บทที่ 2 ตอนที่ 7 ศัตรูที่คุ้นเคย
พื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะการทุบตีของเคนจิ ไม่นานบอสโทรนผู้ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ก็หมดสิ้นลมหายใจ พร้อมกับแอ่งเลือดที่ปรากฏขึ้นเจิ่งนองไปทั่ว เมื่อบรรดาฝูงก๊อบลินที่เหลือรอดเห็นการตายของบอสทั้ง3 ของพวกมัน ก็พากันวิ่งหนีเข้าป่าด้วยความหวาดกลัว เมื่อมังกรดินเห็นดังนั้นก็เตรียมตัวจะตามพวกมันไปทันที
“ไม่ต้องตาม! เราได้ของที่ต้องการมาแล้ว รีบไปชั้นต่อไปเถอะ”
เคนจิกล่าวออกมาขณะที่กำลังโยนลูกตุ้มเหล็กทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้มังกรดินเสียหลักไถลไปกับพื้นดิน ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับเคนจิ เมื่อได้ก้อนมณีมาไว้ในมือ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเข่นฆ่าใครให้เสียเวลา พวกเขาจึงพุ่งทะยานไปยังทางเข้าชั้นต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มีผู้เล่นหลายกลุ่มตามมาติดๆ แต่ก็ไม่เข้ามาแย่งชิงก้อนมณีแต่งอย่างใด
“เจ้าพวกนั้นตามพวกเรามาทำไมกันนะ?” ทากีร่ากล่าวขึ้นขณะที่เหลือบมองไปด้านหลัง
“เหอะ! จะมีอะไรล่ะ ก็พวกเหาฉลามที่หวังจะพึ่งเคนจิ เพื่อที่จะผ่านเข้าไปในประตูชั้นที่ 10 เมื่อพวกมันไม่สามารถแย่งชิงได้ ก็ขอติดตามแบบห่างๆ เอาไงล่ะเคนจิ ให้ข้าจัดการพวกมันไหม”
มามอนกล่าวขึ้นพร้อมกับเตรียมร่ายเวท
“ไม่จำเป็น ปล่อยพวกมันไปเถอะ”
เคนจิพูดออกมาเบาๆ โดยไม่หันไปมองที่ด้านหลัง เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เมื่อมาถึงชั้นที่ 3 เคนจิก็พบกับบอสจระเข้ไคโด ซึ่งพลังของมันก็เพิ่มมากขึ้นกว่าครั้งก่อน แต่เขาก็สามารถผ่านมันมาได้อย่างง่ายดาย และได้ก้อนมณีก้อนที่ 3 มาครอบครอง ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้ก็ทำให้จ้าวบึงบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากต้องการประลองกับไคโดแบบตัวต่อตัว ซึ่งจ้าวบึงก็พ่ายแพ้จนหมดรูป หากไม่ได้เคนจิเข้ามาช่วยไว้ ด้วยทักษะหยาดโลหิตที่ฆ่าไคโดได้อย่างง่ายดาย จ้าวบึงต้องตายแน่นอน
“ข้าต้องขอโทษท่านด้วย น่าละอายจริงๆ ที่ต้องมาพ่ายแพ้ให้แกอดีตลูกสมุนของตนเอง”
“ครั้งต่อไปก็อย่าประมาทอีก หากข้าเดาไม่ผิดพวกสัตว์อสูรที่อยู่ในหอคอย พวกมันต้องได้รับพลังจากมังกรทองแน่ๆ รีบรักษาตัวเถอะจะออกเดินทางต่อ”
“ข้าทราบแล้ว ข้าจะไม่อวดดีอีก”
จ้าวบึงก้มหัวขอโทษต่อเคนจิ เขาเพียงแต่เตือนไม่ให้ประมาทต่อศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า ไม่เช่นนั้นอาจจอันตรายถึงชีวิต เมื่อรอจนยูริใช้เวทรักษาสัตว์อสูรของตนจนเสร็จ พวกเคนจิก็ไปยังชั้นถัดไปทันที และเช่นเคยที่มีกลุ่มผู้เล่นหลายกลุ่มตามมาติดๆ ซึ่งตอนนี้กลุ่มที่ตามเคนจิมานั้นมีมากกว่าเดิมหลายเท่า
“เร็วเข้าพวกเรา! ครั้งนี้แหละพวกเราจะได้ผ่านชั้นที่ 10 เสียที ตามไปติดอย่าให้คาดสายตาจากพวกเขาเด็ดขาด”
“ดีจริงๆ ผ่านชั้นที่ 10 ได้โดยไม่ต้องออกแรง ต้องขอบคุณกลุ่มคนพวกนั้นจริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าก็ยังคงอยู่ที่ชั้นที่หนึ่งนั่นแหละ”
“เฮ้ย! นี่แกไม่รู้จักพวกเขาหรือไง ข้าไปสืบมาแล้วว่าในกลุ่มนั้นมีทั้งยูริ ผู้อัญเชิญสัตว์อสูร คนที่อยู่อันดับสองของบอร์ดจัดอันดับ และก็มามอน เนโครแมนเซอร์ที่อยู่อันดับสาม แล้วถ้าแกรู้ว่าผู้นำกลุ่มคือใครแล้วล่ะก็ หึหึหึ! แกได้หนาวไปถึงกระดูกแน่ๆ เพราะต่อให้ยูริและมามอนรวมพลังกันก็ไม่มีทางชนะเขาได้”
“อย่าบอกนะ! ว่าเขาคือมาคัส ผู้เล่นอันดับหนึ่งของบอร์ดจัดอันดับ ข้าว่าแล้วทำไมกลุ่มคนพวกนี้ถึงได้ร้ายกาจนัก”
“มาคัสกะผีน่ะซิ!! เขาคือจอมปีศาจริชเตอร์ตั้งหาก เลิกคุยได้แล้วรีบตามไปเถอะ เดียวก็คาดกันพอดี”
กลุ่มผู้เล่นต่างถกเถียงกันเสียงดัง และต่างตกใจเมื่อรู้ว่าผู้นำกลุ่มคือจอมปีศาจริชเตอร์ ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ ผู้ที่เข้าเกมมาวันแรกก็สามารถปราบบอสมังกรดิน ระดับเลเวล 500 ได้ เสียงพูดคุยของกลุ่มผู้เล่นก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วถกเถียงกันถึงเรื่องของจอมปีศาจ จนในที่สุดพวกเคนจิก็มาถึงชั้นที่ 4 ซึ่งปรากฏท้องทะเลที่กว้างใหญ่ และยาวไกลสุดหูสุดตา มันทำให้เคนจินึกถึงตอนที่เขาล่องเรือไปยังทวีปทะเลทราย
“อย่าบอกนะว่าบอสของชั้นนี้คือ...”
ขณะที่เคนจิกำลังจะกล่าวออกไป ท้องทะเลก็เกิดคลื่นโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง พร้อมกับเรือโจรสลัดลำใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากท้องทะเล ที่หัวเรือโจรสลัดนั้นปรากฏร่างของฉลามขาว ที่กำลังแบกสมอเรืออันใหญ่ ดวงตาที่แดงก่ำของมันกำลังจ้องมองมายังพวกกลุ่มของนักผจญภัยที่เข้ามา
“ดันเต้!!! กะแล้วไม่มีผิด ถ้าเช่นนั้นชั้นต่อไปคงเป็นเจ้าอนูบิสแน่ๆ รีบๆ จัดการเลยดีกว่า”
เคนจิเหลือบมองดันเต้พร้อมทั้งคิดในใจ ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เคนจิลอยอยู่กลางท้องฟ้าพุ่งทะยานลงมาหาดันเต้ด้วยความรวดเร็ว ที่หมัดของเคนจินั้นปรากฏสายฟ้าดำทมิฬที่ปกคลุมไปทั่วทั้งหมัด เมื่อดันเต้เห็นดังนั้นก็ปาสมอเรือเข้าหาเคนจิทันที
“เปรี้ยงง!!”
สมอเรืออันใหญ่ปะทะเข้ากับหมัดที่ปกคลุมไปด้วยสายฟ้าของเคนจิ จนผิวน้ำของทะเลแตกกระจายออกจากกัน เคนจิตีลังกาลงสู่เรืออย่างนิ่มนวล ดันเต้รับสมอเรือที่กระเด้งกลับมา จนมือของมันต้องสะบัดไปด้านหลัง มันรู้สึกได้ถึงความชานิดๆ เนื่องจากมีกระแสไฟฟ้าที่สมอเรือ
“แกเป็นใคร?” ดันเต้กล่าวออกมาเพื่อถ่วงเวลา ไล่ความชาที่อยู่บนท่อนแขน
“อ้าว! ลืมกันซะแล้ว ลองดูแล้วลองนึกดูดีๆ สิ คนที่ส่งแกไปสู่ความตายเมื่อครั้งล่าสุดยังไงล่ะ”
ดันเต้จ้องมองเคนจิอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนที่มันจะนึกขึ้นได้ถึงการต่อสู้ที่ดุเดือด ซึ่งสุดท้ายมันก็ถูกเกนบุตบจนตาย ซึ่งก่อนหน้าที่มันจะถูกเกนบุฆ่าตายนั้น มันได้ต่อสู้กับจอมปีศาจริชเตอร์จนบาดเจ็บสาหัสเสียก่อน
“จอมปีศาจ! แกคือจอมปีศาจตนนั้นนี่เอง ดีล่ะข้าจะได้ล้างแค้นกับสิ่งที่แกทำกับข้า แล้วเจ้าแก่นั้นอยู่ไหน! เรียกมันออกมาด้วยพลังจากเทพมังกรข้าจะส่งมันไปยังนรก พร้อมกับเจ้า...อุ๊บ!!!!”
ขณะที่ดันเต้พูดพร้อมกับเหลือบมองซ้ายขวาเพื่อหาเกนบุ อุ้มมือของเคนจิก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าของมัน กดไปที่ท้องเรืออย่างรุนแรง
“โครมม!!”
“แกลองเรียกเขาว่าเจ้าแก่อีกคำหนึ่งซิ แล้วแกจะได้รู้ว่าอะไรคือความเจ็บปวดยิ่งกว่าความตาย!”
ดวงตาของเคนจิแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ก่อนจับหัวของดันเต้ชูขึ้น พร้อมกับหมุนตัวเตะมันกลิ้งไปบนพื้นผิวทะเลหลายตลบ ซึ่งในขณะนั้นเองก็ปรากฏหนวดปลาหมึกขนาดใหญ่ โผล่ขึ้นมาจากท้องทะเลรับร่างของดันเต้ไว้ มันคือหนวดของคราเคนสัตว์เลี้ยงของดันเต้นั่นเอง บรรดาพรรคพวกเคนจิกระโจมทะยานขึ้นมาอยู่บนลำเรือ เคนจิเหลือบมองหนึ่งครั้ง วึ่งเจนก็มีท่าทีแปลกๆ ก่อนที่เคนจิจะพูดบางอย่างออกไป
“พวกนายจัดการเจ้าปลาหมึกยักษ์นั่น ส่วนเจ้าดันเต้ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”
เคนจิพูดจบก็พุ่งทะยานออกไปทันที เมื่อเหลือบมองไปที่ชายฝั่งก็เห็นบรรดาฝูงฉลาม กำลังไล่เข่นฆ่าผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ติดตามมา เคนจิจ้องมองไปยังกลุ่มผู้เล่นที่กำลังต่อสู้กับฝูงฉลาม เมื่อดูแล้วก็เห็นว่าพวกผู้เล่นสามารถต่อสู้กับพวกฉลามได้อย่างสูสี ในตอนนั้นเองที่เคนจิรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง เขาจึงพลิกตัวทันทีโดยที่ไม่หันไปมอง ปรากฏสมอเรือขนาดใหญ่พุ่งผ่านหน้าไปอย่างฉิวเฉียด เป็นฝีมือของดันเต้ที่แอบลอบโจมตีจากใต้ท้องทะเล
“หมาลอบกัด!”
“แกเผอเรอเองตั้งหาก!”
“ตาย!!!”
“ตูมม!!”
เคนจิพุ่งทะยานลงสู่ทะเลด้วยความรวดเร็ว จนปรากฏคลื่นสูงขนาดใหญ่พัดเข้าชายฝั่ง คาตานะน้ำปรากฏขึ้นในมือของเคนจิ ทั้งสองฟาดฟันกันอยู่ใต้น้ำ จนเกิดคลื่นมรสุมราวกับภัยพิบัติจากท้องทะเล ไม่กี่อึดใจดันเต้ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับหอบหายใจถี่ระรัว แล้วเคนจิก็พุ่งทะยานตามมาติดๆ
“ไอ้บัดซบ! นี่แกหายใจใต้น้ำได้หรือไง?”
“ข้าจำเป็นต้องบอกแกหรือไง? แล้วแกบินได้ยังไง”
“ข้าได้พลังจากเทพมังกรทอง ให้สามารถแหวกว่ายได้ทั้งในน้ำและอากาศ แล้วทำไมข้าต้องแกด้วย มารับความตายไปซะ!! ย้ากก!!”
ดันเต้พุ่งทะยานเข้าหาเคนจิ พร้อมกับสมอเรืออันใหญ่ที่ฟาดลงมาจากเบื้องบน เคนจิพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยหมัดที่ปกคลุมไปด้วยพลังสายฟ้า เข้าที่หน้าของดันเต้อย่างจัง ส่งร่างของดันเต้ปลิวทะยานไปกระแทกกับชายฝั่ง จนปรากฏกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว เคนจิลองสำรวจพลังเวทของตัวเอง ก็พบว่าพลังเวทของเขากำลังกลับคืนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ทักษะหยาดโลหิต ซึ่งเคนจินั้นไม่กล้าใช้ในตอนแรกเพราะเกรงว่าพลังเวทจะหมด
“ถึงเวลาตายแล้วดันเต้!”
เคนจิพุ่งทะยานล่นลงสู่พื้น ก่อนจะเดินเข้าหาดันเต้อย่างเชื่องช้า ในตอนนั้นเองที่ดันเต้พุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มควัน พร้อมกับสมอเรือที่กำลังจะฟาดลงที่หัวของเคนจิ แต่แล้วสมอเรือก็หยุดการเคลื่อนไหวกลางอากาศ ทำให้ดันเต้รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่นั้นมันยังรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างกาย
“อั๊ก!! แกทำอะไรกับข้า!”
“ก็กำลังจะส่งแกไปนรกอีกรอบยังไงล่ะ จงแหลกไปซะดันเต้!!!”
“อ๊ากกก!!!!”
“บรึ้มม!!”
ร่างกายของดันเต้แหลกละเอียดกลายเป็นชิ้นเนื้อ เลือดของมันสาดกระจายไปทั่วริมชายฝั่ง ปรากฏก้อนมณีที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เคนจิคว้าก้อนมณีมาเก็บไว้ทันที ไม่นานเรือโจรสลัดที่ล่องลอยอยู่กลางทะเลก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะพังทลายจมลงสู่ท้องทะเล ราวกับว่ามันถูกผูกจิตไว้กับเจ้าของของมัน เมื่อดันเต้ตายมันจึงพังทลายแล้วจมสู่ก้นทะเล ซึ่งเคนจิก็ไม่ได้สนใจมันแต่อย่างใด กลับหันไปเหลือบมองพวกมามอนที่กำลังต่อสู้กับคราเคนอย่างดุเดือด โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เมื่อเคนจิจ้องมองดูก็รู้สึกแปลกใจ เพราะในกลุ่มที่กำลังต่อสู้กับคราเคนอยู่นั้น กลับไม่ปรากฏร่างของเจน และเป็นจังหวะพอดีที่ทากีร่าถูกโจมตี จนกระเด็นมาถึงชายฝั่ง แต่เพราะตั้งท่าป้องกันไว้ จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ เขาจึงถามออกไปทันที
“ทากีร่า! เจนไปไหน? ทำไมถึงไม่ร่วมต่อสู้กับพวกเจ้า”
“ก็เจนว่ายน้ำไม่เป็นนายไม่รู้หรือไง พวกเราก็เลยให้เจนคอยอยู่ที่เรือ อ้าว!! แล้วเรือไปไหนแล้วล่ะ?”
“แย่แล้ว!!”
เคนจิตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น ก่อนจะพุ่งทะยานลงไปในทะเลด้วยความรวดเร็ว เคนจิแหวกว่ายไปหาซากเรือที่กำลังจมดิ่งสู่ใต้ท้องทะเล พยายามมองหาร่างของเจน ทันใดนั้นเขาก็เห็นเจนที่ติดอยู่กับซากของเรือที่หักพัง ที่กำลังพยายามดึงชายกระโปรงที่ติดกับซากเรือ เขาจึงแหวกว่ายเข้าไปหาทันที ซึ่งเมื่อเคนจิมาถึงร่างของเจนเธอก็หมดสติพอดี เพราะขาดออกซิเจนไปแล้ว เคนจิดึงร่างของเจนมาสวมกอดไว้แน่น พร้อมกับประกบปากของตนเพื่อถ่ายออกซิเจนให้เจนทันที ทำให้เจนกลับมามีสติอีกครั้ง แล้วมองเคนจิด้วยสายตาที่เบิกกว้าง ก่อนที่เคนจิจะออกแรงกระชากอย่างรุนแรง จนชายกระโปรงที่ติดกับซากเรือขาดเผยให้เห็นท่อนขาที่ขาวผ่องเป็นยองใย เมื่อเจนหลุดออกมาจากซากเรือเคนจิก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือน้ำทันที
ซึ่งในขณะที่เคนกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือน้ำ เขาก็มองเห็นประตูมิติที่ใช้สำหรับไปชั้นถัดไปที่ก้นทะเล เขาจึงจำจุดของประตูไว้แล้วขึ้นสู่เหนือน้ำทันที เคนจิอุ้มเจนในท่าอุ้มเจ้าสาวมาถึงชายฝั่ง โดยใช้ผ้าคลุมของตนเองปกปิดท่อนขาของเจนไว้ ก็พบกับพวกมามอนที่กำลังนั่งคอยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พวกเขาสามารถสังหารคราเคนได้ แต่ก็ทำให้พวกเขาเจ็บหนักหลายคน เมื่อเห็นการมาของเคนจิพวกเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที เมื่อเจนเห็นดังนั้นก็รีบลงมายืนทันที พร้อมกับสีหน้าที่เขินอาย
“ยายเจน! เธอเป็นยังไงบ้าง? ทำตอนที่เรือจมเธอไม่บินออกมาล่ะ?”
“ฉันก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นแหละยูริ แต่โดนซากเรือเกี่ยวซะก่อนก็เลยจมไปกับมัน”
“เธอไม่สบายหรือเปล่าเจน? ทำไมหน้าเธอแดงแบบนั้นล่ะ?”
เจนรีบเอามือปิดหน้าทันที เมื่อทากีร่าถามอาการของเธอ ทำให้เจนคิดถึงตอนที่อยู่ใต้น้ำทะเล ใบหน้าของเจนก็แดงยิ่งขึ้น ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของเคนจิ ท่ามกลางความสงสัยของยูริและทากีร่า