โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 109 กระสุน และลูกธนู

    บทที่ 109 กระสุน และลูกธนู

     

     

     

    ทันทีที่ร่างเหยี่ยวมายากระแทกพื้นเส้นใยแมงมุมที่แผ่ขยายทั่วเนินเขาก็กระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่งมันบิดม้วนสะเปะสะปะคล้ายคนตาบอดที่สูญเสียไม้นำทาง ก่อนจะค่อยๆ หดตัว และสลายหายไป

     

    ผมพ่นลมหายใจออกมา...

     

    คิดถูกจริงๆเจ้านกนั่นไม่ใช่แค่สัตว์อสูรรับใช้ แต่มันคือตัวชี้เป้าของจริง

     

    ผมรีบวิ่งย้อนกลับไปหาโคลมใต้พุ่มไม้สภาพของเขาหนักหนากว่าที่ตาเห็นในตอนแรกมาก เลือดสดๆยังคงไหลซึมออกจากแผลทะลุที่ไหล่ และแขน ไม่หยุด

     

    โคลมฝืนยิ้ม

     

    "ไม่ต้องสนใจข้า...รีบไปหาท่านไซม่อน"

     

    ผมขมวดคิ้วแน่นพลางใช้เศษผ้าพันแผลเพิ่มเข้าไปขืนปล่อยเขาทิ้งไว้แบบนี้ ต่อให้ไม่ถูกไล่ล่า ก็คงตายเพราะเสียเลือดอยู่ดี

     

    ในระหว่างที่ผมกำลังคิดหาทางออกเสียงหวีดแหลมบาดหูก็ดังขึ้นลำแสงสีฟ้าสายหนึ่งทะยานขึ้นจากบริเวณเนินเขาก่อนจะลับหายไปบนฟากฟ้า

     

    "นั่นมันอะไรกัน..."

     

    ผมพึมพำ

     

    โคลมส่ายหน้าเป็นคำตอบ

     

    ถึงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย!

     

    ขณะที่พวกเรากำลังจมอยู่ในความคิดเสียงแหบพร่าก็ดังขึ้นจากเงามืดของต้นไม้

     

    "มันคือ... ศิลาสื่อสาร"

     

    ผมหันควับไปทางต้นเสียงเงาสีดำทอดยาวบนพื้นค่อยๆ บิดตัวยกขึ้นเป็นร่างของไซม่อน เขาก้าวเดินออกมาโดยลากซากโทรลล์ตามหลังมาด้วย

     

    ไซม่อนตบซากโทรลล์เบาๆ หนึ่งที ไม่นานเอมอนก็คลานออกมาจากข้างใน

     

    "ศิลาสื่อสารคืออะไรครับ?"

     

    ผมถามไซม่อนด้วยความสงสัย

     

    หัวหน้ากิลด์หนุ่มเงยหน้ามองแสงสีฟ้าที่ลับขอบฟ้าไปสีหน้าของเขาเคร่งเครียด และหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

     

    "มันคือศิลาเวทหายากระดับสูง ที่บันทึกพรสวรรค์การส่งสัญญาณระยะไกล...ว่ากันว่ารัศมีของมันครอบคลุมไปไกลนับร้อยกิโลเมตร"

     

    หัวใจของผมหล่นวูบมันเป็นอย่างที่พวกเรากำลังกลัวจริงๆ พวกนั้นเรียกกำลังเสริมมาแล้ว!

     

    "ตอนนี้เราไม่มีเวลาเหลือแล้ว"

     

    ไซม่อนกล่าวก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งเริ่มมีแสงเรืองรองจากดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นมา

     

    เขาหันกลับมาทางผมก่อนจะเอยถาม

     

    "เนเทล เจ้ายังสู้ไหวไหม?"

     

    "ผมไหว"

     

    ผมตอบสั้นๆ โดยไม่ลังเล

     

    ไซม่อนพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำกลับไปยังเนินเขาเบื้องหน้าทันที

     

    ระหว่างก้าวเดินในใจผมก็คิดคำนวณแผนการบางอย่าง ตอนนี้ตัวชี้เป้าของนักธนูเงามายาถูกทำลายแล้วแถมทีมสองยังช่วยดึงความสนใจไปให้

     

    จริงๆถ้าผมเลือกที่จะหนีตอนนี้ในขณะที่คนอื่นกำลังปะทะกันอยู่ โอกาสรอดคงสูงมาก

     

    แต่เมื่อนึกถึงสภาพของโคลมที่ยอมเป็นเหยื่อล่อจนสาหัสผมก็ต้องพับความคิดนั้นไป... ผมไม่ชอบที่จะต้องติดค้างใครนัก!

     

    เดินมาได้ไม่นานเนินเขาเบื้องหน้าก็ปรากฏขึ้น สภาพฝั่งที่พวกเราอยู่มีร่องรอยลูกธนูโจมตีอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่แย่เท่าฝั่งตรงข้าม

     

    เวลานี้ ธนูมานาเรืองแสงของนักธนูเงามายายังคงระดมยิงลงพื้นอย่างต่อเนื่องเสียงตะโกน และเสียงระเบิดที่ดังแว่วมา บ่งบอกว่าสถานการณ์ฝั่งนั้นคงโกลาหลพอสมควร

     

    ด้วยม่านฝน และท้องฟ้าที่มืดสลัว เลยทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนนักแต่ก็พอเดาได้ว่าฝั่งทีมที่สองกำลังเข้าขั้นวิกฤตแล้ว

     

    ไซม่อนที่อยู่ข้างๆสัมผัสได้ถึงความกดดัน สีหน้าของเขาเริ่มเคร่งเครียดขึ้นทันที

     

    “พวกนั้นต้านไม่ไหวแน่”

     

    เขากล่าวจบก็เริ่มปลดปล่อยมานาออกมา เงาใต้เท้าสั่นกระเพื่อมแผ่ขยายออกราวกับสระน้ำสีดำ

     

    ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เคลื่อนไหวผมก็ยกมือขึ้นขวางไว้ก่อน

     

    "เดี๋ยวครับ!"

     

    ไซม่อนหันควับมาทางผมทันที

     

    “คุณคือไพ่ตายของแผนนี้ ใจเย็นๆก่อนเถอะ”

     

    ผมรีบอธิบาย

     

    “เดี๋ยวผมเป็นตัวล่อให้เองระหว่างนั้นคุณก็หาทางเข้าประชิดตัวนักธนูนั่นแล้วกัน”

     

    ไซม่อนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับเงียบๆพริบตาต่อมาร่างของเขาก็จมหายลงไปในเงามืด และหลุดออกจากการรับรู้ของผมทันที

     

    ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยไม่ว่าจะเห็นกี่ทีทักษะพรางตัวในเงาของเขาก็น่าทึ่ง และน่ากลัวมากจริงๆหากไม่มีทักษะตรวจจับที่เข้มข้นพอก็ไม่มีทางหาเจอเลย

     

    เมื่อไซม่อนจากไป ผมก็ปลดปล่อยมานาออกมา ก่อนจะควบแน่นเป็นกระสุนไรเฟิลแบบธรรมดาและใช้การจัดสรรพลังงานจลน์ผลักให้มันหมุนวนรอบตัวด้วยความเร็วสูง

     

    สาเหตุที่ผมเลือกใช้กระสุนธรรมดาแทนที่จะเป็นกระสุนควบแน่นชนิดหนาแน่นพิเศษ เป็นเพราะแบบหลังมันกินสมาธิมากเกินไป

     

    หากอยู่ในสภาวะปกติที่ไม่ต้องคอยระแวงลูกธนูมานาบ้าบอนั่นผมคงไม่ลังเลที่จะใช้มัน

     

    ทว่าตอนนี้ผมต้องแบ่งสมาธิไว้รับมือกับลูกธนูที่อาจพุ่งสวนมาทุกเมื่อการเลือกวิธีที่ปลอดภัย และแน่นอนกว่าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

