“คุณหนู คุณชายหลิวมาแล้วเจ้าค่ะ!” เสียงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดเตือนจากด้านหลังตอนที่ต้วนชิงหมิงกำลังเดินเล่นอยู่
เพราะนางเรียกหลิวยวนว่า ‘พี่หลิว’ ดังนั้นบรรดาบ่าวรับใช้ในเรือนลี่ซูเยี่ยนจึงให้ความเคารพเขาอยู่ในทีในเวลานี้เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนรอแกร่วอยู่ท่ามกลางสายลมอันหนาวเหน็บภาพเบื้องหน้าละม้ายเตือนสติของนางขึ้นมาอีกครั้ง
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมองไปอย่างเชื่องช้าเห็นหลิวยวนยืนรอรับสายลมยามราตรีอยู่ไม่ไกล สายตาของเขามองนิ่งมาที่นาง
นางส่งสายตาไร้ความรู้สึกใดมองกลับไปที่เขา เอ่ยถามเสียงเรียบ “ต้วนอวี้เล่า?”
“เขานอนหลับไปแล้ว!” อีกฝ่ายตอบกลับทันทีไม่ลังเล
เด็กสาวตอบรับเสียงเรียบ “อ่อ” กำลังจะเดินผ่านเขาไป
“ชิงหมิงเป็นคนทำ ใช่หรือไม่?” เขาถามขึ้นทันที
หลิวยวนหาใช่คนโง่เขลาเบาปัญหาเพียงแต่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องทำนองนี้และไม่ชอบใช้แผนการสกปรกเรื่องในค่ำคืนนี้ ช่างพอเหมาะพอดีเกินไป พอดีเสียจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดต้องมีคนคอยบงการให้ทุกคนเดินไปสู่เส้นทางที่คนนั้นกำหนดไว้
นางหยุดฝีเท้าลงทว่ายังไม่หันกลับมาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และบ่าวรับใช้ด้านข้างอีกสองคนจึงเดินแยกออกไปคล้ายรู้หน้าที่ของตนเองดูบริเวณโดยรอบแทนผู้เป็นนายว่าเรื่องที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยต่อจากนี้จะไม่มีใครเข้ามาได้ยิน
ต้วนชิงหมิงนั่งลงในศาลาใกล้ที่สุดเงยหน้าขึ้นมองหลิวยวนพูดสารภาพอย่างตรงไปตรงมา “ใช่แล้วเรื่องทั้งหมดข้าเป็นคนทำ!”
หลิวยวนสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆกล่าววาจาออกมา “เหตุผลล่ะ!”
นางเงียบอยู่สักพักคล้ายกำลังประดิดประดอยคำพูด ก่อนจะเอ่ยออกมา “เป็นเพราะไป๋หย่วนฮ่าวกับต้วนอวี้หรานคิดจะจัดการพี่หลิว...ถ้าพี่เกิดเรื่องขึ้น จะต้องเดือดร้อนไปถึงต้วนอวี้และพี่หลิวกับข้าที่เรียกกันเป็นพี่น้อง ก็จะพลอยเดือดร้อนไปอีก!ชื่อเสียงของข้านั้น เสื่อมเสียมายาวนานแล้ว ข้าหาได้ใส่ใจไม่แต่ว่าข้ามิอาจจะทำให้ต้วนอวี้และพี่เดือดร้อนได้!” ในขณะนี้หลิวยวนได้ยินต้วนชิงหมิงพูดชื่อต้วนอวี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยู่ๆ ก็เกิดความรำคาญใจขึ้นมา เขาจึงเอ่ยปากขึ้นว่า“ถ้าเจ้าลงไม่มือ สถานการณ์ในวันนี้จะเป็นเช่นไร?”
นางเงยหน้าจ้องมองไปยังหลิวยวนรู้สึกแปลกใจกับคำถามที่เขาถามขึ้น ทำไมถามได้ตรงขนาดนี้ แต่เมื่อครุ่นคิดดูแล้ว นางยังคงเลือกที่จะตั้งใจตอบ “ถ้าข้าไม่ยื่นมือเข้ามาจัดการ วันนี้คนที่ถูกพบก็คือพี่หลิวกับข้าอย่างไรเล่า!”
ที่จริงไป๋หย่วนฮ่าวคิดเพียงจะให้เซียงเย่เอ๋อร์และหลิวยวนได้คู่กันเพื่อถือโอกาสไล่เขาออกไป ทว่าต้วนอวี้หรานคิดวนอยู่ในใจไปมาต้องจัดการต้วนชิงหมิงดังนั้นผลลัพธ์ในค่ำคืนนี้ จะต้องเป็นต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนเป็นแน่!
เช่นนั้นถ้าจะทำลายหลิวยวน ก็ถือโอกาสกำจัดต้วนชิงหมิงให้สิ้นซากไปพร้อมๆ กัน
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงเล่าหลิวยวนถึงกับใจสั่นไปหมด... คนที่ต้วนอวี้หรานเกลียดที่สุด ก็คือต้วนชิงหมิงส่วนคนที่ไป๋หย่วนฮ่าวจะเล่นงาน ก็คือหลิวยวน เพราะฉะนั้นผลลัพธ์เรื่องนี้จะต้องเป็นไปตามที่ต้วนชิงหมิงคาดการณ์คนที่นอนในห้องต้องเป็นต้วนชิงหมิง และคนที่ถูกหลอกให้ไปต้องเป็นหลิวยวน!
ขอเพียงคิดถึงผลของเรื่องนี้หลิวยวนโกรธจนมือเท้าสั่นไปหมด! เขาใช้มือตบไปที่ราวจับหินอย่างรุนแรงพูดอย่างโมโหประโยคหนึ่ง “ชายโฉดหญิงชั่ว!”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ทอดสายตาลงต่ำเพราะเหนื่อยล้าจนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว!
ผ่านไปชั่วครู่นางจึงเอ่ยเตือนเขาเสียงต่ำแหบพร่า “เวลานี้ก็ดึกมากแล้วพี่หลิวรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ!”
เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของนางเองจนสุดท้ายต้องพลอยลากหลิวยวนเข้ามาร่วมด้วย พลางทำท่าขยับตัวลุกยืนขึ้น
“ชิงหมิง ข้ารู้สึกว่านับวันจะยิ่งไม่เข้าใจเจ้าแล้ว! ” เขาขมวดคิ้วมุ่น พูดขึ้นมา
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ต้วนชิงหมิงถึงกับต้องฝืนยิ้มออกมา! ในชาติที่แล้ว นางเป็นเหมือนกระดาษขาวที่ถูกคนมองทะลุปรุโปร่งได้อย่างง่ายดาย จึงมีจุดจบที่น่าสมเพช! ในชาตินี้นางต้องปกป้องตัวนางอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่สุดท้ายคนที่ไว้ใจกลายเป็นสงสัยในตัวนาง
นางฝืนยิ้มอยู่ชั่วครู่ “นี่ก็ดึกมากแล้ว ขอเชิญพี่หลิวรีบกลับไปพักผ่อน... เรื่องในคืนนี้ ลำบากพี่แล้วข้าขอบคุณมาก!” ว่าแล้วก็หมุนกายจะออกไป
เวลานี้ความรู้สึกอยากประจบประแจงของต้วนชิงหมิงกลับมลายหายไปแล้ว หายไปจนหมดสิ้น! หลิวยวนเป็นคนเฉลียวฉลาดเรื่องบางเรื่องตอนนี้อาจไม่เข้าใจ แล้ววันหน้าเล่า? ถ้าวันหนึ่งเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง จะยังดีกับต้วนอวี้ต่อไปหรือไม่?
เรื่องในอนาคตจะเป็นอย่างไรก็สุดที่จะรู้
ดูท่าแล้วคงต้องปกป้องคนที่รักด้วยตัวเอง!
ถึงตรงนี้มีเสียงหลิวยวนพูดมาจากด้านหลัง “ชิงหมิง บอกข้ามาว่าทำไมถึงช่วยข้า!”
เหนืออื่นใดความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากพลันปรากฏชัดขึ้นมา... หลิวยวนเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่?
นางได้แต่หลับตาลงช้าๆ “อย่างนั้น ภายในใจของพี่หลิวคิดว่า ข้าทำแบบนั้นไปทำไมเล่า?”
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านางจะไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม หลิวยวนถึงกับพูดอะไรไม่ออก!
ต้วนชิงหมิงหันหลังกลับมาเพ่งมองไปยังหลิวยวนเบื้องหน้าพลางกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำรวดเดียวแทบลืมหายใจ “ในเมื่อพี่หลิวถามขึ้นมาแล้ว ข้าจะบอกรวดเดียวให้จนหมด... ที่วันนั้นข้าเดินผ่านไปโดยบังเอิญ เห็นพี่เลือดท่วมไปทั้งตัว ตอนนั้นมันช่างน่าเวทนามากแต่พี่กลับมีดวงตาแห่งความไม่ยอมท้อถอยให้ข้าได้เห็น...และเป็นเพราะพลังนั้นแพร่มาถึงข้าด้วย ตอนนั้นข้าจึงตัดสินใจช่วยพี่!”
นางหยุดเว้นจังหวะหายใจเข้าออกลึกๆเฮือกหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับไปช้าๆ มองเบื้องหน้าเห็นเพียงค่ำคืนอันมืดมิดที่ไร้ขอบเขต เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ตอนนั้นท่านพ่อไม่ได้อยู่ที่จวน สภาพของข้าแสนลำบากยากเข็ญและเมื่อได้รู้ว่าหลิวหรงส่งคนไปสอนเรื่องไม่ดีให้กับต้วนอวี้ในคราแรกข้ารู้สึกหวาดกลัวไปหมด! ดังนั้น ข้าจึงคิดว่าจะหาใครสักคนจากข้างนอกมาช่วยดูแลต้วนอวี้ และคนคนนั้น ข้าเลือกแล้วก็คือพี่! ”
น้ำเสียงของนางยามเอื้อนเอ่ยกลับยิ่งรู้สึกห่างไกลออกไปยิ่งหลิวยวนได้ฟัง ยิ่งรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไป นางพูดว่า “เพื่อให้พี่ได้เข้าจวนข้าวางแผนให้ต้วนอวี้ตกน้ำ... เพื่อให้พี่ดีต่อต้วนอวี้อย่างสุดจิตสุดใจ ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังเรียกพี่เป็นพี่ชายน้องสาว... พี่หลิวข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อไปถึงเป้าหมาย และคนที่ยอมทำได้ทุกวิถีทางอย่างข้าคงทำให้พี่หลิวผิดหวังแล้ว!”
เมื่อพูดจบคล้ายมีกระแสอุ่นไหลรินผ่านกลางอก ชะงักนิ่งงันพลางทอดสายตาลงต่ำด้วยความเสียใจเพียงครู่ก็ก้มโค้งคำนับไปทางหลิวยวน และหันหลังเดินจากไปทันที
เรื่องที่ควรจะพูดก็พูดหมดแล้วส่วนหลิวยวนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ!
ดวงตาของหลิวยวนมองตามหลังต้วนชิงหมิงไปคิ้วงามขมวดมุ่นแทบจะพันกัน สายตากลอกไปมาไม่หยุดนิ่ง!ละม้ายกำลังตรึกตรองเขามองร่างผอมเพรียวของนางที่มีนิสัยหัวรั้น กลับเกลียดผู้หญิงคนนี้ไม่ลง...บางทีวิธีการที่นางใช้จัดการหลิวหรง ก็เพียงเพื่อเปิดโปงความจริงเท่านั้นดูจากสภาพชีวิตของนางก่อนหน้านี้ และที่ได้รับความลำบากอย่างต้วนอวี้ หลิวยวนพยายามสรรหาเหตุผลที่ทำให้เขาเกลียดนางไม่ได้!
ราตรีที่มืดมิดปรากฏร่างบอบบางของต้วนชิงหมิง ที่กำลังค่อยๆ หมุนตัวเดินจากไป!หลิวยวนที่ชะงักนิ่งจ้องมองเงียบเชียบ แต่จู่ๆ ก็พูดขึ้นเสียงดังลั่น “เจ้าทำเพื่อปกป้องคนที่เจ้าต้องการปกป้องโดยไม่หวาดหวั่นเรื่องใดใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงหยุดก้าวเท้าลงทว่ายังไม่หันกลับมาพูดหนักแน่น “ใช่แล้ว... เพื่อต้วนอวี้ข้าไม่หวาดหวั่นกับอะไรทั้งสิ้น”
ใบหน้าหลิวยวนกลับเผยให้เห็นรอยยิ้มที่โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เขาวิ่งไปที่เงานั้น ร้องเสียงดัง “ชิงหมิง เจ้าจะเป็นน้องสาวของพี่ตลอดไป!”
เด็กสาวจึงค่อยๆปรากฏรอยยิ้มผ่อนคลายออกมา... ในที่สุด... นางทำสำเร็จแล้ว!
สิ่งที่นางพูดออกมาทั้งหมดยังมีสิ่งสำคัญที่สุดอีกสิ่งที่ยังไม่ได้บอกและไม่สามารถคาดคิดได้นั่นก็คือ ‘ในชาติที่แล้ว นางรู้ว่าหลิวยวนเป็นลูกชายของหลิวจื๋อ!’
เพราะเหตุผลนี้นางจึงเลือกที่จะสารภาพ!ส่วนผลจากคำสารภาพน่าจะมีสองแบบ แบบแรกได้ความจริงใจจากหลิวยวน!แบบที่สองหลิวยวนโกรธเคืองจนเลือกที่จะออกจากจวนและทั้งคู่ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกต่อไป แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นในรูปแบบใดนางก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่เคยช่วยหลิวยวนแม้แต่น้อย!
ตอนนี้หลิวยวน... เขาต้องเป็นเทพบุตรที่ฟ้าส่งมาเกิด!
พลันมีเสียงหัวเราะจากบ่าวรับใช้ดังมาจากด้านหลังต้วนชิงหมิงรู้สึกอับอาย จึงกระทืบเท้าไปที และวิ่งหายไปเบื้องหน้า...ในเมื่ออีกฝ่ายยอมรับนางเป็นน้องสาวแล้ว อย่างนั้นนางควรจะต้องแสดงความเป็นน้องสาวออกมา
หลิวยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองไปยังเด็กสาวที่กำลังวิ่งไปเผยยิ้มที่ไร้สุ้มเสียงจากนั้นหัวเราะออกมาอย่างดีใจ “ต้วนชิงหมิง ข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าไม่ได้คิดร้ายกับข้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นน้องสาวของข้าตลอดไป!”
นางเดินจากไปแล้วหลิวยวนก็เดินจากไปเช่นเดียวกัน
ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงสถานที่ก่อนพวกเขาจะเดินออกไปนั้น มีเงาร่างดำทมิน ปรากฏตัวออกมา...มองจ้องตามหลังไปที่ร่างของหลิวยวน เงานั้นหยักยิ้มอย่างเย็นชา “เหอะ พี่ชายกับน้องสาว... ก็แค่ทำดีหวังผล!”