ห้องประชุมขนาดใหญ่เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเองมหาเสนาบดีเนรอนที่หน้าแดงก่ำหันมามองเธอตาขวางและทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเธอ
แต่ทว่าก่อนที่สิ่งที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นเสียงนุ่มทุ้มของใครบางคนก็ทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นซะก่อน
“ผมเองก็รู้สึกได้ว่าเื่ความฝันนั้นมีอะไรแปลกๆ ผมว่าเราไม่ควรปล่อยผ่านเื่นี้นะครับ”
เธอตวัดตาไปมองใบหน้าหล่อเหล่าที่กำลังยิ้มสุภาพราวกับกำลังพูดปราศรัยอย่างหมั่นไส้เชอะ! ทีแบบนี้ละทำตัวเป็สุภาพบุรุษ ฉันเห็นตัวตนที่แท้จริงของนายแล้วย่ะ
นายจะหลอกใครก็หลอกไปแต่นายหลอกฉันไม่ได้!
เธอหลุบตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ให้กลับเป็ปกติก่อนที่จะอยากฟาดหน้าคนเ้าเล่ห์ไปมากกว่านี้เธอเลยไม่ทันเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังเหลือบมองมาทางเธอด้วยสายตาขบขันและรู้ทันว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“พวกท่านได้รับข้อมูลอะไรมาหรือขอรับ”คุณตาวิคเตอร์หันไปถามคนจากแอชวูด
“จำนวนผู้ป่วยของแอชวูดพุ่งสูงขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันดังนั้นผมจึงคิดว่ามันคงไม่ใช่เื่บังเอิญที่แคว้นอื่น ๆ จะมีผู้ป่วยแบบเดียวกันเพิ่มขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน เื่นี้เกี่ยวกับปีศาจหรือไม่...ผมยังไม่แน่ใจแต่ผมคิดว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่เื้ัแน่ ๆ”
เพียงแค่สิ้นเสียงของวัลธารเซบาสเตียนเกรฟมอนต์ ทั่วห้องประชุมก็เกิดการโต้เถียงกันไปมา
เธอเหลือบมองผู้ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนคุณลุงใจดีแม้จะมีสีตาและสีผมเหมือนกับคนเ้าเล่ห์นั่น แต่ดูสุภาพและน่าไว้ใจกว่าเยอะทำไมหมอนั้นไม่รู้จักเอานิสัยดี ๆ แบบนี้มาบ้างนะ
“อืม...เื่นี้แปลกจริง ๆ”เสียงพึมพำของตัวแทนบางคนของเวสต์วินด์ดังขึ้น
“ฉันเองก็รู้สึกแปลก ๆมาสักพักแล้ว แต่หาไม่เจอว่าแปลกยังไง”เสียงของตัวแทนอีกคนจากฟรอสต์รีชดังขึ้นจนเธออดที่จะยิ้มเหยียดมุมปากไม่ได้
คนพวกนี้รวมถึงคนในทีมเธอต่างเห็นว่าเธอยังเป็เด็กจึงไม่เชื่อถือในคำพูดเห็นทีการจะแทรกเข้าในสภาสตาริสคงไม่ใช่เื่ที่ทำได้อย่างง่าย ๆ
ใจเย็นไว้ก่อนดาเรียนี่เพิ่งเริ่มเกมเท่านั้น เธอจะใจร้อนไม่ได้
“นั่นซิ...ท่านไม่รู้สึกว่ามันแปลกบ้างหรือท่านมหาเสนาบดีเนรอน” เธออาศัยจังหวะนี้ผสมโรงกับคนอื่น ๆ ด้วยท่าทีใสซื่อ
คำถามของเธอทำให้ใบหน้าของมหาเสนาบดีเนรอนแดงก่ำจนเหมือนมะเขือเทศที่ใกล้ะเิเต็มที“นี่พวกท่านจะบ้ากันไปแล้วหรือไงเื่เล็กน้อยแบบนี้ทำไมต้องเอามาทำให้เป็เื่ใหญ่ด้วย”
“ท่านมหาเสนาบดีเนรอนโปรดระวังกิริยาของท่านต่อจักรพรรดินีดาเรียน่าด้วย”คาร์ลอสเดินขึ้นมาประกบเธอจนเ้าชายซาเรสต้องส่งสายตาปรามให้มหาเสนาบดีเนรอน
“ดาเรียน่า หลาน...”
