แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาที่ร้านหม่าล่า นาวียังคงเปิดร้านตามปกติ ท่าทีของเขาสงบเยือกเย็นประหนึ่งผิวน้ำที่ไร้ระลอก เขาโบกสะบัดพัดลมเตาถ่านอย่างเป็จังหวะ กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศดึงดูดลูกค้าให้มาอุดหนุนอย่างคึกคัก ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่เป็มิตร นาวีกำลังจับสังเกต "หน่วยเก็บกวาด" ของนายอำเภอโจวที่แฝงตัวอยู่ตามมุมตึกรอบ ๆ พวกมันเหมือนแร้งที่รอเวลาขย้ำเหยื่อ โดยไม่รู้เลยว่าเหยื่อรายนี้คือพยัคฆ์ในร่างมนุษย์
เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำ นาวีจงใจเก็บร้านเร็วกว่าปกติ เขากระชับห่อผ้าเดินมุ่งหน้าออกจากตัวเมือง มุ่งตรงไปยัง บ้านกระท่อมหลังเก่า อันเป็ที่ซุกหัวนอนเดิมของฉางตง ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวท้ายหมู่บ้าน ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่เขตบ้าน ความเงียบผิดปกติก็เข้าปกคลุม นาวีไม่ได้กลิ่นอายของบ้านร้าง แต่เขากลับได้กลิ่นคาวเืจาง ๆ ที่ลอยมาตามลม...
ที่หน้ากระท่อม ชายร่างั์ในชุดรัดกุมสีดำยืนพิงต้นไม้อยู่ เบื้องเท้าของเขามีกองศพชายชุดดำเกือบสิบคนนอนเกลื่อนกลาด พวกมันคือมือสังหารที่นายอำเภอโจวส่งมา แต่บัดนี้กลับกลายเป็เพียงเศษเนื้อใต้คมดาบของ ถังขู่ และกลุ่มโจรเขี้ยวโลกันตร์
"มาแล้วรึ ฉางตง..." ถังขู่เอ่ยเสียงเรียบพลางเก็บดาบเข้าฝัก "เข้าไปเถอะ มีคนรอเ้าอยู่ข้างใน"
นาวีหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง เขาเดินเข้าไปผลักประตูไม้ที่ผุพังเข้าไป ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านั้นดูประหลาดพิลึกจนน่าขนลุก ภายนอกกระท่อมคือลานปะาที่นองไปด้วยเืและซากศพ แต่ภายในกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของชาชั้นดีที่ลอยฟุ้งออกมาจากกาน้ำดินเผา เ้าเมืองหลินนั่งอยู่อย่างสงบนิ่งท่ามกลางฝุ่นละอองที่ร่วงหล่นจากเพดานที่ผุพัง บรรยากาศนิ่งสงัดขัดกับความตายที่กองอยู่หน้าประตูอย่างสิ้นเชิง แสงจันทร์รำไรสาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคา ทาบทับใบหน้าของบุรุษผู้ถือครองอำนาจสูงสุดในเมืองนี้
"ที่แท้... ถังขู่ก็เป็คนของท่านมาตลอดงั้นหรือ ท่านเ้าเมือง?" นาวีเอ่ยทำลายความเงียบ
เ้าเมืองหลินหยิบจอกชาขึ้นมาจิบช้า ๆ มุมปากขยับยิ้มเล็กน้อย "หึ... นั่งลงเถอะ ข้ามีเื่อยากคุยกับเ้าสักหน่อย"
"เ้ารู้ไหมว่ามันไม่ง่ายเลย สำหรับข้าที่ไม่ได้เกิดมาในกองเงินกองทองเหมือนพวกขุนนางในเมืองหลวง" เ้าเมืองหลินเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เดิมทีข้าเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา ดิ้นรนอย่างหนักกว่าจะไต่เต้ามาเป็เ้าเมือง แม่ของเ้า... นางเป็เพียงไม่กี่คนที่ข้าเรียกได้ว่าเป็สหายได้อย่างเต็มปาก น่าเสียดายที่นางเป็คนจิตใจดีเกินไป....เอาละ ก่อนที่นางจะจากโลกนี้ไป นางฝากฝังให้ข้าช่วยดูแลเ้า"
เ้าเมืองถอนหายใจยาว "แต่มันไม่ง่ายเลย อำนาจของตระกูลหยวนนั้นล้นฟ้า แม้แต่ตอนที่เ้าถูกวางยาพิษถึงสองครั้ง ข้าก็ได้แต่นั่งมองด้วยความเจ็บใจ ข้าต้องแสร้งทำเป็คนขี้ขลาดเพื่อรักษาตำแหน่งนี้ไว้ แล้วรอเวลา... ข้าจึงสร้างกลุ่มโจรเขี้ยวโลกันตร์ขึ้นมา ให้ถังขู่รวบรวมทหารเก่ามาสวมรอยเป็โจรเพื่อคอยขัดขวางนายอำเภอโจวในทางลับ ข้ารอจนมันทนความโลภไม่ไหวจนต้องมาขอส่วนแบ่งจากถังขู่ โดยที่มันไม่รู้เลยว่านั่นคือหลักฐานการทุจริตที่ข้าจะใช้ส่งมันลงนรก"
นาวีเบิกตากว้าง ััได้ถึงความอดทนอันน่ากลัวของชายตรงหน้า "แล้วถังขู่ล่ะ? ท่านจะให้กลุ่มโจรเป็เพียงหมากที่ใช้แล้วทิ้งรึไง?"
เ้าเมืองหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา "เ้าจิตใจดีจนข้าใ... วางใจเถอะ ข้าอาจไม่ใช่คนมือสะอาด แต่ข้าไม่ส่งคนของตัวเองไปตาย ข้าเตรียมศพนักโทษปะาไว้แล้ว เพื่อจัดฉากว่ากลุ่มโจรกับนายอำเภอฆ่ากันเองจนตายตกตามกันไป พี่น้องของถังขู่จะได้เริ่มชีวิตใหม่ในเงามืด... เื่นี้จะจบลงอย่างสมบูรณ์"
"แต่..." เ้าเมืองหลินเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึม "สิ่งที่ลำบากที่สุดคือตัวเ้า... ตระกูลหยวนไม่หยุดแน่ ข้าอยากให้เ้าออกจากเมืองนี้ไปเสีย"
นาวีแสยะยิ้ม "หนีงั้นหรือ? ข้าพึ่งจะยอมเสียเงินเก็บทั้งชีวิตเพื่อซื้อบ้านใหม่ไป ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"เ้าจะบ้าหรือ? เ้าคนเดียวจะสู้กับพวกมันได้อย่างไร!"
"ข้ามีข้อเสนอ... ข้าจะเลิกขายหม่าล่า และข้าจะขายสูตรทั้งหมดให้ท่านจวนเ้าเมืองเป็คนดูแล หม่าล่าจะกลายเป็ของขึ้นชื่อเมืองซานเหอ..."
"แม้จะน่าสนใจ แต่นั้นมันไม่พอที่จะเรียกว่าข้อเสนอ" เ้าเมืองหลินพูดตัดบทฉางตง
นาวีไม่ได้รีบร้อนตอบกลับ เขานำก้อนวัตถุสีขาวนวล ทรงเหลี่ยม ผิวััเรียบเนียนและมีกลิ่นหอมสะอาดเลื่อนไปตรงหน้าเ้าเมืองหลิน ทันทีที่มันถูกวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นหอมสดชื่นที่ดูบริสุทธิ์อย่างประหลาดก็เริ่มแผ่ออกมา กลิ่นนั้นรุนแรงพอที่จะกลบกลิ่นคาวเืที่ลอยเข้ามาจากประตู และดูมีระดับยิ่งกว่าเครื่องหอมชั้นเลิศที่เ้าเมืองเคยัั
เ้าเมืองหลินขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาพินิจพิจารณา ผิวััของมันนุ่มนวลและลื่นไหลราวกับหยกที่ถูกฝนจนขึ้นเงา แต่กลับมีความยืดหยุ่นแปลกประหลาดที่ปลายนิ้ว ความเนียนละเอียดของมันดูขัดกับความทรุดโทรมของบ้านกระท่อมหลังนี้อย่างสิ้นเชิง
"มันคืออะไร?"
"มันเรียกว่า 'สบู่'" นาวีตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "ท่านลองคิดดูว่า หากขุนนางในเมืองหลวง หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ได้ัักับก้อนไขมันที่ขจัดคราบไคลได้สะอาดหมดจดและกลิ่นหอมติดกายยาวนานยิ่งกว่าเครื่องหอมชนิดใดในแผ่นดิน... สิ่งนี้จะสร้างมูลค่าได้เท่าไหร่?"
นาวีจ้องลึกลงไปในตาของเ้าเมืองหลิน "ข้าไม่ได้แค่จะให้ท่านร่วมมือกับข้าเพื่อเอาตัวรอด แต่ข้าจะทำให้เมืองซานเหอกลายเป็ศูนย์กลางการค้าที่แม้แต่ตระกูลหยวนก็ยังไม่กล้าสั่งปิด! ท่านจะร่วมมือกับข้า... หรือจะปล่อยให้ขุมทรัพย์นี้หลุดมือไป?"
เ้าเมืองหลินหยิบก้อนสบู่ขึ้นมาพิเคราะห์ กลิ่นหอมสะอาดและความแปลกใหม่ของมันทำให้เขานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ หมากกระดานนี้ไม่ได้เป็ไปตามที่เขาคิดไว้เสียแล้ว เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ลูกนกที่้าความคุ้มครองอีกต่อไป