โหลวอี้หยางนั่นใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอยู่กับบิดามารดาและเด็กกำพร้าเ่าั้ นับั้แ่นั้นมา นางก็เตรียมการวางแผนในการก้าวเข้าสู่จวนสกุลฉี ไม่ใช่ว่านางไม่หลบเลี่ยงแต่ฉีหวังโม่ดึงดันผลักนางให้เข้าไปสู่วงจรชีวิตอันเหม็นเน่าของเขาอีกครั้ง ครั้งนี้นางก็ไม่จำเป็ต้องอดกลั้นฝืนทนใดๆ อีก ถือว่าเขาเป็ฝ่ายเปิดโอกาสให้นางล้างแค้นคนสกุลฉีและหญิงนางนั้นก็แล้วกัน
"คุณหนูเ้าคะ คุณชายโจวมาขอพบเ้าค่ะ"
"คุณชายโจว?"
โหลวอี้หยางสงสัยถึงการกลับมาหานางของโจวอวี่ซ่านทันที เขามาที่นี่ทำไม
โหลวอี้หยางเดินออกไปพบกับโจวอวี่ซ่านทันที
"คารวะแม่นางโหลว"
"ไม่ทราบว่าท่านมีเื่อันใดถึงมาหาข้าที่จวนหรือ"
"ข้าแค่จะมาขอบคุณแม่นางอีกครั้ง"
"นี่ก็ผ่านไปนานแล้ว ท่านยังจดจำได้อีกหรือ"
"แน่นอน"
โหลวอี้หยางสงสัยว่าที่โจวอวี่ซ่านพึ่งมาพบนางอีกครั้งคงจับตาดูนางว่าได้มีการเล่าเื่ของเขาออกไปให้คนนอกรับรู้หรือไม่เป็แน่ ช่างอันตรายยิ่งนัก
"เอาเป็ว่าข้ารับรู้แล้ว"
"แม่นางโหลวรับรู้แต่ข้ายังไม่ตอบแทนบุญคุณท่านเลย"
"ข้าไม่ได้้าสิ่งตอบแทนใดจากท่าน"
"สิ่งที่ข้าตอบแทนแม่นางนั้นอาจจะดีต่อแม่นางก็เป็ได้กระมัง"
โหลวอี้หยางจ้องมองโจวอวี่ซ่านด้วยสายตาเรียบนิ่งทั้งยังแสดงออกถึงความไม่ไว้วางใจเล็กน้อย
"ว่ามา"
"สายข่าวของข้ารายงานมาว่า คู่หมั้นของเ้านั้นจะพาหญิงสาวนางหนึ่งกลับมาด้วยเป็ของกำนันจากแคว้นตี้ให้เขาโดยเฉพาะ เ้าว่าข่าวของข้าดีพอหรือไม่"
"ฮึฮึ ข่าวของท่านช่างล้ำค่าเสียจนข้าซาบซึ้งยิ่ง แต่มันเกี่ยวอันใดกับข้ากัน ฉีหวังโม่กับหญิงนางนั้นจะแต่งงานกันที่แคว้นนี้เลยข้าก็ไม่ว่า"
"แม่นางโหลวช่างใจกว้างดั่งแม่น้ำยิ่งนัก"
"ถ้าหมดเื่แล้วคุณชายโจวก็กลับไปได้แล้วกระมัง"
"ข้ามาบอกข่าวดีถึงเพียงนี้เหตุใดจึงไล่ข้าไปไวเสียได้"
"ข้ามีคู่หมั้นแล้วไม่เหมาะจะพบเจอบุรุษอื่นให้เป็ที่ครหา คุณชายโจวโปรดเข้าใจ"
โหลวอี้หยางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเ็ายิ่ง
"ข้าเข้าใจ แต่ข้าหิวข้าวเหลือเกินอยากได้ลิ้มรสอาหารในจวนท่านเสียหน่อย"
"ท่าน้าอะไรกัน"
"ถ้าอย่างไรเราไปเดินเล่นกันในสวนของแม่นางโหลวดีหรือไม่"
"คุณชายโจวช่างแตกต่างจากวันที่พบกันครั้งล่าสุดเสียจริง"
"ข้าก็เป็เช่นนี้มาโดยตลอด"
"ตามข้ามาเถิด"
โหลวอี้หยางนำทางโจวอวี่ซ่านไปยังสวนของจวนทางตะวันตกของจวน
"ข้ามีเื่จะยื่นข้อเสนอให้แม่นางโหลวสักนิด"
"ท่านมีสิ่งใดจะพูดก็ว่ามาเถิด"
"ข้าเห็นถึงความสัตย์ซื่อของแม่นางที่มีน้ำใจช่วยเหลือทั้งยังไม่กล่าวเื่ของข้าออกไปให้ผู้ใดฟัง ข้าจึงอยากร่วมมือกับเ้า"
"ร่วมมือ?"
"ใช่ ข้าอยากให้เ้าเป็ส่วนหนึ่งในแผนการของข้าดีหรือไม่"
"ตัวหมากน่ะหรือ"
โหลวอี้หยางมองไปยังชายตรงหน้านางอย่างสังเกต
"จะว่าเช่นนั้นได้อย่างไร ข้า้าให้แม่นางไม่ต้องเข้าร่วมหอกับฉีหวังโม่เป็การดีหรือไม่"
"หมายความว่าอย่างไร นี่คือแผนการรึ ทำไปเพื่ออันใด"
ท่าทีของโหลวอี้หยางคล้ายสงสัยในความประโยคเ่าั้ของโจวอวี่ซ่านแต่ก็เห็นเพียงเขายกยิ้มมุมปากคล้ายมีแผนการมากมายที่อยู่ในหัวของเขา
"ท่านไม่อยากแต่งกับเขาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ หากแต่ควรทุกสิ่งเป็ท่านที่กำลังแสดงว่าไม่้าแต่งเพื่อเรียกร้องความสนใจกับฉีหวังโม่"
กล่าวจบก็ยิ้มมุมปากคล้ายคนรู้จริงไปเสียทุกเื่
"ข้าจะคิดเช่นไรทำเช่นไร คงไม่ต้องให้ท่านมายุ่งเกี่ยว ข้าไม่ร่วมมือกับคนที่มีที่มาไม่ชัดเจนหรอกนะ"
โหลวอี้หยางสบตาโจวอี้หยางนิ่งคล้าย้าบอกเขาว่า นางไม่้าร่วมมือกับคนของแคว้นตี้เป็แน่
"ดูเหมือนท่านจะเข้าใจอะไรข้าผิดไปเสียแล้ว แต่แล้วอย่างไรเล่า คิดเช่นไรก็ทำได้เพียงทำตามคำของข้าเท่านั้น"
"ท่านดูมั่นใจเสียจริง"
"ท่านอยากร่วมหอหรือไม่ ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวก็ได้ แต่ของสิ่งนี้คือกระดิ่งลวงตา ถ้าใครได้ฟังเสียงกระดิ่งนี้จะช่วยสร้างภาพมายาตามที่เ้า้า อย่างเช่นคืนเข้าหอ ถ้าอยากร่วมหอกับฉีหวังโม่ก็ไม่ต้องใช้ก็ได้ ฮึฮึ"
โหลวอี้หยางไม่ได้มีท่าทีเขินอายกับคำพูดของโจวอวี่ซ่านสักนิด ให้ตายนางก็ไม่เข้าหอกับฉีหวังโม่เป็แน่
"ข้าชักอยากรู้จักท่านเพิ่มขึ้นบ้างแล้วกระมังคุณชายโจว"
"รู้จักข้ามากเกินไปนั้นไม่ดี พึงระลึกไว้เถอะแม่นางโหลว ฮาฮ่าฮ่า"
กล่าวจบโจวอวี่ซ่านก็เดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดูชั่วร้ายนั้นของเขา
โหลวอี้หยางมองตามบุรุษผู้นั้นจากไปด้วยสายตาไม่เข้าใจแล้วจึงกลับมามองของในมืออีกครั้ง กระดิ่งลวงตา ของชิ้นนี้ไม่เลวเลยทีเดียว แต่ไม่รู้ว่าชายผู้นั้นคิดจะทำอันใดกันแน่