บทที่ 44 สถานการณ์เริ่มไม่ดี
หลี่เฟิงส่งเสียงฮึดฮัด “ไม่ต้องรีบร้อน นี่มันยังอยู่ในโรงแรมอยู่เลย พวกไม่ได้เป็นตัวแทนรสนิยมของคนทั้งเมืองเทียนไห่ นี่เป็นแค่ส่วนน้อยที่มีความผิดพลาด ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในเมืองยังมีรสนิยมที่ดีอยู่!”
หลังจากได้ยินคำพูดของ หลี่เฟิง แล้ว ฉินเสี่ยวก็ร้องด้วยความภาคภูมิใจว่า “หึ! รอดูเถอะ เดี๋ยวฉันจะทำให้รู้ว่าอะไรคือคำว่า‘สังหารหมู่’ เป็นยังไง ฉันจะเดินไปตามถนนเส้นนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่จะสยบให้แก่ฉัน แม้แต่ผู้หญิงก็จะถูกฉันสังหารในพริบตา!”
หลี่เฟิงได้ยินคำโอ้อวดอันกล้าหาญของฉินเสี่ยว เขาก็ก้าวพลาดจนเกือบจะสะดุดล้มลงไป
ฉินเสี่ยวรีบประคองหลี่เฟิงพลางพูดขึ้นว่า “อย่านะ ยังไม่ได้เริ่มเลย คุณยังไม่ควรเสียชีวิตก่อนนะ คุณต้องอยู่จนถึงตอนสุดท้าย ดูพี่ในตอนที่ชนะอย่างไร้ขีดจำกัด! ฮ่า ๆ”
หลี่เฟิงรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขาแล้ว เขาเลยหัวเราะอย่างขมขื่นออกมาทันทีว่า “อย่านะ คุณจะไม่ขึ้นหน้าหนึ่งข่าวเทียนไห่พรุ่งนี้จริง ๆ ใช่ไหม”
ฉินเสี่ยวยกศีรษะเล็ก ๆ ของเธอขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ใช่แล้ว ยังไงก็ไม่มีใครจำได้หรอก วันนี้พี่จะนำกระแสแฟชั่นของเมืองเทียนไห่เอง!”
แน่นอนว่าเป็นไปตามที่หลี่เฟิงคาดการณ์ไว้ สถานการณ์ตอนนี้เริ่มเกินการควบคุมของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาเดินออกไปบนถนน ชุดนักเลงเวอร์ชันอัปเกรดของฉินเสี่ยวก็ดึงดูดสายตาส่วนใหญ่ในทันที พวกเขาหันมามองฉินเสี่ยวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม้ว่าฉินเสี่ยวจะแต่งตัวเป็นนักเลงสาว แต่ก็ที่ดูไร้เดียงสาและน่ารักได้ ในชั่วขณะนั้นไม่ว่าจะเป็นชายหญิงเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่ฉินเสี่ยว
ลุคของฉินเสี่ยวแต่งตัวได้ทุกแบบ เธอสามารถเป็นได้ทั้งสาวบริสุทธิ์ สาวหวานหรือแม้แต่สาวเซ็กซี่ เธอถึงขั้นส่งสายตาให้กับผู้คนรอบข้างอย่างกล้าหาญ
ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองเธอ แม้แต่คนที่อยู่ข้างหลังเธอก็หันกลับมามองและเดินผ่านหน้าพวกเขาไปพลางมองย้อนกลับมาเป็นระยะ ๆ
หลี่เฟิงรู้สึกได้ถึงลางร้าย แม้ว่าเขาจะถูกเรียกว่าอาชญากรระดับโลก แต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรอุกอาจเท่าฉินเสี่ยวในตอนนี้เลย เขาไม่น่าไปยุให้ฉินเสี่ยวเลยจริง ๆ ใครจะไปรู้ว่าเด็กผู้หญิงที่ดูร่าเริงคนนี้ พอคลั่งขึ้นมา จะกลายเป็นแบบนี้ไปได้
ใบหน้าของหลี่เฟิงเริ่มขมขื่นขึ้นมาทันที ตอนนี้เขาเริ่มคิดถึงปัญหาที่จะตามมาแล้ว ถ้าเขาปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไป พรุ่งนี้คงจะขึ้นหน้าหนึ่งของข่าวจริง ๆ แน่ ตอนนี้เขาเพียงภาวนาอย่าให้มีมือดีมาถ่ายรูปเขาไว้เชียว ถ้าพ่อตาของเขารู้เรื่องนี้แล้วไปบอกภรรยาของเขา โจวจงเหยาจะต้องเอามีดทำครัวมาสับเขาเป็นชิ้น ๆ แน่