"เอ่อ! ไม่ทราบว่าท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไรกัน?"ชายคนที่เอ่ยปากเรียกตาเฒ่าหม่ามาถามอย่างเกรงใจ
"อ่อ! เรื่องนั้นเองหรอกรึ!"
"ข้ามีนามว่าหม่าหยง! แต่พวกเจ้าเรียกข้าว่าตาเฒ่าหม่าเหมือนคนอื่นก็ได้"ตาเฒ่าหม่าเอ่ยบอกไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก
"ผู้เฒ่าหม่า! ข้าเห็นว่าท่านมากับชายหนุ่มชุดแดงคนนั้น ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นใครมาจากไหนกันรึ?"ชายฉกรรจ์คนเดิมเอ่ยปากถามอีกครั้ง ส่วนพวกที่เหลือก็จ้องมองมาทางเขาด้วยแววตาที่อยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก
"ข้าไม่ใช่คนของแคว้นชิงนี่หรอก! เพียงแค่บังเอิญเดินทางผ่านมาทางนี้ เลยแวะพักผ่อนชมบรรยากาศที่นี่แค่สองสามวันก็จะจากไปแล้ว!"
ตาเฒ่าหม่าเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดบัง เพราะในเรื่องนี้พวกเขาสองคนได้คุยกันแล้วว่าจะไม่ปิดบังเรื่องที่พวกเขาไม่ใช่คนของแคว้นนี้ เพียงแต่เทียนฉินได้ห้ามไว้ว่าอย่าบอกคนอื่นโดยเด็ดขาด เรื่องที่พวกเขามาจากแคว้นฉู่หรือว่าเป็นคนของนิกายเพลิงอัคคี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้
"มิน่าเล่าพวกท่านถึงไม่กลัวคนของตระกูลโหวง"
"ที่แท้พวกท่านก็ไม่ใช่คนของเมืองนี้นี่เอง!"ชายฉกรรจ์คนนั้นตบหัวเข่าเสียงดังปั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ ส่วนคนที่เหลือต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับเรื่องนี้
เมื่อพูดคุยกันไปได้สักระยะ ด้วยฤทธิ์สุราที่สะสมอยู่ในร่างกายมานานรวมถึงความช่างพูดของตาเฒ่าหม่าก็ทำให้พวกเขาคุยกันถูกคอมากขึ้น จนอยู่ดื่มกินกันจนเกือบฟ้าสางก่อนจะแยกย้ายกันไป
รุ่งเช้าวันใหม่เทียนฉินได้เดินไปเรียกตาเฒ่าหม่าที่ห้อง ก็พบว่าเขานอนหลับอยู่พร้อมกับกลิ่นสุราที่คละคลุ้งไปทั่ว จึงส่ายหัวก่อนจะเดินลงไปด้านล่างอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อมาถึงด้านล่างเทียนฉินก็พบว่า บรรยากาศในโรงเตี๊ยมวันนี้ช่างเงียบเหงาผิดปกติยิ่งนัก แต่เมื่อลองดูรอบๆแล้วจึงเข้าใจได้ทันที ว่าเรื่องได้เข้ามาหาเขาตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว
เพราะตรงที่ด้านหน้านั้นเองมีชายฉกรรจ์นับสิบคนยืนรายล้อมอยู่ตรงทางเข้าราวกับว่ากลัวใครจะหนีรอดออกไปได้ เทียนฉินเอนตัวไปพิงเสาพร้อมกับเอามือกอดอกจ้องมองออกไปด้วยรอยยิ้ม
"มันนั่นแหละท่านลุงสามที่กล้าหยามหน้าหลาน!"โหวงจ้งที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเดินขึ้นมาฟ้องคนที่เขาเรียกว่าลุงสามทันทีที่เห็นเทียนฉินยืนอยู่ตรงนั้น
ชายที่ถูกเรียกว่าลุงสามจ้องมองสำรวจเทียนฉินอย่างถี่ถ้วน แต่ด้วยเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุมีหรือที่ชายคนนั้นจะรู้ถึงระดับฝึกฝนของเทียนฉินได้ เมื่อมองไม่เห็นระดับพลัง ชายคนนั้นจึงเอ่ยบอกออกมาเสียงเรียบ
"นี่พ่อหนุ่ม! เจ้าแค่ขอโทษหลานชายของข้า ก็ถือซะว่าเรื่องวันนี้ตระกูลของข้าก็จะไม่เอาเรื่องเอาราวเจ้าอีก!"
"ฮ่าๆ! นี่ท่านคงไม่ได้คิดหรอกนะว่าแค่คนไม่กี่สิบคนจะทำให้ข้ากลัวได้!"เทียนฉินหัวเราะออกมาพร้อมทั้งเย้ยหยันอย่างไม่ไว้หน้า
"พ่อหนุ่มเอ๋ย! เจ้าจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปทำไมกันเล่า!"ชายคนนั้นพยามโน้มน้าวอีกครั้ง
"ข้าว่าท่านให้หลานชายของท่านมาคุกเข่าขอโทษข้าจะดีกว่ามั้ย?"
"แล้วข้าจะไม่เอาเรื่องพวกท่านที่มารุมล้อมข่มขู่ข้าอย่างนี้"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น
"ไปตายซะ!"
โหวงจ้งที่ถูกเทียนฉินเหยียดหยามครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่พุ่งทะยานเข้าหาเทียนฉินอย่างรวดเร็วพร้อมกับฟาดดาบเข้าใส่อย่างเคียดแค้น
ตาของเทียนฉินหลี่แคบลงก่อนจะง้างหมัดเข้าปะทะอย่างไม่ออมแรง
ตู้ม!
ถึงแม้ว่าเทียนฉินจะใช้มือเปล่ารับกับคมดาบที่ฟาดเข้ามา แต่ด้วยพลังที่สูงกว่าก็ซัดโหวงจ้งกระเด็นลอยกลับไปอย่างง่ายดาย
"หลานจ้ง!"
ลุงสามที่เห็นว่าหลานของตนเองได้รับบาดเจ็บในครั้งเดียว ก็เผยจิตสังหารพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณระดับผันแปรขั้นกลางออกมาเต็มที่
"ข้าจะเป็นคนสั่งสอนให้เจ้าได้รู้เองว่าความตายมันเป็นอย่างไร!"
ลุงสามกล่าวออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าหาเทียนฉินด้วยความมั่นใจ ดาบในมือฟาดออกไปสุดแรงหมายจะปลิดชีพเขาในดาบเดียว
เทียนฉินเห็นดังนั้นก็ส่ายหัวพลางเรียกดาบเพลิงสุริยาออกมาก่อนจ้วงแทงสวนเข้าไปอย่างไม่ได้กดดันมานัก
เปรี้ยง!
ถึงแม้ท่าทางของเทียนฉินที่แสดงออกมาจะดูสบายๆก็ตาม แต่กระบวนท่าทะลวงดารานี้ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถต้านรับได้ง่าย อีกทั้งพลังปราณระดับผันแปรขั้นสูงของเขาที่มีความบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก ก็ไม่อาจจะดูถูกได้เลย
ลุงสามที่โดนพลังเข้ากระแทกโดยตรงก็กระเด็นตามหลานของเขาไป พร้อมกับอาเจียนพ่นเลือดออกมาอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาซีดขาวและแววตาที่จ้องมองมาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้ว่าพลังการเพาะปลูกของเขาส่วนใหญ่จะเพิ่มพูนขึ้นมาด้วยยาเม็ดก็ตาม แต่ท้ายที่สุดมันก็ยังเป็นระดับผันแปรขั้นกลาง แต่ชายหนุ่มตรงหน้าของมันกลับโจมตีจนเขาบาดเจ็บสาหัสด้วยกระบวนท่าเดียว แล้วจะให้เขาไม่หวาดกลัวได้อย่างไร
"นี่มันเป็นพลังระดับไหนกัน?"
"นี่หรือคนของตระกูลโหวงที่เจ้าพามาจัดการข้า!"เทียนฉินเหลือบมองโหวงจ้งอย่างดูถูก ก่อนเอ่ยออกมาพร้อมกับมองดูคนเหล่านั้นที่ยืนขวางประตู
ส่วนคนเหล่านั้นที่มาพร้อมกับตระกูลโหวงต่างก็ก้มหน้าไม่กล้ามองมาทางเทียนฉินอย่างหวาดกลัว
"เรื่องในวันนี้จะไม่จบแค่ตรงนี้แน่!"โหวงจ้งเข้าไปพยุงลุงสามก่อนหันมาจ้องเทียนฉินก่อนตะโกนออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
"ข้าว่าพวกเจ้ารออยู่กันที่ตระกูลนั่นแหละ ไว้ข้ากินข้าวเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปหาพวกเจ้าทันทีเลย!"เทียนฉินตะโกนตามหลังไปพร้อมกับเรียกเสี่ยวเอ้อมาสั่งอาหารอย่างกับไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ส่วนพวกที่มุงดูอยู่ด้านนอกเห็นคนของตระกูลโหวงพากันกับไปแล้ว จึงเริ่มทยอยเดินเข้ามาด้านในกัน บางคนก็มาเพื่อสั่งอาหารกินตามปกติ แต่ส่วนใหญ่นั้นแน่นอนอยู่แล้วว่าอยากมาเห็นหน้าคนที่กล้าหาเรื่องตระกูลโหวงเสียหน่อย
เสี่ยวเอ้อรีบเข้ามาเก็บกวาดโต๊ะเก้าอี้ที่พังก่อนจะต้อนรับแขกต่อไป ไม่นานตาเฒ่าหม่าก็เดินลงมาร่วมโต๊ะกับเทียนฉินพร้อมกับอาการที่ยังไม่สร่างดี
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ?"ตาเฒ่าหม่าที่เห็นร่องรอยการต่อสู้ก็เอ่ยถามออกมาอย่างใคร่รู้
"ไม่มีอะไรหรอก! แค่พวกอวดเบ่งจนเคยตัวเท่านั้นเอง"เทียนฉินบอกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
ใช้เวลาไม่นานทั้งสองคนก็จัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าจนไม่เหลืออะไร เมื่อจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและสอบถามถึงที่ตั้งของตระกูลโหวงจนมั่นใจได้ว่าไม่หลงทางแน่ ทั้งสองจึงเริ่มเดินทางกันทันที
ภายในตระกูลโหวงมีเสียงหัวเราะดังแว่วออกมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง ชายคนหนึ่งกำลังเพลิดเพลินไปกลับสาวสวยที่อยู่ข้างกายทั้งสองข้างอย่างสนุกสนาน สำหรับเขาแล้วที่นี่เปรียบเสมือนโลกส่วนตัวของเขา ที่เพียบพร้อมไปด้วยสุรานารีและเงินทองมากมายมหาศาล ชายที่นั่งอยู่คนนั้นก็คือผู้นำของตระกูลโหวงนั่นเอง
แต่ความเพลิดเพลินก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อโหวงจ้งหิ้วลุงสามที่บาดเจ็บสาหัสเข้ามาหาเขาอย่างรีบร้อน
"ท่านพ่อ! ช่วยลุงสามด้วย!"
"ท่านลุงสามโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสมาก!"
ผู้นำตระกูลลุกพรวดพราดขึ้นมาอย่างตกใจกับสภาพร่างกายของพี่สามที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ ตรงกลางหน้าออกของเขามีบาดแผลที่เหวอะหวะน่ากลัว เสื้อสีฟ้าถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงจนเต็มไปหมด แววตาและสีหน้าล้วนซีดเซียวราวกับว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
"มันเป็นฝีมือผู้ใดกันที่กล้ามาทำร้ายคนในตระกูลโหวงของข้า!"
ผู้นำตระกูลกำหมัดทั้งสองข้างก่อนตะโกนถามออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น เนื่องจากในเมืองฝู่โจวแห่งนี้ พวกเขาเคยแต่ดูถูกรังแกผู้อื่นจนเคยชิน เมื่อได้เห็นว่าคนในตระกูลถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ก็ย่อมต้องถือว่านี่เป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงต่อตระกูลโหวงยิ่งนัก
คนที่อยู่ด้านหลังต่างก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา เพราะรู้ว่าเวลาที่ผู้นำตระกูลโมโหขึ้นมาพวกเขาไม่สามารถรองรับอารมณ์ได้เลย และอีกอย่างหนึ่งพวกเขาก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนที่เขาไปมีเรื่องด้วยนั้น เป็นใครมาจากไหนกันแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามก็ยังไม่รู้จักเลย
"เป็นข้าเทียนฉินคนนี้เอง!"
เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าที่เดินมาถึงหน้าตระกูลโหวงได้ยินเสียงดังออกมาจึงตะโกนบอกไปอย่างไม่หวั่นเกรงเลยสักนิด
ผู้นำตระกูลที่ได้ยินก็พลันขมวดขึ้นมาก่อนหันไปมองหน้าโหวงจ้งเพื่ออยากรู้ว่าใช่คนเดียวกันกับที่ทำร้ายพี่สามของเขาหรือไม่
"เป็นมันท่านพ่อ! ข้าจำเสียงมันได้!"โหวงจ้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
"ดี! เมื่อมันอยากมาตายถึงที่นี่ พวกเราก็ให้มันได้ตายอย่างสาสมเถอะ!"
"พวกเราทุกคน! ใครเอาหัวของคนที่อยู่ด้านนอกมาได้ ข้าจ
ะตบรางวัลให้อย่างงาม!"ผู้นำตระกูลตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในตระกูลออกมาร่วมกันต่อสู้
จบตอนที่ 92