Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    นายกำลังจะทำให้ฉันดูแย่

    นายกำลังจะทำให้ฉันดูแย่

            เช้าวันใหม่ที่ต้องเข้าเรียนมาถึงรวดเร็วอย่างน่าใจหายเรื่องราวสะเทือนใจของเนย่าที่สุดในนาทีนี้คือ เธอฟักหมัดมังกร ถ้าเป็นในโลกมนุษย์เธอยอมนอนกกไข่เป็ดไข่ไก่มันยังคงจะดูน่าขำน้อยกว่านี้เสียอีก

            เมื่อวานนี้เธอยืนกรานว่าจะไม่ยอมพาชูม่าไปโรงเรียนด้วยเด็ดขาดเพราะอาจถูกเพื่อนและรุ่นพี่หัวเราะหงายหลังจนตายไปอีกหลายคนและเหตุผลคงจะเป็นเพราะเธออีกที่ฆ่าพวกเขาด้วยเสียงหัวเราะนั่นแต่เซนดรินกลับทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ด้วยเหตุผลที่ว่า

            “ถ้าเธอไม่พาชูม่าไป ยังไงชาตินี้เธอก็คงออกนอกแคว้นไม่ได้เพราะอาจารย์ไม่ให้ผ่าน” จนเนย่าจำต้องยอมพาเจ้าตัวยุ่งมาด้วยอย่างเสียไม่ได้

            “ฉันสัญญาเลยแม่หนูว่าฉันจะไม่ทำตัวเด่นเป็นอันขาด”     ชูม่าเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนอยู่บนหัวเนย่าด้วยท่าทีสง่าผ่าเผยสุดๆ

            “ชูม่าถ้านายลงไปอยู่ในกระเป๋าแล้วอยู่เงียบ ๆฉันจะขอบคุณมาก” เนย่ากัดฟันตอบ

            “ไม่!” เขายืนยันเขารอโอกาสที่จะปรากฏโฉมอย่างสุดเท่มานานเหลือเกินเรื่องอะไรจะเข้าไปหลบอยู่ในกระเป๋ากันล่ะ

            “นายกำลังจะทำให้ฉันดูแย่” เนย่าบอกเหตุผลในขณะที่เดินเคียงมากับรีสไปตามทางออกใต้ดินสุดอลังการที่เชื่อมสู่โรงเรียน

            “หน้าเธอไม่ใช่หน้าฉัน เอาล่ะออกไปสิให้ทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตาว่าข้านี่แหละคือผู้ยิ่งใหญ่” ชูม่าเอ่ยกับเนย่าที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยความลังเล

            “นายเปิดเผยไม่ได้ว่านายคือ อะไรนะ เอ่อ...เกี่ยวกับไฮดรานั่นอะนะเดี๋ยวฉันเป็นเป้าและอาจโดนฆ่าเอาได้” เธอยิ่งมีศัตรูเยอะอยู่ด้วยถ้าเกิดโฮล์เบเรียสรู้ว่าเธอคือผู้ฟูมฟักไฮดราจริงๆ ล่ะก็ต้องส่งสมุนมาป่วนเธออีกหรือไม่ก็จับชูม่าไปรีดเอาความจริงซึ่งเธอคงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แน่นอนเพราะเธอคงจะตายไปแล้วก่อนที่ชูม่าจะถูกจับตัวไปเสียอีก

            “ดีใจด้วยเธอจะได้ตายไวขึ้น” ชูม่าตอบอย่างยินดี

            “นี่ปากเรอะ!” เนย่าเหลือบมองไปบนศีรษะ เธอจะคว้าหางหมอนี่แล้วเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอีกดีไหมนะแต่เซนดรินขอไว้ว่าถ้ารุนแรงกับชูม่าเขาอาจจะแกล้งไม่บอกสารที่สองไฮดราฝากไว้กับเธอก็ได้เอาเป็นว่าความรุนแรงกับเจ้าตัวจิ๋วคงต้องพับเก็บไปก่อนรอให้ได้คำตอบค่อยเอาคืนอย่างสาสม

            “ถ้านายทำเนย่าตายรับรองเลยว่าฉันจะป่นนายจนเละยิ่งกว่าฝุ่น” รีสฟังมานานจึงเอ่ยขู่จอมเล่นตัวบ้าง

            หมอนี่ถึงจะตัวเล็กแต่ระดับความกวนประสาทต้องยกให้เป็นที่หนึ่งเลยทีเดียวเขาสงสารก็แต่เนย่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายโดนเล่นงานก็หลายหน แต่ดันได้หมัดมังกรมาเลี้ยงเล่นเสียอย่างนั้นช่างไม่คุ้มค่าเลยกับเวลาที่เสียไป

            “คิดว่าข้ากลัวเจ้าเรอะเจ้าขนปุย ข้าทำเจ้าเจ็บปวดได้นะขอบอก” ชูม่าชูกำปั้นน้อย ๆ ขู่บ้าง

            “จะท้าข้าเรอะ” รีสกางปีกออกเตรียมสู้ต้องสั่งสอนเสียบางแล้ว

            “ลองดูไหมล่ะ” ชูม่าทำท่าถลกแขนเสื้อทั้งที่ตัวเองมีแต่เกล็ดล้วนๆ ขนาดเท่าเกล็ดลูกปลาทอง

            “มาเลย” รีสทำท่าจะกระโดดขึ้นไปงับเจ้าตัวจ้อยบนหัวเนย่า

            “นี่ พอเลย เดี๋ยวฉันว่างจะให้ได้สู้กันสมใจแน่แต่ตอนนี้ห้ามทะเลาะกันฉันจะเข้าเรียนแล้ว” เนย่าสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆแง้มประตูออกไป ใจเธอเต้นโครมครามยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ อับอายแต่ก็ต้องอดทน เอาวะ! หมัดก็หมัด เนย่าคิด

            เป็นไปตามคาด เสียงฮือฮาและหัวเราะคิกคักดังมาไม่ขาดสายเมื่อเธอก้าวพ้นประตูเนย่าทำใจแข็งยอมรับทุกคำนินทาเกี่ยวกับข่าวลือประหลาด ความสามารถของเธอ และหมัดมังกรบนหัวมนุษย์อย่างเธอดีหน่อยที่เหล่านักเรียนยังเกรงกลัวรีสไม่กล้าหัวเราะเสียงดังหรือนินทาให้เธอได้ยินจนเต็มสองหูมากนักแต่ความน่ากลัวของรีสก็ทำลายเสียงดูถูกนินทาได้ไม่หมดหรอก

            “ว้าว!คนดัง ไข่มังกรเธอฟักแล้วเหรอมองดูน่าเกรงขามมากเลยนะเนี่ย” เสียงเอ่ยอย่างประชดประชันของซิมบัสดังขึ้นเมื่อเธอก้าวเข้ามาในห้องเรียนและแน่นอนรีสแยกเขี้ยวใส่เขาแต่เนย่าก็ห้ามปรามไว้คนที่ดูจะได้ปลื้มกับคำเยินยอจอมปลอมมีเพียงผู้เดียวคือชูม่าที่บัดนี้ทำท่าเสยเขาตัวเองที่สั้นจุ๊ดอย่างพยายามเท่ที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “ซิมบัสฉันคิดว่านายอาจจะไม่เข็ดที่ผมนายเคยหายไปจากหัวนะ” เนย่าขู่

            “อ๊ะ!โอ้ว! ฝีมือเธอจริง ๆ ด้วยฉันคิดไว้ไม่ผิดเลยยายตัวร้าย” ซิมบัสชี้หน้าเธอเนย่าลืมไปเสียสนิทว่าครั้งนั้นเธอแค่คิดเล่น ๆ แต่ถ้าเธอคิดจริง ๆ ซิมบัสคงเป็นจุณแน่

            “ฉันว่านายถอยไปดีกว่าเนย่าคือผู้ชนะการประลองเมื่อคราวที่แล้วนะถ้าไม่อยากถูกย่างทั้งตัวก็หุบปากนายไปเลย” รินรินเดินมาถึงพอดี เธอเดินมาหยุดข้างๆ เนย่าแล้วเอ่ยกับซิมบัส ซิมบัสยอมแต่โดยดีแต่ก็ยังทิ้งสายตาอาฆาตไว้เนย่าถอนหายใจอย่างโล่งอก นับจากนี้และต่อ ๆไปเธอไม่จำเป็นจะต้องเกรงใครหรือนิ่งเงียบอีกเพราะเธอมีครบทุกอย่างเหมือนคนอื่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาวุธจากเปลือกไข่และ...หมัดมังกร!

            “ไปนั่งเถอะเนย่า” รินรินกุมมือเนย่าไปนั่งประจำที่ลูกมังกรของรินรินยังคงพันคลอเคลียอยู่รอบคอของรินรินไม่ห่าง ไม่แตกต่างจากของเด็กคนอื่นทุกคนที่มีมังกรอยู่ประจำกายทำเหมือนกำลังอวดของเล่นใหม่ที่เพิ่งได้มาคล้ายกับเด็กๆในโลกของเนย่า ที่อวดให้เพื่อน ๆ ดูว่าลูกมังกรของพวกเขาทำอะไรกันได้บ้างแต่เมื่อสายตาพวกนั้นมาหยุดอยู่ที่หมัดมังกรของเธอต่างก็หันไปป้องปากหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน

            “เลิกสนใจเถอะเนย่าไหน ๆ ก็ไหน ๆแล้วเดี๋ยวก็จบไปเองแหละอย่างน้อยหมัดของเธอก็หน้าตาน่ารักมาก” รินรินปลอบใจพลางส่งสายตาประชดไปที่ชูม่า

            เนย่าได้แต่ยิ้มและเธออยากจะบอกเหลือเกินว่าโอ้!..เธอพูดถูกรินรินหมัดมังกรของฉันน่ารักสุด ๆ ไปเลย

            “นี่ยายหนู ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่เป็นจุดเด่น แต่พวกเด็ก ๆสนใจฉันเองนะช่วยไม่ได้” ชูม่าไหวปีกจิ๋วไปมาอย่างวางมาด

            “เขาสมเพชนายต่างหาก” รีสอดไม่ได้จึงเอ่ยขัด

            “แล้วเราไว้เจอกันเจ้าขนปุย”เขี้ยวเล็ก ๆมุมปากของชูม่าถึงกับโชว์ออกมาด้วยความหมั่นไส้เจ้าตัวดำข้าง ๆ เด็กหญิง

            “ได้เลยเจ้าหมัดจิ๋ว” รีสยิ้มอย่างมีชัยเมื่อเห็นสีหน้าโกรธกรุ่นของชูม่า

            เนย่าได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายว่าเธอมีคู่กัดเพิ่มเข้ามาอีกคู่หนึ่งแล้วหรือนี่ เซนดรินหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ เนย่าเช่นทุกวันแต่ดูเหมือนวันนี้เขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะสีตาของเขาเปลี่ยนเป็นเขียวเลียนสีนัยน์ตาของเนย่า

            เธออยากจะให้ใครฟาดฝ่ามือใส่หน้าเธอสักเปรี้ยงว่าไม่ได้ฝันที่เธอเห็นเซนดรินยิ้มให้ด้วยเธอควรดีใจไหมนะ

            “ผั้วะ!” หางเล็ก ๆฟาดที่แก้มซ้ายเนย่าอย่างจัง

            “ทำบ้าอะไรน่ะชูม่า ฉันเจ็บนะ” เนย่าจับหางของเขาลงมาห้อยหัวอยู่ตรงหน้าแล้วสอบสวน

            “ฉันจะบอกว่าเธอไม่ได้ฝัน เด็กนั่นยิ้มให้เธอจริง ๆแต่ดูเหมือนเธอจะอยากรู้มากกว่าว่าทำไมไอ้หนูเย็นชาที่นั่งฟากนู้นถึงย้ายมานั่งข้างๆ ยายกินรีขี้วีนมากกว่าใช่มะ” ชูม่าพูดรวดเดียวจบเพราะเกรงว่ายายหนูตาเขียวของเขาจะแกว่งเขาเหมือนเครื่องเล่นบริหารนิ้วมืออีก

            “นายรู้ได้ไงเนี่ย” เนย่าตาโต

            “ฉันอยู่บนหัวเธออย่าลืมสิ” ชูม่าชี้ไปที่หัวเนย่าแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์เขามีเขี้ยวอันทรงเสน่ห์เชียวนะ นั่นไงยายหนูจอมโหดอึ้งแล้วท่าทางจะแอบปลื้มเขาแน่

            “นั่นไม่ใช่ประเด็น” เนย่าขู่ผิดคาดกับสิ่งที่ชูม่ากำลังคิดเมื่อยายหนูยังทำหน้าดุใส่เขาอยู่

            “เอ้า..!ลืมบอก ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่ชูม่าจะพูดอธิบาย โควอร์กก็ปรากฏกายอย่างสง่าและผ่าเผยดูเหมือนความหลงตัวเองนี้จะไม่ได้มีแค่ชูม่าผู้เดียวเสียแล้ว

            “ดูเหมือนไข่มังกรพวกเธอจะฟักกันหมดแล้วสินะ แต่ว่าอืม....” โควอร์กปรายตามาทางเนย่าที่โยนชูม่ากลับขึ้นไปบนหัวตัวเองในทันทีแล้วพยายามนั่งให้เรียบร้อยอย่างที่สุดโควอร์คยกยิ้มอย่างสาใจก่อนจะเอ่ยว่า

            “ก็เหมาะสมกันดีนะ ฮึ่!” ก่อนจะเดินผ่านเนย่าไปไม่มีคำถากถางใดหลุดมาจากโควอร์กอีกเพราะสำหรับคำว่าเหมาะสมกันดีนั้นก็ทำให้เพื่อนๆ ในห้องต่างป้องปากหัวเราะกันเป็นแถวรินรินบีบมือเนย่าอย่างให้กำลังใจก่อนจะเข้าสู่บทเรียนที่โควอร์คจะสอนต่อไป

            “วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง คำพิพากพยากรณ์ หรือ ‘หนึ่งผู้ทำนาย’ กันนะก่อนจะออกไปสู่โลกภายนอกเธอต้องรู้เกี่ยวกับหนึ่งผู้ทำนายซะก่อน หนึ่งผู้ทำนายหมื่นปีจะถือกำเนิดในโลกเซนเทียหนึ่งครั้งแต่ละครั้งจะกำเนิดขึ้นในแคว้นใดก็ได้แต่แคว้นที่มีหนึ่งผู้ทำนายถือกำเนิดแคว้นนั้นจะได้รับความยำเกรงและเคารพนับถือเป็นพิเศษในทุกๆ ด้าน”

            “และเมื่อครบหนึ่งหมื่นปีที่หนึ่งผู้ทำนายใหม่ก็จะถือกำเนิดและภาระหน้าที่ผู้ทำนายเดิมจะถูกส่งต่อสู่หนึ่งผู้ทำนายรุ่นต่อไปก่อนจะกลับคืนสู่ผู้สร้าง”

            “และในหมื่นปีนี้เป็นยุคของเซนเทียน่าหนึ่งผู้ทำนายถือกำเนิดขึ้นในแคว้นเราเป็นชายสมชายชาตรีไร้ราคีใด ๆ และไม่มีวันแก่ชรา เขาได้ทิ้งคำพิพากพยากรณ์ไว้ว่า ‘โลกเซนเทียจะต้องสูญเสียราชาแต่จะคืนบัลลังก์อีกคราด้วยฤทธาแห่งชนราคี’ ซึ่งปริศนานี้สภาอวุโสแห่งสมาพันธ์ผู้ฟูมฟักได้พยายามไขข้อกระจ่างและเป็นความลับในสภามังกร”

            “ตอนเกิดสงครามมังกรขึ้นหนึ่งผู้ทำนายได้หายตัวไปอย่างลึกลับและยังไม่หวนคืนจนถึงทุกวันนี้ หลายพันปีมาแล้วที่พวกเราเฝ้าตามหาเพราะยังไม่ครบวาระหมื่นปีทำให้ไม่มีหนึ่งผู้ทำนายในโลกเซนเทียพวกเราตาบอด สิ้นไร้หนทาง หมดความพยายามแต่เราก็ยังไม่หมดหวังเพื่อหาวิธีแก้ไขเพราะไม่มีผู้เฉลยหนทางให้พวกเรา เราจึงไม่รู้อนาคตที่จะเกิดและไม่สามารถเตรียมรับมืออะไรได้ทันและนี่คือความสำคัญของหนึ่งผู้ทำนาย” ในช่วงสุดท้ายสาบานได้ว่าเนย่าได้ยินและมองเห็นความสิ้นหวังในน้ำเสียงของโควอร์กที่ขัดกับมาดความมั่นใจอย่างเต็มร้อยของเขา

            “เกี่ยวกับการเดินทางไปต่างแคว้นครั้งนี้หรือเปล่าคะ” เด็กหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

            “ฉันเคยคัดค้านแล้วว่าความเยาว์ของพวกเธออาจเกิดปัญหาขึ้นได้แต่ทางสมาพันธ์ผู้ฟูมฟักและสมามังกรต้องการให้รุ่นเธอเป็นรุ่นบุกเบิกในการตามหาหนึ่งผู้ทำนาด้วยแม้ว่ามังกรพวกเธอจะยังไม่พร้อมก็ตาม” สายตาสิ้นหวังนั้นหายไปเหลือไว้เพียงความเย่อหยิ่งเช่นเคย

            “อย่างนี้ก็เหมือนส่งเราไปตายเลยน่ะสิ” ซิมบัสเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ

            “ก็ไม่แปลกที่เธอจะคิดอย่างนั้น แต่สำหรับฉันมันก็ดีนะถ้าพวกไร้ความสามารถจะถูกส่งคืนแก่เผ่าพันธุ์เดิม”โควอร์กยกยิ้มเจ้าเล่ห์

            “ไม่ยุติธรรมเลย” หลายเสียงพูดขึ้นพร้อมกันไม่เว้นแม้แต่รินริน

            “ไม่ไปก็ได้แค่ไม่จบการศึกษาแล้วก็คงจะไม่ได้รับการยอมรับจากที่ใดในโลกนี้ก็แค่นั้นทำใจซะเถอะถ้าเวลานี้เกิดในยุคฉัน ฉันคงจะมีความสุขกับมันมากเลยล่ะ” โควอร์กทิ้งท้ายก่อนจะหายออกจากห้องไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเคยที่การเรียนการสอนของเขาก่ำกึ่งคล้ายกับจะได้บทสรุปอย่างถึงที่สุดแต่ก็ให้พวกเด็กๆ ได้หาคำตอบเอาเอง

            “เอาล่ะทีนี้นายตอบฉันมา ว่าเมื่อกี้นายจะบอกอะไรฉันชูม่า” เนย่าวางชูม่าลงตรงหน้าได้โอกาสที่จะได้ไขข้อข้องใจ

            “ฉันลืมไปแล้ว” ชูม่าทำทีหันไปสนใจรินรินที่กำลังบ่นกับตัวเองให้วุ่นวายเพราะกังวลเรื่องที่ถ้าไม่ผ่านการทดสอบอาจจะต้องถูกส่งกลับไปแต่เมื่อเนย่าทำท่าจะเค้นคอชูม่า เสียงรินรินก็เอ่ยขัดขึ้นซะก่อน

            “หนึ่งผู้ทำนาย ให้พวกเราตามหา หายไปหลายพันปีแล้วเนี่ยะนะพร้อมสงครามมังกรขนาดผู้ใหญ่ยังหาไม่เจอเลยเราจะหาเจอได้ยังไง” รินรินหันมาบ่นกับเนย่าที่ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องนี้เท่ากับเรื่องที่ชูม่าจะบอกเธอนักแต่ก็ต้องชะงักเมื่อชูม่าไม่คิดจะตอบคำถามเธอเพราะเขาหันไปให้ความสนใจกินรีขี้วีนอย่างรินรินมากกว่า

            “งั้นยายหนูมีปีกจะสละสิทธิ์เหรอ” ชูม่ากอดอกทำเสียงเย้ย

            “ใครบอกล่ะคุณหมัด” รินรินหันควับมาด้วยสายตาขุ่นเคือง

            “นี่ชูม่านายจะไม่หาเรื่องทะเลาะกับเพื่อน ๆ ฉันได้ไหม” เนย่าเอ่ยเตือนและชูม่าหันมาตอบเธอด้วยท่าทีสบายใจว่า…

            “มันเป็นนิสัยที่น่ารักของฉันอะนะ” ชูม่าไหวไหล่

            “ฟู่” ลูกไฟเล็ก ๆ ถูกจุดขึ้นที่ปลายหางของชูม่า

            “โอ้ย ๆ หางฉันไหม้ หางฉันไหม้” ชูม่ากระโดดลงไปจากโต๊ะเรียนของเนย่าและวิ่งไปรอบห้องเขาเปรียบเสมือนหนูที่ใคร ๆ ต่างก็ยกเท้าหนีแล้วส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง

            “รีส ดับไฟนะ โธ่เอ๊ย!” เนย่าหันไปดุรีสซึ่งเขาทำเป็นไม่สนใจแล้วเนย่าก็ต้องวิ่งไล่จับชูม่าเพื่อไม่ให้เปลวไฟจากหางเขาลามไปติดที่อื่นในขณะที่รินรินหันมาขอบใจรีสเบา ๆ แล้วหัวเราะชอบใจ

            “ไปเรียนคาบต่อไปได้แล้วอาจารย์ทรอยอาร์รอพวกเราอยู่นะ” เซนดรินเอ่ยขึ้นทำท่าจะลุกหนีไปแต่ถูกเนย่าชนจนล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นด้วยกันเพราะชูม่าเพิ่งวิ่งลอดขาเขาไป

            “เซนดรินช่วยจับชูม่าที” เนย่าหันมาขอความช่วยเหลือก่อนจะลุกขึ้นปัดฝุ่นไล่ตามชูม่าต่อไปเซนดรินลุกขึ้นนั่งอย่างมึน ๆ ก่อนจะออกวิ่งช่วยเนย่าจับชูม่าด้วย แต่ทว่า...

            “เลิกเหยียบหางฉันนะไอ้หนูเย็นชา” ชูม่าก็หยุดอยู่ใต้ฝ่าเท้าใครคนหนึ่งซึ่งเหยียบหางเขาไว้จนไฟดับสนิท

            “ก็แค่ช่วย” ฮาร์มยกเท้าขึ้นก่อนชูม่าจะหยิบปลายหางขึ้นมาเป่ารอยไหม้เบาๆ อย่างน่าสงสาร

            “ฉันจะไม่ขอบใจหรอกนะ” ไม่วายที่ชูม่าจะชูกำปั้นน้อย ๆ ขู่

            “ก็ไม่ได้ขอ” ฮาร์มไหวไหล่ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับมังกรของเขา

            ความวุ่นวายจบลงเมื่อเนย่าจับชูม่ายัดลงกระเป๋าแล้วปิดล็อครีสเดินเข้ามาสบทบด้วยท่าทีสบายใจแต่เนย่ากลับดึงหูเขาให้เดินตามออกจากห้องไปจนหมดความน่าเกรงขามโดยมีรินรินคอยห้ามปรามไปด้วยเพราะเนย่าโกรธอีกแล้วส่วนเซนดรินก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา ว่าแต่ทำไมเขาต้องทำตามที่เนย่าสั่ง เขาเอียงคอไปมาด้วยความสงสัยตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน