ค่ำคืนนั้น หลี่เหมยกลับมาที่ห้องนอนของตนเองด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป็น นางไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ภาพบทรักอันเร่าร้อนที่บิดากระทำต่อซูซินยังคงฉายชัดอยู่ในมโนสำนึกของนาง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกับความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาเป็นครั้งแรกในชีวิต นางพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน
นางนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงไผ่ที่เย็นเฉียบ ผ้าไหมบางเบาที่ปกคลุมร่างกายของนางดูจะหนักอึ้งไปกว่าปกติ ทุกครั้งที่นางหลับตา ภาพของซูซินที่บิดเร่าด้วยความสุขสมก็ปรากฏขึ้นมา เสียงครางหวานหูที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของนางยังคงก้องอยู่ในหู และสิ่งที่ทำให้นางสับสนที่สุดคือ ในจินตนาการของตัวเอง นางได้แทนที่ตัวเองเป็นซูซิน และบิดาก็ยังคงเป็นบุรุษที่มอบความสุขให้นาง
วันรุ่งขึ้น หลี่เหมยยังคงไปเรียนกับบัณฑิตเหวินเซียนตามปกติ แต่นางรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวดูเปลี่ยนไป ความสุภาพอ่อนโยนของเหวินเซียนที่เคยทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจ บัดนี้กลับดูจืดชืดและไร้ชีวิตชีวา นางพยายามรุกเร้าเขาด้วยคำถามที่ลึกซึ้งและยั่วยวน แต่เขาก็ยังคงรักษาระยะห่างและตอบคำถามของนางด้วยความสุภาพเสมอต้นเสมอปลาย สิ่งนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจ
ตกเย็น หลี่เหมยตัดสินใจไปหาใต้เท้าหลี่ที่ห้องหนังสืออีกครั้ง นางต้องการคำตอบ ต้องการความเข้าใจในสิ่งที่นางกำลังเผชิญอยู่ นางเดินเข้าไปในห้องหนังสือด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
"คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าวพร้อมกับถวายความเคารพ
ใต้เท้าหลี่เงยหน้าขึ้นจากตำราที่เขากำลังอ่านอยู่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรสาว "เหมยเอ๋อร์ เจ้ามาแล้วหรือ" เขากล่าว "มีอะไรหรือ"
หลี่เหมยเดินเข้าไปใกล้บิดา นางนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา "ท่านพ่อเจ้าคะ ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาท่านพ่อเจ้าค่ะ"
"เรื่องอะไรหรือ" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"เรื่องความรักเจ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าว "ข้ายังคงสับสนกับสิ่งที่ท่านพ่อสอนลูกเมื่อคืนนี้เจ้าค่ะ ข้าไม่เข้าใจว่าความรักที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร"
ใต้เท้าหลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ "พ่อรู้ว่าเจ้ายังเด็กนักเหมยเอ๋อร์ เรื่องความรักชายหญิงนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เจ้าจะเข้าใจได้ในเวลาอันสั้น" เขากล่าว "แต่พ่อก็ยินดีที่จะสอนเจ้า"
หลี่เหมยรู้สึกดีใจ "จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ"
"จริงสิ" ใต้เท้าหลี่กล่าว "แต่มีข้อแม้ว่า การสอนของพ่อจะเป็นเพียงการสอนภายนอกเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกินเลยขอบเขตของพ่อลูก เจ้าเข้าใจหรือไม่"
หลี่เหมยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ข้าเข้าใจเจ้าค่ะท่านพ่อ" นางไม่สนใจข้อแม้ของบิดา สิ่งที่นางต้องการคือคำตอบและความเข้าใจในสิ่งที่นางกำลังเผชิญอยู่
"ดีมาก" ใต้เท้าหลี่กล่าว "เช่นนั้น เรามาเริ่มบทเรียนกันเลยดีกว่า"
ใต้เท้าหลี่ลุกขึ้นยืน เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังหลี่เหมย มือของเขาวางลงบนไหล่ของนางอย่างแผ่วเบา หลี่เหมยรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นไปทั่วร่าง
"เหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กระซิบข้างหูของนาง "เจ้าลองหลับตาลง แล้วจินตนาการถึงสิ่งที่เจ้าปรารถนามากที่สุด"
หลี่เหมยหลับตาลงตามคำสั่งของบิดา ขนตายาวโค้งงามของนางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ นางพยายามจินตนาการถึงเหวินเซียน แต่ภาพของบิดาที่กำลังกอดจูบซูซินกลับฉายชัดขึ้นมาแทนที่ ใบหน้าขาวเนียนของนางเริ่มแดงก่ำขึ้นเล็กน้อยด้วยความอับอาย
"เจ้ากำลังคิดถึงอะไรอยู่หรือ" ใต้เท้าหลี่กระซิบถาม เสียงของเขาแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้นางไม่อาจขัดขืนได้
หลี่เหมยไม่ตอบ นางรู้สึกอับอายกับความคิดของตนเอง ลิ้นเล็กของนางเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความประหม่า
"ไม่ต้องอายหรอกเหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กล่าว "ความปรารถนาเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์"
มือของใต้เท้าหลี่เริ่มลูบไล้ไปตามแขนของหลี่เหมยอย่างช้าๆ ผ่านเนื้อผ้าไหมบางเบาที่นางสวมใส่ สัมผัสของเขาอ่อนโยน ทว่าแฝงไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่างของนาง หลี่เหมยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เส้นขนอ่อนลุกชันขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
นางพยายามนึกถึงใบหน้าของเหวินเซียน บัณฑิตหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยน แต่ภาพนั้นกลับเลือนลางลงทุกที เมื่อเทียบกับความดุดันและแข็งแกร่งของบิดาที่กำลังโอบล้อมนางอยู่ ร่างกายของนางเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยประสบมาก่อน
ใต้เท้าหลี่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอขาวเนียนของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหู ทำให้หลี่เหมยรู้สึกหวิวไหวในช่องท้องอย่างประหลาด กลิ่นกายของเขาที่ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องหอมประจำตัวบิดา ช่างเป็นกลิ่นที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน มันเป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน
นางหดคอเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจของบิดาที่รดรินอยู่บนผิวหนังอ่อนนุ่มของนาง ความรู้สึกนั้นทำให้นางสั่นสะท้านจนต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงที่จะหลุดออกมา
"เหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กระซิบเสียงพร่า "เจ้าเคยรู้หรือไม่ว่าร่างกายของสตรีนั้นช่างงดงามและละเอียดอ่อนเพียงใด" เสียงของเขาดุจดั่งมนต์สะกด ทำให้หลี่เหมยไม่อาจขยับกายได้ "ทุกส่วนของร่างกายล้วนแล้วแต่มีความลับซ่อนอยู่ รอให้บุรุษผู้ที่เข้าใจค้นพบมัน"
มือหนาของใต้เท้าหลี่เลื่อนจากแขนขึ้นมาโอบกอดเอวของนางจากด้านหลังอย่างแผ่วเบา ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังของหลี่เหมยจนนางรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน นางพยายามต่อต้านความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อสัมผัสของบิดาอย่างไม่สามารถควบคุมได้
นางรู้สึกราวกับกำลังถูกชักจูงให้ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความปรารถนาที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน เอวเล็กของนางบิดไปมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ราวกับร่างกายของนางกำลังแสวงหาสัมผัสที่มากกว่านี้
"ร่างกายของมนุษย์นั้นซับซ้อนนักเหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กล่าว "ทุกส่วนของร่างกายล้วนแล้วแต่มีความรู้สึกที่แตกต่างกัน"
มือของเขาเลื่อนลงมาที่เอวของนาง โอบกอดนางจากด้านหลังอย่างแผ่วเบา หลี่เหมยรู้สึกถึงร่างกายที่แข็งแกร่งของบิดาที่แนบชิดกับแผ่นหลังของนาง กลิ่นกายของเขาอบอวลอยู่รอบตัวนาง กลิ่นที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
ความร้อนจากร่างกายของบิดาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าไหมบางเบาเข้าสู่ผิวหนังของนาง ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังละลายไปในอ้อมกอดนั้น หลี่เหมยหายใจหอบเล็กน้อย ริมฝีปากชมพูอ่อนของนางเผยอออกเล็กน้อยเพื่อรับอากาศที่ดูจะไม่เพียงพอสำหรับปอดของนาง
"เจ้าลองสัมผัสร่างกายของเจ้าดูสิเหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้นางไม่อาจขัดขืน "เจ้าจะพบว่าร่างกายของเจ้ามีความลับมากมายที่รอให้เจ้าค้นพบ"
หลี่เหมยรู้สึกถึงความสับสนที่ทวีคูณ นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ร่างกายของนางสั่นเครือเล็กน้อยในอ้อมกอดของบิดา มือเล็กของนางกำเป็นกำปั้นแน่น เล็บอ่อนกดลงบนฝ่ามือจนเกือบจะทิ่ม นางควรจะเชื่อบิดาหรือไม่ นางควรจะปล่อยให้ความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายของนางนำทางไปหรือไม่
ใต้เท้าหลี่ก้มลงจูบซอกคอขาวเนียนของหลี่เหมยอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากอุ่นของเขาแตะผิวหนังอ่อนนุ่มของนาง ทำให้หลี่เหมยสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน นางรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นไปทั่วร่าง เริ่มจากจุดที่ริมฝีปากของบิดาสัมผัส แล้วแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"อ๋า..." เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของหลี่เหมยโดยไม่ตั้งใจ นางรีบยกมือขึ้นปิดปาก ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำขึ้นจนถึงหู นางไม่เคยรู้ว่าตัวเองสามารถส่งเสียงแบบนั้นได้
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงครางหวานของบุตรสาว "เสียงที่งดงามเหลือเกินเหมยเอ๋อร์" เขากระซิบ "นี่คือเสียงของความสุขที่แท้จริง"
มือของเขาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ไปตามแขนของนาง สัมผัสอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ หลี่เหมยรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสัมผัสของบิดากับการสัมผัสที่อ่อนแอของเหวินเซียน มือของบิดาแข็งแกร่งและมั่นใจ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยจุดประสงค์ ไม่เหมือนมือที่สั่นเครือของเหวินเซียนที่ไม่กล้าแม้แต่จะแตะนาง
"ความรักที่แท้จริงนั้นไม่ได้มีเพียงความเมตตาและความเข้าใจเท่านั้นเหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กระซิบ ลมหายใจอุ่นของเขารดรินอยู่ข้างใบหูของนาง "แต่ยังมีความเร่าร้อนและความปรารถนาที่รุนแรงซ่อนอยู่ด้วย"
มือของใต้เท้าหลี่เริ่มลูบไล้ไปตามหน้าท้องของหลี่เหมยอย่างช้าๆ ผ่านเนื้อผ้าไหมบางเบา สัมผัสของเขาทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้าน เอวเล็กของนางบิดไปมาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับร่างกายกำลังแสวงหาสัมผัสที่มากกว่านี้ หลี่เหมยรู้สึกถึงความต้องการบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นภายในร่างกาย ความต้องการที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน
"อ๋า... ท่านพ่อ..." หลี่เหมยครางเบาๆ เสียงของนางสั่นเครือด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ นางไม่รู้ว่าควรจะเรียกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในร่างกายของนางว่าอะไร มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
"บุรุษที่อ่อนแออย่างเหวินเซียนไม่มีวันมอบความสุขเช่นนี้ให้เจ้าได้" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "เขาไม่มีวันเข้าใจความปรารถนาที่แท้จริงของสตรี เขาไม่มีความกล้าหาญที่จะสำรวจร่างกายของเจ้า ไม่มีความรู้ที่จะทำให้เจ้าเสียงครางด้วยความสุข"
คำพูดของใต้เท้าหลี่แทรกซึมเข้าไปในจิตใจของหลี่เหมย นางเริ่มคล้อยตามคำพูดของบิดา นางเริ่มเชื่อว่าเหวินเซียนนั้นอ่อนแอเกินไปที่จะมอบความสุขที่แท้จริงให้นางได้ ภาพของเหวินเซียนที่ถอยหลังด้วยความประหม่าเมื่อนางเข้าใกล้ ภาพของเขาที่ไม่กล้าแม้แต่จะจับมือนาง ทำให้นางรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิด
มือของใต้เท้าหลี่เลื่อนขึ้นมาลูบไล้ไปตามแขนของนาง แล้วเลื่อนลงมาที่สะโพกอย่างช้าๆ สัมผัสของเขาทำให้หลี่เหมยหายใจหอบ ร่างกายของนางโค้งเล็กน้อยเพื่อรับสัมผัสนั้น เอวเล็กบิดไปมาอย่างไม่รู้ตัว
"เจ้าเห็นหรือไม่เหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่กระซิบ "ร่างกายของเจ้ากำลังตอบสนองต่อสัมผัสของพ่อ มันรู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่มันต้องการ แม้ว่าจิตใจของเจ้าจะยังสับสนก็ตาม"
หลี่เหมยไม่สามารถปฏิเสธได้ ร่างกายของนางกำลังตอบสนองต่อสัมผัสของบิดาอย่างที่ไม่เคยตอบสนองต่อใครมาก่อน แม้แต่เมื่อนางจินตนาการถึงเหวินเซียน นางก็ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ ไม่เคยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นไปทั่วร่าง ไม่เคยรู้สึกถึงความต้องการที่รุนแรงเช่นนี้
"อ๋า... ข้า... ข้าไม่เข้าใจ..." หลี่เหมยครางเบาๆ เสียงของนางสั่นเครือด้วยความสับสน ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำไปหมด ขนตายาวสั่นเครือเมื่อนางพยายามเปิดตาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นภายในร่างกายทำให้นางรู้สึกอ่อนแอและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ใต้เท้าหลี่กอดหลี่เหมยแน่นขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งของเขาโอบล้อมนางไว้อย่างสมบูรณ์ เขากระซิบข้างหูของนาง "เจ้าจะเรียนรู้ความรักที่แท้จริงจากพ่อเองเหมยเอ๋อร์ พ่อจะสอนให้เจ้ารู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่ความรักที่จืดชืดและไร้ชีวิตชีวาอย่างที่เหวินเซียนเสนอให้เจ้า"
หลี่เหมยรู้สึกถึงความสับสนที่ทวีคูณ ร่างกายของนางต้องการสัมผัสของบิดา แต่จิตใจของนางยังคงต่อสู้กับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี นางควรจะเชื่อบิดาหรือไม่ นางควรจะปล่อยให้ความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายของนางนำทางไปหรือไม่
"ท่านพ่อ... ข้า... ข้าไม่รู้..." หลี่เหมยกระซิบเบาๆ เสียงของนางเต็มไปด้วยความสับสนและความปรารถนาที่ปะปนกัน
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างเข้าใจ เขารู้ว่าบุตรสาวของเขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกใหม่ที่ไม่เคยประสบมาก่อน "ไม่ต้องคิดมากเหมยเอ๋อร์" เขากระซิบ "ปล่อยให้ร่างกายของเจ้านำทาง มันรู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า"
มือของเขาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ไปตามแขนของนาง แล้วเลื่อนลงมาที่เอวอีกครั้ง สัมผัสของเขาอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ หลี่เหมยรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสัมผัสของบิดากับสัมผัสที่ไม่มั่นใจของเหวินเซียน
"อ๋า... ท่านพ่อ..." หลี่เหมยครางเบาๆ เสียงของนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่เริ่มเอาชนะความสับสน ร่างกายของนางโค้งเล็กน้อยเพื่อรับสัมผัสของบิดา เอวเล็กบิดไปมาอย่างไม่รู้ตัว
ใต้เท้าหลี่รู้สึกพอใจกับการตอบสนองของบุตรสาว เขารู้ว่านางกำลังเริ่มยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก แต่ยังคงยืนอยู่ข้างหลังนาง มือของเขาวางอยู่บนไหล่ของนาง
"เจ้าเห็นหรือไม่เหมยเอ๋อร์" เขากล่าว "นี่คือความรักที่แท้จริง ความรักที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความปรารถนา ไม่ใช่ความรักที่จืดชืดและไร้ชีวิตชีวาอย่างที่เหวินเซียนเสนอให้เจ้า"
หลี่เหมยเปิดตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่สวยของนางเต็มไปด้วยความสับสนและความปรารถนาที่ปะปนกัน นางหันไปมองบิดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของเด็กสาวผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป แต่เป็นสายตาของหญิงสาวที่เริ่มตื่นรู้ในความปรารถนา
"ท่านพ่อ..." นางกระซิบเบาๆ "ข้า... ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว"
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างพอใจ "ดีมากเหมยเอ๋อร์" เขากล่าว "แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอีกมากมายที่เจ้าต้องเรียนรู้"
เขาเดินกลับไปที่เก้าอี้ของตัวเอง มองหลี่เหมยด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้ "คืนนี้พอแค่นี้ก่อนเหมยเอ๋อร์" เขากล่าว "เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด ให้เวลากับตัวเองในการย่อยสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้"
หลี่เหมยลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเครือ ร่างกายของนางยังคงรู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากสัมผัสของบิดา นางถวายความเคารพอย่างเงอะงะ "คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"
นางเดินออกจากห้องหนังสือด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน ทุกก้าวที่นางเดินทำให้นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ความรู้สึกที่บิดาปลุกเร้าขึ้นมายังคงอยู่ ทำให้นางรู้สึกอ่อนแอและต้องการมากกว่านี้
เมื่อกลับถึงห้องนอนของตัวเอง หลี่เหมยนั่งลงบนเตียงด้วยความรู้สึกที่สับสน นางมองตัวเองในกระจกทองเหลือง ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำ ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่เพิ่งถูกปลุกเร้า นางไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางไปอย่างไร
นางรู้เพียงว่า โลกของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า แท้จริงแล้วนางปรารถนาสิ่งใดกันแน่ ระหว่างความรักอันบริสุทธิ์ของเหวินเซียน หรือความเร่าร้อนอันดุดันของบิดา
และในใจลึกๆ นางรู้ว่าคำตอบกำลังเริ่มชัดเจนขึ้นทุกที