เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 73

    “เรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้แหละขอรับ” หลังจากเล่าเรื่อง ‘ความเดือดร้อน’ ในชีวิตจบ แม็กซ์ก็ตักอาหารเข้าปากเพิ่มไปอีกหนึ่งคำ ภามกับอลันที่นั่งฟังเรื่องราวอยู่เงียบๆ มาจนจบ ก็พยักหน้า ก่อนจะยกเครื่องดื่มของตนขึ้นดื่มคนละจิบเช่นกัน “...”เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ...ภามไม่สนิทกับคนตรงหน้านัก และด้วยความที่เป็นคนพูดไม่เก่ง เขาจึงไม่สะดวกออกความคิดเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของอลันคนนี้นักอลันนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง แอบเหลือบมองภามที มองแม็กซ์ทีแม็กซ์ก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าต่อไป “เอ่อ... เฮ้อ... ชีวิตเจ้านี่น่ารันทดเสียจริง เกิดมาก็กำพร้าพ่อแม่ โตมาได้ไม่ทันไรย่าที่เลี้ยงมาก็ต้องมีอันจากไป ต้องหาเลี้ยงปากท้องด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก โตมาคิดว่าเรื่องร้ายผ่านพ้นไปแล้ว ยังต้องมาเจอเจ้านายแย่ๆ อีก เฮ้อ น่าสงสารๆ” อลันที่นิ่งไปนาน ในที่สุดก็เปิดปากพูดคร่ำครวญ ทำหน้าตาสงสารเห็นใจต่อเรื่องราวที่ฟังจากแม็กซ์อย่างเป็นที่สุด คำพูดนั้นเหมือนเอ่ยอย่างสงสาร เห็นใจ และปลอบใจแม็กซ์ ขนาดแม็กซ์เองยังต้องเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมามองคนพูด แต่เจ้าของประโยคอย่างอลันกลับไม่ได้มองคนที่ตนเอ่ยว่าน่าสงสารเลยสักนิด เขาเอาแต่นั่งพูดไป มองหน้าภามไป ส่งตาปริบๆ ไปให้ “...” ภามมองอลันที่มองมาด้วยสายตาที่เหมือนพยายามจะสื่ออะไรบางอย่าง“เฮ้อ... หลุดพ้นจากเจ้านายหน้าเลือดมาได้ ยังมาเจอเคราะห์ ต้องอดๆ อยากๆ อยู่ในเมืองใหญ่เพียงลำพังอีก เฮ้อ น่าสงสารๆ” อลันยังคงกล่าวโดยจ้องหน้าภามต่อไป“...” ภามเองก็มองอลัน พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่อลันพูด“ท่านภามก็ว่า ชีวิตเจ้าแม็กซ์นี่น่าส่งสารมาก ใช่หรือไม่ ขอรับ” อลันเอ่ยกระตุ้นในที่สุด“...” ในที่สุดภามก็เข้าใจความหมายของอลัน จึงเหลือบไปมองแม็กซ์...จะว่าไปแล้ว ชีวิตของแม็กซ์ก็คล้ายๆ ชีวิตของเขาในโลกก่อนอยู่หลายส่วน เขาเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก ต้องทำงานปากกัดตีนถีบ หาเลี้ยงตัวเองกับน้องสาว จนกระทั่งน้องสาวมาป่วยหนักเสียชีวิตไป เขาจึงมีชีวิตอยู่ตามลำพังคนเดียว จนกระทั่งได้มาเป็นทหาร ได้รู้จักกับหัวหน้า และคนในหน่วย เขาจึงได้รู้สึกถึงคำว่าครอบครัวอีกครั้ง “...ก็น่าสงสารอยู่” ภามพึมพำ“ข้าก็คิดเช่นนั้น ถ้ายังปล่อยให้เขาหางานในเมืองแบบนี้ต่อไป เกรงว่าคงได้อดตายเข้าในสักวันก็ได้ ไม่ทราบว่า...” อลันพูดรัวเร็วในตอนแรก ก่อนจะกล่าวช้าลงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในตอนท้าย“ข้าไม่มีปัญหา เจ้าลองถามเขาเถอะ” ในเมื่อเข้าใจสิ่งที่อลันต้องการสื่อแล้ว ภามก็เอ่ยปากอย่างใจกว้าง“ขอบคุณขอรับ ท่านภาม!!” อลันพูดด้วยน้ำเสียงยินดี พร้อมกับก้มศีรษะให้อยู่หลายครั้ง หลังจากภามเปิดทางให้แล้ว อลันจึงหันกลับไปคุยกับแม็กซ์ ชักชวนให้มาทำงานด้วยกัน พร้อมกับยกยอความใจดีของเจ้านายตรงหน้า แม็กซ์ได้ฟังแล้วก็เหลือบมองภาม ก่อนจะเปิดปากพูดบ้าง “...จริงหรือ ท่านยอมจ้างข้าไปทำงานจริงๆ หรือขอรับ” แม็กซ์หันมาถามภามอย่างตื่นเต้น“จริงสิ” ภามพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะพูดต่อ “แต่งานไม่สบายนักหรอกนะ อีกทั้งบ้านข้าอยู่ในป่าลึก แถมป่ารอบๆ บ้านยังมีมอนสเตอร์ดุร้ายเยอะ หากเจ้าจะไปทำงาน ก็คงต้องไปพักที่นั่นเลย ไม่ได้เข้าเมืองบ่อยๆ หรอกนะ”“ไปขอรับ ไป ข้าไม่ห่วงเรื่องงานหนัก เรื่องที่อยู่ หรือเรื่องเข้าเมือง ขอแค่มีงานทำเลี้ยงปากท้อง ข้าก็พอใจแล้วขอรับ” แม็กซ์รีบตอบรับทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี“ขอบคุณขอรับ ท่านภาม!!” อลันเองก็รีบพูดด้วย“อย่าเพิ่งด่วนดีใจกันไป” ภามเอ่ยปรามสองคนตรงหน้า ก่อนจะหันไปพูดกับแม็กซ์ต่อ “ข้าเพิ่งเริ่มทำฟาร์มทำสวน งานจึงค่อนข้างเยอะหน่อย อีกทั้งยังมีเงินไม่มากนัก ถ้าให้เจ้าเดือนละ 15 เหรียญเงิน โดยไม่ต้องเสียค่ากิน ค่าอยู่เพิ่ม เจ้ารับได้หรือไม่”“ได้ขอรับ ขอบคุณท่านมากขอรับที่ยื่นมือช่วยเหลือ” แม็กซ์พูด พร้อมกับมองภามด้วยสายตาชื่นชม เหมือนมองผู้มีพระคุณก็ไม่ปาน ในเมื่อได้คนงานมาเพิ่มหนึ่งคนอย่างไม่ได้ตั้งใจเช่นนี้ ภามคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อทาสมาเพิ่ม ตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกแล้ว จึงบอกกับอลันว่าไม่ต้องไปซื้อทาสแล้ว และบอกให้แม็กซ์ทานอาหารตรงหน้าให้เสร็จ จะได้กลับไปรวมตัวกับเมมี่ และเด็กๆ ไม่นานแม็กซ์ก็จัดการอาหารในจานจนเกลี้ยง ภาม และอลันก็ดื่มเครื่องดื่มจนหมดพอดี ภามจึงเรียกเจ้าของร้านมาคิดเงิน เมื่อจ่ายเรียบร้อยก็พากันเดินออกจากร้าน เนื่องจากเวลายังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งตามที่นัดกันไว้ ภามกับอลันจึงลองเดินไปดูที่ทางเข้าจัตุรัสการค้าก่อนซึ่งเป็นจุดนัดพบ เมื่อแน่ใจว่าเมมี่กับเด็กๆ ยังไม่กลับมา จึงค่อยกลับไปเดินหาในตัวจัตุรัสการค้าอีกครั้ง “ว่าแต่เจ้าพักอยู่ที่ไหน ต้องไปเก็บข้าวของหรือไม่” ภามหันกลับไปถามแม็กซ์ ในขณะที่กำลังเดินตามหาเมมี่ และเด็กๆ“ข้าพักอยู่ในย่านคนไร้บ้าน ข้างกำแพงเมืองฝั่งทิศตะวันตกขอรับ”“ทิศตะวันตก... ไกลจากสมาคมการค้าหรือไม่” ภามถามต่อ“ไม่ไกลมากขอรับ เดินเท้าเพียงครู่เดียวก็ถึงแล้ว” แม็กซ์ตอบ“แล้วเจ้าเข้ามาทำอะไรที่จัตุรัสการค้านี่รึ”“ข้าเข้ามาหางานขอรับ” แม็กซ์ตอบไปตามความจริง“อ้อ เช่นนั้นหากเจ้าไม่ได้จะซื้ออะไร เจ้ากลับไปเก็บข้าวของแล้วไปรอที่หน้าสมาคมการค้าก่อนเลยก็ได้ หากพวกข้าซื้อของเสร็จแล้วจะกลับไปขึ้นเกวียนที่นั่น” ภามอธิบายความตั้งใจให้แม็กซ์ฟัง“ได้ขอรับ” แม็กซ์ตอบรับ พร้อมกับแยกตัวเดินกลับไปตามทางออกจัตุรัสการค้า เมื่อแม็กซ์เดินจากไปแล้ว ภามกับอลันจึงหันกลับไปเดินตามหาเมมี่ และเด็กๆต่อ ไม่นานพวกเขาก็พบคนที่กำลังตามหา เมมี่กำลังยืนคุยอยู่กับชายคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าทรงแปลกตา ซึ่งภามมองแล้วกลับรู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก สีหน้าเมมี่แสดงความกังวลเล็กน้อย โดยมีอามินที่ยืนทำหน้าขึงขังอยู่ข้างๆ ส่วนแอนเน่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของเมมี่ ภามกับอลันรีบเดินเข้าไปหา แต่ยังเดินไม่ทันถึงจุดที่เมมี่ยืนอยู่ ชายแต่งตัวประหลาดคนนั่นก็กล่าวอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินจากไป