ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 149 ประมุขหุบเขา

            “ออกไป?”

            คนเหล่านั้นหันมองหน้ากันไปมาเสิ่นเสวียนปลดปล่อยพวกเขาออกมาเท่ากับมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ตอนนี้กลับปล่อยให้พวกเขาไปตามทาง

            “ผู้อาวุโสจะปล่อยพวกข้าไปจริงหรือ”

            แม่ทัพเทพผู้หนึ่งถามเสิ่นเสวียน

            “ใช่แล้วพวกเจ้าโดนเขาควบคุมไว้เท่านั้น ในเมื่อปลดปล่อยพวกเจ้าได้แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรก็ไปทำเถอะ แต่มีเรื่องหนึ่งอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้กับโลกนี้ ไม่อย่างนั้นข้าปลดปล่อยพวกเจ้าอย่างไรจะจัดการพวกเจ้าอย่างนั้น”

            เสิ่นเสวียนกล่าวสั่งสอนคนเหล่านั้นด้วยท่าทางน่าเกรงขามของผู้อาวุโส

            ในใจของเสิ่นเสวียนคิดว่าตนเองมีอายุมากกว่าพวกเขาแม้ภายนอกจะอ่อนเยาว์กว่ามาก ทว่าหากตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเรียกได้ว่าอ่อนเยาว์มากเกินไปสำหรับโลกของผู้ใหญ่

            “ตอนที่พวกข้าโดนจอมมารผู้นั้นจับตัวมาเขาสังหารครอบครัวของพวกข้าไปจนสิ้น พวกข้าไร้บ้านให้กลับให้พวกข้าติดตามผู้อาวุโสไปด้วยเถิด!”

            แม่ทัพเทพผู้หนึ่งกล่าวกับเสิ่นเสวียน

            “ติดตามข้า?”

            เสิ่นเสวียนยิ้มออกมาเดิมทีเขามีความคิดอยากรับแม่ทัพเทพเหล่านี้ไว้อยู่แล้วหลังจากนั้นพบว่าพวกเขาโดนควบคุมไว้จึงอยากปลดปล่อยพวกเขาไปทว่าตอนนี้อีกฝ่ายกลับบอกเองว่าต้องการติดตามตนซึ่งแน่นอนว่าไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว

            “ใช่ขอติดตามผู้อาวุโส”

            “ได้ในเมื่อเป็นอย่างนี้ พวกเจ้าก็มากับข้าแล้วกัน”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าตอบรับคำขอของอีกฝ่าย

            “แต่ยังคงตามเดิมอย่าได้สร้างเรื่องเดือดร้อน ในเมื่อต้องการติดตามข้าก็ต้องเชื่อฟังข้าหากไม่เชื่อฟังก็ออกไปได้เลย”

            “ขอรับผู้อาวุโส”

            แม่ทัพเทพทั้งสิบสองคนรับคำเสิ่นเสวียนโดยพร้อมเพรียงกันราวกับฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

            “ถอยออกไปก่อน”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับแม่ทัพเทพทั้งสิบสองคนพวกเขาจึงเหาะลงไปด้านล่างและยืนเรียงหน้ากระดานราวกับแม่ทัพเทพลงไปจุติยังโลกมนุษย์

            ส่วนคนที่มองดูอยู่รอบๆต่างมองออกว่าเกิดอะไรขึ้น พนันได้เลยว่าเสิ่นเสวียนทำให้พวกเขายอมจำนนได้แล้วแม่ทัพเทพเหล่านี้หากไปอยู่ในสำนักของพวกเขาเพียงคนใดคนหนึ่งก็อยู่ในระดับสูงมากแล้วตอนนี้ทั้งสิบสองคนต่างยินยอมอยู่ใต้อำนาจของเสิ่นเสวียน หากบอกว่าพวกเขาไม่อิจฉาคงเป็นเรื่องโกหก

            แต่อิจฉาก็คืออิจฉาไม่มีความริษยาแต่อย่างใด

            การต่อสู้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้พวกเขาประจักษ์แจ้งแล้วหากไม่มีเสิ่นเสวียน พวกเขาคงต้องตายด้วยน้ำมือของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงแน่นอนตอนนี้แม่ทัพเทพสิบสองคนเหาะลงมาด้านล่าง ส่วนเสิ่นเสวียนเหาะไปตรงหน้าบัลลังก์สีม่วง

            มันเป็นของล้ำค่าขั้นปฐพีระดับสูงสุดเลยทีเดียว

            บัลลังก์บัลลังก์หนึ่งอยู่ในขั้นปฐพีระดับสูงสุดได้ไม่รู้ว่าเหนือกว่าพรมวิเศษของราชามารตะวันตกมากแค่ไหน

            อีกทั้งบนบัลลังก์ยังมีค่ายกลอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกันตัวหรือการเหาะเหินเดินอากาศ ล้วนอยู่ในระดับสูงทั้งสิ้น

            ของล้ำค่าเช่นนี้เขากำลังคิดว่าจะใช้อย่างไรดี! ตอนนี้จิตสำนึกของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงถูกลบล้างไปแล้วทำให้มันกลายเป็นสิ่งของไร้นาย หากได้ครอบครองของล้ำค่าชิ้นนี้เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยอย่างแน่นอน

            แต่เขาก็เข้าใจถึงสัจธรรมการครอบครองสิ่งของก่อให้เกิดอาชญากรรมตอนนี้หากครอบครองของล้ำค่าเช่นนี้ไว้จะเป็นอันตรายโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีคนรู้มากมายเช่นนี้ยิ่งไม่ดี

            “ช่างเถอะเก็บไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน อย่างมากก็เอาไปขายทิ้ง”

            เสิ่นเสวียนเก็บมันเข้าไปในมิติทันที

            มิติในตอนนี้ไม่ได้คับแคบเหมือนแต่ก่อนแล้วตั้งแต่ที่พลังยุทธ์ของเขาถึงขั้นหยวนก่อกำเนิดหลังจากที่ผนึกของผังเมืองซานเหออ่อนกำลังลง ทำให้มิติขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าสามารถเก็บของได้มากขึ้นตามไปด้วย

            “ข้าคิดว่าพวกเราหุบเขาสุขาวดีควรรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนี้แล้วจะป้องกันตนเองได้”

            ขณะนั้นผู้อาวุโสใหญ่จากสำนักต่อสู้เป่ยโต้วพลันกล่าวกับเสิ่นเสวียน

            “ข้าก็เห็นด้วยที่พวกเราควรเป็นหนึ่งเดียวกัน”เทียนเซี่ยงจากสำนักจตุรเทพกล่าวเช่นกัน อีกสามเซี่ยงต่างเห็นด้วย

            สถานการณ์อันตรายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หากไม่ใช่เพราะเสิ่นเสวียนสร้างความสามัคคีขึ้นมาก่อน ผลที่ตามมายากจะจินตนาการได้กลัวว่าหลังจากนี้หุบเขาสุขาวดีจะถูกลบเลือนออกไปจากทวีปแห่งนี้

            คนทั่วไปต่างคิดว่าหุบเขาสุขาวดีนั้นยอดเยี่ยมมากเป็นสถานที่รวมตัวกลุ่มคนที่ไม่สนใจชีวิต แต่สำหรับยอดฝีมือที่แท้จริงแล้วหากต้องการทำลายก็สามารถทำลายได้อย่างง่ายดาย

            “สำนักต่อสู้เป่ยโต้วของข้าขอเสนอให้สหายเสิ่นเข้ารับตำแหน่งประมุขแห่งหุบเขาสุขาวดีพวกข้าจะจงรักภักดีอย่างยินยอมพร้อมใจ”

            สำนักต่อสู้เป่ยโต้วกล่าวเสนอชื่อเสิ่นเสวียนออกมาก่อน

            “เสนอชื่อข้า? ประมุขหุบเขา?”

            เสิ่นเสวียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางส่ายหัวเบาๆเขาไม่ได้สนใจอำนาจเหล่านี้เลย เขาในชาติก่อนชื่นชอบที่จะอยู่ตัวคนเดียวชอบในอิสระ ตอนนี้ยิ่งไม่อยากเป็นประมุขหุบเขาอะไรนั่นเลย

            “พวกข้าเห็นด้วย”

            สี่เซี่ยงกล่าวพร้อมกัน

            “พวกข้าก็เห็นด้วย”

            “พวกข้าก็เห็นด้วย”

            อำนาจต่างๆเข้าร่วมลงคะแนนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องยินยอมเสนอให้เสิ่นเสวียนรับตำแหน่งประมุขแห่งหุบเขาสุขาวดี

            เสียงตะโกนดังระงมอยู่ช่วงหนึ่งก่อให้เกิดพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา

            “ทุกคนเงียบลงก่อนข้ามีบางอย่างจะบอก”

            เสิ่นเสวียนดูสถานการณ์เบื้องล่างพลางกล่าวออกไปด้วยเสียงดังก้อง

            “ข้ารับรู้ได้ถึงความหวังดีของพวกเจ้าแต่ข้ายังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำอีก มิอาจเป็นประมุขหุบเขาได้แต่สิ่งที่พวกเจ้าเสนอมานั้นเป็นเรื่องที่ดีสมควรแล้วที่จะคัดเลือกประมุขหุบเขาขึ้นมาสักคนหนึ่ง และข้าขอเสนอราชามารทิศเหนือ”

            เสิ่นเสวียนผลักภาระอันหนักอึ้งนี้ไปให้ราชามารทิศเหนือ

            “ข้าหรือ”

            ราชามารทิศเหนือกำลังดีใจที่ได้ลูกชายกลับคืนมาหลังจากได้ยินคำของเสิ่นเสวียนก็ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง

            “ข้าทำไม่ได้หรอกข้าคิดไว้แล้วว่าจะถอยออกจากการต่อสู้ ใช้ชีวิตอย่างสงบกับลูกชายของข้าต่อไป”

            ราชามารทิศเหนือส่ายหัวปฏิเสธน้ำใจของเสิ่นเสวียน

            หากกล่าวถึงพรสวรรค์และพลังราชามารทิศเหนืออยู่ในอันดับต้นๆเขามีความสามารถเข้ารับตำแหน่งประมุขแห่งหุบเขาสุขาวดีได้จริงๆ

            “ผู้อาวุโสราชามารทิศเหนือด้วยพลังของท่าน หากท่านไม่เข้ารับตำแหน่ง ในหุบเขาคงไม่มีคนอื่นแล้ว”เสิ่นเสวียนกล่าวเตือน

            “เจ้าตกอย่างไรล่ะ เขาทำได้”

            “ข้าหรือข้าทำไม่ได้หรอก เจ้ารู้จักข้าดี หากข้าเข้ารับตำแหน่งจริงๆคนในหุบเขาคงโดนข้าไล่ตะเพิดออกไปจนหมด เจ้าเหมาะสมแล้วอีกทั้งซูเหยียนยังต้องใช้ทรัพยากรอีกมากในการฝึกฝน จะได้สะดวกต่อเขาด้วย”

            เมื่อกล่าวถึงซูเหยียนราชามารทิศเหนือที่กำลังคิดปฏิเสธก็มีท่าทีเปลี่ยนไป

            ตอนนี้ซูเหยียนไม่สามารถฝึกฝนได้จริงๆพลังยุทธ์ก็ไม่มีแล้ว ส่วนตัวเขาเองก็อายุมากแล้ว หากว่าเขาตายไปจริงๆซูเหยียนจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร หากใช้ทรัพยากรทั่วทั้งหุบเขาสุขาวดีอาจมีโอกาสช่วยฟื้นฟูซูเหยียนได้มากขึ้น

            “ผู้อาวุโสราชามารทิศเหนือเพื่อความเป็นสุขภายในหุบเขาสุขาวดี ข้าหวังว่าท่านจะไม่ปฏิเสธ”

            เสิ่นเสวียนยังหวังว่าหุบเขาสุขาวดีจะเป็นหนึ่งเดียวกันได้เพื่อให้จัดการได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่แน่ว่าอาจชี้นำให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปอย่างมีอนาคตไม่ต้องรบราฆ่าฟันกันอย่างเดียว หากทำให้ที่นี่กลายเป็นปึกแผ่นได้จริงๆจะต้องเป็นอำนาจยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน

            “ได้แต่ข้าก็มีข้อเสนอเช่นกัน ข้าเพียงเข้ารับตำแหน่งแทนเท่านั้นสหายเสิ่นยังคงเป็นประมุขหุบเขาของพวกเราเหมือนเดิม”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวกับเสิ่นเสวียนแทนอำนาจทั้งหมดในหุบเขาสุขาวดีเขารู้ดีในเรื่องนี้ แม้เขาจะมีพลังแข็งแกร่งที่สุดในหุบเขาสุขาวดีแต่หาได้มีความน่าเกรงขาม รวมเข้ากับการปกป้องพวกพ้องตนเองจนล่วงเกินอำนาจอื่นๆมาไม่น้อย ตอนนี้เสิ่นเสวียนเสนอชื่อเขาออกมา หลายๆ คนต้องเห็นแก่เสิ่นเสวียนมิอาจกล่าวอะไรออกมาได้ แต่ในใจไม่มีทางยอมรับตัวเขาได้เลย

            ที่กล่าวกับเสิ่นเสวียนไปอย่างนั้นเพื่อให้คนอื่นมิอาจโต้แย้งใดๆ ได้

            เสิ่นเสวียนเข้าใจความหมายของราชามารทิศเหนือดีจึงพยักหน้าให้เขา

            “ได้ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าขอรับตำแหน่งประมุขหุบเขาไว้ในวันที่ข้าไม่อยู่ให้ผู้อาวุโสราชามารทิศเหนือรับตำแหน่งแทนมีอำนาจสูงสุดในการจัดการทุกอย่าง”

            “ตามแต่ประมุขหุบเขา”

            อำนาจต่างๆที่ได้ยินคำของเสิ่นเสวียนต่างโห่ร้องออกมาด้วยความยินดีสิ่งที่พวกเขาต้องการคือให้เสิ่นเสวียนปกป้องพวกเขาไม่ให้ต้องแบกรับภัยคุกคามจากภายนอกส่วนใครจะเข้ามากุมอำนาจไว้พวกเขาไม่สนใจทั้งสิ้น

            เสิ่นเสวียนมองทุกคนเบื้องล่างคุกเข่าลงคารวะตนเองแต่ไม่กล่าวอะไรคนที่นี่ชื่นชอบการแสดงความเคารพเช่นนี้ เขาก็ไม่มีอะไรจะบอกแล้ว

            แล้วทุกคนก็เริ่มเก็บกวาดสถานที่

            หลังจากมีประมุขหุบเขาในนามและประมุขหุบเขาแล้วหุบเขาสุขาวดีได้กลายเป็นอำนาจยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงแล้ว

            สำนักต่างๆอย่างสำนักจตุรเทพ สำนักต่อสู้เป่ยโต้ว และสำนักนาคา เสิ่นเสวียนให้พวกเขาทั้งหมดเป็นประเภทเดียวกันเพื่อง่ายต่อการจัดการ

            จากนั้นใจกลางทะเลสาบก็สงบนิ่งลงเขตกู่ซวีไม่มีอะไรเคลื่อนไหวอีก ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของราชามารทิศเหนือ

            ราชามารทิศเหนือกุมอำนาจอยู่ดังนั้นศูนย์กลางอำนาจต้องอยู่กับราชามารทิศเหนือ

            นี่คือการสร้างรูปแบบของอำนาจขึ้นมา

            หลังจากจัดการทุกอย่างแล้วเสิ่นเสวียนจึงเรียกราชามารตะวันตกเข้ามาที่ห้อง

            “ตอนนี้ควรคุยเรื่องของพวกเราได้แล้ว”

            เสิ่นเสวียนนั่งอยู่บนเก้าอี้เขามองราชามารตะวันตกที่เดินเข้ามาพลางกล่าวเสียงเบา

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247