ณ หน้าทางเข้าสถาบันลู่เหว่ยต้า กูเฉินและซื่อหยาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากที่แยกทางกันเมื่อวานตอนมาถึงเมืองนี้ ซื่อหยานั้นมีบ้านพักที่เมืองลู่แห่งนี้จึงไม่มีปัญหาเื่ที่อยู่อาศัย ส่วนกูเฉินนั้นเป็ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีที่พักอาศัยแน่นอน
“เมื่อคืนนี้เ้าไปพักที่ใดมากัน?”
ซื่อหยานั้นได้มองกูเฉินในแง่ที่ดีขึ้นแล้วจากการอาศัยและฝึกฝนร่วมกันในระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้เธอสนใจความเป็อยู่ของเขาหลังจากนี้ แต่จะให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันยามที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยนั้นไม่มีทาง
“ข้าก็เดินเที่ยวเล่นสำรวจภายในเมืองไปเรื่อยนั่นแหละ เื่ที่พักข้าจะหาหลังจากนี้เมื่อใดก็ได้”
กูเฉินหันไปตอบซื่อหยาด้วยท่าทางสบายอารมณ์แม้ว่าเขาจะไม่ได้นอนมาหนึ่งคืนแล้วก็็ตาม
“ทางใครทางมันเถอะ คุยกับคนอย่างเ้าไปก็รังแต่จะเสียเวลาเปล่า”
ซื่อหยาที่เห็นว่าแม้จะถามอะไรไปกูเฉินก็มักจะตอบคำถามที่เธอคาดการณ์คำตอบไว้อยู่แล้ว หากเธอไม่ใช่อัจฉริยะในการเดาความคิดผู้คนหรือกูเฉินนั้นดูออกง่าย ก็คงเป็ตัวเขาเองนี่แหละที่เดาคำตอบที่เธอคาดไว้แล้วตอบคำถามเ่าั้ออกมา
“ฮ่าๆๆ ขอให้เ้าโชคดี แต่เอ่อ~ คำนั้นคงจะไม่เหมาะกับคนอย่างเ้าในเื่นี้ล่ะนะ ก็เป็คุณหนูสุดอัจฉริยะนี่นา เอาเป็ว่าสู้ๆนะละ”
กูเฉินได้กล่าวให้กำลังใจนางก่อนที่ทั้งคู่จะแยกทางไปตามทางใครทางมัน เพราะจุดรับสมัครลูกศิษย์ของสถาบันนั้นมีอยู่หลายจุดภายในสถาบัน
“เรียบร้อยแล้ว ขอให้เ้าโชคดีในการหาอาจารย์นะไอ้หนุ่ม”
เมื่อสมัครเป็ศิษย์เสร็จเรียบร้อยแล้วชายคนนั้นที่เป็คนทำหน้าที่รับสมัครก็ได้กล่าวออกมา มันไม่ใช่ความหวังดีแต่อย่างใด แต่เพราะข้อมูลทั่วไปที่ต้องกรอกในเอกสารต่างหาก ส่วนมากแล้วคนแบบกูเฉินนั้นจะมีค่อยมีอาจารย์ท่านใดที่รับเป็ศิษย์แล้วลงเอยด้วยการถูกไล่ออก
อย่างที่ชายคนนั้นคิด การเข้าเป็ศิษของสถาบันลู่นั้นเป็เื่ง่าย เพียงแค่จ่ายเงินแล้วก็จะอยู่ในสถานะลูกศิษย์ชั่วคราวของสถาบัน หลังจากนี้จนกว่าจะหมด่เวลาเปิดรับศิษย์ของเหล่าอาจารย์ในสถาบัน พวกเขาจะต้องหาอาจารย์ให้ได้เพื่อการเป็ศิษย์ของสถาบันลู่อย่างเต็มตัว หากไม่มีอาจารย์ท่านใดรับเป็ศิษย์ก่อนหมด่เวลารับศิษย์คนๆนั้นจะถูกไล่ออกและมีโอกาศอีกครั้งในรอบหน้า แต่โดยทั่วไปแล้วคนที่เคยถูกไล่ออกนั้นก็ไม่เคยได้เป็ศิษย์ในรอบต่อไปเลยสักคน แต่ในทางกลับกัน หากอาจารย์ท่านใดไม่มีลูกศิษย์จนหมด่เวลานี้ก็จะถูกถอนสิทธิ์ในการเป็อาจารย์เช่นกัน
“ข้าขอโทษด้วยนะ ข้าคงรับเ้าเป็ศิษย์ของข้าไม่ได้ ข้ามองไม่เห็นความสามารถในการพัฒนาของเ้าเลย ไปหาอาจารย์ท่านอื่นเถอะ”
