เมื่อรถพระที่นั่งมาถึงพระราชวัง เจ้าหญิงทั้งสองจึงเดินเข้าไปยังห้องรับรองแขกและพบว่าท่านโหรานิมิตและทหารวังหลวงสี่นายกำลังรอพวกเธออยู่ พวกเขาทำความเคารพเธอทั้งสอง บุญยังคงไหว้ตอบเป็นนิสัย
“ท่านโหรานิมิต นี่คือเจ้าหญิงอัจฉรา บัดนี้พระองค์มีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมกับเราในวังนี้นะ”
เจ้าหญิงเทย่าบอกกับท่านโหรานิมิต
“เราคงต้องขอคำแนะนำจากท่านโหรานิมิตด้วยนะคะ”
บุญกล่าวทักทายท่านโหรานิมิต
“กระหม่อมพร้อมที่จะสนองพระบัญชาเจ้าหญิงอัจฉราพะยะค่ะ”
เขาตอบและรู้สึกชื่นชมบุคลิกการวางตัวของเธอ
บุญสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างจึงกระซิบบอกกับเจ้าหญิงเทย่า ทั้งสองคุยกันเบาๆ สองสามประโยคจนเจ้าหญิงเทย่ามีท่าทางตกใจก่อนที่จะสั่งทหารทั้งสี่นาย
“พวกเธอก้าวเข้ามาใกล้ๆ เรากว่านี้หน่อยสิ”
ทหารทั้งสี่นายก้าวออกมายืนเรียงแถว หน้าเจ้าหญิงทั้งสอง โดยท่านโหรานิมิตยืนดูด้วยท่าทางงุนงง จากนั้นเจ้าหญิงเทย่าก็มีคำสั่งอีกกับทหารคนที่สองจากทางซ้าย
“เธอก้าวเข้ามาอีกสิ”
ในขณะที่เจ้าหญิงทั้งสองถอยหลังออกมาสองสามก้าว นายทหารผู้นี้ก็ก้าวมาข้างหน้าสองก้าวจนดูเหมือนเขายืนอยู่กลางวงล้อมของเจ้าหญิงทั้งสองและทหารอีกสามนาย
“เราขอดูนาฬิกาข้อมือเธอหน่อยสิคะ”
บุญบอกกับนายทหารที่มีสิ่งที่เธอคิดว่าน่าสงสัย เขาจึงถกปลายแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น แล้วยื่นแขนให้บุญดูนาฬิกาที่เขาสวมอยู่ บุญมีสีหน้าพอใจและพยักหน้าให้เจ้าหญิงเทย่า
“เราไม่เคยเห็นเธอที่นี่เลย เธอเข้ามาทำงานนานเท่าไหร่แล้ว?”
เจ้าหญิงเทย่าถามนายทหารผู้นี้เมื่อเขาดึงแขนเสื้อกลับให้เรียบร้อยเหมือนเดิม เขาจึงตอบเธอด้วยท่าทางประหม่า
“กระหม่อมเพิ่งเข้ามาเป็นทหารได้สามวันพะยะค่ะ”
“เธอเป็นชาวอะไรรึ?”
เจ้าหญิงเทย่าถามอีก
“กระหม่อมเป็นชาวอาณาจักรซานเตียเรสพะยะค่ะ”
นายทหารตอบ เจ้าหญิงเทย่าจึงยิ้มและซักถามเขาต่อ
“แล้วเธอเคยอยู่ที่ประเทศริปโปเซีย หรือเคยรู้จักใครที่อยู่ที่นั่น หรือเคยไปที่นั่นมาบ้างรึเปล่า?”
เขามีท่าทางตกใจก่อนจะรีบตอบทันที
“ไม่เคยเลยพะยะค่ะ”
เจ้าหญิงเทย่าหันไปมองบุญ แล้วบุญจึงได้ถามนายทหารบ้าง
“รองเท้าคู่ที่เธอสวมอยู่ไม่เห็นเหมือนของคนอื่นเลย เธอได้มาจากไหนคะ?”
“จาก…ตลาดในเมืองนี้พะยะค่ะ”
นายทหารตอบอย่างลังเล
“ทหาร! คุมตัวชายคนนี้ไว้!”
เจ้าหญิงเทย่าสั่งทหารอีกสามนาย
นายทหารผู้ต้องสงสัยได้ยินดังนั้นจึงกระโจนเข้าหาบุญ แต่บุญเบี่ยงตัวหลบได้ก่อนและกันเจ้าหญิงเทย่าออกห่างจากเขา เขาตามมากระโจนใส่บุญอีก แต่บุญยังคงถอยหลบได้อีกพร้อมทั้งผลักเขาจนเสียหลัก ทหารทั้งสามนายเข้ามาตะครุบตัวเขาจนทั้งสี่ล้มลงไปด้วยกันและเกิดการชกต่อยต่อสู้กัน
“พอได้แล้วค่ะ อย่าทำร้ายเค้า”
บุญบอกทหารทั้งสามและเข้าไปห้ามเมื่อเห็นว่าชายผู้ต้องสงสัยป้องกันตัวไม่ได้ ทหารนายหนึ่งได้กระเป๋าสตางค์จากกระเป๋ากางเกงชายผู้นี้ซึ่งยังนอนหงายอยู่บนพื้นโดยมีทหารอีกสองนายคอยจับเขาไว้
บุญรับกระเป๋ามาเปิดดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกเขา
“เธอนี่ไม่ไหวเลยนะ แอบแฝงตัวเข้ามาแล้วยังจะพกบัตรนายทหารของอาณาจักรริปโปเซียไว้กับตัวอีก”
“คุมตัวเขาไปส่งตำรวจก่อน”
เจ้าหญิงเทย่าสั่งการนายทหารทั้งสาม
“อย่าเพคะน้องหญิง”
บุญไม่เห็นด้วยกับเธอ
“ทำไมล่ะเพคะ? ข้อหาเป็นสายลับโจรกรรมข้อมูลมีความผิดร้ายแรงนะเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าแปลกใจที่บุญห้ามเธอ
“แต่เราต้องการที่จะเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศริปโปเซียเพื่อลดความขัดแย้งมิใช่หรือเพคะ ถ้าหากน้องหญิงทำเช่นนั้นก็มีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งนะเพคะ”
บุญบอกเจ้าหญิงเทย่า
“แล้วพี่บุญเห็นว่าเราควรทำอย่างไรกับเขาดีล่ะเพคะ?”
เจ้าหญิงเทย่าถามความเห็นบุญ
“แล้วหากเขามาในฐานะราชทูตของประเทศริปโปเซีย เพื่อนำพระประสงค์ของเจ้าหญิงเทย่าในการร่วมกันสร้างสันติสุขในภูมิภาคนี้กลับไปทูลราชินีแคโรสล่ะเพคะ น้องหญิงเห็นด้วยกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?”
บุญเสนอความเห็น
เจ้าหญิงเทย่ายืนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงยิ้มและพยักหน้ากับบุญ แล้วหันไปบอกนายทหารสองคนที่ยังคงจับตัวชายจากประเทศริปโปเซียอยู่
“เธอสองคนพาเขาไปพักรักษาตัวที่เรือนรับรองราชทูตและคอยอยู่ดูแลเขาด้วยนะ”
เมื่อชายผู้นี้ลุกขึ้นยืน โดยมีทหารทั้งสามช่วยประคองพร้อมทั้งคอยระวังไม่ให้เขาก่อเหตุร้าย เจ้าหญิงเทย่าจึงได้พูดกับเขา
“เราต้องขออภัยท่านด้วยค่ะหากทำรุนแรงเกินไป ค่ำนี้เชิญท่านราชทูตมาร่วมรับประทานอาหารและหารือกับเราด้วยนะคะ แล้วพรุ่งนี้คนของเราจะพาท่านไปส่งที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับอย่างปลอดภัยค่ะ”
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นพะยะค่ะ”
เขากล่าวขอบคุณองค์หญิงทั้งสองก่อนที่ทหารสองนายจะพาเขาไปที่เรือนรับรองสำหรับราชทูต
“ท่านโหรานิมิตรายงานเรื่องนี้ให้ท่านนายพลอาแล็นทราบและให้ตรวจสอบประวัติของทหารและสาวใช้ทุกคนในวังให้ดีด้วยนะ”
เจ้าหญิงเทย่าสั่งการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
“พะยะค่ะ พระธิดา”
ท่านโหรานิมิตรับคำสั่ง
เจ้าหญิงเทย่าหันมาหาบุญแล้วบอกเธอ
“ค่ำวันนี้ จะมีบุคคลสำคัญหลายท่านเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงเพื่อถวายการต้อนรับเจ้าหญิงอัจฉรานะเพคะ รวมทั้งท่านราชทูตของราชินีแคโรสคนเมื่อกี๊ด้วยเพคะ”
“แล้วหม่อมฉันจะต้องทำอะไรบ้างเพคะ?”
บุญถามด้วยความสงสัย
เจ้าหญิงเทย่าหัวเราะและบอกกับบุญ
“ทำตามที่พี่บุญเห็นสมควรเพคะ เป็นเจ้าหญิงอัจฉราเทพธิดาที่แสนสวยให้ทุกคนได้รู้จักและนับถือ เดี๋ยวหม่อมฉันจะแบ่งชุดเสื้อผ้าของหม่อมฉันให้พี่บุญได้เลือกใส่ ให้ดูสมกับฐานะเจ้าหญิงนะเพคะ พี่บุญตัวเท่าหม่อมฉันก็น่าจะใส่ชุดของหม่อมฉันได้ แล้วหม่อมฉันจะจัดสาวใช้ไว้ให้ทำหน้าที่ดูแลรับใช้พี่บุญด้วยเพคะ ค่ำคืนนี้พี่จะต้องเป็นเจ้าหญิงที่สวยที่สุดที่ทำให้ทุกคนประทับใจและภูมิใจอย่างแน่นอนเพคะ”
“โธ่น้องหญิง…ใครจะสวยเกินเจ้าหญิงเทย่าได้ล่ะเพคะ”
บุญรู้สึกหนักใจกับสิ่งที่เจ้าหญิงเทย่าคาดหวังในตัวเธอ
“พี่บุญมาที่ห้องบรรทมของหม่อมฉันสิเพคะ”
เจ้าหญิงเทย่าชวนบุญไปดูเสื้อผ้าและหันไปกล่าวกับท่านโหรานิมิต
“ท่านโหรานิมิต เมื่อท่านรายงานท่านนายพลอาแล็นเสร็จแล้ว ตอนบ่ายสามโมงท่านไปพบเราที่ห้องทรงงานนะ”
“พะยะค่ะ พระธิดา”
ท่านโหรานิมิตรับคำสั่ง
จากนั้นเจ้าหญิงเทย่าจึงได้จูงมือพาบุญเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง