ตอนที่ 5 ความรู้สึกของคนธรรมดา
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ณ เช้าสดใสของวันอาทิตย์ นี้คงเป็วันหยุดที่ทุกคนต่างหยุดอยู่บ้านและนอนอยู่บ้านทั้งวัน
แต่สำหรับโบสถ์ที่อยู่ใต้สังกัดของนครวาติกัน นี่คือวันสำคัญในรอบสัปดาห์
มันคือวันที่จะจัดการเหล่าปีศาจที่หลุดรอดจากการพิพากษาของสรวง์
หนึ่งในโบสถ์เ่าั้ก็มีโบสถ์ที่นักปราบปีศาจสาวอย่างติน่าก็อยู่ใต้สังกัดของนครวาติกัน
นักปราบปีศาจเดินลงมายังชั้นล่างของโบสถ์ พวกบาทหลวงและซิสเตอร์กำลังจัดของกันอยู่
อุปกรณ์ที่ใช้ปราบปีศาจวางเรียงอยู่บนโต๊ะ มีั้แ่มีดสั้นไปจนถึงอาวุธปืนสมัยใหม่
หลังจากนั้นประตูของโบสถ์ก็เดินออก นักปราบปีศาจจากทั่วเมืองไปมายังที่นี่
มันเป็เหมือนวันรวมตัวของนักปราบปีศาจ พวกเขาได้ช่วยกันเตรียมอุปกรณ์
่เวลาที่ปีศาจจะหลุดจากการพิพากษาของสรวง์คือหลัง่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
เมื่อความมืดเข้าครอบงำ ปีศาจที่ทรงพลังจะหลุดออกจากเส้นทางของการพิพากษา
จุดที่พวกปีศาจจะหลุดออกมานั้นจะสุ่มกันไปแต่ละครั้งในป่าใกล้ตัวเมือง
ผู้คนในเมืองเรียกป่านั้นว่า “ป่าแห่งเสียง” เนื่องจากมีคนได้ยินเสียงดังจากด้านในป่า
ใน่เวลาตอนกลางคืนบ่อยๆ
“สวัสดีนักปราบปีศาจทุกท่านในเมืองนี้ ฉันมีข่าวจะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า
วันนี้ทางโบสถ์ได้ช่างจากนครวาติกันว่าจะมีคนของทางวาติกันเข้ามาร่วมด้วย
ส่วนเื่ในวันนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติก็คงจะเหมือนทุกๆ วันอาทิตย์ที่เคยทำมาก่อน”
พ่อของจิน่าที่เป็หัวหน้าของคนในโบสถ์กล่าวทักทายนักปราบปีศาจที่เข้าร่วมในครั้งนี้
แต่เมื่อถึงเวลาเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าความมืดในโผล่ออกมา
นักปราบปีศาจจำนวนมากมาพร้อมกันในป่าแห่งเสียงใกล้เมืองของพวกเขา
พวกเขากระจายกันออกไปเพื่อหาเส้นทางที่พวกปีศาจใช้มันเพื่อหลบหนีออกจากการพิพากษา
บาทหลวงที่ตามมาด้วยค้นพบมันเข้า เป็รอยแยกเล็กๆ ที่อยู่ในต้นไม้
นักปราบปีศาจทุกคนมารวมตัวกันที่นั่นเพื่อรอรับมือกับพวกปีศาจที่โผล่ออกมาจากรอยแยกนั้น
มีมือหนึ่งที่ใหญ่มากๆ แหวกรอยแยกเล็กๆ ให้ใหญ่ขึ้น ร่างของมันได้ก้าวออกมา
ปีศาจขนาดั์ได้โผล่ออกมาจากรอยแยก นักปราบปีศาจได้เข้าโจมตีทันที
มีด ปืน และอาวุธที่พวกนักปราบปีศาจใช้ก็โจมตีใส่ปีศาจที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น
ในขณะนั้นเอง แมวสาวที่เล่นอยู่กับแม็กม่าได้ััได้ถึงกลิ่นของปีศาจที่อยู่ไกลออกไป
แมวสาวมีความสามารถรับรู้กลิ่นของปีศาจได้ไกลกว่าแม็กม่า เธอบอกเื่นี้กับนายท่านของเธอ
“นายท่าน เราได้กลิ่นปีศาจด้วยแหละ” แมวสาวพูด
“ปีศาจงั้นเหรอ” แม็กม่าที่ได้ยินก็เปิดสกิลรับรู้กลิ่นของปีศาจ แต่มันก็ไม่ใช้กลิ่นที่รู้จัก
“ไม่ใช้พวกพ้องของเรา อยากจะไปเล่นสักหน่อยไหมล่ะ” แม็กม่าพูดเหมือนรู้ใจแมวสาว
“ได้งั้นเหรอคะ นายท่าน” แมวสาวดีใจที่จะได้ออกไปปลดปล่อย
“อย่าให้ใครเห็นเธอในร่างมนุษย์ อย่าทำร้ายคนอื่นด้วย จัดการแค่เ้าปีศาจนั้นก็พอ”
แม็กม่าพูดพร้อมปล่อยให้แมวสาวไปเล่นสนุกตามภาษาของเธอ
แมวสาวะโออกจากห้องของแม็กม่าวิ่งตามหลังคาไปยังทางที่ได้กลิ่นของปีศาจ
ในต่างโลกแม้จะเป็ปีศาจด้วยกันแต่ก็มีปีศาจไม่น้อยที่ไม่ได้เป็มิตรและโจมตีไม่เลือกหน้า
กองทัพของาาปีศาจจึงได้มีศัตรูทั้งมนุษย์และปีศาจด้วยกันเอง
แมวสาวที่ทำหน้าที่มือสังหารในต่างโลก ทำหน้าที่สังหารปีศาจและมนุษย์ที่ต่อต้านาาปีศาจ
ซึ่งเธอชอบที่จะเล่นกับเหยื่อก่อนเสนอตามนิสัยของแมวทั่วไปที่ชอบเล่นกับเหยื่อ
ทางด้านของเหล่านักปราบปีศาจพวกเขากำลังต่อสู้กับปีศาจขนาดใหญ่อยู่
ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเองนักปราบปีศาจคนหนึ่งพลาดท่าโดนหางของมันฟาดเข้าเต็มแรง
ร่างนั้นลอยไปไกลหลายเมตร พวกซิสเตอร์ที่ยืนอยู่รอบนอกได้เข้าไปช่วย
อาการของนักปราบปีศาจคนนั้นดูสาหัสอย่างมาก ร่างกายขยับตัวแทบไม่ได้
และตอนนี้การต่อสู้ของนักปราบปีศาจคนอื่นๆ ก็กำลังเสียเปลี่ยนอย่างมาก
ปีศาจตัวนี้ทรงพลังกว่าตัวอื่นที่พวกเขาเคยต่อสู้มา นักปราบปีศาจคนหนึ่งพูดเื่ที่นึกขึ้นได้
“คนจากวาติกันอยู่ไหนเนี่ย ทำไมยังไม่มาอีก” นักปราบปีศาจคนหนึ่งพูดขึ้น
แต่ไม่ทันไรนั้นเอง จิน่านักปราบปีศาจสาวได้โจมตีไปยังจุดอ่อนกลางหลังของปีศาจ
ใน่เวลาที่มันสนใจคนอื่นอยู่ ทำให้มันต้องทรุดลงกับพื้น เธอพูดกับนักปราบปีศาจคนอื่นว่า
“จะรอให้ใครมาช่วยละ ปกติพวกเราก็จัดการกันเองได้อยู่แล้ว” นักปราบปีศาจสาวพูด
นักปราบปีศาจคนอื่นๆ ก็ได้มีกำลังสู้อีกครั้ง พวกเขาช่วยกันรุมปีศาจั์ตัวนั้น
การโจมตีใส่จุดอ่อนแม้แต่ปีศาจที่ทรงพลังก็สามารถถูกจัดการลงได้
แต่นักปราบปีศาจก็ไม่อาจจะมีเวลาพัก จุดหลบหนีต่อไปของปีศาจได้เปิดอีกแล้ว
ครั้งนี้มีปีศาจหลายตัวโผล่ออกมาจากรอยแยก ถึงพลังจะไม่เทียบกับตัวก่อนๆ
ด้วยจำนวนที่มหาศาลก็ทำให้นักปราบปีศาจเริ่มลำบากในการต่อสู้
และใน่นั้นเองแมวสาวได้มาถึงป่าแห่งเสียง แมวสาวได้แอบดูสถานการณ์อยู่ห่าง
“พวกคนจากในโบสถ์นี่น่า” แมวสาวที่แอบดูอยู่ก็เห็นคนจากโบสถ์ที่เคยไปอาศัยอยู่พักหนึ่ง
แม้จะเป็ปีศาจแต่แมวสาวก็รู้ว่าใครมีบุญคุณกับเธอ แมวสาวจึงคิดจะตอบแทนสักหน่อย
แมวสาวในร่างแมวได้พุ่งไปจู่โจมใส่ฝูงปีศาจที่ออกมาจากรอยแยก
นักปราบปีศาจที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ตกอยู่ในความใที่มีแมวปีศาจได้เข้ามาสังหารปีศาจ
ปีศาจที่โผล่มาจากรอยแยกไม่มีทางที่จะสู้แมวสาวได้ แม้แมวสาวจะอยู่ในร่างของแมวก็ตาม
ภาพที่นักปราบปีศาจทุกคนเห็นก็คือ แมวตัวเล็กได้ะโไปมาระหว่างปีศาจ
พร้อมด้วยร่างของปีศาจที่ค่อยๆ ล้มลงไปทีละตัว แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่แมวสาวได้ไล่ต้อนไปเรื่อยๆ
แมวสาวกำลังเล่นกับปีศาจตัวสุดท้าย แมวสาวได้ไล่ต้อนกับเหยื่อของเธอจนตาย
ท่ามกลางความใของนักปราบปีศาจคืออื่นๆ ที่เห็นแมวปีศาจสังหารปีศาจตัวอื่นจนหมด
แต่ไม่ใช่กับจิน่า เธอที่เห็นแมวสาวสังหารปีศาจตัวอื่นอยู่ แม้ว่าแมวสาวจะเข้ามาช่วย
จิน่าก็ยังโจมตีใส่แมวสาวอยู่ดี เธอไม่ได้สนใจความแตกต่างของพลังระหว่างเธอกับแมวสาว
แมวสาวก็รู้ตัวว่าจิน่ากำลังจะโจมตีใส่เธอ ซึ่งแมวสาวก็หลบได้สบายๆ อยู่แล้ว
“ถ้าเธอไม่ได้เป็ลูกสาวของคนที่เคยอาหารเรากับนายท่านไม่ได้สั่งห้าม เราคงฆ่าเธอไปแล้วละ”
แมวสาวพูดกับจิน่าพร้อมะโหายไปท่ามกลางความมืดในป่า
นักปราบปีศาจคนอื่นก็แทบจะรู้สึกสิ้นหวัง ในตอนที่แมวสาวโผล่ออกมาสังหารปีศาจ
พลังและจิตสังหารของแมวสาวในตอนที่โผล่ออกมา ทำให้นักปราบปีศาจคนอื่นๆ แทบจะสิ้นหวัง
ความแตกต่างของนักปราบปีศาจกับแมวสาวนั้นกว้างไกลจนทำให้พวกเขาสิ้นหวัง
มันแตกต่างราวฟ้ากับเหว แต่มีแค่จิน่านักปราบปีศาจสาวที่ไม่ได้รู้สึกสิ้นหวัง
แถมยังกล้าจะเผชิญหน้ากับแมวสาวตัวต่อตัวแม้พลังจะต่างชั้นกันอย่างมาก
และรอยแยกสุดท้ายใน่เวลาเที่ยงคืนได้เปิดขึ้น ปีศาจได้โผล่ออกมาจากรอยแยก
จิน่ายังมีไฟที่สู้กับปีศาจอยู่แม้นักปราบปีศาจคนอื่นๆ จะสิ้นหวังเมื่อเผชิญหน้ากับแมวสาว
นักปราบปีศาจได้สู้กับฝูงปีศาจด้วยตัวคนเดียว การต่อสู้นั้นราวกับการร่ายรำของหญิงสาว
เธอะโไปมาระหว่างปีศาจนับสิบตัวพวกมันค่อยล้มลงจากการโจมตีจากหญิงสาว
เมื่อสิ้นสุดเวลาเที่ยงคืน รอยแยกสุดท้ายก็ได้ปิดลง ปีศาจที่โผล่ออกมาถูกจัดการจนหมด
และนักปราบปีศาจได้กลับบ้านไป จิน่ายังยืนอยู่ตรงนั้นจนพ่อของเธอต้องมาตามเธอกลับบ้าน
“จิน่าเป็อะไรหรือเปล่าลูก” พ่อของเธอเข้ามาถามเธอที่ยืนนิ่งอยู่
“พ่อค่ะ มีวิธีที่จะเก่งขึ้นกว่านี้หรือเปล่าคะ” จิน่าถามพ่อของเธอ
“เป็อะไรหรือเปล่า อยู่ๆ ก็พูดเื่นี้เป็เพราะแมวปีศาจตัวนั้นสินะ” พ่อของจิน่าพูด
“ใช่ค่ะ ความแตกต่างนั้น เราจะทำให้มันหายไปได้หรือเปล่า”
จิน่าพูดถึงเื่พลังของแมวสาวกับตัวเธอเอง
“มีสิ แต่เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า ตอนนี้กลับบ้านไปนอนก่อนดีกว่า” พ่อของจิน่าพาเธอกลับบ้าน