อาจารย์ชายท่านหนึ่งได้ปฏิเสธกูเฉินอย่างตรงไปตรงมา เพราะอาจารย์ท่านนี้มองไม่เห็นแววอะไรเลยในตัวของกูเฉิน หาใช่ว่าอาจารย์ท่านนี้ไร้ความสามารถ แต่เป็ตัวของกูเฉินเองต่างหากที่มันผิดแปลกไปจากผู้คนทั่วไป
“ไม่ ข้าไม่รับเด็กกำพร้าเช่นเ้าหรอกนะ”
อาจารย์ชายท่านหนึ่งปฏิเสธเขาทันทีหลังจากเห็นข้อมูลในเอกสารว่าเขาเป็เด็กกำพร้า
“พื้นฐานขั้นสุด ขอโทษทีนะแต่เ้าไม่ผ่านมาตรฐานของข้าน่ะ”
อาจารย์ชายท่านหนึ่งปฏิเสธเขาหลังจากถามระดับลมปราณของเขา
“พอดีข้ารับแค่ลูกศิษย์หญิงน่ะ ขอโทษด้วยละกัน”
อาจารย์หญิงท่านหนึ่งได้กล่าวออกมาทันทีที่เข้าขอเป็ศิษย์ด้วยสีหน้าที่เฉื่อยชา
และมันก็เป็อย่างนั้นไปจนถึงวันสุดท้ายของการรับลูกศิษย์ เขาก็เริ่มคิดแล้วว่าตัวเขาเองอาจจะไม่เหมาะกับสถาบันแห่งนี้แล้วก็ได้
‘ถ้าวันนี้ยังหาอาจารญืไม่ได้ล่ะก็ คงต้องหาเส้นทางอื่นแทนแล้วล่ะ’
เฮ้อ~
กูเฉินคิดในใจแล้วถอดหายใจออกมาเฮือกนึก เขาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองแล้วแข็งแกร่งขึ้นได้ก็จริง แต่มันคงไม่ไวไปกว่าการที่มีคนมาคอยแนะนำหรอกจริงมั้ย?
“โฮ้ย! เ้าน่ะ! ยังหาอาจารย์ใช่มั้ย ข้าจะรับเ้าเป็ลูกศิษย์ของข้าเอง”
ใน่ที่กูเฉินกำลังจะถอดใจ เสียงของอาจารย์สาวผมสีชมพูใบหน้าเรียวคมได้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา มันเป็เหมือนเสียงของนางฟ้ามาโปรดเขาแล้วล่ะ
“ใช้แล้วขอรับ ข้ายังหาอาจารย์ไม่ได้เลย หากท่านยื่นข้อเสนอเช่นนั้นข้าคงไม่สามารถปฏิเสธท่านได้แล้วล่ะ”
มีหรือที่เวลานี้กูเฉินนั้นจะอยากปฏิเสธ แต่ความเคยชินที่ชอบยั่วเบื้องล่างชาวบ้านจึงได้พูดแบบนั้นออกมา ถึงครั้งนี้มันจะไม่มากเท่าปกติก็เถอะ
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ลงนามตรงนี้ได้เลย”
อาจารย์สาวได้เอาเอกสารการยิมยอมเป็ศิษออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ ก่อนจะนำมันมาให้กูเฉินเซ็นชื่อเพื่อเป็ลูกศิษย์ของเธออย่างเป็ทางการ
“ฮ่าๆๆ นี่เธอหลอกเด็กไม่รู้ประสาให้เป็ลูกศิษย์ของเธออีกแล้วหรอฟานอวี่”
อาจารย์ชายผมสีน้ำตาลหน้าตาดีคนหนึ่งได้หัวเราะชอบใจออกมาหลังจากที่เขาเห็นกูเฉินเซ็นชื่อยินยอมเป็ลูกศิษย์ของฟานอวี่พร้อมกับมีเหล่าลูกศิษย์เดินตามมาด้วยถึงเจ็ดคน แต่ทั้งสองก็เงียบไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด
“ฮ่าๆๆ อย่างนั้นสิ่นะ ลูกศิษย์ขยะมันก็เหมาะสมกับอาจารย์ขยะนี่นา ฮ่าๆๆ”
แต่คราวนี้อาจารย์ชายคนนั้นได้พูดดูถูกฟานอวี่กับกูเฉินออกมาอย่างจงใจ มันถึงจึงทำให้สองอาจารย์ศิษย์ที่พึ่งพบกับเมื่อครู่แสดงสีหน้าไม่พอใจพร้อมจะบวกออกมา
“มันจะมากเกินไปแล้วนะเหลียงหวู่!”
อาจารย์ฟานอวี่ะโออกมาอย่างไม่พอใจ เขาจะดูถูกนางก็ได้ไม่เป็ไร แต่เขากับดูถูกแม้กระทั่งเด็กตาดำๆที่ไม่ได้ทำผิดอะไรต่อเขาด้วยซ้ำ
“ถ้าไม่ชอบมากนักก็ลองให้ศิษย์ของเ้ากับศิษย์ของข้าได้ประลองกันหน่อยไหม ฝั่งที่แพ้จะต้องส่งมอบศิษย์คนนั้นให้กับอาจารย์ของอีกฝ่าย เป็ไง ข้อเสนอของข้าดีไหมล่ะ ข้าจะยอมเป็คนที่รับลูกศิษย์ขยะๆนั้นแทนเ้าเลยนะ ฮ่าๆๆ”
อาจารย์เหลียงหวู่ได้กล่าวออกมาพร้อมกับแสดงท่าทีท่ี่เย้ยหยันฝั่งตรงข้ามพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างผู้มีชัย
“ข้ารับคำท้าของท่าน ท่านอาจารย์เหลียง”
แต่กลับเป็กูเฉินที่รับคำท้า ซึ่งมันทำให้อาจารย์ฟานอวี่ใเป็อย่างมา ในความจริงแล้วนางก็แค่ต้องพากูเฉินเดินออกไปจาก แต่เขากับรับคำท้านั้นราวกับคนที่ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน
“อย่าเลยกูเฉิน เ้าจะเจ็บตัวเอาซะเปล่าๆ”
นางพยายามพูดห้ามกูเฉินไม่ให่ไปสู้กับลูกศิษย์ของเหลียงหวู่ เพราะพวกเขาอย่างต่ำก็เป็ถึงระดับนักสู้กันหมดแล้ว มีแต่จะทำให้เขาเจ็บตัวเอาซะเปล่าๆ แต่นั่นก็ไม่ทันเสียแล้ว แววตาของเขามันเต็มไปด้วยเพลิงแห่งการต่อสู้ไปแล้ว
.
.
.
เหตุการณ์ก่อนเื่วุ่นวายนี้แปปนึง
‘แย่แล้วๆ ถ้าหาลูกศิษย์ไม่ได้ก่อนหมดเวลาล่ะก็ ฉันโดนล่ะออกมาแน่ๆ ทำไงดีๆ เอ๊ะ! เด็กคนนั้นที่ฉันเห็นั้แ่วันแรกนี่นา ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้นล่ะ? อย่าบอกนะว่าไม่มีใครรับเลยน่ะ ใจร้ายกันชะมัด… เดี๋ยวนะ! นี่ล่ะโอกาสรอดชีวิตของฉ้านนนน!!!’
และเธอคนนี้ของก็อาจารย์ฟานอวี่ในตอนที่พึ่งเจอกูเฉินนั่นเอง