ร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนฝังอยู่ในภูเขาหินเฮยเย่าแต่เมื่อเขาออกแรง ไอพลังบนร่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดในการเปลี่ยนแปลงนี้คือพลังของเขาแปลกไปกว่าเดิมมากและเข้าใจได้ยาก หากกล่าวว่าก่อนหน้านี้พลังของเริ่นเสี้ยวเทียนค่อนข้างธรรมดาเช่นนั้นตอนนี้พลังของเขาก็ดูซับซ้อนขึ้นมาก
เหลยป้าเทียนเป็นคนแรกที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน
“เจ้าเป็นใครกันแน่”
เมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังจากร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนเหลยป้าเทียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในตอนนี้เหลยป้าเทียนรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามจากเริ่นเสี้ยวเทียนแล้ว
“เจ้าไม่ใช่ว่าอยากรู้ตัวตนของข้าหรอกหรือทำไมล่ะ เกิดหวาดกลัวขึ้นมาหรือ”
เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มเย็นแม้ร่างจะถูกฝังลงไปในหินเฮยเย่าแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเขาควบคุมโลกนี้ได้แล้วไม่เว้นแม้แต่เหลยป้าเทียน
“เฮอะ! แค่ทักษะเล็กน้อยเท่านั้น”
หลังจากตกใจในช่วงแรก เหลยป้าเทียนก็กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเย็น
“ผนึกน้ำแข็ง”
เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าว ทันใดนั้นมิติโดยรอบเหมือนจะรับรู้ได้แปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว น้ำแข็งขยายออกไปทุกทิศทางโดยมีเริ่นเสี้ยวเทียนเป็นศูนย์กลางแม้เหลยป้าเทียนจะยืนอยู่กลางอากาศแต่เสื้อผ้าของเขากลับเริ่มแข็งตัวแล้ว
หลังจากรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายตนเองเหลยป้าเทียนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน พลังผนึกน้ำแข็งเช่นนี้อย่างน้อยต้องเป็นทักษะต่อสู้ขั้นปฐพียิ่งไปกว่านั้นพลังผนึกน้ำแข็งนี้เกินกว่าที่เขาจะรับไหว เพียงไม่นานร่างของเขาก็โดนน้ำแข็งเกาะจนกลายเป็นน้ำแข็งแกะสลัก
แม้จะกลายเป็นน้ำแข็งแกะสลักไปแล้วทว่าเขายังไม่ร่วงหล่นลงจากท้องฟ้า ยังมีไอพลังต่อสู้จางๆ แผ่กระจายออกมาปะทะกับพลังผนึกน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นเริ่นเสี้ยวเทียนก็เริ่มเคลื่อนไหว
เริ่นเสี้ยวเทียนกลายเป็นร่างเงาสีดำกระโจนออกมาจากภูเขาหินเฮยเย่าพุ่งเข้าใส่น้ำแข็งแกะสลักหมายจะสังหารด้วยความเร็วยิ่งกว่าเดิม
ตูม!
พลังหมัดโจมตีใส่น้ำแข็งแกะสลักนั้นจนร่วงหล่นลงไปด้านล่างราวกับว่าวที่เชือกขาด
เสิ่นเสวียนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเขาสัมผัสได้ถึงไอพลังผนึกน้ำแข็งที่อยู่รอบๆ แต่เริ่นเสี้ยวเทียนเตรียมการไว้แล้วพลังผนึกน้ำแข็งจึงไม่โจมตีใส่เสิ่นเสวียน เสิ่นเสวียนครุ่นคิดอยู่ในใจ ตัวตนของเริ่นเสี้ยวเทียนดูลึกลับเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ฝีมือระดับนี้ไม่แน่ว่าอาจเป็นคู่ต่อสู้ที่เขาเคยปะทะมาก่อนก็ได้
เสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนหลอมรวมพลังอยู่ภายในมิติเงียบๆแต่พวกเขาสามารถมองเห็นเหตุการณ์ภายนอกได้ทั้งหมด พวกเขาทำได้เพียงอ้าปากค้าง เข้าใจแล้วว่าทำไมเสิ่นเสวียนถึงให้เริ่นเสี้ยวเทียนอยู่ด้านนอก
เริ่นเสี้ยวเทียนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสตรงหน้านี้ที่แท้เขาเก็บซ่อนตัวตนไว้อย่างล้ำลึก!
“ยืนหยัดไว้ก่อนข้าใกล้สำเร็จแล้ว”
เสิ่นเสวียนนั่งให้กำลังใจเริ่นเสี้ยวเทียนอยู่ในใจเขารู้ว่าแม้เริ่นเสี้ยวเทียนเปิดเผยไม้ตายออกมาเล็กน้อยแล้ว แต่ยังไม่มีทางเอาชนะเหลยป้าเทียนได้อยู่ดี
ตูม!
น้ำแข็งแกะสลักร่วงหล่นลงไปถึงพื้นหมอกน้ำแข็งกระจายออกไปทุกทิศทาง มองไม่เห็นเลยว่าด้านในเป็นอย่างไรบ้าง
“ฝึกตนถึงขั้นราชันตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ดูเหมือนมีเพียงตระกูลใหญ่เท่านั้น แสดงว่าเจ้าจะต้องซ่อนของล้ำค่าเอาไว้อีกมากมายเลยทีเดียว”
หมอกน้ำแข็งค่อยๆ จางหายไปเหลยป้าเทียนยืนอยู่ใจกลางหมอกเหล่านั้น แววตาของเขาฉายความโลภออกมาอย่างเปิดเผย
เริ่นเสี้ยวเทียนก็เหาะลงมาด้านล่างเช่นกันเขาหายใจหอบแรง การโจมตีเมื่อครู่ทำให้เขาเสียพลังไปไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าจะทำอะไรเหลยป้าเทียนไม่ได้เลยอีกฝ่ายซ่อนพลังไว้ลึกกว่าที่คิดไว้
“สงสัยมากใช่ไหมบอกให้เจ้ารู้คงไม่เป็นไรหรอก เมื่อครู่ข้าเพียงแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะมีพลังเพียงแค่นั้น”
เหลยป้าเทียนกล่าวเสียงเรียบไอพลังที่แผ่กระจายออกมาจากร่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มาก
“ขั้นราชันระดับกลาง!พลังของเจ้าไม่ใช่ว่าเสียหายไปสามส่วนหรอกหรือ”
เริ่นเสี้ยวเทียนมองอีกฝ่ายพลางถามอย่างอดสงสัยไม่ได้เมื่อครู่เสิ่นเสวียนบอกอย่างนี้ แต่เขาเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจฟัง ในความทรงจำของเขาเหลยป้าเทียนแข็งแกร่งถึงขั้นราชันระดับกลางไอพลังของเขาก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เหลยป้าเทียนดูดซับพิษเข้าไปทำให้พลังได้รับความเสียหายไปสามส่วนเดิมทีคิดว่าเอาชนะไม่ได้ก็ยังพอสู้ได้ คิดไม่ถึงว่าเหลยป้าเทียนจะแค่แสดงออกมาเท่านั้น
“ข้าฝึกตนถึงจุดสูงสุดของขั้นราชันระดับกลางมานานแล้วหากไม่ใช่เพราะผลกระทบจากพิษจะเข้าสู่ระดับสูงได้ยากขนาดนี้หรือ เด็กน้อย จะโทษก็ต้องโทษที่เจ้าไม่รู้จักเก็บซ่อนไว้น่าเสียดายที่มันสายเกินไปแล้ว”
เหลยป้าเทียนกล่าวจบ เขาก็ย่างเท้าไปข้างหน้าทันที
ตึง!
ทันทีที่ฝ่าเท้ากระทบพื้นพลันมีเสียงดังก้องออกมาอย่างชัดเจน ส่วนเริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้กลับมีสีหน้าแย่มากเพราะเขาพบว่าตนเองขยับไม่ได้ ถูกตรึงอยู่กับที่ไปแล้ว ไม่ว่าจะดิ้นอย่างไรก็มิอาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว
“ยอมแพ้เสียเถิดนี่คือทักษะต่อสู้ขั้นปฐพีของข้าเช่นกัน เจ้าไม่มีโอกาสแล้ว”
เหลยป้าเทียนย่างเท้าเข้าหาเริ่นเสี้ยวเทียนทีละก้าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพียงแต่รอยยิ้มของเขาเหมือนจอมมารที่น่ากลัว ทำให้รู้สึกกดดันอย่างที่สุด
สิ่งที่เขาแสดงออกมาคือทักษะต่อสู้ขั้นปฐพีมีชื่อว่าเคล็ดวิชาสะกดกายา เคล็ดวิชานี้ใช้พลังสมาธิในการควบคุม นับว่าเป็นทักษะต่อสู้ที่มีระดับค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
ทั้งสองอยู่ห่างกันประมาณสามจั้งเหลยป้าเทียนย่างเท้าเข้าไปทำให้ระยะห่างสั้นลงเรื่อยๆ ไอพลังบนร่างของเหลยป้าเทียนแข็งแกร่งขึ้นหนึ่งส่วนในทุกย่างก้าวพลังของเริ่นเสี้ยวเทียนกลับลดลง ภายใต้สถานการณ์ที่คนหนึ่งพลังเพิ่มขึ้นและอีกคนหนึ่งพลังลดลงเริ่นเสี้ยวเทียนกลายเป็นจุดอ่อนไปเสียแล้ว
เริ่นเสี้ยวเทียนมองเหลยป้าเทียนเขาพยายามทำหลายวิธีแล้ว แต่ก็มิอาจหลุดพ้นจากพันธนาการของเหลยป้าเทียนได้เลย ตั้งแต่ที่เหลยป้าเทียนแสดงเคล็ดวิชานี้กับเขาทำให้เขาเดินเข้าสู่กับดักของอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์ เริ่นเสี้ยวเทียนจึงทำได้เพียงยิ้มแห้งๆขณะมองเหลยป้าเทียนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
หรือว่าอัจฉริยะอย่างเขาจะต้องโดนคนชั่วช้าสังหารเช่นนี้
“วางใจได้ หลังจากเจ้าตายไปแล้วข้าจะเผาทุกอย่างให้หมดสิ้นจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับอำนาจเบื้องหลังของเจ้าอย่างแน่นอน”
ขณะนี้เหลยป้าเทียนยืนอยู่ห่างจากเริ่นเสี้ยวเทียนราวสามฉื่อเขายกแขนขึ้นแล้ว พลังอัสนีที่รุนแรงก่อตัวขึ้นใจกลางฝ่ามือของเขา เพียงแค่เขาคิดเริ่นเสี้ยวเทียนจะตายในทันที
“เจ้ายังมีอะไรจะสั่งเสียอีกไหม”
เหลยป้าเทียนถามเริ่นเสี้ยวเทียนอีกครั้งเขารู้สึกว่าชัยชนะครั้งนี้ง่ายดายมาก ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย
เริ่นเสี้ยวเทียนไม่ตอบ แต่ค่อยๆหลับตาลง คล้ายว่าจะยอมแพ้แล้ว ความจริงเขากำลังเตรียมแสดงพลังโจมตีครั้งสุดท้ายออกมาเพียงแต่ว่าพลังโจมตีนี้อาจทำให้เขาต้องจ่ายในราคาที่สูงมาก หากไม่จำเป็นจริงๆ เขาไม่มีทางแสดงมันออกมาเด็ดขาด
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าขอส่งเจ้าไปเลยแล้วกัน”
เมื่อกล่าวจบ ฝ่ามือที่รวบรวมพลังน่ากลัวไว้แล้วของเหลยป้าเทียนก็ฟาดใส่เริ่นเสี้ยวเทียนอย่างแรง
ความแข็งแกร่งของเหลยป้าเทียนเพียงพอที่จะทำให้ภูเขาแหลกละเอียดได้เลย
“หลีกไป”
ในพริบตาที่ฝ่ามือข้างนั้นฟาดลงมาเสียงของเสิ่นเสวียนพลันดังขึ้นในหูของเริ่นเสี้ยวเทียน ขณะเดียวกันเริ่นเสี้ยวเทียนรู้สึกว่าเขาสามารถขยับร่างกายได้แล้วเขาจึงใช้พลังทั้งหมดเคลื่อนย้ายตนเองไปทางซ้าย
ส่วนฝ่ามือของเหลยป้าเทียนที่ฟาดลงมากลับโจมตีใส่อากาศว่างเปล่าตรงที่เริ่นเสี้ยวเทียนเคยยืนอยู่เมื่อครู่นี้ เมื่อเห็นดังนั้นเหลยป้าเทียนถึงกับสีหน้าเปลี่ยนก่อนจะพลิกฝ่ามือฟาดใส่เริ่นเสี้ยวเทียนอีกครั้ง
เปรี้ยง!!!
เริ่นเสี้ยวเทียนโดนฝ่ามือฟาดกระเด็นออกไปในพริบตาเดียวทำให้ร่างของเขาฝังลงในภูเขาหินเฮยเย่าอีกครั้ง
ยิ่งเขาไม่ชอบหินเฮยเย่ามากเท่าไรยิ่งทำให้เขาต้องเข้ามาใกล้ชิดมันมากเท่านั้น
“แค่กๆ!!!เจ้าเรียบร้อยแล้วหรือ!”
เริ่นเสี้ยวเทียนที่ถูกฝังอยู่กล่าวกับเสิ่นเสวียนที่ค่อยๆเหาะลงมาตรงหน้า แววตาตื่นเต้นดีใจ
ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะเสิ่นเสวียนเขาไม่ตายก็คงบาดเจ็บหนัก สุดท้ายแล้วคงเอาชีวิตไม่รอด
เท่ากับว่าเสิ่นเสวียนช่วยชีวิตเขาไว้หนึ่งครั้ง
“นี่คือยาเรียกลมปราณ”
เสิ่นเสวียนหันหลังให้เริ่นเสี้ยวเทียนโยนขวดสีขาวไปด้านหลังใบหนึ่ง ภายในนั้นมียาเรียกลมปราณอยู่หลายเม็ด เริ่นเสี้ยวเทียนรับมาแล้วกินเข้าไปคราวเดียวถึงสามเม็ดทำให้พลังภายในร่างฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว
“น่าสนใจดีนี่!ข้าสงสัยยิ่งนักว่าเจ้าหลุดจากเคล็ดวิชาสะกดกายาของข้าได้อย่างไร”
เหลยป้าเทียนตกใจในตอนแรกจากนั้นเขาจึงถามเสิ่นเสวียนด้วยความสงสัย
เมื่อครู่เสิ่นเสวียนเพิ่งสร้างหุ่นเชิดสำเร็จกลับทำลายทักษะต่อสู้ของอีกฝ่ายได้ในช่วงคับขัน ตอนนี้เขาหันมองเหลยป้าเทียนพลางกล่าว“ความสามารถแค่นี้ของเจ้ายังกล้าเรียกว่าเคล็ดวิชาสะกดกายาอีกหรือ”