ตอนนี้แมวสาวได้กลับมาถึงบ้านของแม็กม่าแล้ว แม็กม่าได้เข้านอนไปก่อนแล้ว
เนื่องจากวันพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนั้แ่เช้า แมวสาวก็ไปนอนในห้องเหมือนเดิม
ทางด้านโบสถ์ของพ่อจิน่า พ่อของจิน่าได้ติดต่อไปยังนครวาติกันเื่คนของพวกเขา
“คนของพวกคุณไม่ได้มาตามคำสั่งของพวกคุณ นี่มันเื่อะไรกัน”
พ่อของจิน่าหัวเสียที่คนขององค์กรวาติกันไม่ได้มาตามนัด
“เื่นั้นเราก็ไม่ทราบเหมือนกัน เราคิดต่อคนของเราไม่ได้ั้แ่สองวันก่อนแล้ว
เราทราบว่าเธอยังอยู่ในพื้นที่ของคุณ ช่วยไปดูอาการของเธอให้เราหน่อย เราจะส่งข้อมูลไป”
คนจากทางองค์กรได้อธิบายถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นและให้พ่อของจิน่าส่งคนไปดูเธอ
“ก็ได้ ส่งข้อมูลของคนคนนั้นมา เราจะส่งคนไปดูเอง” พ่อของจิน่าก็เข้าใจถึงสถานการณ์
พ่อของจิน่าส่งคนของโบสถ์ไปยังที่อยู่ที่ได้รับมาเมื่อถึงตอนเช้า
เข้าวันใหม่ได้มาถึงแล้ว แม็กม่าลุกขึ้นจากเตียงตามเสียงเรียกของแม่ลงไปด้านล่าง
แม้จะกลับมาจามต่างโลกได้หลายวันแล้ว แม็กม่าก็ยังกินข้าวฝีมือแม่จนหมดหม้ออยู่ตลอด
เขารีบแต่งตัวไปโรงเรียน เมื่อไปถึงห้องเรียนก็พบว่า อีฟไม่ได้มาโรงเรียนในวันนี้
“เป็เพราะเราหรือเปล่าวะ รู้สึกผิดนิดหน่อยเลยแฮะ” แม็กม่าคิดเมื่อรู้ว่าเธอไม่มาโรงเรียน
“เป็เพราะร่างมนุษย์อีกแล้วสินะ ตอนอยู่ต่างโลกเราฆ่าคนเป็ล้านยังไม่รู้สึกผิดเลย
แต่พอเป็ร่างมนุษย์ก็เลยมีจิตใจแบบมนุษย์สินะ” แม็กม่านึกย้อนไปถึงตอนอยู่ต่างโลก
“คุณจิน่าเป็อะไรหรือเปล่าครับ ทำไมวันนี้ดูสีหน้าดูจริงจังแปลกๆ” แม็กม่าพูด
จิน่ามีสีหน้าจริงจังกว่าทุกๆ วัน
“เื่ทางบ้านนะไม่มีอะไรหรอก” จิน่าเผลอทำหน้าจริงจังตอนอยู่นอกบ้าน
แต่พอแม็กม่าทักเื่สีหน้าของเธอ จิน่าก็ทำหน้าให้เป็แบบปกติ
ในด้านคนของโบสถ์ที่ไปหาอีฟตามที่อยู่ที่ได้มาจากวาติกัน
ก็พบเธออยู่ในห้องในท่าทางหวาดกลัว เธอขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา
จนทำให้คนของโบสถ์ต้องติดต่อไปหาทางวาติกัน เพื่อบอกเื่นี้และให้ส่งคนมาดูแลเธอ
เป็เวลาเดียวกันกับแมวสาวที่ออกมาเดินเล่นได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เธอคิดว่าเื่นี้อาจจะเป็ภัยกับนายท่านของเธอ ถ้าเป็โลกเก่าเธอคงจัดการฆ่าทุกคนไปแล้ว
แต่ด้วยคำสั่งใหม่ทำให้เธอต้องไปรายงานให้แม็กม่าได้รู้ก่อน แมวสาวจึงรีบไปที่โรงเรียน
“นายท่าน เรามีเื่ต้องแจ้งให้ทราบ” แมวสาวติดต่อเข้ามาผ่านพลังจิตของเธอ
เมื่อเข้าเขตโรงเรียน เธอใช้ได้ในระยะสั้นๆ
“มีเื่อะไรหรือดูรีบร้อนจังนะ” แม็กม่าถามแมวสาวและแมวสาวก็ได้เล่าเื่ที่ได้ยินมา
แม็กม่าจึงได้รู้ว่าอีฟเป็อะไรไป ทำให้ในใจของแม็กม่ารู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง
“เอาไว้หลังเลิกเรียนมาหาฉันก่อนนะ เอ็น” แม็กม่านัดแมวสาวให้มาหาตอนเย็น
เมื่อถึงตอนเย็นปกติแม็กม่าและจิน่าจะเดินกลับบ้านด้วยกัน แต่วันนี้แม็กม่าของตัวไปทำธุระ
แต่จิน่าก็ไม่ได้สงสัยอะไร แม็กม่าเรียกแมวสาวให้ออกมาหลังจากแยกกลับจิน่าแล้ว
“พาฉันไปหายัยนั้นสิ (หมายถึงอีฟ) ” แม็กม่าสั่งให้แมวสาวนำทางไป
ซึ่งแมวสาวพาเขามาถึงบ้านพักของอีฟ แม็กม่าแอบลอบเข้าไปจากด้านหลังบ้าน
แม็กม่าและแมวสาวใช้พลังลบตัวตนให้ไม่เป็จุดสังเกตของคนที่เดินผ่านไปมา
ทั้งสองสามารถเข้ามาได้สำเร็จและเหมือนว่าอีฟจะไม่รู้ตัวอีกด้วย
พวกเขาสามารถเข้าไปยังห้องที่อีฟอยู่ได้สำเร็จและเปิดเผยตัวตนออกมา
อีฟที่เห็นทั้งสองก็สะดุ้งถอยไปยังมุมห้องทันที
“ฉันไม่ได้พูดเื่อะไรไปเลยนะ” อีฟตอนนี้ท่าทางหวาดกลัวสุดขีด จนทำให้แม็กม่าตีอีฟให้สลบ
“เอาละเริ่มเลยดีกว่า” แม็กม่าเตรียมแผนเอาไว้แล้วว่าจะทำยังไง
แมวสาวในร่างมนุษย์แบกร่างเธอลงบนเตียง แม็กม่าเขียนบางอย่างลงบนอากาศเหนือตัวอีฟ
เป็วงแหวนบางอย่าง แม็กม่าสั่งให้วงแหวนทำงาน ภาพต่างๆ ลอยออกมาจากวงแหวน
เป็ความทรงจำทั้งหมดของอีฟ แม็กม่าหยิบความทรงจำของตัวเองและแมวสาว
ที่อยู่ในตัวอีฟออกมา แม็กม่าทำลายความทรงจำนั้นทิ้งไป
“มันจะทำให้เธอลืมเื่ของพวกเรา” แม็กม่าพูดพร้อมเอาอักขระปีศาจในตัวเธอออกไปด้วย
“ไปกันเถอะเอ็น ทิ้งไว้แบบนี้แหละ” แม็กม่าพูดกับแมวสาวในขณะที่เธอสำรวจห้องของอีฟ
ตามภาษาแมวที่ชอบสำรวจสิ่งรอบๆในสถานที่ใหม่ๆ
ทั้งสองออกจากบ้านของอีฟโดยไม่มีใครรู้ พอคนของวาติกันมาก็พบอีฟก็รู้ว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
อีกด้านของเมืองกลุ่มนักปราบปีศาจที่เผชิญหน้ากับแมวสาวเมื่อคืนวันอาทิตย์ ก็ได้มาประชุมกัน
พวกคุยเื่แมวสาวที่ออกมาช่วยพวกเขาในคืนนั้น
“นั้นเป็ปีศาจนะ พวกมันไม่ได้มาช่วยพวกเราหรอก” คนในที่ประชุมคนหนึ่งพูดขึ้น
“ถ้าเป็ปีศาจ แมวปีศาจตัวนั้นก็ต้องฆ่าพวกเราแล้ว แถมแมวปีศาจก็ยังไม่ได้
สร้างความเสียหายในเมืองอีกด้วย ถ้าพวกเราไม่ทำอะไร แมวปีศาจก็ไม่ทำอะไรพวกเรา”
อีกคนในที่ประชุมท้วงเื่ที่อีกคนพูด
“ใช่ เราเห็นด้วยต่างคนต่างอยู่ แถมแมวปีศาจตัวนั้นยังช่วยฆ่าพวกปีศาจด้วย”
มีคนสนับสนุนให้อย่าไปยุ่งกับแมวปีศาจ
การประชุมก็เป็ไปอย่างดุเดือด เหมือนจะแตกเป็สองฝ่ายมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ความรุนแรงเริ่มหนักขึ้นมีการกล่าวหาว่าพวกเห็นด้วยโดนปีศาจควบคุมไปแล้ว
การประชุมของนักปราบปีศาจจึงต้องล้มไป