุ่มหล่อ
“ ตกลง นายเลือกก่อน ” หนุ่มผมทองตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดเช่นกัน มือเรียวงาม ราวกับนักเปียโน วางไพ่ลงบนโต๊ะที่ปูผ้ากำมะหยี่ จากนั้นก็กรีดมันให้เรียงตัวเป็นครึ่งวงกลม
ดวงตาปูดโปนของชายร่างใหญ่จับจ้องมายังหนุ่มหล่อ มือหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบไพ่มาหนึ่งใบ จากนั้นก็พลิกดูแวบหนึ่ง แล้วหงายมันลงบนโต๊ะ
“ ข้าได้ 10 โพธิ์ดำ ตาแกแล้ว ”
หนุ่มผมทองหัวเราะหึๆในลำคอ ก่อนหยิบไพ่ใบที่สองจากขวามือ และเมื่อเขาพลิกหน้าไพ่ลงบนโต๊ะ ทุกคนก็เห็นว่ามันคือ “แจ๊คข้าวหลามตัด”
“ ปัดโธ่โว้ย ” ชายกอริลลาสบถดังด้วยความเสียดาย เพราะแต้มที่ออกมาสูงกว่าไพ่ของเขาเพียงนิดเดียว
“ ดูเหมือนตานี้ชั้นจะชนะ ” หนุ่มผมทองนั่งไขว่ห้าง ท่าทางสบายอารมณ์
“ หน็อย แกมันโชคดี เอ้านี่10 เหรียญเงิน ” ชายกอริลลาตะคอกใส่ ก่อนโยนเหรียญเงินให้หนุ่มหล่อ เขามองมันอยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็หยิบใส่กระเป๋า
“ ขอบคุณที่ใช้บริการ ”
ขณะที่หนุ่มหล่อจะลุกขึ้นยืน ชายกอริลลาก็หยุดยั้งด้วยการตะเบ็งเสียงใส่
“ เฮ้ย เดี๋ยวก่อน ยังไม่จบ ข้าขอแก้มือ ”
หนุ่มผมทองมองชายกอริลลาแวบหนึ่ง ดวงตาสีน้ำทะเลที่คมซึ้งมีแววสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสงบตามเดิม วินาทีต่อมา เขาก็ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้แก่กลุ่มชายฉกรรจ์
“ ได้ กติกาเดิม ขั้นต่ำสิบเหรียญเงิน ”
“ เออ มาเริ่มเลย ” ชายกอริลลาตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมวางเงินเดิมพันขั้นต่ำลงบนโต๊ะ หนุ่มผมทองจึงเอ่ยถามคู่กรณี
“ นายจะเล่นอะไร ”
“ จับใบเดียวเหมือนเดิม ใครได้แต้มน้อยสุด เป็นผู้ชนะ ” ชายกอริลลาเสนอกติกา
หนุ่มผมทองพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ เขาเริ่มสับไพ่อย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน จากนั้นก็กล่าวกับชายกอริลลา
“ เสร็จแล้ว เชิญเลือก ”
ชายกอริลลามองการเคลื่อนไหวของหนุ่มผมทองทุกฝีก้าว เขานิ่งไปอึดใจ ก่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ คราวนี้แกจับก่อน ”
หนุ่มผมทองชะงักไปหนึ่งจังหวะ แต่สุดท้าย ก็รักษาความสงบทางสีหน้าเอาไว้ได้ เขายื่นมือไปหยิบไพ่ที่อยู่ซ้ายสุด ขณะที่จะหงายหน้าไพ่ขึ้นมา ชายกอริลลาก็ร้องทัดทาน
“ ยังไม่ต้องเปิด รอให้ข้าหงายไพ่ของตัวเองก่อน ”
“ เชิญตามสบายเลยครับ คุณลูกค้า ” หนุ่มผมทองตอบกวนๆ แต่ชายกอริลลาไม่ตลกด้วย เขาแยกเขี้ยวข่มขวัญหนึ่งที ก่อนจะหยิบไพ่ที่อยู่ขวาสุดขึ้นมาดู
ทันทีที่เห็นแต้ม ชายกอริลลาก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความสะใจ พร้อมกระแทกมันลงไปบนโต๊ะกำมะหยี่
“ โครม ”
เสียงกระแทกดังสนั่นจนทุกคนภายในร้านหันมามองเป็นตาเดียว แต่ชายกอริลลาไม่สนใจ เขาแหกปากใส่หนุ่มผมทองจนสุดเสียง
“ สองข้าวหลามตัด! ถ้าแกจะชนะ ก็เหลือแค่สองดอกจิกเท่านั้น”
แม้เข้าตาจน แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาปานเทพบุตรของหนุ่มผมทองยังคงยิ้มอย่างสงบ
“ ว่าไง กลัวแล้วรึไง เปิดไพ่ออกมาสิวะ ” ชายกอริลลาข่มขู่
“ หึๆ เดี๋ยวก็รู้ ” หนุ่มผมทองหัวเราะเบาๆ ก่อนหงายไพ่ของตัวเองขึ้นมา เมื่อปรากฏต่อสายตา ทุกคนก็พบว่ามันคือ “สองดอกจิก”
“ เฮ้ย! แกโกงนี่หว่า เป็นไปได้ไง ” ชายกอริลลาลุกพรวด พร้อมถลึงตาใส่หนุ่มผมทอง
“ อ้าว แล้วกัน นายเป็นคนกำหนดกติกาเอง แถมยังเป็นฝ่ายเลือกอีกว่าใครเปิดไพ่ก่อน แบบนี้จะเรียกว่าโกงได้ไง ” หนุ่มผมทองพูดยิ้มๆ พลางโบกมือไปมา
“ ฮึ่ม…. ” ชายร่างน้องกอริลลากัดฟันกรอดๆ เขาทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าหนุ่มผมทองโกงยังไง จึงได้แต่ยืนตัวสั่นงันงกด้วยความแค้น ไม่นาน ลูกน้องคนหนึ่งได้เตร่เข้ามาบอก
“ ลูกพี่ เรามีมาแค่ 30 เหรียญเงินเท่านั้น ผมว่ากลับกันก่อนดีกว่า เพราะถึงจะเล่นอีกกี่เกม ก็จับมันไม่ได้อยู่ดี ”
“ ไม่เอาโว้ย ข้าต้องจับให้ได้ว่ามันโกงยังไง ต่อให้หมดตัว ก็ไม่ยอมแพ้ ” ชายกอริลลาตะโกนดัง ก่อนจะวางเดิมพันชุดสุดท้ายลงบนโต๊ะ
“ โอ้ๆ ขอบคุณครับที่จู่ๆเอาเงินมาให้ คุณผู้ชายจะเล่นอะไร ” หนุ่มผมทองมองเงินสลับใบหน้าถมึงทึงของชายร่างน้องกอริลลา
“ จับใหญ่เหมือนเกมแรก แต่ข้าขอสับและแจกไพ่ให้แกเอง ” ชายกอริลลาคำรามดัง
“ อ้าว นายทั้งสับทั้งแจกเอง แล้วชั้นจะได้วัดดวงตรงไหน ไม่แฟร์เอาซะเลย ” หนุ่มผมทองร้องท้วงเป็นครั้งแรก ใบหน้าเริ่มร้อนรน ชายร่างน้องกอริลลาจึงนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนแจงกติกาใหม่
“ เอาเป็นว่าแกหงายไพ่ในมือได้ แต่ถึงยังไง ข้าก็จะแจกไพ่ให้แกเอง ว่ายังไง จะเล่นหรือไม่เล่น ” ชายร่างน้องกอริลลาพูดจบ ก็หักนิ้วตัวเองจนเกิดเสียงดังกร็อบๆอยู่หลายที
ไม่ว่าหนุ่มผมทองจะถูกข่มขู่ยังไง เขาก็ไม่แสดงอาการใดออกมา ดวงตาคมซึ้งมองชายร่างน้องกอริลลาอยู่นานพอดู ก่อนตอบกลับสั้นๆว่า…..
“ ตกลง ”
ชายร่างน้องกอริลลาอมยิ้มเล็กน้อย เขาพอใจที่เป็นฝ่ายคุมเกม ภายในแอบขบคิด
“ เมื่อเป็นแบบนี้ ดูซิว่าแกจะยังชนะได้อีกมั้ย ”
ชายกอริลลานึกกระหยิ่มยิ้มย่อง จากนั้นก็ลงมือสับไพ่ด้วยความชำนาญ บ่งบอกว่าเขาเองก็เป็นเซียนไพ่คนหนึ่ง พอเสร็จสรรพ ก็วางลงบนโต๊ะ โดยไม่กรีด แล้วหยิบใบแรกให้ตัวเอง ใบต่อมาสำหรับหนุ่มผมทอง
เมื่อหนุ่มผมทองได้รับไพ่ที่แจกมา เขาก็มองมันแวบหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยถาม
“ ใครจะเป็นฝ่ายเปิดไพ่ก่อน ”
“ ข้านี่แหละ คราวนี้แกแพ้แน่ ” ชายร่างน้องกอริลลาร้องตะโกน ก่อนหงายไพ่ของตัวเองออกมา แต้มที่ได้คือ “เอซโพธิ์แดง”
“ ฮ่าๆ สุดยอด ข้าได้แต้มเกือบใหญ่สุด ถ้าอยากชนะ แกต้องมีเอซโพธิ์ดำเท่านั้น ” ชายร่างน้องกอริลลาหัวเราะร่วนจนน้ำลายแตกฟอง เขากำลังจะคว้าชัยในเกมนี้
หนุ่มผมทองยังคงยิ้มนิดๆ ก่อนหงายไพ่ในมือของตัวเองขึ้นมาช้าๆ แต้มที่ออกคือ……เอซโพธิ์ดำ
“ เฮ้ย! ไม่ เป็นไปไม่ได้ ” ชายร่างน้องกอริลลาลุกขึ้นยืน พร้อมเอาสองมือกุมขมับ ใบหน้ายู่ยี่และเศร้าสลด ราวกับโลกแตก ส่วนเหล่าลิ่วล้อก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
หนุ่มผมทองมองอาการช็อกของคนเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปลอบแกมหยอก
“ เอาน่า พี่ยักษ์ การพนันย่อมมีได้มีเสีย ไว้พวกนายหาเงินจากการรับจ้างแบกของที่ท่าเรือได้ ค่อยกลับมาแก้มือแล้วกัน ”
“ แกโกงข้าใช่มั้ย ” ชายร่างน้องกอริลลาส่งสายตาโกรธเกรี้ยว
“ ตามกฎของโลก ถ้าจับไม่ได้ ก็ถือว่าไม่ได้โกง ” หนุ่มผมทองยิ้มยียวน
“ สรุปว่าแกโกง ” ชายร่างน้องกอริลลาตะคอกใส่ ท่าทางฉุนเฉียว
“ จะกล่าวหา ก็ต้องจับให้ได้ก่อนว่าชั้นโกงนายยังไง แต่คงไม่มีใครจับได้หรอกมั้ง ” หนุ่มผมทองหัวเราะเบาๆแบบคนมีมาด
“ หน็อย….. ” ชายร่างน้องกอริลลาจนแต้ม เขาไม่รู้จะโต้ตอบยังไง ขณะที่สถานการณ์ในวงไพ่กำลังตึงเครียด ก็มีใครบางคนร้องทักจากด้านหลัง
“ ไม่เห็นยากเลย ”
ทุกคนในวงไพ่หันมองตามเสียง จึงพบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ดูกวนๆ เขาก็คือ "มาวิน"
“ น้องชาย ที่พูดเมื่อกี้ หมายความว่าไง ” หนุ่มหล่อเอ่ยถาม
“ นั่นสิ เเกจะพูดอะไรกันแน่ เจ้าหนู ” ชายร่างน้องกอริลลาถามมั่ง
มาวินไม่ตอบในทันที เขายิ้มกวนๆ ก่อนจะแถลง เพื่อคลายความสงสัย
“ ก็หมายความว่า…ชั้นจับกลโกงของนายได้แล้ว ”
พอสิ้นคำ ทุกคนดูอึ้งอยู่พักใหญ่ อึดใจต่อมา ชายร่างน้องกอริลลาเป็นฝ่ายรู้สึกตัว จึงไถ่ถามด้วยอาการร้อนรน
“ มันโกงยังไง เฉลยมาซิ เจ้าหนู ”
“ ก็พี่ชายผมทองแอบเปลี่ยนไพ่ในช่วงที่หงายมันยังไงล่ะ ส่วนไพ่ที่ใช้เปลี่ยน ถูกซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ” มาวินชี้ไปที่หนุ่มผมทอง พร้อมเฉลยกลโกง ท่าทางภูมิใจ
ชายร่างน้องกอริลลาและเหล่าลิ่วล้อหันมามองหนุ่มผมทองเป็นตาเดียว ก่อนออกปากถาม ท่าทางขึงขัง
“ จริงรึเปล่า ไอ้หล่อผมทอง ”
หลังจากโดนเปิดโปง สีหน้าของหนุ่มผมทองเริ่มเจื่อนลง ท่าทางกระสับกระส่าย ไม่นิ่งเหมือนทีแรก ถึงกระนั้น เขาก็ยังกลบเกลื่อนด้วยการเถ
“ โธ่ ก็พูดไป นายเชื่อเด็กน้อยสติเลอะเลือนคนนี้เหรอ ไหนล่ะหลักฐาน ”
มาวินเริ่มยั้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนดูถูกซึ่งหน้า เขาจึงรีบรุดเข้าไปจับมือขวาของหนุ่มผมทอง จากนั้นก็เขย่าแรงๆอยู่หลายทีจนไพ่หลายใบร่วงหล่นลงมาจากแขนเสื้อ
“ นี่ไงเล่า หลักฐาน ทีนี้เชื่อหรือยังว่าชั้นเห็นจริงๆ ”
“ โอ้…..เยี่ยมมาก สุดยอดเลย เจ้าหนู ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” เหล่าชายฉกรรจ์หัวเราะร่วน เพราะพวกเขาจับกลโกงของหนุ่มผมทองได้แล้ว
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