     

    เมื่อกระสุนหมุนวนเข้าสู่วงโคจรแล้วผมก็เริ่มก้าวเท้าเดินขึ้นเนินเขา

     

    เพียงไม่นาน เสียงธนูที่เคยยิงไล่ล่าทีมที่สองก็ชะงักลงเงาร่างบนหอสังเกตการณ์ขยับไหวทันที แม้ระยะห่างระหว่างเราจะไกลกว่า 300เมตร แต่ดูเหมือนยัยนักธนูนั่นก็ยังสามารถรับรู้ถึงผมได้

     

    ตอนนี้ผมทำได้เพียงภาวนา ไม่ให้ไซม่อนถูกจับได้ไม่อย่างนั้นแผนทุกอย่างคงพังพินาศลงตรงนี้

     

    ผมค่อยๆสืบเท้าไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าโดยมีกระสุนมานาหมุนวนรอบกาย

     

    มือขวาเลื่อนไปตบกระเป๋าข้างเอวเบาๆเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถหยิบ ศิลาเวทของแอนนาออกมาใช้ได้ทันท่วงที หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

     

    ด้วยระยะที่ไกลขนาดนี้ผมมองเห็นเพียงเงาตะคุ่มของนักธนู และทหารเกราะหนักเท่านั้น การจะเล็งยิงให้เข้าเป้าจังๆคงเป็นเรื่องยาก

     

    แต่หากดึงดันฝืนเข้าใกล้มากกว่านี้ลูกธนูมรณะพวกนั้นก็คงเจาะร่างผมจนพรุนอย่างแน่นอน การรักษาระยะห่างเอาไว้ตรงนี้จึงเซฟที่สุด

     

    “เอาเถอะ... แค่นี้ก็พอแล้ว”

     

    ผมควบคุมลมหายใจให้คงที่ก่อนจะดีดกระสุนมานาที่หมุนวนอยู่ออกไปทันที

     

    ฟิ้ว!

     

    เสียงฉีกอากาศดังขึ้นกระสุนพุ่งหายวับไปจากสายตา

     

    อึกใจต่อมาเสียงโวยวายก็ดังแว่วมาจากด้านล่างของหอสังเกตการณ์ ผมยิ้มมุมปากดูเหมือนเทคนิคนี้จะได้ผล!

     

    ทว่าความดีใจอยู่ได้ไม่นาน ลูกธนูมานาเรืองแสงพลันปรากฏขึ้นบนหอสังเกตการณ์ก่อนจะพุ่งทยานตรงมาหาผมทันที

     

    จำนวนของมันมีไม่ต่ำกว่า 20ลูก แถมความเร็วของมันยังสูงมาก แต่เพราะระยะห่างที่ไกลกว่า 300เมตร ทำให้ลูกธนูพวกนั้นหมดแรงส่ง และตกห่างจากผมไปไม่กี่เมตรเท่านั้น

     

    ผมแค่นหัวเราะในลำคอระยะไกลแบบนี้ทักษะยิงธนูของยัยนั่นทำอะไรผมไม่ได้จริงๆ

     

    แต่วินาทีต่อมาผมก็รู้ว่าตัวเองคิดผิดยัยนักธนูบนหอคอยควบแน่นลูกธนูมานาลูกใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนาแน่นกว่าเดิมมาก

     

    สัญชาตญาณของผมร้องเตือนถึงอันตราย!

     

    ผมไม่รอช้ารีบออกวิ่งซิกแซกไปมาเพื่อรบกวนการเล็งเป้าทันที

     

    ครืน!

     

    เสียงคล้ายฟ้าร้องดังขึ้นพริบตานั้นพื้นดินตรงจุดที่ผมเพิ่งวิ่งผ่านก็ถูกเจาะจนเป็นรูลึก

     

    ผมมองไม่เห็นแม้แต่แสงหรือวิถีลูกธนูด้วยซ้ำมันรวดเร็วราวกับวาร์ปมาโผล่ตรงนี้เลย

     

    ยัยนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!

     

    ผมกัดฟันกรอดควบแน่นกระสุนมานานัดใหม่เข้าสู่วงโคจร ก่อนจะออกวิ่งซิกแซกต่อไปไม่หยุด

     

    เสียงระเบิดเจาะทะลวงพื้นดินดังไล่หลังมาติดๆหากไม่มีความมืดมิด และม่านฝนบางๆ ช่วยพรางสายตา ร่างผมคงพรุนไปแล้ว

     

    หลังจากวิ่งหลบอยู่หลายครั้งผมก็เริ่มสังเกตเห็นช่องโหว่ ดูเหมือนการยิงธนูความเร็วสูงแบบนี้จะมีจังหวะหน่วงเวลาอยู่ราวๆ 5 วินาทีมันคือเวลาที่ผมน่าจะสามารถตอบโต้กลับไปได้

     

    พอจับจังหวะการยิงของยัยนักธนูนั่นได้ผมก็เริ่มปรับแผนใหม่

     

    พอสิ้นเสียงระเบิดไล่หลังผมหยุดฝีเท้ากะทันหัน เค้นสมาธิเพ่งมองเส้นลูกศรเวกเตอร์ ในสายตา ก่อนจะเล็งล็อคเป้าตรงไปยังหอสังเกตการณ์ทันที

     

    ฟิ้ว!

     

    กระสุนมานาพุ่งสวนกลับไปในเสี้ยววินาทีไม่นานนัก เสียงโครงสร้างไม้แตกหักก็ดังแว่วข้ามเนินเขามา

     

    ผมไม่เสียเวลาดูผลลัพธ์รีบสับเท้าออกวิ่งต่อไปทันที และมันเป็นความคิดที่ถูกต้อง

     

    เพราะเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเสียงฉีกอากาศก็ดังขึ้นพร้อมกับหลุมระเบิดหลุมใหม่ที่โผล่ขึ้นตรงจุดที่ผมเคยหยุดยืนเมื่อครู่

     

    การดวลยืดเยื้อแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับผมเลยต่อให้ตอนนี้จะยังหลบลูกธนูมานาพ้น แต่มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

     

    ถ้าหากผมเหนื่อยล้าจนขาตายเมื่อไหร่ร่างคงได้โดนเจาะเป็นรูแน่ แถมถ้ารุ่งเช้าแสงเริ่มสว่าง จนวิสัยทัศน์เปิดกว้างระยะยิงของยัยนั่นก็อาจจะเปลี่ยนไปอีก

     

    แม้จะมีความเสี่ยงรอบด้านแต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น

     

    ผมเหลือบมองไปทางเนินเขาพลางแผ่คลื่นมานาออกสำรวจแต่กลับสัมผัสได้เพียงกลิ่นอายเบาบางของไซม่อนเท่านั้น

     

    เดาไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขาแฝงตัวอยู่ตรงจุดไหน 

     

    จนกระทั่งในจังหวะที่ผมกำลังฉากหลบ เพื่อยิงกระสุนสวนกลับไปเป็นนัดที่สามเสียงครืดคราดรุนแรงก็ดังสนั่นมาจากทางเนินเขา 

     

    ผมชะงักฝีเท้าหันควับไปมอง

     

    หอสังเกตการณ์ที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้เริ่มเอนเอียงลงมาอย่างผิดปกติโครงสร้างไม้ส่งเสียงลั่นราวกับมีแรงมหาศาลกำลังบิดกระชากมัน

     

    สัญชาตญาณบอกผมทันทีว่านี่คือฝีมือของไซม่อนอย่างแน่นอน

     

    เขาลงมือแล้ว!

     

    ผมไม่รอช้า รีบพุ่งตัววิ่งตรงไปยังเนินเขาด้วยความเร็วทั้งหมดที่มีทันที!

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน