หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 29 คำใบ้แรก

            หนิงเทียนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ยักษ์ใจกลางเกาะพลางมองหลุมต้นไม้ทั้งเก้าด้วยสีหน้าโหยหา

            ยามนี้เขารู้แล้วว่าเหตุใดโม่ซินเจวี๋ยจึงเงยหน้ามองท้องฟ้าแทนที่จะมองหลุมต้นไม้นั่นก็เพราะมีกระบี่เล่มหนึ่งติดอยู่ที่กิ่งของต้นไม้ใหญ่ทั้งยังมีหีบไม้ผูกติดราวพู่กระบี่

            ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าในนั้นมีอะไรซ่อนอยู่แต่ต่อให้เป็นคนเขลาก็สามารถเดาออกว่าจะต้องมีสมบัติอยู่ในหีบใบนั้นเป็นแน่

            แล้วเหตุใดถึงไม่มีใครเอามันไปเล่า?

            หนิงเทียนหันมองอวี๋เฟยเยี่ยนพร้อมถามด้วยรอยยิ้ม“ศิษย์พี่เฟยเยี่ยน เหตุใดไม่ขึ้นไปหยิบหีบนั้นเล่า?”

            “อย่ามาตีสนิท! ผู้ใดเป็นพี่เจ้ากัน?”

            “ข้าอายุสิบเจ็ดจะให้ข้าเรียกท่านว่าน้องเฟยเยี่ยนได้อย่างไร?”

            “ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!” อวี๋เฟยเยี่ยนกัดฟันด้วยความโกรธ นางยังไม่ได้ชำระหนี้เก่าเรื่องไข่มุกอสูรหยินกับเขาเลย

            โม่ซินเจวี๋ยยิ้มแล้วกระซิบ“มีบางอย่างผิดปกติกับต้นไม้ต้นนี้ คนส่วนใหญ่ปีนขึ้นไปไม่ได้และหลุมต้นไม้ทั้งเก้าก็คือบททดสอบหากผ่านทั้งเก้าด่านนี้ได้ก็จะสามารถไปถึงยอดต้นไม้ แล้วดึงกระบี่เปิดหีบออกได้”

            หนิงเทียนถามต่ออย่างประหลาดใจ“มีผู้ใดลองแล้วหรือยัง?”

            อวี๋เฟยเยี่ยนพึมพำ “หลายสิบคนแล้วทว่าไม่มีใครสามารถผ่านด่านแรก แม้หลานซานหู่จะผ่านไปได้ แต่เขาก็ล้มเหลวในด่านที่สอง”

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดทุกคนยังมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่นี่ให้เสียเวลาอีก?”

            โม่ซินเจวี๋ยไม่ตอบทั้งยังถามกลับว่า “เจ้าจะลองดูไหม?”

            หนิงเทียนกระวนกระวายใจเล็กน้อยต้นไม้ยักษ์ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ และนึกถึงต้นไม้แห้งเหี่ยวอยู่เสมอ พวกมันมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่?

            “ข้าจะลองดู” หนิงเทียนตบลำต้นทันใดนั้นบงกชสีมรกตก็หยั่งรากบนต้นไม้ใหญ่น้ำหนักอันน่าสะพรึงกลัวให้ความรู้สึกราวกับนภาถล่ม และมันทำให้เขาอึดอัดจนหายใจไม่ออก

            สีหน้าของหนิงเทียนเปลี่ยนไปในทันทีต้นไม้ต้นนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

            ขณะที่กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์สำแดงอิทธิฤทธิ์โลหิตในร่างของหนิงเทียนก็เดือดพล่าน กระดูกแตกร้าวไปทั้งตัว และพลังศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเขาดูเหมือนเทพเจ้าในตำนานที่พยายามทลายสวรรค์ทั้งเก้าก่อนจะลุกไปยังหลุมต้นไม้แรกด้วยเสียงคำรามต่ำ

            บรรยากาศซึ่งเต็มไปด้วยความกดดันพยายามยับยั้งเขาแต่ก็ต้องสูญสลายลงไปในหมัดเดียว

            ไม่มีสิ่งใดอยู่ในหลุมต้นไม้ยกเว้นร่องรอยของกาลเวลาและลวดลายเก่าแก่เท่านั้น

            หนิงเทียนนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านในพร้อมแบกรับน้ำหนักอันมหาศาลราวกับแบกภูเขาไว้บนร่าง

            เมื่อใช้ยุทธศาสตร์ครองสวรรค์เส้นลมปราณแรกและสองก็สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังปลดปล่อยพลังที่ต่างกันออกมา

            พลันเสาแสงสามต้นในเส้นลมปราณที่สองหมุนเร็วขึ้นเพื่อเตือนให้หนิงเทียนใช้กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์

            ในใจไร้ความคิดฟุ้งซ่าน เขาเพียงมุ่งความสนใจไปที่การบ่มเพาะภายในหลุมไม่ช้าบ่อน้ำทิพย์และต้นไม้แห้งเหี่ยวก็ปรากฏในห้วงคำนึง

            มันคือภูเขาลูกแรกที่หนิงเทียนไปเยือนหลังจากเข้าสู่แดนลับและเขาก็ได้รับรอยประทับใจกลางพฤกษาจากที่นั่นด้วย ทว่ายามนี้เขากำลังฝึกอยู่ในหลุมต้นไม้แล้วเหตุใดถึงปรากฏภาพเช่นนี้ขึ้น?

            หนิงเทียนครุ่นคิดพลางเปิดใช้งานกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ลวดลายลึกลับจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นในหลุมต้นไม้ซึ่งมีพลังศักดิ์สิทธิ์สูงสุดพวกมันหล่อหลอมร่างกาย ขัดเกลาเส้นเอ็นและกระดูก พร้อมทั้งขจัดข้อบกพร่องในเส้นทางแห่งการฝึกฝนจนหมดสิ้น

            ยามนี้หนิงเทียนมีความตระหนักรู้ที่ยอดเยี่ยมเขาจึงเลิกคิดเรื่อยเปื่อยแล้วหมกมุ่นอยู่กับสภาวะแห่งการฝึกฝน

            การฝึกใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามหลังจากรู้สึกว่าแรงกดดันบนร่างหายไป เขาก็ลืมตาขึ้นแล้วพุ่งเข้าสู่หลุมต้นไม้หลุมที่สอง

            “สำเร็จแล้ว!” เสิ่นซินจู๋ยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            โม่ซินเจวี๋ยและอวี๋เฟยเยี่ยนเองก็ตั้งตารอเช่นกันแม้จะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม แต่การสำแดงพลังของหนิงเทียนก็แตกต่างจากก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว

            แรงกดดันจากหลุมต้นไม้ที่สองทรงพลังกว่าหลุมแรกอย่างมาก

            หนิงเทียนยังคงนั่งขัดสมาธิฝึกฝนอย่างต่อเนื่องผ่านไปครู่หนึ่งภาพต้นไม้แห้งเหี่ยวต้นที่สองและถ้ำจิตวิญญาณก็ปรากฏขึ้นในใจซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาขัดเกลากายาสุวรรณอมตะระดับหนึ่ง

            ทันใดนั้นพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็โผล่ออกมาจากหลุมต้นไม้และใช้กลวิธีพิเศษปลอมแปลงพลังเพื่อช่วยให้ร่างกายของเขาสงบลง ทั้งยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ด้วย

            หนิงเทียนใช้เวลาสองชั่วยามก่อนจะบรรลุไปหลุมต้นไม้ที่สามซึ่งอวี๋เฟยเยี่ยน โม่ซินเจวี๋ย และเสิ่นซินจู๋ต่างก็ตื่นเต้นอย่างมาก

            แรงกดดันในหลุมที่สามนั้นมากกว่าหลุมที่สองถึงห้าเท่าแรงนั้นหนักมากจนหนิงเทียนแทบยกศีรษะไม่ขึ้น และกระดูกในร่างก็คดงอราวจะแตกหัก

            หนิงเทียนกัดฟันยกระดับจิตวิญญาณการต่อสู้จากนั้นเขาก็หยิบหินวิญญาณจำนวนมากออกมาเพื่อเติมพลังในการสู้รบต่อไป

            ต้นไม้แห้งเหี่ยวต้นที่สามปรากฏขึ้นในใจพร้อมผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำให้หนิงเทียนตระหนักได้ทันทีว่าต้นไม้ต้นนี้มีความเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์

            กระบี่ที่ปักอยู่บนยอดต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่และความลับที่ซ่อนอยู่ในหีบไม้ก็น่าตื่นเต้นเช่นกัน

            ครานี้เขาใช้เวลามากถึงสามชั่วยามหินวิญญาณก็ถูกใช้ไปเกือบหมื่นก้อน และในที่สุดเขาก็เข้าสู่ช่วงกลางของกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ระดับสองได้สำเร็จ

            เมื่อหนิงเทียนเงยหน้าลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าฟากฟ้าในแดนลับมืดเสียแล้วเขายิ้มก่อนจะกระโดดลงบนพื้น และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนต่างก็ตกตะลึง

            “เหตุใดไม่ไปต่อเล่า?”

            “มืดแล้ว” หนิงเทียนตอบพลางโบกมือลาอวี๋เฟยเยี่ยนและโม่ซินเจวี๋ยพร้อมดึงเสิ่นซินจู๋ออกจากสถานที่แห่งนี้

            เมื่อพบกับเฉินจี๋ หนิงเทียนก็ส่งตัวเสิ่นซินจู๋ให้เขา“ข้าทำให้ใครหลายคนขุ่นเคืองอยู่คนเดียวน่าจะดีกว่า”

            “ข้าจะดูแลศิษย์น้องเสิ่นเองเจ้าก็ระวังตัวให้ดี”

            เสิ่นซินจู๋ไม่เต็มใจเล็กน้อยทว่าก็ยอมโบกมือให้เขา “ศิษย์น้องหนิงดูแลตัวเองด้วย”

            “ดูแลตัวเองด้วยนะ!”

            หนิงเทียนค่อยๆ เดินจากไปเขาไม่อยากถูกมัดอยู่ในแดนลับ ดังนั้น การอยู่คนเดียวจึงสะดวกและคล่องตัวกว่ามาก

            ...

            แดนลับตอนกลางคืนค่อนข้างต่างจากตอนกลางวันต้นไม้ใบหญ้ามากมายกระโดดไปมาตามภูเขา วิญญาณพฤกษาต่างๆ ก็วิ่งวุ่นไปทั่ว

            เมื่อเดินผ่านป่าหนิงเทียนก็พบกับบางสิ่งที่แปลกประหลาด

            ภายใต้รัตติกาลสลดสลัวทานตะวันแดงมีขากำลังวิ่งไปรอบๆ กิ่งก้านของต้นไม้และส่งเสียงหัวเราะแสนพิลึก

            พวกมันล้อมรอบหนิงเทียนแล้วเคลื่อนไหวอย่างพิสดารราวกับกำลังยั่วยุเขา

            “รากบ่มเพาะระดับนิลกาฬ!” หนิงเทียนตาเป็นประกาย ดอกทานตะวันเหล่านี้ล้วนเกิดจากรากบ่มเพาะ และเขาพิจารณาแล้วว่าน่าจะเป็นรากบ่มเพาะระดับนิลกาฬขั้นสูงซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าหินวิญญาณหนึ่งแสนก้อน

            หากสามารถจับมันได้ ก็จะมีหินวิญญาณมากพอสำหรับการบำเพ็ญไปอีกหลายวัน

            “มาหาข้า”

            หนิงเทียนพุ่งตัวคว้าดอกทานตะวันทว่ามันหลบหลีกได้

            “บงกชสีมรกต!”

            เขาส่งเสียงคำราม พลันบงกชสีมรกตเผยขึ้นข้างกายพร้อมหยั่งรากลงในอากาศใบบัวม้วนหมุนพยายามจับเหล่าทานตะวัน แต่สุดท้ายก็ยังคงล้มเหลว

            ดอกทานตะวันเหล่านี้ทั้งซุกซนและปรากฏอย่างผลุบๆโผล่ๆ รวมถึงมีร่างจำลองมากมายที่ยากจะบอกได้ว่าร่างใดจริง ร่างใดปลอม

            หนิงเทียนลงมืออย่างสุดกำลังเขาลองใช้แม้กระทั่งหอกนาคามรกต เสียงคำรามประหลาดดังทะลุชั้นฟ้าทำให้บรรดาทานตะวันกลัวจนเผ่นหนีซึ่งหนิงเทียนก็ตามติดไปอย่างใกล้ชิด

            ภายในป่าทึบหนิงเทียนไม่รู้เลยว่าตนไล่ตามมานานเพียงใด ทันใดนั้นเองเขาก็พบน้ำแร่ภูเขาปรากฏอยู่เบื้องหน้า

            บงกชสีมรกตหยุดนิ่ง หนิงเทียนชะงักงันท่ามกลางบงกชบานสะพรั่งเส้นจิตวิญญาณเกี่ยวพันกันเป็นดวงตาและจ้องมองน้ำแร่ภูเขาเบื้องหน้า

            บริเวณใกล้เคียงมีเพียงความเงียบสงัดไม่มีรากชอนไช ไม่มีพืชเขียวขจี มีแค่ต้นไม้ที่แห้งแล้งและผุพังเท่านั้น

            หนิงเทียนตื่นตัวอย่างกะทันหันกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตฟื้นคืนชีพขึ้นมาในตันเถียน และสัมผัสแห่งวิกฤตที่มองไม่เห็นก็เริ่มห่อหุ้มร่างของหนิงเทียน

            มวลอากาศเย็นเยือกไร้ซึ่งตัวตนและสีสันค่อยๆคืบคลานเข้ามาใกล้ จนเขาได้ยินเสียงเรียกน่าพิศวง

            ทันใดนั้นเงาดำก็ปรากฏขึ้น มันทะลุร่างของหนิงเทียนราวกับผีก่อนจะพุ่งตรงไปที่ตันเถียน

            หนิงเทียนรู้สึกหวาดกลัวและอยากกระตุ้นให้กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตต่อต้านทว่ากล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตกลับนิ่งเงียบไม่เคลื่อนไหว ทั้งยังปล่อยให้ร่างผีตรงไปยังตันเถียน

            ภายในเส้นลมปราณแรกบ่อน้ำทิพย์ฟื้นคืนชีพอย่างช้าๆ น้ำเต้าเจ็ดสีสว่างวาบเป็นแสงสีเงิน และแผนที่จิตวิญญาณก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอันลึกลับซึ่งหนิงเทียนไม่สามารถเข้าใจได้

            เสียงฟ้าคำรามดังสนั่นในตันเถียนทันใดนั้นสายฟ้าก็ปรากฏขึ้น ร่างผีที่จู่โจมเข้ามาส่งเสียงคำรามลั่น ก่อนจะหนีไปพร้อมเสียงดังฟู่

            หนิงเทียนเห็นใบหน้าหนึ่งปรากฏบนผิวของไข่มุกไม้สีดำที่ลอยอยู่เหนือน้ำแร่ภูเขาทั้งยังจ้องมองหนิงเทียนด้วยใบหน้าดุร้าย

            นี่คือรากบ่มเพาะใช่หรือไม่?

            หนิงเทียนรู้สึกหวาดกลัวอย่างกะทันหันกลิ่นอายชั่วร้ายทำให้เขาไม่ค่อยสบายใจ ไข่มุกไม้นี้เป็นตัวแทนของสิ่งใดกัน?

            ในชั่วพริบตาไข่มุกไม้ก็หายวับไปแต่หนิงเทียนรู้ว่ามันซ่อนอยู่ไม่ไกล และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ตลอดเวลา

            เขาใช้กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์บังคับให้น้ำเต้าเจ็ดสีลอยขึ้นเหนือหัวแสงสีเงินยวงส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เพื่อตรวจสอบการมีอยู่ของไข่มุกไม้

            ไข่มุกสีดำสนิทพร้อมสลักลายเส้นโบราณท่าทีดุร้ายของมันเหมือนกำลังปกปิดความลับบางอย่างไว้ ซึ่งทำให้หนิงเทียนไม่สามารถมองเห็นลักษณะของมันได้อย่างเต็มที่

            น้ำเต้าเจ็ดสีหมุนเบาๆคลื่นแสงกระจายออกอย่างเงียบๆ จนก่อเกิดพลังกระแทกแปลกประหลาดที่ทำให้ไข่มุกไม้หวาดกลัว

            เมื่อความหนาวเย็นสลายตัวไปสายลมยามค่ำคืนพัดเอื่อย หนิงเทียนก็รีบเร่งออกจากที่แห่งนี้ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

            นี่คือแดนลับซึ่งมีเฉพาะผู้อยู่ในขอบเขตจิตหยั่งลึกเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้แล้วการดำรงอยู่ของไข่มุกไม้จะเป็นไปได้อย่างไร?

            ...

            หนิงเทียนใช้เวลาข้ามลำธารอยู่สองชั่วยามราวกับก้าวข้ามเขตแดน

            พลังวิญญาณตรงหน้าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์พลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากำลังควบแน่นเป็นดอกไม้ และหมุนวนแบ่งบานกลางอากาศ

            หนิงเทียนขมวดคิ้วแล้วหันหลังกลับพลันสถานที่ทั้งหมดที่เขาเคยผ่านมาก่อนหน้านี้ก็อันตรธานไปในพริบตา

            “ช่างเป็นสถานที่ที่แปลกจริงๆดูเหมือนข้าจะเข้าสู่พื้นที่อีกระดับหนึ่งแล้ว ภายในและภายนอกของแดนลับแตกต่างกันอย่างนั้นหรือ?”

            แดนลับแห่งนี้ถูกเปิดเผยด้วยความร่วมมือของยอดฝีมือจากสี่สำนักและเนื่องจากได้เปิดให้เหล่าลูกศิษย์เข้าสำรวจเป็นครั้งแรก จึงมีปริศนาที่แม้แต่ผู้เฒ่าก็ยังไม่รู้ซ่อนเร้นอยู่อีกมาก

            เมื่อหนิงเทียนดูดกลืนพลังวิญญาณอันมหาศาลเส้นลมปราณในร่างก็สั่นสะเทือน ยุทธศาสตร์ครองสวรรค์วิ่งพล่านอย่างดุเดือด และพืชพรรณทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียงต่างก็หลบหนีไปไกล

            ภายใต้ค่ำคืนมืดมิดดอกไม้แห่งจิตวิญญาณผลิบานเต็มที่ เงานับพันดุจภาพลวงตาปรากฏขึ้นราวกับแดนสวรรค์ทว่าหนิงเทียนกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างแปลกประหลาด

            เขาถือหอกนาคามรกตไว้ในมือพร้อมบอกให้บงกชสีมรกตจัดการเส้นทางหลังผ่านไปครึ่งก้านธูป แม่น้ำสายใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

            แม่น้ำไหลเชี่ยวกว้างประมาณร้อยจั้งและมีพืชน้ำสูงสิบจั้งผุดอยู่ตรงกลางก้านกิ่งและใบเขียวแกว่งไกวไปมาจนได้ยินเสียงฉีกกระชากอากาศตลอดเวลา

            หนิงเทียนมองข้ามไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำพืชพรรณฝั่งนั้นเขียวชอุ่ม หญ้าทุกชนิดล้วนสูงถึงสามจั้ง ดอกไม้เจ็ดจั้ง และต้นไม้ใหญ่ห้าสิบจั้งเป็นภาพที่เหนือจินตนาการราวกับไม่ใช่ความจริง

            บรรยากาศแวดล้อมภายในแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิงภูเขาด้านหน้าสูงหมื่นจั้ง ช่างตระหง่านและน่าตกตะลึงราวกับยักษ์

            หนิงเทียนลูบคางพลางครุ่นคิดหากนี่ไม่ใช่ความฝันแล้วมันเกิดอะไรขึ้น?

            หลังจากมองและประเมินสถานการณ์โดยรอบหนิงเทียนก็พบว่าเขาจำเป็นต้องข้ามแม่น้ำที่ขวางกั้นทางข้างหน้า

            เขากระโดดลงไปในแม่น้ำ พลันบงกชสีมรกตก็เดินบนเกลียวคลื่นและพาเขาลอยออกไปสิบจั้งทว่ากลับมีคลื่นยักษ์ซัดเข้ามาจนเขากระเด็นไปไกล

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย?”

            หนิงเทียนอยากสบถด่า แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นผิวน้ำแยกออกจากกันและเผยให้เห็นร่างอสูรครึ่งร่างซึ่งยาวเกือบสามจั้ง ทั้งยังตบผิวน้ำอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นสูงหลายพันจั้ง

            “บ้าเอ๊ย! อสูร!” หนิงเทียนรีบถอยกลับเข้าฝั่งด้วยสีหน้าน่าเกลียด

            หลังจากเข้าสำรวจแดนลับได้สี่วันเขาก็พบเจอดอกไม้ ต้นไม้ วิญญาณ หรืออสูรเป็นกิจวัตร ทว่ายังไม่เคยพบอสูรน้ำเลยสักตนซึ่งใครจะคาดคิดว่าจะได้พบมัน ณ ที่แห่งนี้?

            แม่น้ำยาวร้อยจั้งอสูรน้ำที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก ภูเขาสูงตระหง่าน และพืชพรรณตระการตา

            ทั้งหมดนี้ช่างน่าอัศจรรย์น่าสะพรึงกลัว และน่าสยดสยอง

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ) ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613