ฆ่าคนให้ฉัน!
หลังจากที่ได้รู้ว่าเย่กู่เฉินเป็นผู้ฝึกตนจริงๆ ดวงตาคู่สวยของจูอวี้ลี่ก็เต็มไปด้วยประกายแวววาว หัวใจภายในร่างกายของเธอเต้นแรงมาก ชนิดที่ไม่อาจห้ามได้
เธอมองเย่กู่เฉินด้วยความคาดหวังอันเต็มเปี่ยม เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าถามเขา “กู่เฉิน นายสอนฉันได้ไหม?”
ตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าเขาเป็นผู้ฝึกตน เธอเองก็อยากที่จะเป็นด้วย นี่ไม่ใช่ว่าเธอต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อตัวเอง แต่เพื่อปกป้องไป๋มู่เสวี่ยคุณหนูของเธอต่างหาก
เย่กู่เฉินชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เขาคิดไม่ถึงว่าจูอวี้ลี่จะพูดออกมาแบบนี้ เขาคิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้ สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะให้คำตอบเธอพรุ่งนี้แทน
“พี่อวี้ลี่ ผมขอเวลาคิดหนึ่งวัน พรุ่งนี้ผมจะให้คำตอบ”
จูอวี้ลี่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็เข้าใจเขาอยู่เหมือนกัน การฝึกตนไหนเลยสามารถสอนกันง่ายๆ ได้ เธอจึงพยักหน้าให้กับเขา พร้อมกับบอกลา
จากนั้นเธอก็กลับไปที่รถ ขับรถออกไป เพื่อพาไป๋มู่เสวี่ยกลับบ้าน
หลังจากที่รถของไป๋มู่เสวี่ยขับจากไปแล้ว เย่กู่เฉินก็เข้าไปภายในบ้านเพื่อพักผ่อน วันนี้เขาไม่มีอะไรให้ทำแล้ว
สามชั่วโมงต่อมา ภายในห้องวีไอพีของโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดและเป็นอันดับหนึ่งในปักกิ่ง ร่างหนึ่งนอนอยู่ที่เตียง ใบหน้าล้วนพันไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างแน่นหนา มีเลือดซึมผ่านผ้าออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
ดวงตาคู่หนึ่งเผยให้เห็นผ่านผ้าพันแผล ดวงตาคู่นี้ล้วนอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นอันยากที่จะระงับ
อันที่จริงคนๆ นี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เขาก็คือมู่ฉางตู่ นายน้อยของตระกูลมู่ ที่ถูกร่างของกวนฉู่ปลิวมากระแทกจนใบหน้ากระแทกลงไปที่พื้น จนมีสภาพอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่ได้รับการรักษาอันดีเยี่ยมจากโรงพยาบาลอันดับหนึ่ง
“พ่อต้องจัดการเรื่องนี้ให้ผมนะ ไม่อย่างนั้นผมไม่ยอมจริงๆ ด้วย!” มู่ฉางตู่พูด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ คนที่เขาพูดด้วยคือชายวัยกลางคนร่างอ้วนอยู่ในชุดสูทสุดหรูราคาแพงแสนแพง
ชายวัยกลางคนๆ นี้ เป็นพ่อของมู่ฉางตู่ มีชื่อว่ามู่ฉางอัน มู่ฉางอันคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เพราะเขาเป็นถึงผู้นำตระกูลมู่คนปัจจุบัน!
สามารถเป็นผู้นำตระกูลมู่ได้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่ามู่ฉางอันนั้น เป็นคนมีความสามารถมาก เขาสงบมาก แม้ว่าจะได้ฟังคำพูดของลูกชายแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ดี ภายในแววตาของเขา มันล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ กล้าทำร้ายลูกชายของเขา เขาแน่นอนว่าจะไม่ยอมกลืนลมหายใจนี้
“ตู่เอ๋อร์ ไม่ต้องห่วง พ่อจะจัดการเรื่องนี้ให้ลูกอย่างแน่นอน” มู่ฉางอันมองลูกชาย พลางพยักหน้าให้
ได้ยินดังนี้ มู่ฉางตู่ก็สงบความโกรธลงเล็กน้อย เขารีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณพ่อ แต่พ่อต้องให้ผมได้ทรมานมันก่อน ค่อยฆ่ามันทิ้ง!”
มู่ฉางอันผงะไปอย่างช่วยไม่ได้ให้กับคำพูดของลูกชาย คำพูดของลูกชายเขา มันโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เขาชอบมันมาก เขาเองก็เป็นคนโหดเหี้ยม ตามคาด...เสือไม่มีลูกเป็นสุนัข!
มู่ฉางอันหัวเราะออกมาอย่างพอใจ อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกคิดหนักเล็กน้อย เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่ตัวตนอันธรรมดาสามัญที่อยากจะฆ่าก็ฆ่าได้
อีกฝ่ายเป็นนายน้อยคนโตของตระกูลเย่ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง ซึ่งเทียบได้กับตระกูลมู่ของเขา ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่เหมือนกัน
‘มีแต่ต้องลอบส่งคนไปฆ่าเย่กู่เฉินเท่านั้น ไม่อาจให้ตระกูลเย่รู้ได้ว่าฉันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง’ มู่ฉางอันคิด
เหตุผบที่เขาไม่อยากให้ตระกูลเย่รู้นั้น เป็นเพราะว่าถ้าตระกูลเย่รู้ว่าเขาส่งคนไปฆ่าเย่กู่เฉิน ตระกูลเย่จะไม่ยอมจบกับตระกูลมู่อย่างแน่นอน
มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างสองตระกูลใหญ่ ซึ่งถ้าหากไม่ตายกันไปข้าง สงครามจะไม่จบ!
เรื่องนี้ ไม่ใช่สิ่งที่มู่ฉางอันอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นเขาจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มากเข้าไว้
“จะว่าไปแล้ว ลุงกวนเป็นยังไงบ้าง?” มู่ฉางตู่พลันถามออกมาถึงกวนฉู่
มู่ฉางอันตอบออกมาโดยไม่จำเป็นต้องคิด เพราะเขาไปดูกวนฉู่มาแล้ว สถานการณ์แย่กว่ามู่ฉางตู่มาก
“อาการหนัก ตอนนี้ยังไม่ฟื้น แต่หมอบอกว่าถึงฟื้นขึ้นมา ก็อาจจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไป เนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรงเกินไป!”
ในเรื่องนี้ ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่ออยู่เหมือนกันที่ผู้ฝึกตนอย่างกวนฉู่ถูกจัดการไปจนมีสภาพแบบนี้ ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันนับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่
ผู้ฝึกตนที่ยอมทำงานให้เขามีเพียงกวนฉู่และอีกคนเท่านั้น เมื่อสูญเสียกวนฉู่ไปเช่นนี้ ไหนเลยที่มันจะไม่ใช่การสูญเสียครั้งใหญ่
‘แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงที่ตู่เอ๋อร์อยากได้จะมีบอดี้การ์ดเป็นผู้ฝึกตน’ มู่ฉางอันคิดในใจ เห็นได้ชัดว่ามู่ฉางตู่บอกเขาว่าคนที่จัดการกวนฉู่คือจูอวี้ลี่
เหตุผลที่ทำให้มู่ฉางตู่บอกพ่อของเขาแบบนี้ก็คือ เขาไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวของเย่กู่เฉิน
เย่กู่เฉินจัดการกับกวนฉู่เร็วมาก บวกกับเขาถูกร่างของกวนฉู่กระแทกใส่ จนใบหน้ากระแทกพื้นสลบไป จึงทำให้เขาคิดว่าคนที่ลงมือเป็นจูอวี้ลี่
ซึ่งในความคิดของเขา น่าจะเป็นบอดี้การ์ดของไป๋มู่เสวี่ย เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจูอวี้ลี่จะเป็นบอดี้การ์ดของเย่กู่เฉิน สาเหตุนั้นมาจากเย่กู่เฉิน ไม่เคยมีบอดี้การ์ดหญิง
“บัดซบ!” มู่ฉางตู่สบถออกมาด้วยความโกรธอย่างอดไม่ได้ เมื่อได้ยินถึงอาการของกวนฉู่ สองมือของเขากำแน่น ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะฉีกจูอวี้ลี่และเย่กู่เฉินให้เป็นชิ้นๆ
หากว่าเย่กู่เฉินยอมขายไป๋มู่เสวี่ยให้เขาแต่แรก ไหนเลยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้
“ตู่เอ๋อร์ ลูกพักผ่อนเถอะ พ่อจะออกไปส่งคนไปฆ่าเย่กู่เฉิน” มู่ฉางอันพูดทิ้งท้ายเอาไว้เช่นนี้ ก่อนที่จะออกจากห้องไป
มู่ฉางตู่มองพ่อของเขาออกไป ความโกรธของเขาสงบลงหลายส่วน เมื่อได้ยินว่าพ่อของเขาจะส่งคนไปฆ่าเย่กู่เฉิน
ถึงเขาจะเสียดายที่ไม่ได้ทรมานเย่กู่เฉินก่อนค่อยฆ่าทิ้ง แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน สำหรับเขา ขอเพียงแค่เย่กู่เฉินตายก็พอแล้ว
ส่วนจูอวี้ลี่และไป๋มู่เสวี่ย เขาค่อยขอพ่อเขาให้ไปจับตัวมาหลังจากที่เขาหายดีแล้วก็ยังไม่สาย
มู่ฉางอันที่ออกมาจากห้องวีไอพีของโรงพยาบาล เขามองไปด้านข้าง ด้านข้างของเขาเวลานี้ มีชายชราในชุดจีนยืนอยู่
ชายชราคนนี้คือผู้ฝึกตนอีกคนที่ยอมทำงานให้เขา มีชื่อว่าสู่กัง สู่กังนับว่าแข็งแกร่งกว่ากวนฉู่ขั้นหนึ่ง เพราะเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับปราณจิตขั้นต้น
“ลุงสู่ ฉันมีเรื่องให้ช่วย” มู่ฉางอันเปิดประเด็นในทันที แม้ว่าสู่กังจะยอมทำงานให้เขาเพราะเงิน แต่เขาจะไม่ให้ความเคารพไม่ได้
เนื่องจากสถานะของผู้ฝึกตนนั้นแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา หากว่าไม่ให้ความเคารพ มู่ฉางอันก็กลัวว่าสู่กังจะไม่ยอมทำงานให้กับเขาอีกต่อไป
“ว่ามา” สู่กังยืนรับฟังด้วยสีหน้าสงบ “ขอแค่เงินถึง ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย”
“ฆ่าคนให้ฉัน!” มู่ฉางอันพูด น้ำเสียงเย็นชาอย่างยิ่ง
จบบทที่ 44