ตอนที่ 185 ดิฉันไม่หิว
หญิงวัยกลางคงมองดูเธอที่พึ่งจะสำรอกอาหารและเครื่องดื่มที่ได้กินเข้าไปออกมาจนหมดด้วยแววตาที่เป็นห่วง
ส่วนเธอที่เงยหน้าขึ้นมามองกระจกเพื่อดูสภาพของตัวเองที่หมดเรี่ยวแรง ก็ต้องตะลึงเมื่อหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอและฉายอยู่บนกระจกเงา คือ หญิงวัยกลางคนที่มีรูปร่างอันเปร่งปรั่ง ที่เธอเองก็ยังต้องอิจฉา
ทรวดทรงองค์เอว หน้าอกที่เต่งตูม ส่วนเว้าส่วนโครงที่เข้ารูป นี้คือรูปร่างของหญิงวัยกลางคนจริงๆ เหรอ?
หันกลับมามองตัวเธอที่อายุเพียง 25 ปี นี้คือวัยที่ควรจะงามสะพรั่งมากที่สุด อีกทั้งเธอยังเป็นถึงนักแสดงที่ควรจะมีรูปร่างและหุ่นที่ใครๆ ได้เห็นต่างก็พากันอิจฉา
หากแต่ว่า เมื่อเทียบกันแล้วนอกจากหน้าตาที่เธอมั่นอกมั่นใจแล้ว ไม่มีสิ่งใดในรูปร่างที่เธอจะเทียบกับหญิงวัยกลางคนผู้นี้ได้เลยสักนิด
ไม่ว่าจะขนาดของหน้าอกที่รัดตูมอยู่ในเสื้อผ้าของหญิงวัยกลางคน ก็มีดีไม่แพ้ของเธอเลย
และที่สำคัญที่ทำให้นักแสดงพริมโรสถึงกับตะลึงค้างเข้าไปอีก ก็คงจะเป็นตอนที่หญิงวัยกลางคนได้ยื่นมือเข้ามาลูบหลังของเธอ เพื่อช่วยให้เธอที่กำลังสำรอกของเสียที่ตอนนี้มันกำลังจุกอกให้ไหลเวียนได้คล่องตัวมากขึ้น
มือที่ลูบหลังเธออยู่นี้ได้สัมผัสเข้ากับแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเธอ ที่วันนี้ได้สวมใส่ชุดเปิดแผ่นหลัง
มือของหญิงวัยกลางคนนั้นนุ่มเอามากๆ ผิวหนังที่สัมผัสแผ่นหลังของเธอ ล้วนมีแรงสะท้านจากผิวที่แน่นกระชับของอีกฝ่าย มาช่วยประคองเธอเอาไว้ จนพริมโรสที่ได้สำรอกของเสียออกมาจนหมด
หมดสิ้นเรี่ยวแรงจนแทบจะล้มเซไปกับพื้น แต่โชคยังดีที่หญิงวัยกลางคนดังกล่าวได้คว้าตัวเธอเอาไว้และประคองให้ยืนโดยที่ไม่ล้ม
แข็งแรง?
“แม่หนูเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหนหรือไม่ ให้ฉันพาเธอออกไปพักด้านนอกดีกว่าไหม?” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถาม พลางประคองเธอออกไปจากห้องน้ำ เพื่อไปรับอากาศที่บริสุทธิ์จากด้านนอกของคฤหาสน์
พริมโรสที่สติเลื่อนลอย เมื่อได้รับอากาศอันบริสุทธิ์เข้าไป ร่างกายของเธอนั้นก็ค่อยๆ ฟื้นตัว
สติที่ขาดไปเริ่มกลับมาอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่าหญิงวัยกลางคนที่เข้ามาช่วยเหลือเธอเอาไว้ กำลังนั่งมองเธออยู่ข้างๆ พลางเช็ดคราบเหงื่อเย็นๆ ที่เกิดจากอาการในก่อนหน้านี้อย่างทะนุถนอม
‘พรึ่ด~’
เมื่อได้สติดีแล้ว พริมโรสก็รีบดึงตัวออกด้วยความตกใจ เธอผงะหนีตามสัญชาตญาณที่ค่อนข้างจะหวาดกลัวต่อคนอื่นๆ และคิดในแง่ร้ายว่าอีกฝ่ายจะทำอันตรายเธอ
แต่ทว่า ด้วยความที่เธอพึงจะฟื้นตัว อาการในก่อนหน้านี้ยังคงตกค้าง พอขยับตัวเร็วๆ อาการก็พลันกลับมากำเริบอีกครั้ง เธอวิงเวียนศีรษะและเกือบจะล้มพับไปอีกรอบ พริมโรสรีบประคองสติที่เหลืออยู่น้อยนิด ใช้มือค้ำยันร่างกายเอาไว้ จนผ่านพ้นวิกฤตนี้มาได้
ก่อนที่ในระหว่างนั้นจะได้ยินถึงคำพูดของหญิงวัยกลางคนที่ช่วยดูแลเธอ ร้องเรียกเธออยู่ข้างๆ
“แม่หนู แม่หนู ไหวไหม ให้ฉันไปตามนักบวชแห่งแสงมาดูอาการดีหรือไม่?” “ไม่...ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ดิฉันดีขึ้นมากแล้ว” พริมโรสพยายามตอบกลับ
“เธออาการยังไม่ค่อยดี อย่าพึ่งรีบขยับตัวเร็วเกินไปนัก เป็นไปได้ก็นั่งพักอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยเถอะนะ” หญิงวัยกลางคน เหมือนจะรู้ตัวว่ากำลังทำให้เธอหวาดกลัว จึงพยายามถอยห่างให้อีกฝ่ายรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม พริมโรส ที่ตอนนี้กำลังเหนื่อยล้า ได้คว้ามือของหญิงวัยกลางคนเอาไว้
เธอรู้ตัวเองดีว่าตอนนี้ตัวเธอ ไม่มีแรงมากพอจะดูแลตัวเองได้ ฉะนั้นแม้เธอจะทำท่าทางหวาดกลัวต่อหญิงวัยกลางคนให้เห็นในตอนแรก แต่พอได้รู้ถึงความหวังดีและความเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่าย เธอก็พลันเอื้อมมือออกไป พร้อมกับพูดเอาไว้ว่า
“ช่วยอยู่เป็นเพื่อนดิฉัน อีกสักหน่อยจะได้ไหมคะ?”
“ได้สิจ๊ะ แม่หนูนั่งพักตรงนี้จนกว่าจะหายดีเถอะ เดี๋ยวฉันจะเฝ้าเธอให้เอง” นี้คือคำพูดสุดท้ายที่พริมโรสได้ยินจากหญิงวัยกลางคน ก่อนที่เธอจะสลบไสลไป...โดยที่ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
และในทันทีที่เธอตื่นขึ้น เธอก็พบว่าหญิงวัยกลางคนก็ยังคงนั่งเฝ้าเธอไว้อย่างนั้น ตามที่ได้บอกจริงๆ อีกทั้งยังได้ถอดเสื้อคลุมมาช่วยคลุมร่างกายของเธอที่ออกจะเปิดเผยเรือนร่างอยู่สักหน่อย ไม่ให้อุจาดสายตานั่นเอง
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม? กินอะไรสักหน่อยสิ จะได้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง” หญิงวัยกลางคน ได้สังเกตเห็นว่าตัวเธอ มีสติกลับมาแล้ว ก็พลันยื่น เนื้อเสียบไม้มาให้กับเธอ
พริมโรสไม่เคยเห็น เนื้อเสียบไม้หน้าตาเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งกลิ่นของมันก็หอมยั่วยวนใจเธอ จนอยากจะคว้าเอามากินเสียเหลือเกิน
หากแต่ว่า...เธอกินมันไม่ได้! เธอมองไปที่เนื้อเสียบไม้ด้วยความถวิลหา ถึงกระนั้นเธอก็ต้องหักห้ามใจนั้นเอาไว้ เพราะเมื่อเห็นถึงเนื้อและความมันที่ไหลเยิ้มอยู่นั่นเอง เธอก็เกิดกลัวที่จะกินมันขึ้นมาในทันที
เธอต้องรักษาหุ่นและรูปร่าง ก่อนจะปฏิเสธถึงอาหารที่ยื่นเข้ามานี้ไปอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไม่อยากกินอะไรในตอนนี้” เธอกัดฟันเพื่อที่จะปฏิเสธ
และในขณะเดียวกัน จู่ๆ ประตูที่เชื่อมกับคฤหาสน์ก็พลันเปิดอ้าออก
“คุณอาหญิง มาอยู่ที่นี่เองเหรอคะ? ข้าตามหาซะทั่วเลย” เสียงร้องเรียกนี้ ได้เรียกให้หญิงวัยกลางคนหันหลังกลับไปมอง
ซึ่งพริมโรสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็พลันเห็นถึงเจ้าหญิงเอวา เดอ ลูน่า ที่มีสิริโฉมที่งดงามกำลังเดินปรี่เข้ามาทางที่นั่งของเธอ พร้อมกับร้องเรียกหญิงวัยกลางคนผู้นี้ว่าคุณอาหญิง
ใช่แล้ว หญิงวัยกลางคนที่ช่วยเหลือนักแสดงพริมโรสและอยู่ดูแลก็คือ คุณผู้หญิงของท่านไวทเคานต์นิคนั่นเอง
“เอ๊ะ? นั้นนักแสดงพริมโรสไม่ใช่เหรอ?” เมื่อเข้ามาใกล้ เจ้าหญิงเอวา ก็จดจำเธอได้ในทันที
“นักแสดงพริมโรสหรอกเหรอเนี่ย? ก็ว่าอยู่หน้าตาคุ้นๆ ตัวจริงสวยจังเลยนะ” หญิงวัยกลางคน หันกลับมามองเธอ ด้วยรอยยิ้ม
พริมโรสที่ได้ยินแบบนั้น ก็พลันรู้ได้ในทันทีว่า คนที่ช่วยเหลือเธอไว้ ที่แท้ก็เป็น ภรรยาของเหล่าขุนนางสักคนในอาณาจักรแห่งนี้ และจากที่เจ้าหญิงเอวาร้องเรียกว่าคุณอาเฉกเช่นนี้ คงจะต้องเป็นขุนนางที่มียศศักดิ์ที่สูงมากแน่ๆ
พอได้รู้เช่นนั้น เสียงคำจิกกัด เสียงคำดูถูกสารพัดที่เธอเคยได้รับจากเหล่าภรรยาขุนนางก็สะท้อนกลับมาอีกครั้ง
เธอรีบดันตัวถอยหลังไปเล็กน้อย เพื่อเว้นระยะห่าง...พรึด เพียงแต่ว่าทันทีที่เธอเว้นระยะห่างระหว่างเธอกับภรรยาของขุนนาง ตอนนั้นเอง คุณผู้หญิงก็แย้มยิ้มออกมา พร้อมกับดันตัวเลื่อนตามเธอเข้ามาใกล้ๆ
ด้วยช่องว่างที่เหลือบนม้านั่ง ทางด้านของเจ้าหญิงเอวาก็สอดแทรกตัวที่ผอมบางเข้ามานั่ง รวมกันได้ในที่สุด
“คุณอา เนื้อเสียบไม้นี้คืออะไรเหรอคะ? อย่าบอกนะคะว่ามันคือเมนูจากร้านอาหารสามเวลานั้นอีกแล้ว” เจ้าหญิงเอวาสังเกตเห็นถึงเนื้อเสียบไม้ของคุณผู้หญิงที่เธออยู่ในมือ
“สิ่งนี้เรียกว่าหมูปิ้งและใช่จ้ะ นี้คือเมนูจากร้านอาหารสามเวลา” อันที่จริงคุณผู้หญิงที่กำลังควบคุมอาหาร ไม่สามารถกินหมูปิ้งของไลท์ได้อยู่แล้ว เพียงแต่เธอได้นำมันติดตัวมาด้วย ก็เพื่อให้คนอื่นในงานได้ลองชิมกันดูนั่นเอง
“หมูปิ้ง? ชื่อเรียกตลกดีนะคะ? จะเป็นอะไรไหม ถ้าข้าจะขอลองชิมดูบ้าง” ตอนนี้เจ้าหญิงเอวา ได้กินเมนูอาหารของร้านอาหารสามเวลาที่ไลท์ ทำให้กับครอบครัวของท่านไวทเคานต์เกือบจะหมดแล้ว
ซึ่งเธอแทบจะคลั่งไคล้และหลงใหลไปกับอาหารของไลท์ ในทุกเมนูๆ พลางออดอ้อนขออาหารจากคุณผู้หญิงไม่หยุดไม่หย่อน
มิวายทันทีที่คุณผู้หญิงพยักหน้า เจ้าหญิงเอวาที่ไม่ต้องสำรวมต่อหน้าใครอีก ก็คว้าหมับ ส่งเนื้อเสียบไม้เข้าปาก เคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย ดื่มด่ำกับอาหารของไลท์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เอื้อก~ ในระหว่างที่เห็นถึงเจ้าหญิงเอวา คว้าเนื้อเสียบไม้ที่เธอปฏิเสธไปกินอย่างเอร็ดอร่อย จู่ๆ นักแสดงพริมโรสที่หิวโหยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เผลอกลืนน้ำลายดังเอือก โดยไม่รู้ตัว
และเสียงกลืนน้ำลายนี้ก็ได้ดังไปถึง เจ้าหญิงเอวาและคุณผู้หญิงเต็มสองหู
“นักแสดงพริมโรสคงจะหิวแล้วสินะ? ในงานมีสเต๊กของท่านกามินคอยเสิร์ฟให้อยู่ เชิญเข้าไปกินได้ตามสบาย” เจ้าหญิงเอวาเชื้อเชิญเธอให้กลับเข้าไปด้านใน เพียงแต่ว่านักแสดงพริมโรสกลับนั่งนิ่งไม่ไหวติง
ปากพร่ำบอกว่า ‘ดิฉันไม่หิว’ ซ้ำไปซ้ำมา
“แม่หนูกำลังอดอาหารอยู่ใช่ไหม?” คุณผู้หญิงได้มองสำรวจนักแสดงพริมโรส ราวกับกำลังมองดูตนเองในสมัยที่เคย ควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีการอดอาหาร
มันเป็นภาพสะท้อนที่เธอไม่เคยลืม ช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ได้เลย...คุณผู้หญิงจึงเอ่ยถามออกไปกับนักแสดงพริมโรส ตรงๆ ว่าเธอกำลังอดอาหารอยู่ใช่หรือไม่
“. . .”
นักแสดงพริมโรสไม่ได้ตอบ เธอก้มหน้าลงด้วยความเอียงอายที่ถูกจับได้ เล็บมือได้จิกลงบนนิ้วมือต่างๆ แสดงออกถึงความวิตกกังวลและความเครียดที่สะสม
“ใช่สินะ” คุณผู้หญิงไม่ได้ต้องการคำตอบ เธอรับรู้ได้ผ่านเรื่องราวจากตัวเธอเอง ที่เคยใช้วิธีนี้
“แม่หนูไม่ต้องอายหรอกนะ วิธีการอดอาหารในหมู่ขุนนางก็เป็นแบบนี้เหมือนกันและตัวของฉันเองก็เคยใช้วิธีนี้ในการรักษาหุ่นเช่นเดียวกัน”
หลังจากได้ยินว่า ตัวของคุณผู้หญิงที่มีรูปร่างงดงามเฉกเช่นนี้ เคยอดอาหารแบบเดียวกับเธอ
นักแสดงพริมโรสก็หันขวับ เหลือบตาขึ้นมามองด้วยความตื่นตาตื่นใจ ประหนึ่งกำลังค้นพบหนทางสว่าง
‘การอดอาหารของเธอ สามารถทำให้หุ่นงดงามได้แบบนี้จริงๆ ใช่เหรอ?’ ถ้าเป็นเช่นนั้น เธอก็อยากที่จะรู้เคล็ดลับที่ว่านั้นเหลือเกิน
ไฉนเลยเมื่อมองกลับขึ้นมา คุณผู้หญิงกลับส่ายหน้า “เสียใจด้วย เธอคิดผิดแล้ว...การอดอาหารด้วยวิธีแบบนั้น ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง วิธีนั้นไม่ได้ช่วยทำให้หุ่นของฉันเป็นเหมือนกับในตอนนี้” คุณผู้หญิงเว้นจังหวะลงไปเล็กน้อย มือซ้ายล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเล็กๆ ที่เธอมักถือติดตัว
หยิบเอานาฬิกาสีทองเรือนหนึ่งออกมา ‘แก๊ก!’ เผยให้เห็นภาพของหญิงวัยกลางคนที่ผอมราวกับไม้เสียบผีกำลังยืนคู่กับชายวัยกลางคนที่แม้จะมีอายุอานามมากแล้ว แต่กลับดูแข็งแรง ทรงภูมิ ช่างดูไม่เข้ากันและดูแตกต่างกันมากทีเดียว
“คนในรูปนี้คือตัวฉันเอง”
“??!!” นักแสดงพริมโรส แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนในรูป จะเป็นคนๆ เดียวกับคุณผู้หญิงในตอนนี้ เพราะมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวมากจริงๆ
“ที่ท่านอาหญิงพูดเป็นความจริง เมื่อก่อนท่านอาหญิงเคยผอมมากๆ” เจ้าหญิงเอวาได้เข้ามายืนยันคำพูดของคุณผู้หญิงให้หนักแน่นขึ้น
นักแสดงพริมโรสแม้จะไม่อยากเชื่อ แต่พอได้ยินถึงคำพูดของเจ้าหญิงเอวาก็ทำให้เธอ ถึงกับทรุดลงในทันที
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy