อันที่จริงเหมยฮวาก็ไม่เคยคิดว่าจังหวะเวลาที่นางคิดว่าเหมาะสมมากที่จะพูดคุยเรื่องการค้ากลับเป็นจังหวะเวลาที่ไม่ค่อยดีสำหรับใครบางคน...
ตอนนี้นางกำลังอยู่ที่โรงเตี๊ยมที่ชื่อว่า “กินและนอน คือยอดปรารถนาของชีวิต”ทีแรกนางก็ไม่คิดว่าจะมีโรงเตี๊ยมชื่อนี้จริงๆวันแรกที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เปิดในสุยโจว เหมยฮวาถึงกับลากซานซานอายุห้าขวบจากหมู่บ้านสกุลมู่ไปดูให้เห็นกับตาแล้วก็ถึงกับตะลึงงันไป เพราะว่าป้ายข้างหน้าโรงเรียนกินและนอนคือยอดปรารถนาของชีวิต ถึงกับเป็นลายมือของท่านลุงใหญ่สกุลเผย ผู้เป็นนักวิชาการเรื่องชื่อของแผ่นดินปัจจุบันเขาเป็นผู้อำนวยการของสำนักศึกษาตงหลิน ครั้งหนึ่งป้ายหน้าร้านมู่อ้ายก็เคยได้ให้เขาเขียนอยู่เหมือนกัน
แม้ว่าลายมือนี้จะไม่ได้ให้ความยิ่งใหญ่เหมือนลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้หรือทำให้คนสะท้านสะเทือนหัวใจเหมือนกับลายมือของท่านอาจารย์เผยผู้เป็นพ่อของเขาแต่ท่านลุงใหญ่เผยก็นับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่มากเสี่ยวฮวาฮวาเห็นลายมือท่านอาจารย์ใหญ่เผยเช่นนี้ ก็รู้ว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นของคนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเผยอย่างแน่นอน
ในระหว่างที่นางหนูซานซานกำลังจดบันทึกเกี่ยวกับสถานที่แห่งใหม่ที่เกิดในสุยโจวบันทึกสถานที่แห่งใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้ หากคนที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น จดบันทึกและนำไปส่งที่หอข่าวสารพื้นบ้านไหว ๆ ของเหมยฮวา บันทึกแบบละเอียดแลกเงินได้หนึ่งตำลึงแต่ถ้าเป็นบันทึกแบบไม่ละเอียดจะได้เป็นข้าวสารและอาหารแห้งแทนปกติแล้วคนที่ทำงานหาข่าวสารให้กับหอข่าวสารพื้นบ้านไหว ๆจะไม่ค่อยสนใจงานเล็กงานน้อยเช่นนี้มุ่งมั่นแต่การหาข้าวที่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำมากกว่า
แต่สำหรับซานซานตัวน้อยนางเป็นเด็กอายุห้าปี ดังนั้นจะเงินหนึ่งตำลึง หรือเสบียงข้าวสารอาหารแห้งก็ล้วนเป็นน้ำพักน้ำแรงที่น่าชื่นใจสำหรับนาง ว่ากันว่าที่บ้านของซานซานตอนนี้นางสามารถ หาเงินได้มากกว่าพี่ใหญ่ของนางแล้ว เหมยฮวาปล่อยให้ซานซานหาเงินไปส่วนนางก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปถามว่า
‘เจ้าของที่นี่คือใครหรือเจ้าคะ’
แน่นอนว่าหากเป็นคนอื่นถามหลงจู๊ที่เป็นชายวัยกลางคนที่ท่าทางอ้อนแอ้นกว่าปกติ ทั้งใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราก็คงไม่มีทางตอบ
ทว่านี่ตอนนี้คนถามคือท่านหญิงรองแห่งสุยโจวที่ว่ากันว่าเห็นหน้าตาเหมือนในหัวสมองไม่ได้คิดอะไร แต่เป็นคนเจ้าแผนการ และทรงอิทธิพลคนหนึ่งในแคว้นเซี่ยหลงจู๊ผู้นี้ก็ไม่กล้าไม่ตอบ เขาคารวะเสี่ยวฮวาฮวาอย่างนอบน้อม ก่อนขยับเข้ามาตอบเสียงเบาว่า
‘ร้านนี้เป็นของฮองเฮาและฝ่าบาทขอรับ’
เหมยฮวาได้ยินแล้วก็ร้องโอ๊ะกวาดตามองคนข้างหน้าเร็ว ๆ แล้วก็เผยรอยยิ้มข้าเป็นเด็กดีออกมา ‘เสียมารยาทกับกงกงแล้วเจ้าค่ะ’หลงจู๊เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ที่เหมยฮวามองออกว่าเขาเป็นคนจากในวังแต่เห็นกริยาท่าทางรู้ความและให้เกียรติเขาเช่นนี้หลงจู๊ที่มีนามว่าหวังกงกงผู้นี้ก็นึกรู้สึกดีกับท่านหญิงรองหลายส่วน
และเพราะการผูกสัมพันธ์อันดีกับหวังกงกงเอาไว้แล้วการข่าวของฮวาฮวาที่ได้จากที่นี่จึงไม่ถูกปิดกั้น เรื่องที่พวกซยงหนูเข้าพักที่นี่หวังกงกงก็เป็นส่งคนมาบอกกล่าวกับนางเอาไว้เองทำให้เหมยฮวาส่งคนเข้าไปแทรกซึมและติดตามได้รอบนี้นางรู้ว่าพวกซยงหนูทั้งหมดที่เดินทางมามีวรยุทธ์ซ้ำยังเป็นวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดาเสียด้วยวัดจากการที่พวกเขาสามารถต่อกรกับคนของเจงกีสได้ประมือกันหนึ่งก้านธูปยังไม่เพลี้ยงพล้ำ ไม่โดนจับสักคนนางเลยส่งยอดฝีมือของลู่จางเหว่ยไปแทน
ต่อให้ยอดฝีมือของลู่จางเหว่ยรับมือไม่ได้นางยังมีคนของสกุลฉินที่หมู่บ้านเชิงเขาอีกที่นั่นมีทหารยอดฝีมือผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาพักรักษาตัวหลายคนและที่พักรักษาตัวแล้วยังไม่ไปไหนก็มีอีกมากที่นั่นมักจะมีพวกที่เคยเป็นสายลับมาพักอาศัยอยู่ตลอดเวลาที่นางต้องการใช้คนที่หน้าไม่ซ้ำ ก็ไปติดต่อที่นั่นให้พวกเขารับงานและจ่ายค่าจ้างไปแน่นอนว่าปกติแล้วทหารเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานประเภทนี้สุ่มสี่สุ่มห้าแทบจะไม่รับงานจากคนภายนอกเลย
แต่เหมยฮวาเป็นใคร...นางเป็นถึงท่านหญิงรองแห่งสุยโจวเชียวนะ!แล้วยังเป็นหลานบุญธรรมท่านตาเผยแน่นอนว่าท่านปู่แม่ทัพสะท้านสะเทือนปฐีไพรีพินาศแห่งสกุลฉินก็ยอมรับนางแล้วและด้วยความเก่งกาจในการทำการค้าของนาง องค์ใหญ่ย่าก็ยอมรับนางแล้วทั้งยังเอ็นดูและไว้ใจให้นางดูแลการค้าในเขตเมืองหลวงให้ด้วย!
เด็กสาวหน้าตาธรรมดาๆ เหมือนไม่ค่อยมีความคิดอะไรผู้นี้ เป็นผู้มีความสามารถสูงส่งนางเรียกใช้ได้ทั้งจากคนสกุลลู่ สกุลฉิน และสกุลเผยก็ทำได้!ฮ่องเต้เอ็นดูนาง ฮองเฮาก็โปรดปรานนาง พี่ชายรัชทายาทก็ส่งขนมมาให้กินบ่อย ๆเช่นนี้แล้วเรื่องแค่การจ้างงานคนของสกุลฉินนั้นสบายมาก!
อ่อ...ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่อารัมภบทณ ปัจจุบันก็คือ ตอนนี้เหมยฮวาที่หลงคิดว่าพวกซยงหนูไม่มีลับลมคมในใด ๆกำลังยืนอยู่หน้าห้องอาหารพิเศษที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยม อันที่จริงนางก็ยังไม่ได้ฟังถึงเรื่องราวทั้งหมดแต่พอจะได้ยินคำว่า “ปล้น” และคำว่า “ร้านจู่เจียง”
เหมยฮวา...คำพวกนี้ข้าได้ฟังแล้วคิดดีไม่ได้เลยหรือว่าพวกนี้จะมีจุดประสงค์แอบแฝงจริง
ดวงตาสดใสของแม่นางน้อยหรี่เล็กลงแล้วส่งสัญญานมือให้องครักษ์ยอดฝีมือที่ติดตาม หาทางไปแอบฟัง ในตอนนั้นเองก็มีพนักงานประจำร้านสองคนเดินทางแล้วทำการคารวะแก่นางฝีเท้าของพวกเขาเบามาก หนึ่งในนั้นได้ผายมือให้นางไปอีกห้องหนึ่งที่อยู่ปลายทางเดินเสี่ยวฮวาฮวาเดินตามพวกเขาไป ในขณะที่หางตาเห็นว่าบนชั้นสองของฝั่งตรงข้ามมีร่างเล็กๆ ที่เดินถือผ้าขี้ริ้ว เช็ดราวบันไดอยู่...
เหมยฮวา ...ข้าตาฝาดหรือไม่
“กุ๊ก”
เหมยฮวา...ไม่ได้ตาฝาดสินะ
เด็กสาวนับหนึ่งถึงสิบในใจพยายามไม่เห็นการแฝงตัวสืบข่าวสารของซานซานอายุห้าปีนางคิดว่าน้องสาวคนเล็กนี้ทำได้ดี แต่ว่า...ไก่ตัวนั้นที่เกาะหัวนางอยู่ จะไม่โดดเด่นเกินไปเหรอ
เหมยฮวาถอนใจเบาๆ เดินตามคนของลู่จางเหว่ยที่นางส่งมาให้สืบก่อนคุณชายคนโปรดของนางเจอเรื่องด่วนที่ท่านลุงที่คุมงานคาราวานสินค้าจากทางใต้มาปรึกษาเรื่องสินค้าที่มีปัญหาเขาจึงยืนสั่งงานอยู่ที่หน้าร้าน นางเห็นว่าเรื่องงานนั้นน่าปวดหัวมากก็เลยเดินเข้ามาก่อน(หลัง ๆ เหมยฮวาไม่ได้เข้าไปช่วยงานลู่จางเหว่ยเท่าไหร่แล้วนางเองก็มีงานที่ยุ่งมากเช่นกัน)
“พวกซยงหนูที่นายหญิงน้อยให้พวกข้าติดตามดูก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรน่าสงสัยจริง ๆ ขอรับแต่เพิ่งมามีสิ่งที่น่าสงสัยก่อนที่ท่านมาหน่อยเดียว”
เสี่ยวฮวาฮวาที่ยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทาง “ข้าเป็นนายท่านผู้ยิ่งใหญ่”ทั้งยังหันหลังให้กับพนักงานร้านตัวปลอมสองคนที่ตอนนี้คุกเข่าให้นายท่านด้านหลังอยู่รับฟังคำรายงาน นางเลิกคิ้วแล้วหันมาเอียงกายด้วยมุมเฉียงประมาณสี่สิบห้าองศา
“ในห้องนั่นพวกซยงหนูพบกับคนของคณะฑูตของซยงหนูขอรับ”
คราวนี้เหมยฮวาหันมาเต็มตัว“พวกเขารู้จักกันงั้นเหรอ”
“พวกข้ายังไม่ได้ทันไปแอบฟังนายหญิงน้อยก็มาพอดีแล้วก็สั่งให้พี่น้องเราไปตามสืบแล้ว”
เหมยฮวาพยักหน้ารับ“งั้นก็รอพวกเขากลับมารายงานก่อน ว่าไปก็น่าแปลกจริง ๆ หากคนเหล่านี้รู้จักกันทำไมไม่รวมคณะมาด้วยกันเลยทำไมแยกกันมามันน่าสงสัยจริง ๆ” เสี่ยวฮวาฮวายกมือลูบคางเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นว่าสองคนตรงหน้าไม่ได้รายงานอะไรเพิ่มนางก็คิดว่าควรออกไปยืนตรงระเบียงดีกว่า เดี๋ยวคุณชายคนโปรดขึ้นมาแล้วไม่เจอนาง
ทว่าพอเปิดประตูออกไปปุ๊บก็ได้ยินเสียงกรีดร้องที่คุ้นเคยปั๊บ เด็กสาวรีบวิ่งออกไปพบฉากที่น่าตื่นตะลึงองค์หญิงกูฮาน่าแห่งซยงหนู กำลังโดนเจ้ากุ๊กของนางหนูซานซานที่ตอนนี้กำลังย่อง ๆชิ่งหนีเหตุการณ์วุ่นวายมาหลบด้านหลังนางอึใส่หัว (อีกครั้ง)
“กรี๊ดดดดดไอ้ไก่บ้านี่ ฮือ ๆ คุณชายลู่...สามี! ช่วยข้าด้วย”
ลู่จางเหว่ยที่ยืนอยู่สุดปลายทางเดินมองเหตุการณ์อย่างเย็นชาตอนที่กูฮาน่าถลาไปจะจับตัวเขาชายหนุ่มก็ใช้วิชาตัวเบาแตะปลายเท้าที่พื้นส่งตัวเองลอยขึ้นกลางอากาศข้ามหัวกูฮาน่ามาทั้งยังไม่ลืมคว้าเจ้ากุ๊กที่ภายหลังฮวาฮวาสงสัยว่ามันจะมีเก้าชีวิตติดมือมาด้วย
เสี่ยวฮวาฮวา....
ซานซานน้อยที่อยู่ด้านหลังเสี่ยวฮวาฮวาอีกที“ละ...ล้ำเลิศ”
ฮวาฮวาหันไปทางตัวยุ่งอายุห้าปีนางกัดฟันถามว่า “เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ข้าต้องเก็บเงินไว้ตรุษจีนปีหน้าจะซื้อผ้าพับใหม่ให้ท่านแม่ก็เลยมาทำงานพิเศษน่ะสิเจ้าคะ” นางตอบเสียงเบาหวิว
เสี่ยวฮวาฮวาได้แต่คันปากได้ยินความกตัญญูเช่นนี้ของนางหนูซานซานแล้วนางจะตำหนิลงได้อย่างไร!