ร่างทั้งสามก้าวเดินย้ำอากาศมาอย่างน่าเกรงขาม พวกเขาเหยียบลงเบื้องล่างพร้อมกับท่าทางที่ไม่ค่อยจะสนใจกันซักเท่าไหร่นัก
"ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ไม่ว่าเมื่อไหร่สถานที่แห่งนี้ก็ยังเจี๊ยวจ๊าวอย่างเช่นเดิมเลยนะ พวกเขาไม่เคยเห็นยานรบชั้นจักรพรรดิหรือยังไงกัน ให้ตายสิ"
คนนึงผู้นึงก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้าพร้อมกับพูดขึ้นอย่างหมดอารมณ์ นัยน์ตากวาดมองไปยังเจ้าหน้าที่คนอื่นๆที่กำลังอึ้งอยู่
ชายหนุ่มคนนี้มีใบหน้าคมเข้มเสมือนเป็นเทพบุตร มีดวงตาสีดำประกายที่ลุ่มลึกราวห้วงมหาสมุทร เส้นผมสีแดงประบ่าก็ชั่งสะดุดตาอยู่ไม่น้อย เขาสวมชุดโค้ทสีดำแขนยาวลักษณะเสมือนเป็นชุดเกราะ ตรงกลางอกด้านขวามีเหรียญตราถูกติดเอาไว้อยู่ มันคือสัญลักษณ์รูปหัวพยัคฆ์สีทองที่แสดงถึงยศตำแหน่งของชายหนุ่มนั่นเอง แต่ที่สะดุดตาเลยก็คือบริเวณด้านหลังของเขานั่นมีใบดาบเหล็กสีเงินขนาดหนึ่งเมตรลอยอยู่เล่มนึง มันลอยอยู่ไม่ห่างจากตัวของเขามากนัก
เวลาเดียวกันผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ด้านข้างชายหนุ่มก็ได้พูดขึ้น
"เหอะ พวกบ้านนอกก็แบบนี้แหละ เพราะยังงี้ไงเราถึงไม่อยากจะมาที่ดาวโลกนัก เป็นเพราะก็อตขอร้องนั่นแหละฉันถึงได้เดินทางมาด้วย ไม่งั้นเราคงจะไม่เหยียบมายังดวงดาวบ้านนอกที่ห่างไกลแบบนี้หรอก เสียเวลาจริงๆ!!!"
น้ำเสียงของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ใบหน้าของนางดูสวยงามราวกับนางแบบ ดวงตามีเสน่ห์เย้ายวน เส้นผมสีขาวยาวสลวยไปจนถึงกลางหลังและรูปร่างที่สวยงามในแบบผู้ใหญ่ นางสวมชุดหนังสีดำที่รัดรูปมันวาวก็ยิ่งทำให้เรือนร่างของนางยิ่งงดงามมากขึ้นไปอีก แต่เพียงแค่มองก็บอกได้เลยว่านางไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะสีผิวของนางคือสีน้ำเงินครามนั่นเอง
หลายคนเมื่อได้ยินเสียงพูดของหญิงสาวก็แทบจะลอบกำหมัดแน่น ในตอนแรกถึงพวกเขาจะหลงใหลในเสน่ห์ของนางที่มีรูปลักษณ์อันแปลกตา แต่ทว่านิสัยของนางกลับไม่ใช่เลยซักนิด นี่นะหรอองค์หญิงเซเรน่าแห่งเผ่าพันธุ์อลิยา เผ่าพันธุ์ที่จ้องมองเผ่าพันธุ์อื่นๆนั้นด้อยกว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นพวกเราไม่อยู่ในสายตาของนางเลยซักนิด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงเริ่มมองหน้ากันอย่างไม่สู้ดีนัก แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะโต้แย้งอะไรออกมา องค์หญิงเซราน่าคนนี้ถึงจะมีตำแหน่งในสมาพันธ์แห่งดวงดาวและสังกัดอยู่ในหน่วยไล่ล่า แต่ทว่าพื้นหลังที่แท้จริงของนางนั้นมีอิทธิพลยิ่งกว่าใครๆ นางคือหนึ่งในองค์หญิงของดวงดาวอลิยา เผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะโดดเด่นและวิวัฒนาการมาหลายล้านปี รูปลักษณ์ของพวกเขาใกล้เคียงกับมนุษย์ มีเพียงแค่สีผิวที่แตกต่างไปเท่านั้น ว่ากันว่าเผ่าพันธุ์นี้มีพลังพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งนั้นก็คือจิตรับรู้ที่จ้องมองได้ทุกสิ่ง ยิ่งมีอายุมากขึ้นการรับรู้รอบๆตัวก็ยิ่งขยายระยะเป็นวงกว้าง มันไม่ใช่ริปเปอร์ มันเป็นพลังของเผ่าพันธุ์ที่พิเศษ แต่พวกเขามีประชากรน้อยยิ่งนัก อาจจะเพราะว่าการสืบพันธุ์ที่ยากลำบากจึงทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกนางมีประชากรที่ไม่มากเท่ากับเผ่าพันธุ์อื่นๆ แม้แต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ยังมีจำนวนมากกว่าอยู่หลายเท่าเลยละ
ขณะนั่นดวงตาของชายวัยกลางคนก็เริ่มหรี่ลง
"เซเรน่า ระวังปากของเจ้าหน่อย ข้าก็คือคนที่เกิดบนผืนของโลกใบนี้เช่นเดียวกัน เจ้าจะบอกว่าข้าเป็นพวกบ้านนอกด้วยหรือไง!!"
โทมัสยืนกอดอกพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดุดัน ดวงตาของเขาส่องประกายสว่างวาบไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง พริบตานั้นบรรยากาศทั้งหมดก็มืดครึมราวกับฝนฟ้าคะนอง กลิ่นอายอันเยียบเย็นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณสร้างความสั่นเทาให้กับทุกคนที่อยู่ณที่แห่งนี้
ทุกคนสั่นสะท้านขึ้นอย่างหวาดกลัว ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าหน่วยทั้งสามที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มผมแดงแทบจะต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่พร้อมกับครุ่นคิดขึ้นในใจ นี่นะหรอราชสีห์คลั่งแห่งสมาพันธ์ เพียงแค่เกร็งพลังเล็กน้อยก็ทำให้พื้นปูนหนาถึงกับแตกเลย นักสู้ระดับคอสมิกของจักรวาลชั่งเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ
"อึก มะ..ไม่ใช่ค่ะท่านผู้บัญชาการสูงสุดสาขาโลก"
เซเรน่าถึงกับต้องหุบปากอย่างสนิท นางตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายสุดอันตรายของนักสู้ระดับคอสมิกที่ยิ่งใหญ่ ในจักรวาลแห่งนี้ไม่ใช่นักสู้แห่งดวงดาวที่ทรงพลังมากที่สุด แต่มันคือขั้นพลังระดับดาวเคราะห์ เมื่อนักสู้แห่งดวงดาวบรรลุขึ้นผ่านระดับที่10แล้ว ภายในร่างกายของเขาจะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างใหญ่หลวง ตรงบริเวณหัวใจของพวกเขาก็จะเริ่มก่อเกิดเป็นดาวเคราะห์พลังงานขนาดเล็ก มันคือศูนย์รวมของสสารแห่งจักรวาลที่บีบอัดกันจนแน่น ว่ากันว่าทั้งร่างกายรวมถึงสิ่งต่างๆจะยกระดับขึ้นอย่างใหญ่หลวงจนเทียบกับก่อนหน้าไม่ติด สามารถใช้สนามแม่เหล็กเพื่อทำให้ร่างกายบินขึ้นได้อย่างอิสระโดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในห้วงอวกาศได้โดยที่ไม่ต้องหายใจ พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตที่สามารถฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของจักรวาลได้ไม่แพ้กับริปเปอร์เลยซักนิดเดียว
"ขออภัยด้วยท่านโทมัส น้องเล็กของพวกเราอย่างเซเรน่าอาจจะทำตัวลุ่มล่ามไปบ้างแต่นิสัยของนางก็ไม่ใช่เช่นนี้"
ขณะนั่นชายหนุ่มอีกคนก็ได้กล่าวขึ้น ใบหน้าของเขาค่อนข้างจะธรรมดา มีร่างกายกำยำบึกบึน ลักษณะท่าทางน่าเกรงขามที่มาพร้อมกับกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ บริเวณช่วงแขนมีสัญลักษณ์หลากสีลวยลายต่างๆถูกสักเอาไว้อย่างมากมาย
"เจ้าถูกตามใจจากครอบครัวของตนเองมากเกินไปจนไม่เห็นหัวของเผ่าพันธุ์อื่นๆ ต่อให้จะสังกัดตำแหน่งอยู่หน่วยไล่ล่าที่มีก็อตเป็นผู้นำมาหลายปีก็ยังแก้เรื่องตรงนี้ไม่ได้ อย่าลืมนะว่าสมาพันธ์แห่งดวงดาวนั้นมีกฎที่เด็ดขาด ว่าห้ามดูถูกเผ่าพันธุ์อื่นๆโดยเด็ดขาด ต่อให้เผ่าพันธุ์ของมันผู้นั้นจะอ่อนแอหรือไม่พิเศษมากก็ตาม..!!"
ชายวัยกลางคนพูดขึ้นอย่างจริงจังพลางคลายพลังที่กดทับของตนเองออก ทุกคนถึงกับโล่งใจเมื่อบรรยากาศที่หนักอึ้งได้จางหายไปแล้ว หญิงสาวเมื่อถูกเตือนเช่นนี้ก็กล่าวขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
"กะ..ก็เราคือองค์หญิงนี่ ถ้าไม่ใช่เพราะก็อตที่เป็นที่รักของเรามีหรือที่จะมาอยู่หน่วยเดียวกันกับเขาด้วยน่ะ ใช่ไหมละที่รัก"
เซเรน่าหันหน้าหนีไปอย่างหงุดหงิดแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะแสดงสถานะของตนเอง ท่าทีเอาใจของนางได้ทำให้คนอื่นๆถึงกับต้องส่ายหัวออกมา นิสัยองค์หญิงของดวงดาวอลิยาถ้าเป็นคนนอกได้พบเจอครั้งแรก พวกเขาก็คงจะต้องส่ายหัวเช่นเดียวกัน แต่ทว่าพลังของนางกลับเป็นของจริง ถ้าให้เทียบกับชายหนุ่มอีกสองคน พลังริปเปอร์ของนางอาจจะเหนือกว่าพวกเขาอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้ เพราะนางคือผู้มีพลังริปเปอร์ในการควบคุมน้ำแข็ง แปรเปลี่ยนไอน้ำที่ลองล่อยไปมาทั่วทุกหนแห่งให้กลายเป็นความหนาวที่เย็นยะเยือก ใครที่ถูกนางแช่แข็งไปก็บอกได้เลยว่าเตรียมตัวตายได้ในทันที ต่อให้จะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับ7ก็ยังไม่รอดในชั่วพริบตา
"เฮ้อ ตามใจเธอละกันองค์หญิง"
ชายผมแดงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ที่รักอะไรกัน ชอบเรียกคนอื่นว่าที่รักตลอด นิสัยของเธอมันแปลกประหลาดเกินไปตังหาก จากนั่นเขาก็เอ่ยถามกับชายวัยกลางคนเบื้องหน้าในทันที
"ว่าแต่ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ผมได้ยินว่ามีภารกิจที่จะให้หน่วยไล่ล่าของพวกผมทำหรอ ภารกิจอะไรกันที่ทำให้นักสู้แห่งดวงดาวระดับ7ที่มีพลังริปเปอร์ถึง3คนต้องลงมือเช่นนี้ด้วย?"
ชายวัยกลางคนเมื่อถูกถามก็พยักหน้ารับในทันที
"มีสิ เข้าไปคุยรายละเอียดกันข้างในเถอะ"