จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 ภารกิจลุล่วง แผนร้ายถูกเปิดเผย!

                ไป๋หยุนเฟยหวังจะใช้ก้อนอิฐพิชิตเคล็ดวิญญาณผ่ายตรงข้ามให้ได้ต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนโดยการฝืนใช้กล้ามเนื้อและกระดูกบนแขนขวาก็ตาม

                “พลั่ก!”

                เสียงทุ้มหนักดังขึ้นยามที่ก้อนอิฐกระแทกถูกข้อมือคู่ต่อสู้อย่างถนัดถนี่!

                หลงเทากู่ลอบตื่นตระหนกในใจแต่หลังถูกกระบวนท่านี้จู่โจมใส่ก็เพียงรู้สึกว่าแขนขวาของตนเบนเปลี่ยนทิศไปเล็กน้อยความเจ็บปวดที่ข้อมือกลับไม่มากเท่าใดมิหนำซ้ำร่างกายยังไม่มีอันใดผิดปกติ

                หลังจากหลงเทากู่ตื่นตระหนกเพียงชั่ววูบในใจก็เปลี่ยนเป็นยินดีมันลอบคิดว่าตนเองหวาดวิตกเกินไปแล้วนี่เป็นเพียงก้อนอิฐธรรมดาเท่านั้นขณะเดียวกันดวงคาหลงเทากู่ก็สาดประกายเย็นเยียบมันหยุดมือที่ถูกเบี่ยงทิศทางโดยแรงก่อนจะดัดพลิกอีกครั้งและจู่โจมเข้าใส่ไหล่ซ้ายของไป๋หยุนเฟย!

                แม้จะต้องบังคับแขนของตนเองโดยไม่แยแสว่าจะเป็นการฝืนเกินกำลังด้วยการใช้หัตถ์พลิกแขนติดต่อกันแต่ครานี้หลงเทากู่ต้องการจู่โจมใส่คู่ต่อสู้อย่างหนักหน่วง!

                หลังจากไป๋หยุนเฟยกระแทกเบี่ยงทิศทางแขนคู่ต่อสู้ออกไปเมื่อเห็นว่าผลกระทบพิเศษไม่เกิดขึ้นดวงตามันก็ฉายแววผิดหวังวูบก่อนจะทันได้ชักก้อนอิฐกลับก็ต้องแตกตื่นที่เห็นคู่ต่อสู้ใช้เคล็ดวิญญาณออกมาอีกครั้งโดยไม่ทิ้งจังหวะช่องว่างแม้แต่น้อย

                ท่าจู่โจมนี้มาอย่างฉับพลันและดุดันเนื่องเพราะอยู่นอกบริเวณที่เกราะวิญญาณไหมทองปกป้องหากไหล่ซ้ายมันถูกท่านี้จู่โจมใส่อย่างน้อยไป๋หยุนเฟยต้องไม่อาจใช้งานแขนซ้ายไปชั่วขณะ

                ขณะที่ไม่มีเวลาให้ขบคิดไป๋หยุนเฟยกัดฟันกรอด ดวงตาปรากฏร่องรอยความคลุ้มคลั่งมิคาดว่ามันจะพลิกเปลี่ยนทิศแขนขวานำก้อนอิฐมาป้องกันไหล่ซ้ายในชั่วพริบตาสุดท้ายได้

                “ปัง!”

                แม้จะใช้ก้อนอิฐป้องกันเอาไว้แต่แรงกระแทกอย่างหนักหน่วงยังทำให้ไป๋หยุนเฟยล่าถอยไปครึ่งก้าวโดยไม่อาจควบคุมขณะเดียวกันชายหนุ่มก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดแล่นปราดที่หัวไหล่นับว่ายังโชคดีที่อาการบาดเจ็บไม่สาหัสนัก

                ขณะที่ไป๋หยุนเฟยล่าถอยดวงตามันกลับทอแววยินดีเมื่อครู่มันรู้สึกถึงพลังวิญญาณหลั่งไหลเป็นเส้นสายเข้าสู่ก้อนอิฐย่อมหมายความว่าผลกระทบพิเศษถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นแล้ว!เพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็นผลกระทบใดที่ถูกกระตุ้นขึ้นเท่านั้น....

                ชั่วขณะที่ความคิดนี้บังเกิดขึ้นไป๋หยุนเฟยจึงเหลือบตามองไปตรงหน้าหลงเทากู่ก็ปลิวกระเด็นออกไปด้านหลังด้วยสีหน้าแตกตื่นแล้ว!

                อย่างที่คาดยังคงเป็นผลกระทบ‘เหวี่ยงขว้าง’ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด!

                โอกาสอันหาได้ยากยิ่งเช่นนี้ไม่อาจปล่อยหลุดมือไปทันทีที่ไป๋หยุนเฟยตั้งหลักได้ก็รีบพุ่งเข้าไปโดยไม่รีรอมันใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นอย่างสุดกำลังมิคาดว่าถึงกับเร็วกว่าหลงเทากู่ที่ลอยละลิ่วไปด้านหลังอีก!

                ขณะที่หลงเทากู่ถูกหลงเทาอี้ซึ่งพุ่งมาจากด้านหลังรับร่างมันไว้ได้ไป๋หยุนเฟยก็มาถึงเบื้องหน้าทั้งคู่แล้ว ชายหนุ่มกำหมัดขวาชกใส่ในทันที!

                วิชาระลอกคลื่นพลังหมัดเก้าทบ!

                หลงเทากู่ที่ถูกน้องชายรับร่างเอาไว้ได้ยังไม่ทันได้ตั้งหลักก็ต้องเผชิญกับหมัดที่ชกเข้ามามันไม่มีทางเลือกได้แต่ไขว้แขนไว้เบื้องหน้าเพื่อป้องกันพร้อมกับชักนำพลังวิญญาณเพื่อต้านรับหมัดซึ่งหน้า!

                ยามที่กำปั้นและแขนปะทะกันก็ได้ยินเสียงทุ้มหนักที่ราวกับผสมกับเสียงกระดูกหักอย่างแผ่วเบาจากนั้นหลงเทากู่และหลงเทาอี้ที่ประคองพี่ชายอยู่ก็ลอยละลิ่วถอยไปด้านหลังอีกครา

                ร่างไป๋หยุนเฟยหยุดยั้งลงชั่วขณะเนื่องเพราะมันฝืนใช้งานแขนขวาถึงสองครั้งติดต่อกันจึงได้แต่จู่โจมกระบวนท่าด้วยแขนซ้ายซึ่งด้อยพลังกว่ามิหนำซ้ำยังไม่ถนัดจะใช้กระบวนท่านี้อีก

                หลังจากล่าถอยไปหลายวาในที่สุดหลงเทากู่และน้องชายจึงยั้งร่างหยุดลงได้แขนขวาหลงเทากู่ที่ตกห้อยสั่นระริกไม่หยุด ใบหน้าฉายแววเจ็บปวดแขนขวามันที่เมื่อครู่ไขว้อยู่ด้านหน้าแขนซ้ายแม้กระดูกจะไม่แตกหักแต่ก็บาดเจ็บสาหัสยิ่ง

                พวกมันต่อสู้กับไป๋หยุนเฟยสามต่อหนึ่งอยู่ชั่วระยะหนึ่งแต่มิคาดว่ายังไม่อาจมีเปรียบได้!

                ดวงตาหลงเทากู่เปี่ยมด้วยความประหลาดใจและเหลือเชื่อนี่ไม่เพียงเนื่องเพราะท่าร่างอันพิสดารของอีกฝ่ายแต่เพราะก้อนอิฐที่เกินคาดเดาก้อนนั้นอีกด้วย

                “เข้าไปพร้อมกัน!ระวังอย่าให้ก้อนอิฐในมือมันกระทบถูกได้!” เห็นไป๋หยุนเฟยพุ่งเข้ามาอีกครั้งหลงเทากู่จึงเอ่ยปากเตือนก่อนจะพุ่งเข้าพัวพันศัตรูเป็นคนแรกโดยไม่แยแสอาการบาดเจ็บบนแขนขวาของตน

                ไป๋หยุนเฟยสะบัดแขนขวาเล็กน้อยก็รู้สึกว่าดีขึ้นมากแม้จะเกิดความสงสัยอยู่บ้างแต่ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะใส่ใจสถานการณ์ยามนี้มันกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบจึงต้องการจะสยบศัตรูทั้งสามเพื่อช่วยหลิวเมิ่งก่อน

                การต่อสู้หนึ่งต่อสามนี้คนทั้งสี่เคลื่อนที่และทะยานกายไปทั่วห้องโถงต่อสู้คุมเชิงกันและกันศัตรูทั้งสามของไป๋หยุนเฟยทราบแล้วว่าไม่สมควรเข้าปะทะซึ่งหน้ากับก้อนอิฐในมือชายหนุ่มจึงต่อสู้อย่างระมัดระวังส่วนไป๋หยุนเฟยก็ต่อสู้โดยอาศัยพลังป้องกันของเกราะวิญญาณไหมทองตราบใดที่ไม่ถูกจู่โจมใส่จุดที่เกราะปกป้องไม่ถึงก็จะต้านรับซึ่งหน้าโดยไม่หลบเลี่ยงและหาถึงคราจำเป็นไป๋หยุนเฟยค่อยใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นเคลื่อนกายหลบพร้อมกับเหวี่ยงก้อนอิฐในเวลาอันสั้นจึงไม่อาจเอาชนะได้เช่นกัน

                หลังจากต่อสู้พัวพันอยู่นานในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็ฉกฉวยโอกาสแสร้งเผยจุดอ่อนหลอกล่อหลงเทาอี้ทางด้านซ้ายให้ชกหมัดใส่ชายหนุ่มก็ยกก้อนอิฐขึ้นป้องกันหมัดในชั่วพริบตาชั่วขณะที่หมัดหลงเทาอี้ปะทะถูกก้อนอิฐใบหน้ามันก็แปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวงคิดว่าตนเองจะต้องลอยละลิ่วออกไปอีกครั้งแต่รอชั่วครู่กลับไม่มีสิ่งใดผิดปกติยามที่ลอบยินดีอยู่ในใจก็พลันรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าท้อง ที่แท้ไป๋หยุนเฟยฉวยโอกาสที่หลงเทาอี้นิ่งเฉยถีบเท้าเข้าใส่

                เมื่อหลงเทาอี้ถูกถีบกระเด็นออกไปไป๋หยุนเฟยก็หันกายใช้แผ่นหลังต้านรับหมัดจากหลงเทากู่ จากนั้นยกก้อนอิฐขึ้นฟาดใส่หลงเทาทางด้านขวาโดยไม่รีรอ

                หลงเทาแตกตื่นยิ่งรีบหลบเลี่ยงอย่างเร่งร้อนแต่ไหล่ซ้ายมันยังคงไม่อาจหลบพ้นถูกฟาดใส่แม้ว่าผลกระทบพิเศษไม่ถูกกระตุ้นเกิดขึ้นแต่เพราะมันหลบเลี่ยงอย่างเร่งร้อนจึงเสียหลักไม่อาจทรงกาย ไป๋หยุนเฟยจึงเหวี่ยงฟาดก้อนอิฐใส่อีกครั้งกระแทกใส่ศีรษะหลงเทาอย่างถนัดถนี่!

                หลงเทากู่ที่อยู่ไปมองเห็นหลงเทาถูกก้อนอิฐฟาดใส่ก็แค่นเสียงเย็นชาพร้อมกับชกหมัดจากด้านหลังใส่ศีรษะไป๋หยุนเฟยอย่างฉับพลันกระนั้นยามที่ออกหมัดได้ครึ่งทางก็พลันเกิดสิ่งที่มันไม่คาดคิดมาก่อน

                จู่ๆแก้มขวามันก็พลันถูกหมัดชกใส่อย่างถนัดถนี่โดยไม่มีวี่แววล่วงหน้ามันไม่ได้เตรียมรับหมัดนี้โดยสิ้นเชิงจึงลอยละลิ่วออกไปด้านข้างโดยไม่ทันรู้ตัว!ผู้ที่จู่โจมใส่มิคาดว่าจะเป็นหลงเทาที่เมื่อครู่อยู่ข้างกายมัน

                ผลกระทบพิเศษสำหรับก้อนอิฐระดับ+10 อาการสับสนบังเกิดผลแล้ว!

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยฉายแววยินดีวูบมิคาดว่าผลกระทบนี้ซึ่งมีโอกาสน้อยที่สุดจะบังเกิดผลยามที่มันฟาดอิฐใส่ศีรษะศัตรูเมื่อครู่

                ด้วยอาการสับสนหลงเทาที่หมายจะจู่โจมใส่ไป๋หยุนเฟยจึงไม่อาจเล็งเป้าตามเจตนาได้หลังจากชกใส่ญาติผู้พี่ปลิวกระเด็นออกไปแล้วมันยังคงชกหมัดไม่หยุดยั้งราวคลุ้มคลั่งไป๋หยุนเฟยถอยออกมาเล็กน้อยก็หลบท่าเตะจากมันได้แต่กระนั้นหลงเทาอี้ที่พุ่งกลับมาหาไป๋หยุนเฟยเมื่อครู่กลับไม่โชคดีเช่นนั้นมันถูกหลงเทาเตะใส่โดยไม่ทันระวังป้องกันจนปลิวกระเด็นออกไปเช่นเดียวกับพี่ชายด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง

                เห็นศัตรูทั้งสามถูกแยกจากกันอีกครั้งไป๋หยุนเฟยก็ดวงตาเป็นประกายยามที่หลงเทารู้สึกตัวจากความสับสนและยังไม่ทันได้ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นก็ถูกพลังหมัดเก้าทบซัดใส่หน้าท้องกระเด็นออกไปวาเศษก่อนจะทรุดกายลงกับพื้น

                จากนั้นอาศัยการพุ่งกายสร้างภาพลวงตาไป๋หยุนเฟยก็เข้าประชิดตัวหลงเทาอี้ที่ถูกหลงเทาเตะกระเด็นออกไปพร้อมกับเตะกวาดใส่หว่างเอวอีกฝ่ายจนไม่อาจทรงตัวอยู่ได้จากนั้นก็ไม่ปล่อยได้คู่ต่อสู้ได้พักหายใจจู่โจมเข้าใส่ไม่หยุดยั้งหลงเทาอี้หลบเลี่ยงสุดกำลังแต่ยังไม่อาจหลบกระบวนท่าที่สามได้พ้นจึงถูกก้อนอิฐฟาดใส่จนลอยละลิ่วออกไปอีกครา

                และทิศทางที่มันลอยออกไปก็เป็นทิศทางเดียวหลงเทากู่ซึ่งถูกหลงเทา‘จู่โจมอย่างฉับพลัน’นั่นเอง

                ชั่วขณะที่หลงเทาอี้ลอยละลิ่วออกไปกลางอากาศไป๋หยุนเฟยกลับไล่ตามไปอย่างรวดเร็วก้อนอิฐยามนี้ถูกเปลี่ยนไปอยู่ในมือซ้าย ส่วนมือขวาไป๋หยุนเฟยก็เบ่งพองขึ้นก่อนจะชกใส่หน้าท้องอีกฝ่ายอย่างดุดัน!

                หลงเทาอี้ไร้เรี่ยวแรงที่จะต้านทานพลังหมัดเก้าทบที่มุ่งจู่โจมใส่ครานี้ได้ร่างที่ลอยละลิ่วพลันเร่งความเร็วขึ้นราวลูกกระสุนขณะเดียวกันก็กระอักโลหิตออกมาคำโตก่อนจะพุ่งกระแทกใส่หลงเทากู่

                ดวงตาหลงเทากู่ฉายแววตื่นตระหนกมันรีบรับร่างน้องชายที่กระแทกเข้าใส่ก่อนจะเซถอยหลังอย่างไม่หยุดยั้งไปหลายวาจึงหยุดยั้งลง

                “ช้าก่อน ช้าก่อน!”หลังจากมองดูร่างไร้สติของน้องชายที่เพิ่งรับเอาไว้ได้หลงเทากู่เงยหน้าขึ้นมองไป๋หยุนเฟยที่เตรียมจะรุกจู่โจมเข้ามาอีกคราจึงรีบกล่าวอย่างเร่งร้อน“เลิกต่อสู้กันเถอะ! พวกเรายอมรับความพ่ายแพ้!เจ้าพานางไปได้เลย!”

                ไป๋หยุนเฟยหยุดเท้ามองดูอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยดวงตามันทอประกายวูบ ราวกับในใจมันมีความคิดที่ขัดแย้งกันเอง แต่ชั่วครู่ไป๋หยุนเฟยก็ขยับมือลดก้อนอิฐลงขณะที่ยังจ้องมองศัตรูก็ค่อยๆเคลื่อนกายไปที่มุมห้องที่หลิวเมิ่งอยู่

                หลังจากไปถึงข้างกายหลิวเมิ่งไป๋หยุนเฟยก็อุ้มนางขึ้นก่อนจะเดินไปที่ประตูอย่างเชื่องช้าตลอดเวลาสายตามันยังคงจับจ้องที่หลงเทากู่และพวกจนกระทั่งออกจากภัตตาคารได้จึงหันหลังและหายลับไปจากสุดถนนอย่างรวดเร็ว

                ผ่านไปเนิ่นนานหลังจากไปหยุนเฟยจากไปหลงเทากู่จึงถอนหายใจราวยกภูเขาออกจากอกพร้อมกับกล่าวอย่างขมขื่นในใจ“แล้วจะให้พวกเราพ่ายแพ้‘อย่างจงใจ’ยามไหนกัน? พวกเราทั้งสามล้วนไม่ใช่คู่มือของมัน!อย่าว่าแต่มันยังไม่ได้ใช้ทวนที่เป็นอาวุธวิญญาณคู่มือด้วยซ้ำลำพังเคล็ดวิญญาณอันร้ายกาจถึงสองวิชาและก้อนอิฐที่พิสดารก้อนนั้นพวกเราก็ไม่อาจต่อกรมันได้แล้ว...”

                ขณะที่มันสั่นศีรษะอย่างคับข้องใจก็มองดูญาติผู้น้องทั้งสองบนพื้นโชคดีที่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บร้ายแรง พักฟื้นไม่กี่วันพวกมันสมควรหายเป็นปกติสำหรับหลงเทา(น้องชาย)ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจมันตั้งแต่เริ่มต่อสู้ยามนี้มันซ่อนกายอยู่ที่มุมห้องมองดูทิศทางที่ไป๋หยุนเฟยจากไปด้วยท่าทีแตกตื่นตะลึงลาน

                หลงเทากู่กวาดตามองทั่วห้องที่กลายเป็นยุ่งเหยิงระหว่างต่อสู้บนพื้นก็ปรากฏรูโหว่มากมายที่เกิดจากพวกมันที่ต่อสู้กันเหยียบย่ำอย่างหนักหน่วง

                หลังจากถอนสายตากลับมามิคาดว่ามันกลับเงยหน้ามองชั้นสองที่ว่างเปล่าด้วยใบหน้านอบน้อม มันกล่าวว่า “ผู้อาวุโสหลิว...”

                “อืม พวกเจ้าทำได้ดี”น้ำเสียงทุ้มต่ำดังมาจากห้องบนชั้นสองจากนั้นประตูห้องจึงเปิดออกและชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบก็เดินออกมา ---มิคาดว่าคนผู้นี้จะผู้อาวุโสแห่งสำนักธารน้ำแข็งนามว่าหลิวเฉิง!!

                ขณะที่ยืนอยู่บนชั้นสองหลิวเฉิงก็กวาดตามองที่คนทั้งสี่ในห้องพล่างกล่าวอย่างเชื่องช้า “พวกเจ้าทั้งหมดทำได้ดีมากกลับบ้านไปรักษาอาการบาดเจ็บเถอะ เมื่อใดที่เรื่องนี้ถูกจัดการเรียบร้อยพวกเจ้าจะได้รับรางวัลตามสัญญา”

                หลงเทากู่กล่าวอย่างนอบน้อมด้วยสีหน้ายินดี“ขอบคุณผู้อาวุโสหลิวมาก!”

                จากนั้นจึงเรียกหาหลงเทา(น้องชาย)แล้วช่วยประคองผู้บาดเจ็บทั้งสองเดินออกจากภัตตาคารไป...

                หลิวเฉิงก้มศีรษะมองดูวัตถุในมือดวงตามันก็ทอแววครุ่นคิด --- มิคาดว่าที่มันถืออยู่ในมือจะเป็นกำไลสีครามสดใสที่ไป๋หยุนเฟยมอบให้หลิวเมิ่งเมื่อยามเช้า!

                “เรื่องนี้จะต้องไม่ผิดพลาดทวนที่มันใช้ในคราแรกต้องมีบางอย่างไม่ธรรมดา และก้อนอิฐนั้นพี่เจิ้นซานก็ไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน!”

                ยามที่มองดูกำไลในมือความฉงนในดวงตาหลิวเฉิงก็พลันชัดเจนขึ้น “เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเครื่องประดับธรรมดาที่มันซื้อหามาเมื่อสามวันก่อนยามที่มาถึงเมืองชุ่ยหลิวแต่ตอนนี้...”

                ดูจากคำพูดของหลิวเฉิงมิคาดว่ามันจะทราบถึงรายละเอียดเหล่านี้ได้!นี่ย่อมหมายความว่าพวกหลิวเฉิงต้องเฝ้าจับตาไป๋หยุนเฟยแต่แรกตั้งแต่มาถึงที่เมืองนี้!

                “อีกอย่าง... ผู้ใดจะคาดคิดว่าคนผู้นี้จะมีความสัมพันธ์กับสำนักหลิวขจี?ข้าไม่อาจชักช้าอีกต่อไปแล้ว แผนการต้องดำเนินไปตามกำหนดให้ได้”

                ขณะครุ่นคิดวางแผนในใจหลิวเฉิงก็เดินออกจากหอสุขสันต์เร้นลับอย่างเชื่องช้ามุ่งหน้าไปที่ถนนอีกเส้น

                แม้จะเป็นภูตวิญญาณระดับกลางแต่หลิวเฉิงกลับไม่พบเห็นว่าบนชายคาห่างจากที่นี้ออกไปราวห้าร้อยวามีเงาร่างพิงอยู่ข้างเสามองมายังหอสุขสันต์เร้นลับแห่งนี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม!

                คนผู้นี้อายุราวยี่สิบเศษสวมผ้าคลุมสีเงิน ไว้ผมยาวมองดูธรรมดาสามัญมีสัตว์เลี้ยงตัวเล็กคล้ายมุสิกเกาะอยู่บนไหล่ --- คนผู้นี้จะเป็นใครหากไม่ใช่ผู้ที่สนทนากับฉินเจิ้งแห่งสำนักชะตาลิขิตเมื่อวันก่อนและเรียกตนเองเป็นบุตรบุญธรรมของราชันสุนัขป่าโลหิตนามว่าหงยิน

                กระทั่งเห็นว่าหลิวเฉิงสาบสูญเข้าไปในตรอกหงยินจึงถอนสายตากลับมาหลังจากพึมพำอยู่ชั่วขณะก็ขยับร่างและหายสาบสูญไป