“ขออภัยค่ะเ้าชายซาเรสอย่าหาว่าดาเรียถือตัวเลยนะคะแต่เราควรแยกเื่งานและเื่ส่วนตัวออกจากกันให้ชัดเจนโดยเฉพาะในการประชุมที่เป็ทางการแบบนี้ การเรียกกันแบบญาติคงไม่เหมาะนัก”
คำพูดของเธอทำให้ห้องประชุมกลับมาเงียบกริบอีกครั้งหนึ่งทุกสายตาในห้องมองมาที่เธออย่างแปลกใจ ทั้งยังเรียกรอยยิ้มน้อย ๆจากคนบางกลุ่มได้ดีทีเดียว
แววตาของเ้าชายซาเรสเปลี่ยนจากข่มขู่เป็เรียบนิ่งทันทีที่เธอพูดจบเพียงชั่วครู่ เขาก็ยิ้มน้อย ๆ ออกมาแต่แววตากลับไม่ยิ้มตามเลยสักนิด
“นั่นซินะ...หลานของลุงโตแล้วจริงๆ นี่ซินะ...คนเขาถึงบอกกันว่าการแต่งงานจะทำให้เราโตขึ้นแบบชั่วข้ามคืนแบบนี้ลุงควรให้ราย่าแต่งงานบ้าง จะได้เป็ผู้ใหญ่กับเขาซะที”
เ้าชายซาเรสแสร้งบ่นเล็ก ๆก่อนที่จะปรับท่าทีให้เป็ทางการมากขึ้นอย่างคนที่คุ้นเคยกับเกมการเมืองเป็อย่างดี
“งั้นกระหม่อมขอเสนอให้ทุกท่านไปสืบหาความจริงดีไหมพ่ะย่ะค่ะเพราะถึงยังไงก็คงหาข้อสรุปไม่ได้”
เธอสบตากับเ้าชายซาเรสแล้วก็ยิ้มกว้างออกมาราวกับไม่รับรู้ถึงคำพูดแดกดันที่แทรกอยู่ในนั้น
“จริงอย่างที่เ้าชายซาเรสพูดถ้าอย่างนั้นเราจบประชุมก่อนเถอะแล้วเราจะนัดหมายการประชุมอีกครั้งเพื่อหาวิธีจัดการกับเื่ที่เกิดขึ้น”เธอพูดพลางยืนขึ้น
เพื่อเป็สัญญาณว่าการประชุมครั้งนี้ควรจบลงได้แล้ว!
“ฝ่าาไม่ควรทำอย่างนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ”เสียงดุดันของคาร์ลอสที่ดังขึ้นทันทีที่เธอเข้าบริเวณที่เป็ที่ประทับส่วนประองค์ของจักรพรรดินีดาเรียน่า
เธอหยุดเดินและหันไปมองร่างสูงใหญ่อย่างแปลกเมื่อจู่ ๆ คนที่ต่อต้านเธอมาตลอดกลับยอมพูดกับเธอ
“ห่วงฉันหรอ”
“เปล่ากระหม่อมเพียงเตือนตามหน้าที่ของอัศวินเท่านั้น” อัศวินตัวโตมองเธอด้วยสายตาดุดัน“เ้าชายซาเรสไม่ใช่คนที่พระองค์จะประมาทได้”
เธอยักไหล่แล้วะโขึ้นไปนิ่งบนระเบียงทางเดินที่อยู่ข้างๆ และเงยหน้ามองคนที่ยังคงขมวดคิ้วจนแทบจะผูกกันเป็โบแถมเขายืนห่างเธอไปเกือบสาม่ตัว
“ท่านคาร์ลอสขยับมายืนใกล้ ๆหน่อยซิ ฉันี้เีะโ”
เธอมองคนที่ขยับเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างอ่อนใจคิดว่าตัวเองทำจากทองคำหรือไง ถึงได้หวงตัวขนาดนั้น!
“อยากให้ฉันเจ็บคอหรือไง?เข้ามาอีก”
อัศวินตัวโตเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีไม่เต็มใจนักแต่ก็ยอมขยับเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ระยะที่คุยกันได้นั่นแหละเธอถึงยอมพูดต่อ
“ทำไมท่านถึงคิดอย่างนั้นละ?”
“กระหม่อมไม่เชื่อว่าฝ่าาจะไม่รู้ว่าเ้าชายซาเรสคิดอย่างไรกับพระองค์และกระหม่อมคงไม่ต้องย้ำว่าเ้าชายซาเรสทำอะไรไว้บ้างตอนที่ท่านยังเด็ก”น้ำเสียงจริงจังของคาร์ลอสทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างมึนงง
ทำอะไร?
อันที่จริงเธอไม่มีความทรงจำอะไรที่เกี่ยวกับที่นี่เลยด้วยซ้ำถ้าไม่นับที่จู่ ๆ ความทรงจำก็แวบเข้ามาในหัวเธออ่ะนะ
“ฝ่าาจำไม่ได้หรือไงว่าเคยโดนลอบทำร้ายตอนเด็ก”ร่างสูงใหญ่เค้นเสียงออกมาอย่างหงุดหงิดแต่พอเขาเห็นท่าทางงุนงงของเธอก็เลยกลายเป็หัวเสียจริง ๆ
“ท่านลุงวิคเตอร์เคยเล่าให้กระหม่อมฟังว่าตอนที่ฝ่าาอายุห้าขวบเคยมีนักฆ่าลอบเข้าห้องบรรทมของฝ่าาแต่โชคดีที่ท่านป้านาเวียเข้าไปหาพระองค์พอดีเพราะแบบนั้นพระองค์จึงรอดมาได้”
เธอเลิกคิ้วแล้วพยายามนึกถึงเื่ที่เขากำลังเล่าแต่ทว่าเธอกลับรู้สึกไม่คุ้นกับเื่พวกนี้เลยถ้างั้นเธอก็คงต้องถามเอากับคนตรงหน้านี่แหละ
“ก็ตอนนั้นฉันเด็กนี่น่าใครจะไปจำได้ แล้วเื่นี้เกี่ยวอะไรกับเ้าชายซาเรสล่ะ?”
“ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็ฝีมือของเ้าชายซาเรสแต่ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่สามารถบ่งชี้และทำให้คาดเดาได้ว่าเ้าชายซาเรสน่าจะเป็คนที่อยู่เื้ัเหตุการณ์นี้เพราะเขาเป็คนเดียวที่จะได้ประโยชน์หากฝ่าาสิ้นพระชนม์”
คำบอกเล่าของคาร์ลอสทำให้เธอถอนหายใจดังเฮือกก็พอรู้อยู่หรอกว่าเ้าชายซาเรสคิดจะใช้เธอเป็หุ่นเชิดแต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดไปจนถึงเื่ลอบฆ่า
“ท่านก็เลยกลัวว่าหากฉันไปกวนประสาทเ้าชายซาเรสมากๆ เข้า ฉันก็จะโดนเขาหมายหัวอีกรอบซินะ”เธอยิ้มมุมปากออกมาพลางมองคนที่ทำท่าทีฮึดฮัด
ถึงเขาจะต่อต้านเธอมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังคงปกป้องเธอ!
แปลกดีแฮะ... คนคนนี้
“ฝ่าานี่ไม่ใช่เื่ที่จะเอาพูดเล่นนะพ่ะย่ะค่ะ”เขาสวนกลับขึ้นทันควันพร้อมกับดวงตาวาวโรจน์
“ฉันก็ไม่ได้พูดเล่นแต่เพราะฉันมีวิธีรับมือต่างหากถึงได้กล้ายั่วโมโหเขาและหวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือด้วย”เธอไม่เพียงแค่พูดแต่กลับะโลงจากรั้วระเบียงและตรงเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ฝ่าาจะทำอะไร!”เสียงห้าวะโเสียงดังอย่างใพร้อมกับผงะถอยหลังไปอีกหลายก้าว
เสียงของคาร์ลอสทำให้นางกำนัลที่เดินอยู่อีกฟากหันมามองอย่างใ
“จุ๊ ๆ อย่าเสียงดังไปเขาอื่นเขาใกันหมดแล้ว”เธอเลิกคิ้วแล้วก้าวเท้าเข้าหาร่างใหญ่ที่ยืนจ้องเธออย่างโกรธเกรี้ยวและดุดันแต่ไม่หนีไปไหน
เธอยิ้มหวานให้เขาก่อนที่จะเขย่งตัวขึ้นสุดตัวแล้วยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“ไม่ว่ายังไงท่านก็ต้องทำตามคำสั่งฉัน หากว่าท่านยังอยากให้ฉันรอด!”
เธอยืนหอบแฮ่ก ๆพลางมองไปทางคาร์ลอสที่ยืนด้วยท่าทีชิว ๆ อย่างเจ็บใจ
เธอแพ้เขาเป็ครั้งที่สามแล้วทั้งที่เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการสู้กับเธอแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่สามารถเอาชนะเขาได้!
“พื้นฐานฟันดาบดีแต่กำลังแขนยังน้อยไปและใช้เวทไม่ได้ ฝีมือแบบนี้อย่าเพิ่งคิดถึงนักฆ่าเลยแค่ทหารปลายแถวก็พระองค์ยังเอาชนะไม่ได้”เสียงดุดันของคนที่ยืนประจันหน้ากับเธอทำให้เธอกัดฟันกรอด
ถึงเธอจะเป็แชมป์นักกีฬาฟันดาบสามสมัยซ้อนของมหาลัยแต่เธอก็เล่นเป็งานอดิเรกเท่านั้นไม่ใช่คนที่เอามาใช้เป็อาชีพแบบเขานี่น่า
อีกอย่างเวทเวิดอะไรพวกนั้นเธอรู้จักซะที่ไหนรู้จักก็แค่เวทที่เฟย์สอนเมื่อเช้าเท่านั้น แน่จริง มาแข่งออกแบบกันไหมล่ะ?
เธอรับรองเลยว่าเธอไม่มีทางแพ้เขาเด็ดขาด!
ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านทำให้เธอหรี่ลงก่อนที่จะพุ่งเข้าหาคาร์ลอสทันทีที่เขาเผลอ
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
เสียงดาบสองอันกระทบกันจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบแต่ถึงอย่างนั้นคาร์ลอสก็ยังคงยิ้มกวนประสาทเมื่อเธอโจมตีเขาไม่สำเร็จ
“ช้าไปถ้าคิดจะเล่นทีเผลอก็ต้องเร็วกว่านี้ ช้าแบบนี้หมาที่ไหนก็รับทัน”
เธอตวัดตามองคนปากเสียอย่างเจ็บใจปากแบบนี้ไม่น่ารอด...จนโตได้ขนาดนี้แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดยอมรับไม่ได้ว่าหมอนี่มันเก่งอย่างที่มันโม้ไว้จริง ๆนั่นแหละ!
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนกระหม่อมรู้พื้นฐานของพระองค์แล้ว ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปกระหม่อมจะค่อย ๆสอนไปทีละอย่างก็แล้วกัน” ร่างหนาเก็บดาบตัวเองก่อนที่จะเดินมาดึงดาบจากมือเธอไป
“เฮ้ย! ท่านเอาดาบไปแบบนี้แล้วฉันจะฝึกยังไงล่ะ”เธอมองดาบอันสวยที่หายไปต่อหน้าต่อตาอย่างเสียดาย
“ดาบนั้นเป็ของกระหม่อมแล้วกระหม่อมก็แค่ให้ยืมวัดพื้นฐาน ไม่ได้ให้พระองค์!” ดวงตาสีแดงอ่อนมองเธอเขม็ง
“เชอะ ทำเป็ขี้งกไปได้เดียวฉันไปหาเองก็ได้ แค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข็งฉันร่วงหรอกย่ะ”เธอย่นจมูกใส่คนขี้งกก่อนที่เธอจะกระแทกเท้าเดินออกไปยังห้องของตัวเองอย่างหงุดหงิด
อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน!