อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 55

                    “ตะกรุดพยัคฆาราชัน!” อลินตาเอ่ยกับอวยชัย

                    “เจ้าแห่งเสือทั้งปวงเอาไว้ปกป้องคุ้มครองตัวเอง และ...” อลินตาขยับเข้าไปใกล้อวยชัย

                    “เอาไว้ใช้ในในยามคับขันวิธีใช้ง่ายมากปลดด้ายสายสิญจน์ออก แล้วใช้ด้ายสายสิญจน์มัดไว้กับตัวตะกรุดจากนั้นห้อยที่คอฉันย้ำว่าเอาไว้ในยามคับขันเท่านั้น ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติทั่วไปนายก็พกติดตัวไว้สามารถป้องกันภูติผีปีศาจและมนต์ดำได้นี่ไม่ได้จะให้ใครง่ายๆนะ ฉันน่ะถ้าได้ให้อะไรใครแล้วแสดงว่าฉันเล็งเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์ในอนาคตภายภาคหน้ากับคนคนนั้นจริงๆ”แม้อลินตาจะไม่ย้ำแต่อวยชัยก็เชื่อเต็มร้อยว่าคำพูดของเธอจะเป็นความจริงแน่นอน...

                    ...วันเวลาหมุนเวียนผ่านไปตามหน้าที่ของมันอย่างเที่ยงตรงเช้าตรู่ของวันใหม่ในห้องชุดสุดหรูของคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยาหมิงนอนเกยก่ายหมอนข้างรูปหนอนอยู่บนโซฟาที่ห้องรับแขกส่วนเป๋าสาวสองเพื่อนซี้ก็ลุกขึ้นไปทำอาหารเช้า เตรียมตั้งโต๊ะก่อนจะออกไปทำบุญตามคำสั่งของอลินตาผู้เป็นเจ้านายตนซึ่งทั้งสองมาฝังตัวที่คอนโดของอลินตาตั้งแต่อลินตาหายตัวไปทำงานที่ภพอื่น เป็นการเฝ้าคอนโดและคอยทำบุญทำกุศลให้กับเจ้านายของตัวเองและทั้งสองก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีไม่มีบกพร่องสักนิดขณะที่เป๋ากำลังดาวไข่ในกระทะเทฟล่อนหมิงหนุ่มหล่อระดับโอ้ปป้าก็เดินตาตูบเพราะเพิ่งตื่นนอนเข้ามาหาก่อนจะถามขึ้น

                    “ไอ้เป๋าคุณเนตรยังโทรมาอยู่ไหม?” เป๋าที่ดาวไข่อยู่ก็ตอบโดยที่ไม่มองไปทางคนถาม

                    “เพิ่งจะวางสายไปเมื่อกี้เองไม่รู้คุณเนตรอยากคุยอะไรกับคุณอลินนักหนา” เมื่อพูดถึงตรงนี้เป๋าก็หันมาหาหมิงพร้อมกับทัพพีดาวไข่ที่ยังอยู่ในมือ

                    “เออหรือว่าจะเกี่ยวกับมรดกตกทอดของคุณอลินที่จะเปิดพินัยกรรมเร็วๆ นี้ที่บ้านใหญ่”หมิงส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆว่าเนตรนภาโทรหาอลินตาด้วยเรื่องอะไรแต่ที่ผิดสังเกตคือช่วงสองสามวันมานี้เนตรนภาโทรหาญาติผู้พี่เหมือนกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อโทรตามลูกหนี้เชียวล่ะหมิงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

                   เมื่อเป๋าจัดอาหารเช้าให้ตัวเองและเพื่อนรักนามว่าหมิงขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้วตัวเองก็เดินเข้าไปในห้องพระเพื่อจะไปเอาเงินที่อลินตาวางไว้ให้ซื้อของทำบุญถวายเพลถวายสังฆทาน และบริจาคตามองค์กรต่างๆ เป็นประจำวัน

                   เป๋าเดินสับเท้าเป็นจังหวะเข้าไปในห้องพระด้วยความคุ้นชินในใจก็คิดว่าคุณอลินตานี่เป็นคนยังไงกันแน่นะ งกยิ่งกว่าเกลือทะเลแต่เวลาทำบุญกลับทำตัวเป็นแม่พระเจ้าบุญทุ่มไม่เสียดายเงินสักบาทสักสตางค์หรือเพราะคุณอลินตาทำงานหนักเวลาจะทำบุญหรือว่าซื้อความสุขให้กับตัวเองก็เลยฟุ่มเฟือยเข้าขั้นระดับมือเติบตรรกะของคุณอลินเนี่ยมันสวนทางกันยิ่งกว่าอะไรดีจะให้เข้าไปนั่งเดาใจเป๋าคงไม่ทำเด็ดขาดเพราะจิตใจเจ้านายสาวของเธอเดายากยิ่งกว่าหาผู้ชายมากินสียอีก

     

                   เป๋าคิดอะไรไปเพลินๆ ขณะเดียวกันก็เอื้อมมือไปเปิดประตูห้องพระแล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้องเพื่อหยิบเงินแต่แล้ว เมื่อเปิดไฟสว่างพรึ่บขึ้นทั้งห้องเสียงเป๋าก็แหกขึ้นราวกับว่ามีโจรจะมาปล้นสวาทฆาตกรรมเยื่อพรหมจรรย์ของเธอ

                    “อร๊ายยยยย......!!!!”เป๋ามือสั่นเทิ้มเท่าทันเสียงแหกปากกรีดร้อง หมิงก็วิ่งเข้ามาอย่างทันท่วงที

                    “เป็นไรไอ้เป๋า แหกปากเอ็ดตะโรทำไม?”เป๋าไม่ตอบแต่ชี้ไปที่โลงศพสีขาวตระหง่านกลางห้องพร้อมกับมือเรียวขาว ที่พาดขึ้นมาบนโลงห้อยต่องแต่งไปมา เป๋ายืนนิ่งเป็นรูปปั้นเทพีเสรีภาพในใจเต้นตุบตับยิ่งกว่าเจอผู้ชายหล่อลากเป็นไหนๆสองขาเกร็งเข้าหากัน หมิงที่พรวดพราดเข้ามาดูเหตุการณ์ก็เขกหัวเป๋าไปหนึ่งดอกโทษฐานที่ความจำปลาทองอย่างไม่น่าให้อภัย

                    “แกลืมรึไงในโลงนั่นน่ะเจ้านายเราเองคงจะกลับมาจากการปราบผีต่างภพนั่นแหละ” หมิงพูดเพราะเห็นเป็นเรื่องปกติอย่างที่สุดส่วนเป๋ายืนกระทืบเท้าน้ำตาไต่ขอบตาล่างด้วยความเกร็งและกลัวก่อนจะพูดน้ำเสียงสะบัดๆ

                    “ไอ้หมิงสงสัยต่อไปนี้ฉันต้องใส่กางเกงในแพมเพิร์สมาทำงานจริงๆแล้วมั้งแก” หมิงหันมา ย่นคิ้วตาเหลือกก่อนจะชี้ไปยังเพื่อนซี้สาวสอง

                    “เฮ้ย...ไอ้เป๋าแกอย่าบอกนะว่า...” เป๋าพยักหน้าหงึกหงัก

                    “ยืมกางเกงแกตัวนึงนะ...”น้ำเสียงออดอ้อนสุดฤทธิ์แต่กระนั้นก็ยังไม่วายหันไปแซะเจ้านายตัวเองที่นอนนิ่งอยู่ในโลงศพ กายทิพย์เข้าเฝ้าพระอินทร์ไปแล้วมั้งคงเหลือแต่กายหยาบ

                    “นี่ไอ้หมิงคุณอลินเนี่ยตกลงเป็นหมอผีหรือว่าที่จริงนางเป็นผีกันแน่วะดูการใช้ชีวิตของคุณนายเค้าสิ ออกจะพิลึกพิลั่นคนบ้าอะไรนอนหลับสนิทไร้กังวลอยู่ในโลงศพ ไหนจะคบผีเป็นเพื่อนแล้วชอบทำหน้าเจื่อนๆ เมื่อคุณเธอไม่ได้เจอผีในวันใดวันหนึ่ง..” หมิงอดขำคำแซะในตัวอลินตาผู้เป็นเจ้านายของพวกเขาไม่ได้ก็ได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอาก่อนบอกเพื่อนรัก

                    “นี่ไอ้เป๋าฉันว่าชาติก่อนแกคงเคยตายกลายเป็นผี แล้วไปหลอกชาวบ้านชาวช่องเขาให้กลัวลนลานแน่ๆชาตินี้แกเลยเกิดมากลัวผีจนขี้ขึ้นสมองทั้งที่คุณอลินก็การันตีว่าดวงแกแข็งโป๊กยิ่งกว่าผีตายโหงซะอีก เฮ้อ..ประหลาดคนจริงๆ กลัวผีแต่มาทำงานเกี่ยวกับผีๆ สางๆ นี่แหละกฎแห่งกรรมของจริง”หมิงบ่นเพื่อนรักเบาๆส่วนเป๋าก็ยืนบิดไปมาเพราะกางเกงด้านในส่วนลึกเปียกเปรอะไปหมดหมิงมองอาการเพื่อนรักก็อดเห็นใจไม่ได้

                    “เออๆไปค้นเอาเหอะกางเกงขายาวอยู่ในกระเป๋าฉันนั่นแหละ” หมิงพูดจบเป๋าก็เดินกระย่องกระแย่งออกไปจากห้องพระในใจก็นึกหมั่นไส้นายสาวของตัวเองที่ชอบทำอะไรให้ระทึกได้ตลอดเวลาเมื่อเป๋าเดินออกไปล้วหมิงก็เดินเข้าไปใกล้ๆ โลงศพพบว่าอลินตาเจ้านายสาวสวยของตัวเองกำลังหลับตาพริ้มยิ้มระยับ อาจจะเพราะว่าด้านข้างอีกฝั่งของโลงศพคือทองคำแท่งของแท้ล้วนๆนี่คงเป็นค่าจ้างที่อลินตาไปทำงานมาแน่ๆ แต่ครั้งนี้ดูทองคำมันจะท่วมหัวเชียว

                    “ค่าจ้างเยอะกว่าทุกครั้งแฮะ”หมิงพึมพำแต่ไม่มีอาการโลภอยากได้แต่อย่างใดกระนั้นอลินตาที่ยังนอนเคลิ้มอยู่ในโลงศพ ก็ดันยิ้มและพยักหน้าหงึกๆ ราวกับว่าเห็นด้วยกับคำพูดของหมิง

     

                    “อือ.. หึ๊...”หมิงถึงกับสะดุ้งไม่น้อย คนบ้าอะไรตอบโต้ได้แม้กระทั่งตอนหลับสนิทผู้หญิงคนนี้จิตสังหาร เอ้ย.. จิตสัมผัสดีจริงเชียวว่าแล้วหมิงก็เดินเข้าไปหยิบเงินทำบุญของอลินตาก่อนจะเดินออกมาเงียบๆปล่อยให้นายสาวตัวเองพักกายหยาบในโลงศพอย่างมีความสุขบนกองทองของเธอต่อไป

                    ขณะเดียวกันทางด้านคฤหาสน์โหราตระกูลอันโอ่อ่าซึ่งอันที่จริงใครๆ ก็รู้ว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นสิทธิ์ของอลินตาแต่เพียงผู้เดียวเนื่องจากว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นของคุณดารารายแม่แท้ๆ ของอลินตา แต่ทว่า..มีเรื่องจำเป็นบางอย่างที่ทำให้ครอบครัวคุณดารารายอพยพลงมาอยู่กรุงเทพฯและตั้งหลักปักฐานที่กรุงเทพเป็นหลักแม้วาระสุดท้ายแห่งชีวิตคุณดารารายและคุณอนันต์ ผู้เป็นสามี ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุฉับพลันทั้งคู่และทั้งสองก็ทอดร่างเผากายที่เมืองกรุงนี่เอง..

                    ปลายนภากำลังกรีดนิ้วไปที่ถ้วยชาอันหรูหราซึ่งเข้าชุดกับกลุ่มถ้วยชาที่ได้มาจากเพื่อนสนิทของเธอนำมาฝากจากฝรั่งเศสข้างกายของปรายนภามีแม่บ้านมุกนวลคอยรินน้ำชาให้อย่างรู้หน้าที่ แม้ข้างๆ ถ้วยชาจะมีคุกกี้ธัญพืชอยู่หลายชิ้นแต่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านจะไม่ได้แตะต้องคุกกี้เหล่านั้นแม้แต่น้อย แม่บ้านมุกนวลรินน้ำชาจนเต็มถ้วยชาก่อนจะถามขึ้น

                    “เมื่อวานคุณหญิงพิศเพลินพิสมัยมาหาคุณปลายนภาทำไมเหรอคะ..?”

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน