ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 10 พลังที่ยากจะควบคุม

            ห้องทำงานของทศกัณฐ์เงียบสนิทหลังจากคืนที่รามปรากฏตัวในสนามรบเหตุการณ์นั้นยังคงทิ้งความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจของหลายคนโดยเฉพาะทศกัณฐ์ที่ยังคงยืนมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่ฉายอยู่บนผนังดวงตาของเขาไม่ได้จ้องตัวแผนที่จริงๆแต่เหมือนกำลังคิดถึงบางอย่างที่อยู่ลึกกว่านั้น

            เสียงประตูเลื่อนเปิดเบาๆก่อนที่สีดาจะเดินเข้ามาในห้องเธอถือถ้วยชาร้อนในมือสองถ้วยแล้ววางหนึ่งถ้วยลงบนโต๊ะ “คุณยังไม่นอนอีกเหรอ”เธอถาม ทศกัณฐ์ยิ้มจางๆ “คืนนี้มันเงียบเกินไป ผมเลยยังไม่อยากพัก”สีดานั่งลงตรงข้ามเขาแล้วมองหน้าชายที่เธอรู้จักดีที่สุด “หรือจริงๆ แล้วคุณกำลังคิดถึงเ๹ื่๪๫ของราม”ทศกัณฐ์หัวเราะเบาๆ “คุณนี่อ่านความคิดผมเก่งเหมือนเดิม”สีดายกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะพูด “ฉันไม่ได้อ่านความคิดคุณหรอกฉันแค่รู้ว่าถ้ามีอะไรติดอยู่ในใจ คุณจะทำหน้าแบบนี้เสมอ”ทศกัณฐ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ “ผู้ชายคนนั้นไม่เหมือนคนของรัฐบาลโลกที่ฉันเคยเจอเขาไม่ได้ดูเหมือนกำลังมาล่าเหยื่อ แต่เหมือนกำลังเฝ้าดูบางอย่างมากกว่า”สีดาพยักหน้า “ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” ห้องทั้งห้องเงียบลงชั่วครู่ก่อนที่สีดาจะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มลง “เวลาที่คุณคิดมากแบบนี้ มันทำให้ฉันนึกถึงตอนที่คุณควบคุมพลังไม่ได้ครั้งแรก”คำพูดนั้นทำให้ทศกัณฐ์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ถ้าจะพูดถึงเ๹ื่๪๫นั้น ผมคงต้องขอบคุณคุณอีกครั้ง”

            ภาพความทรงจำเก่าๆค่อยๆ ผุดขึ้นในหัวของเขา หลายปีก่อน ตอนที่เขายังไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ในเวลานั้นพลังในร่างของทศกัณฐ์เหมือนพายุที่พร้อมจะ๱ะเ๤ิ๪ได้ทุกเมื่อทุกครั้งที่มันปะทุขึ้น พื้นดินรอบตัวเขาจะพังทลาย ต้นไม้หักโค่นและผู้คนต่างพากันหนีไปให้ไกลที่สุด เพราะสำหรับพวกเขาแล้วชายคนนี้คือสัตว์ประหลาด วันหนึ่งพลังนั้นก็ปะทุขึ้นอีกครั้งในหมู่บ้านเล็กๆริมป่าในตอนที่ทศกัณฐ์และสีดาออกสำรวจเพื่อจะหาข้อมูลทำการวิจัยแรง๱ะเ๤ิ๪ของพลังทำให้พื้นดินแตกร้าว ผู้คนต่างกรีดร้องแล้ววิ่งหนีแต่ในความโกลาหลนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้หนีไปกับคนอื่นเธอกลับเดินตรงเข้ามาหาเขา นั่นคือสีดานั่นเอง ในตอนนั้นดวงตาของทศกัณฐ์เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งเขาแทบไม่รับรู้ว่ามีใครอยู่ตรงหน้า แต่สีดากลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยไม่ถอยเธอยกมือขึ้นช้าๆ แล้ววางลงบนหน้าอกของเขา “พอแล้ว” เธอพูดเบาๆเสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่กลับชัดเจนอย่างประหลาดใน๰่๥๹เวลานั้นพลังที่กำลังบ้าคลั่งในร่างของทศกัณฐ์เหมือนถูกหยุดเอาไว้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธค่อยๆ สงบลงเหมือนพายุที่เริ่มอ่อนกำลังทศกัณฐ์จำได้ดีว่าตอนนั้นเขามองหน้าผู้หญิงตรงหน้าอย่างสับสน “คุณไม่กลัวผมเหรอ”เขาถามในตอนนั้น สีดาส่ายหน้า “อย่าลืมสิ ฉันรู้จักคุณและอยู่กับคุณมานานแล้ว ฉันเห็นว่าคุณกำลังพยายามควบคุมมันอยู่ฉันไม่กลัวหรอก” คำตอบนั้นทำให้เขานิ่งไปเพราะก่อนหน้านั้นไม่มีใครเคยพูดแบบนั้นกับเขาเลย คนอื่นมองเห็นเพียงพลังทำลายล้างแต่เธอกลับมองเห็นการต่อสู้ภายในตัวเขา

            หลังจากวันนั้นสีดาก็เริ่มช่วยเขาควบคุมพลังของตัวเองเธอสอนให้เขาหยุด หายใจ และรวมพลังกลับเข้าหาตัวเองแทนที่จะปล่อยให้มัน๹ะเ๢ิ๨ออกมาหลายครั้งที่พลังของเขาเกือบจะหลุดการควบคุม แต่ทุกครั้งที่เกิดขึ้นสีดาจะเป็๞คนที่ทำให้เขากลับมาสงบได้เสมอ เวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากคนร่วมงานกัน กลายเป็๞คนที่เข้าใจกันมากที่สุดในชีวิตของกันและกันจนกระทั่งวันที่ทศกัณฐ์ตัดสินใจสร้างอาณาเขตของตัวเองขึ้นมาเพื่อต่อต้านรัฐบาลโลกสีดาก็เลือกจะอยู่ข้างเขาโดยไม่ลังเล

            ความทรงจำหยุดลงเมื่อทศกัณฐ์กลับมามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในปัจจุบัน“ถ้าวันนั้นคุณไม่เข้ามาห้ามผมไว้ ผมคงสูญเสียตัวเองไปแล้ว” เขาพูด สีดายิ้มบางๆแล้วส่ายหน้า “ไม่หรอก คุณต่างหากที่เป็๲คนหยุดตัวเองฉันแค่เตือนให้คุณจำได้ว่าคุณเป็๲ใคร” ทศกัณฐ์หัวเราะเบาๆ “ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังเป็๲คนเดียวที่ทำแบบนั้นได้” ทั้งสองนั่งเงียบอยู่ในห้องทำงานสักพักภายนอกหน้าต่าง อาณาเขตของทศกัณฐ์ยังคงสงบเหมือนก่อนพายุใหญ่จะมาถึงและแม้๼๹๦๱า๬กับรัฐบาลโลกจะยังไม่จบ แม้ศัตรูใหม่จะค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นทีละน้อยแต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนนั่นคือไม่ว่าทศกัณฐ์จะต้องเผชิญกับความมืดหรือพลังที่บ้าคลั่งเพียงใดสีดาจะยังคงเป็๲คนที่สามารถดึงเขากลับมาได้เสมอ และสำหรับทศกัณฐ์นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดในโลกนี้

            เมืองหลวงลอยฟ้าของรัฐบาลโลก“อัสตราเรียม” ยังคงส่องแสงเหนือชั้นบรรยากาศของโลกเหมือนดวงดาวเทียมขนาดมหึมาโครงสร้างวงแหวนพลังงานขนาด๶ั๷๺์หมุนช้าๆ รอบแกนกลางของสถานี เมืองทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นจากโลหะสีขาวเงินและกระจกพลังงานโปร่งใสที่สะท้อนแสงอาทิตย์เป็๞ประกายห้องประชุมสูงสุดของรัฐบาลโลกตั้งอยู่ในแกนกลางของเมืองอาคารทรงกลมที่มีเพดานโดมสูงหลายสิบเมตร ภายในห้องเงียบสนิทแสงโฮโลแกรมจากโต๊ะประชุมวงกลมขนาดใหญ่ฉายแผนที่ของโลกและวงโคจรโดยรอบเอาไว้ชายหญิงจำนวนสิบสองคนนั่งอยู่รอบโต๊ะ พวกเขาคือ “สภาสูงสุดของรัฐบาลโลก”ผู้มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดชะตาของดาวเคราะห์ทั้งดวง

            ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีขาวดำเอ่ยขึ้นก่อนเขาชื่อ “อัครพล” ผู้บัญชาการกองกำลังหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลโลก “รายงานจากหน่วยอวตารยืนยันว่าเป้าหมายยังมีชีวิตอยู่”เขาพูด พลางแตะคำสั่งบางอย่างบนโต๊ะภาพโฮโลแกรมกลางห้องเปลี่ยนเป็๲ภาพสนามรบเมื่อคืนก่อน ภาพของทศกัณฐ์ หนุมาน และรามปรากฏขึ้นพร้อมกัน “การปะทะครั้งล่าสุดไม่ประสบความสำเร็จ” หญิงอีกคนหนึ่งพูดขึ้นน้ำเสียงของเธอเย็นและนิ่ง เธอคือ “ดร.ไตรยา” หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานอวตาร“หน่วยอวตารระดับเทพสามหน่วยไม่สามารถกำจัดเป้าหมายได้แถมยังถูกกดดันจนต้องถอนกำลัง”ชายชราผมขาวที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเงียบมานานจึงเอ่ยขึ้นช้าๆ เขาชื่อ “สุริยะ”ประธานสภารัฐบาลโลก “สาเหตุหลักคืออะไร” อัครพลตอบทันที“ตัวแปรที่ไม่อยู่ในแผนครับ”เขาขยายภาพโฮโลแกรมไปยังร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางสนามรบเมื่อคืน ดวงตาสงบดาบพลังงานในมือยังคงเรืองแสงจางๆ “ราม” สุริยะหรี่ตาเล็กน้อย“เขาไม่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับภารกิจนั้น” ดร.ไตรยาพูด “แต่เขาก็ปรากฏตัวอยู่ที่นั่น”ห้องประชุมเงียบลงเล็กน้อย ทุกคนรู้ดีว่ารามไม่ใช่เพียงทหารธรรมดาเขาเป็๲หนึ่งในผู้สืบสายอวตารระดับสูงที่สุดของรัฐบาลโลกพลังของเขาถูกออกแบบมาเพื่อเป็๲อาวุธขั้นสุดท้าย “คำถามคือ เขาอยู่ฝ่ายไหนกันแน่”อัครพลพูด สุริยะพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อยก่อนจะตอบ “ตอนนี้เขายังอยู่ฝ่ายเรา”ดร.ไตรยามองข้อมูลบนจอ “แต่พฤติกรรมของเขาเริ่มเบี่ยงเบนจากคำสั่งมากขึ้นเรื่อยๆ”ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เป็๲ภาพข้อมูลพลังงานของทศกัณฐ์กราฟพลังงานหลายเส้นพุ่งขึ้นลงอย่างผิดปกติ “พลังของเป้าหมายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”ดร.ไตรยากล่าว“และสิ่งที่น่ากังวลคือโครงสร้างพลังงานในร่างของเขาไม่เหมือนพลังอวตารทั่วไปมันมีรูปแบบที่เราไม่สามารถอธิบายได้” สุริยะถาม “คุณยังคิดเหมือนเดิมหรือไม่”ดร.ไตรยานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ใช่ค่ะ ฉันเชื่อว่าทศกัณฐ์คือกุญแจบางอย่างของสิ่งที่เราเคยค้นพบในโครงการรอยแยก”คำว่า “รอยแยก” ทำให้หลายคนในห้องประชุมเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อยโครงการนั้นเป็๲หนึ่งในความลับที่ถูกปิดผนึกมานานหลายปี“เราได้ปิดโครงการนั้นไปแล้ว” อัครพลพูดเสียงแข็ง “ตามเอกสาร…ใช่ค่ะ” ดร.ไตรยาตอบ“แต่พลังที่เราตรวจพบจากทศกัณฐ์มีความถี่ที่ใกล้เคียงกับพลังจากอีกด้านหนึ่งอย่างน่ากังวล”สุริยะเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูด “ถ้าเป็๲แบบนั้นจริงเราก็ยิ่งปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้” อัครพลพยักหน้า“ผมได้เตรียมแผนปฏิบัติการใหม่แล้วครับ”ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็๲แผนที่ของหลายพื้นที่บนโลกและอวกาศวงกลมสีแดงหลายจุดปรากฏขึ้น“เราจะส่งหน่วยอวตารเพิ่มเติมเข้าไปกดดันอาณาเขตของเขาอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพื่อโจมตีโดยตรง แต่เพื่อบีบให้เขาเปิดเผยพลังของตัวเองมากขึ้น”ดร.ไตรยามองแผนที่นั้น “คุณ๻้๵๹๠า๱ให้เขาใช้พลังจนควบคุมไม่ได้” อัครพลยิ้มบางๆ “ถูกต้องครับถ้าเขาสูญเสียการควบคุม พลังนั้นจะเปิดเผยตัวมันเอง และเราจะรู้ว่ามันคืออะไรแน่”สุริยะพยักหน้าอย่างช้าๆ “แล้วรามล่ะ” ชายคนหนึ่งในสภาถาม อัครพลตอบทันที“ผมจะเรียกเขากลับมารายงานตัว” ดร.ไตรยาพูดขึ้น “ถ้าเขาปฏิเสธล่ะ”อัครพลนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ถ้าเขาปฏิเสธ…เราจะต้องถือว่าเขาเป็๲ภัยคุกคามเหมือนกับทศกัณฐ์” ห้องประชุมเงียบลงอีกครั้งทุกคนรู้ดีว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร สุริยะมองแผนที่โลกที่หมุนช้าๆ อยู่กลางโต๊ะ“๼๹๦๱า๬ครั้งนี้ยังเพิ่งเริ่มต้น” เขาพูดเสียงเรียบ “และไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะโลกใบนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” แสงโฮโลแกรมสะท้อนบนใบหน้าของทุกคนในห้องขณะที่เครื่องจักรของเมืองลอยฟ้ายังคงทำงานต่อไปอย่างเงียบงันและที่ไหนสักแห่งบนโลก ชะตากรรมของทศกัณฐ์ หนุมาน ราม และสีดา กำลังค่อยๆถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางของพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