บทที่ 26 กลับภาคภูมิใจ
คนในหมู่บ้านรู้ดีว่า การที่เสี่ยวเย่ปิงดื้อรั้นเช่นนี้ ก็เป็เพราะจ้าวซู่อวิ๋นจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะเธอตามใจหลานชายมากเกินไป และยังทำตัวเป็แบบอย่างที่ไม่ดีอยู่เสมอ เสี่ยวเย่ปิงก็คงไม่เลียนแบบทุกอย่างที่เห็น!
มีชาวบ้านเตือนจ้าวซู่อวิ๋นว่า "ดูเสี่ยวเย่ปิงสิ เขาเลียนแบบคุณกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น คุณเป็ย่าไม่อายบ้างเหรอ?"
เสี่ยวเย่ปิงยังคงหัวเราะคิกคัก "ย่า สนุกจังเลย พวกเรากลิ้งด้วยกันเถอะ"
ซูหลีโกรธมากจนต้องเดินเข้าไปคว้าแขนของเสี่ยวเย่ปิงไว้ แล้วตวาดเสียงดัง "รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นต่อไปอย่าหวังว่าแม่จะเล่านิทานให้ฟังอีก!"
"ไม่เอาหรอก! ย่ายังกลิ้งอยู่บนพื้นเลย ถ้าย่าไม่ลุก ผมก็ไม่ลุกเหมือนกัน"
พฤติกรรมของเสี่ยวเย่ปิงทำให้เพื่อนบ้านต่างพากันหัวเราะ
จ้าวซู่อวิ๋นกลับรู้สึกภูมิใจ คิดว่าหลานชายคนโตฉลาด สามารถเรียนรู้และเลียนแบบได้ดี เพียงแค่มองก็รู้ว่าเขาจะไม่ถูกเอาเปรียบเมื่ออยู่ข้างนอก เธอไม่รู้สึกอับอายเลยแม้แต่น้อย!
"เสี่ยวปิง เรียนรู้จากย่าแบบนี้แหละ ต่อไปจะได้ไม่มีใครกล้ารังแกหลาน"
นี่มันไม่รู้จักอาย แถมยังภูมิใจในความอับอายอีก!
ทำเอาซูหลีโกรธจนอยากจะต่อยใครสักคน
เด็กดื้อนั้นดูแลยาก แต่ผู้ปกครองของเด็กดื้อนั้นยิ่งดูแลยากกว่า เื่นี้ทำให้โมโหจนแทบบ้า
"จ้าวซู่อวิ๋นนี่คุณจะเป็แบบอย่างให้เด็กแบบนี้เหรอ?"
เพื่อนบ้านต่างหัวเราะ แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขารู้สึกทนไม่ได้ จ้าวซู่อวิ๋น ที่ตีฆ้องร้องป่าวด่าลูกสะใภ้ และสอนให้หลานชายนอนดิ้นอยู่บนพื้น นับเป็คนแรกของหมู่บ้านเซิ่งลี่เลยทีเดียว!
เสี่ยวเย่ปิงยังคงมองและยิ้มให้ย่าของเขา โดยไม่สนใจสายตาโกรธเคืองของซูหลีเลย
ถึงอย่างไรก็มีย่าคอยปกป้องเขาอยู่ แม่คงไม่กล้าทำอะไรเขาหรอก!
"แม่จะนับหนึ่งสองสาม ถ้าลูกยังไม่ลุกขึ้นมา แม่จะตีจริง ๆ นะ"
ซูหลีไม่เคยเป็แม่มาก่อน แน่นอนว่าเธอไม่มีความอดทนขนาดนั้น แม้ว่าเธอจะเคยสัญญากับเ้าของร่างเดิมว่าจะสอนเด็กให้ดี แต่ถ้าเด็กซนเกินไปจะทำอย่างไร?
ทุก ๆ นาทีล้วนท้าทายขีดจำกัดของเธอ!
ใครจะคาดคิดว่าจ้าวซู่อวิ๋นเมื่อได้ยินคำพูดนี้ จู่ ๆ ก็โอบกอดเสี่ยวเย่ปิงไว้ แล้วจ้องหน้าเธออย่างดุดันพลางพูดว่า "ลองตีหลานชายฉันดูสิ?"
เสี่ยวเย่ปิงยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ขยิบตาทำหน้าตาล้อเลียน มีเด็กคนอื่น ๆ เลียนแบบเขาด้วยการกลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น ทำให้ผู้ปกครองโกรธจนต้องด่า ชาวบ้านก็หัวเราะกันลั่นทันที...
"พอได้แล้ว!"
จู่ ๆ เย่หลิงก็เดินมาดึงตัวจ้าวซู่อวิ๋น "แม่จะทำเื่วุ่นวายไปถึงขนาดไหนกัน?"
ณ สถานที่นั้น นอกจากซูหลีแล้ว คนที่โกรธที่สุดก็คือเย่หลิง
ซูหลีโกรธเพราะแม่สามีกลับมาโทษเธอว่าสอนเสี่ยวเย่ปิงให้เป็คนไม่ดี
ส่วนเย่หลิงโกรธเพราะรู้สึกว่าการกระทำของแม่ของเธอนั้นน่าอับอายมาก
สาเหตุที่ไม่มีใครกล้ามาสู่ขอใน่หลายปีนี้ นอกจากเพราะสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวที่ไม่ดีแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือชื่อเสียงที่แย่มากของจ้าวซู่อวิ๋น!
ปัจจุบันนี้ ครอบครัวไหนที่จะหาลูกสะใภ้ก็ต้องสืบประวัติของอีกฝ่ายก่อน โดยเฉพาะแม่ของเ้าสาว... ตามคำพูดโบราณของที่นี่ การแต่งงานต้องดูที่แม่ของเ้าสาว เพราะความประพฤติของแม่สามารถบ่งบอกได้โดยตรงว่าลูกสาวของเธอจะเป็อย่างไร
ด้วยอุปนิสัยของจ้าวซู่อวิ๋นมันไม่สามารถทนต่อการสืบสวนได้เลย และด้วยเหตุนี้ การแต่งงานของเย่หลิงจึงถูกขัดขวางมาโดยตลอด
เพียงแค่ดูพฤติกรรมของจ้าวซู่อวิ๋นก็เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ให้เกียรติพวกเด็ก ๆ เลย เย่หลิงอับอายจนอยากจะมุดดินหนี
จ้าวซู่อวิ๋นแต่เดิมกำลังจะเล่นงานซูหลีแต่ตอนนี้ถูกลูกสาวดึงแขนไว้ เธอจึงรู้สึกโมโหเล็กน้อย "แกไม่เห็นหรือว่าพี่สะใภ้ของแกกำลังจะตีเสี่ยวปิง แล้วแกมาดึงฉันไว้ทำไม?"
"แม่จะต้องทำให้เื่นี้กลายเป็เื่ตลกขบขันก่อนถึงจะพอใจใช่ไหม?"
เย่หลิงโมโหแม่ของเธอมาด "แค่เื่เล็ก ๆ แค่นี้ คุ้มค่าที่จะต้องตีฆ้องร้องป่าวให้เป็เื่ใหญ่โตขนาดนี้เลยเหรอ? แม่อาจจะไม่อาย แต่ฉันอาย! แค่แม่ทำแบบนี้ ก็ทำให้พวกเราที่เป็ลูกหลานอายจนไม่กล้าเจอหน้าใครแล้ว!"