แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายามเช้าวันใหม่อันแสนสบายดุจดั่งนาฬิกาปลุกให้เหล่าผู้คนต้องออกจากบ้านไปตามเป้าหมายดำเนินชีวิตของแต่ละคนเพื่อเติมเต็มความต้องการเสริมด้วยบทเพลงบรรเลงเสียงนกน้อยมากมายคอยขับขานส่งกำลังใจแก่พวกเขาให้มีแรงก้าวต่อไป
แถวทางเดินทอดยาวไปยังสถานที่ศึกษาในช่วงวัยเยาว์แห่งหนึ่งตลอดทั้งทางต่างเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะหยอกเย้าของเหล่านักเรียนต่างชั้นปี
ทันใดนั้นก็มีเครื่องยนต์กำลังแรงสูงเคลื่อนผ่านด้วยความเร็วทำเอาสายลมที่รถแล่นพาไปพัดพากระโปรงของเด็กสาวให้ไหวไปตามแรงลมจนทำให้เกิดเป็นภาพชวนมองแก่เด็กผู้ชายทั้งหลาย
กึก! เหล่าเด็กนักเรียนต่างหยุดยืนมองภาพรถหรูสีดำที่แล่นไปจอดตรงทางเข้า
“รถของใครกัน? ไม่เคยเห็นเลย”เด็กสาวผมเปียคนหนึ่งสะกิดถามเพื่อนของเธอด้วยความใคร่รู้
“ฉันก็มากับเธอจะรู้ได้ไงเล่ายัยบ้า...”
นักเรียนชายร่างสูงดูดีคนหนึ่งย่างก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าเรียบนิ่งโดยเขากำลังคิดอะไรอยู่ภายในหัวเต็มไปหมดแต่ทางด้านของคนที่มองกลับเห็นว่ามีรัศมีของแสงแดดสะท้อนเรือนร่างดุจดั่งภาพนิมิตรอันหลากหลาย
“นั่นพี่จินนี่!”เด็กสาวผมเปียคนเดิมชี้นิ้วไปทางจินด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับแก้มแดงน่ารัก
“ว้าว! ทำไมเขาถึงหล่อได้ขนาดนี้นะ!”เพื่อนของเธอยกมือทั้งสองข้างทาบตรงบริเวณอก
“โชคดีจังเลยนะ ได้เจอเขาแต่เช้าเลยอร๊าย!!!” เด็กสาวทั้งสองประสานเสียงแล้วกระโดดจับมือกันไปม
“...”
จินมองเหล่าเด็กผู้หญิงทั้งหลายที่มองมาทางเขาทีหนึ่งแล้วหันกลับไปอีกทางที่รู้สึกน่ากลัว พวกเธอมองด้วยสายตาแตกต่างนานากันไปแต่ไม่น่ากลัวเท่ากับอีกทางที่ส่งสายตาวิบวับยิงมาไม่ขาดสาย
“จะ---”
“อย่าเพิ่งพูด! ขอร้อง…”จินยกมือห้ามพูดเสียงดังไปยังร่างยักษ์นั่นจนคนดังกล่าวสะดุ้งตกใจแล้วหญิงในร่างชายตัวใหญ่ก็หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากัดพลางส่งสายตาน้อยใจให้เขา
“ใจร้าย!”เธอวิ่งหนีเข้าโรงเรียนไปจนพื้นสั่นสะเทือนตามจังหวะ
“หากไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับท่านหัวหน้า!”ชายหัวโล้นในชุดสีดำอันแปลกประหลาดโค้งตัวให้จินพร้อมกับพูดทะมัดทะแมง
เหล่าเด็กผู้หญิงต่างยิ่งมองจินด้วยสายตาที่หลงใหลเข้าไปอีกเมื่อคิดว่าตัวตนจินต้องยิ่งใหญ่โตแน่นอน ขนาดผู้ใหญ่ที่แต่งตัวดูดียังโค้งตัวให้
“หัวนงหัวหน้าอะไรกัน บอกกี่ครั้งแล้วเรียกผมว่า จิน ก็พอ!”
จินเริ่มหัวเสียกับการวางท่าวางทางของผู้คนในแก๊งทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไรพวกเขาเหล่านั้นก็ฟังเขาหมดไม่มีข้อโต้แย้งแต่กับอีกแค่เรื่องเรียกชื่อไม่มีใครยอมฟังเขาเลยสักคนเดียว
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ไงครับท่านหัวหน้า” เขายังคงโต้แย้งแถมย้ำคำพูดข้างหลังในชัดขึ้นไปอีก
“บอกให้เรียกก็เรียกสิ!”
“ไม่เอาครับ ท่านหัวหน้า”
“เฮ้อ... เอาที่สบายใจแล้วกันขอตัวล่ะ ฝากดูแลคุณปู่ด้วยนะ”เด็กหนุ่มถอนหายใจแล้วหันหลังเดินเข้าโรงเรียนไปทันที
“ครับท่านหัวหน้า เรียนให้สนุกนะครับ”จินหันกลับมองตามรถไปพร้อมด้วยเครื่องหมายคำถามบนหัว
“เรียนให้สนุก? อะไรของละนั่น”
“จินโว้ย! เพื่อนรัก! Myfriend!!!”
จินหันไปมองตามเสียงที่ตะโกนเรียกชื่อแล้วพบเทนตะวิ่งกระโดดไปมาและกวัดแกว่งกระเป๋านักเรียนอย่างอารมณ์ดีด้านหลังก็ตามมาด้วยมาโคโตะพ่อหนุ่มหน้ามนคนหน้ามึน
“ไง!”จินกล่าวทักทายเมื่อพวกเขามาถึงยังเบื้องหน้า
“หายหน้าหายตาไปนานเลยนะจินอย่าบอกนะว่า!” เทนตะกอดคอจินและเดินไปตามทาง เพื่อเข้าไปในโรงเรียน
เทนตะพูดก่อนที่จะผละตัวออกเอามือป้องปากทำท่าทำทางด้วยน้ำเสียงตกใจ
“หรือว่าอะไร?” จินที่เดินอยู่ก็หยุดถามขึ้นกับท่าทางเล่นใหญ่ของเพื่อนเขา
“นายทำใครท้องแล้วเพิ่งไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายมาใช่ไหม!” เทนตะพูดเป็นเรื่องเป็นราวและชี้มาทางจินด้วยใบหน้าตื่นตะลึง
“...” มาโคโตะนิ่งเงียบราวกับก้อนหินทันที
“ไปกันเถอะมาโคโตะ”จินพูดกับมาโคโตะและทิ้งเทนตะไว้ที่นั่นคนเดียว
“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าเรื่องจริงทำไมต้องเดินหนีกันด้วย!” เทนตะยังคงไม่หยุดเล่นโวยวายตามหลัง
“พาฉันไปเจอหลานด้วยนะเว้ย!”
“เมื่อคืนแกดูอะไรมาเอาสมองไปคิดเรื่องเรียนบ้างเถอะ ใกล้จะสอบอยู่แล้ว”จินส่ายหน้าเอือมระอากับเพื่อนของเขาที่คิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องเก่งแต่กับเรื่องเรียนนี่ต้องบอกแล้วบอกอีกถึงจะเข้าใจ
“ไม่เอาน่า... ไอ้เกลอแกมีปัญหาบอกพี่ได้นะน้อง เรื่องแบบนี้ต้องพูดคุยถึงจะเข้าใจ บอกมาเถอะ”เทนตะอารมณ์ดีเดินกอดคอจิน
“แกไม่หยุดใช่ไหม! อย่าหนีนะโว้ย!”จินหันไปเตะเพื่อนของเขา
แต่มีหรือเทนตะจะยอมโดยเตะเขารู้ทันจึงกระโดดหลบภาพการหยอกล้อระหว่างเทนตะกับจินเป็นเรื่องชินตาของเหล่านักเรียนและบรรดาครูบาอาจารย์ไปแล้วทำเอาพวกเขาทั้งหมดส่งเสียงหัวเราะด้วยรอยยิ้มกับท่าทางพวกนั้นรวมถึงมาโคโตะด้วยที่กำลังยืนยิ้มใกล้ๆ
“บอกให้คิดเรื่องเรียนให้ได้เท่าคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้ไงเหล่าอย่าหนีนะโว้ย!” จินไล่กวดเทนตะ โดยไม่ใช้พลังผู้กล้า
“ไม่หนีก็เจ็บดิวะ ขายังกับท่อนเหล็กไอ้บ้า!” เทนตะวิ่งหนีไปรอบๆ
“วะ เหวอๆ หลบๆ” เทนตะทำหน้าทำตาตื่นตัวเองกำลังจะพุ่งเข้าชนผู้หญิงอีกคน ที่ก้มหน้าดูหนังสือในมือโดยไม่ได้มองทาง
“เฮ้ย!”
จินพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วจนเกิดภาพติดตาทำเอามาโคโตะยืนมองตาค้าง
“ไม่เป็นไรนะ?” จินถามเด็กสาวในอ้อมแขน
“อะ อื้อ ขอบใจจ้ะ จิน”หญิงสาวที่อยู่ภายใต้วงแขนของจินพูดด้วยใบหน้าที่แดงเป็นลูกมะเขือเทศและรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง
“สองมาตรฐาน!!!”เทนตะพูดเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
“หื้ม?” จินเลิกคิ้วด้วยความสงสัยแล้วหันไปด้านหลัง
ท่าของจินตอนนี้กล่าวได้ว่าสุดแสนพิสดารและเอาเปรียบเทนตะเป็นอย่างมากขาขวาของเขาเหยียบเต็มหน้าเทนตะไม่ให้พุ่งล้มลงมาส่วนแขนซ้ายโอบเอวเด็กสาวตรงหน้าไว้ไม่ให้ตกลงพื้น
“นี่เพื่อนแกนะโว้ย ไอ้บ้าจิน!”เทนตะตั้งหลักมายืนได้เสร็จก็โว้ยวายด้วยใบหน้ามีรอยเท้าสีแดงประทับอยู่
“ขอโทษ พอดีตั้งใจ”จินยิ้มสะใจให้เพื่อนเขา
“ตั้งใจแล้วขอโทษทำไมวะ!กระทืบมันเลยมาโคโตะ”เด็กหนุ่มหัวเหลืองชี้นิ้วชี้เป้าหมายให้มาโคโตะที่เอาแต่ยืนตะลึง
“อะ เอ่อ... คือว่าปล่อยได้แล้วมั้งจิน” น้ำเสียงเอียงอายดังทักพลางสะกิดจินบางเบา
“ขอโทษที ไม่เป็นอะไรแน่นะ โคโกะ”จินคลายมือแล้วปล่อยโคโกะกลับไปยืน
“มะ ไม่เป็น- ขอบคุณอีกครั้งนะ ขะขอตัวก่อน” โคโกะก้มใบหน้าที่แดงลงต่ำแล้วเดินจากไปรวดเร็ว
“ทีกับสาวนี่ แหม... กับเพื่อนนี่ชิ!” เทนตะทำหน้าทำปากล้อเลียนจิน
“งอแงเป็นเด็กไปได้ ไปเรียนกันเถอะ”จินดึงอารมณ์กลับ หันไปพูดกับเพื่อนของเขาทั้งสองด้วยใบหน้าจริงจัง
“ครับๆ”เทนตะเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปัดฝุ่นใบหน้า ส่วนมาโคโตะก็เดินตามมาทีหลังอย่างเงียบๆโดยมองแผ่นหลังจินด้วยความคิดหลากหลายชวนอธิบายยาก
ทั้งสามเดินพูดคุยพลางหยอกล้อกันไปตลอดทางท่ามกลางแสงแดดยามเช้าและการดำเนินชีวิตที่แสนสดใสในวัยเยาว์
“อรุณสวัสดิ์เรย์กะ”จินนั่งลงกับโต๊ะและพูดทักเรย์กะที่นั่งข้าง ๆ เขา
ตั้งแต่มาเรียนโรงเรียนแห่งนี้เวลาผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วอีกไม่นานก็จะสอบปลายภาค เตรียมตัวก้าวเข้าสู่ชีวิตเด็กมหาวิทยาลัยเขายังรู้สึกใจหายกับวันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“อรุณสวัสดิ์”เรย์กะพยักหน้าให้จินแล้วถามด้วยสีหน้าของเธอ
“สบายดีพอดีมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย คุณลุงละเป็นยังไงบ้างช่วงนี้”จินรู้ถึงความห่วงใยในประโยคสั้นๆ ของเรย์กะ
“ยุ่งมาก”
“นั่นสินะไม่กี่วันก็เกิดเรื่องราวมากมาย ไว้ว่างๆ จะไปเยี่ยมนะ”จินคิดแล้วนึกเครียดกับเรื่องราวมากมายที่เพิ่งพานพบมาและหันไปยิ้มโชว์ฟันอารมณ์ดีให้เรย์กะ
“อื้อ!”เรย์กะหน้าแดงขึ้นทันทีกับรอยยิ้มชวนหลงใหลของคนตรงหน้าเธอลอบเอามือตัวเองจับบริเวณหัวใจที่กำลังเต้นแรงอยู่ภายใน
“จิน!เย็นวันนี้พวกฉันจะขอไปติวที่ร้านนายนะ” เทนตะหันหลังมาบอกจินด้วยหนังสือดาราสาวในมือ ที่มาโคโตะ ก้มๆ มองๆ มันตามการเคลื่อนไหวของเทนตะ
“ไม่ให้มา” จินตอบโดยไม่หันไปมองสายตาของเขามองไปข้างนอกหน้าต่างราวกับกำลังจับจ้องอะไรบางอย่างอยู่
“ไม่เอาน่าเพื่อน ทำไมใจร้ายแบบนี้”เทนตะทำหน้าตางอแง ส่วนมาโคโตะยังพยายามส่งสายตามองหนังสือในมือเทนตะ
“อย่า! เออมาก็มาสิ”ขนแขนจินร้องเตือนภัยเมื่อรู้สึกว่าเทนตะกำลังจะใช้ไม้เดิม
“เดี๋ยว!ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเว้ย!” เทนตะอารมณ์เสียเมื่อจินพูดเหมือนรู้ว่าเขาจะทำอะไร
“นายไปเอาท่าทางชวนขนลุกแบบนั้นมาจากไหน”จินถามด้วยความสงสัย หรือว่าเทนตะมันเป็นพวกคลั่งอะไรทำนองนั้น
“เลียนแบบน้องสาวมา”เทนตะยิ้มโชว์ฟันขาวพร้อมกับยกสองนิ้วให้จิน
“มันใช่เรื่องน่าภูมิใจตรงไหนไม่ยักรู้นายมีน้องสาวกับเขาด้วย” ใบหน้าของจินแสนหน่ายเหนื่อย
“ฉันยังไม่ได้บอกเหรอ?” เทนตะเกาหัวตัวเองพลางคิดไปด้วย
“อื้อ”จินพยักหน้าแบบไม่ค่อยสนใจให้เทนตะ
หมับ! เทนตะหันไปมองมือที่จับกุมข้อแขน
“ทำอะไร? มาโคโตะ”เทนตะทำหน้าทำตาตื่นทันที เมื่อจู่ๆ มาโคโตะจับมือและส่งสายตาดุดันให้
แล้วก็ถอนหายใจโล่งอกไปเพราะมาโคโตะดึงหนังสือในมือไปกางดูที่โต๊ะคนเดียวจินและเทนตะมองการกระทำของมาโคโตะ ด้วยความนิ่งค้างอย่างชวนมึน
“...” มาโคโตะดูคนเดียยวเงียบๆอย่างมืดมน ปล่อยให้สองหน่อกะพริบตามองกันตาปริบๆ
“อย่ายิ้ม ขอร้อง... อย่ายิ้มเพื่อน!อย่ายิ้มแบบนั้น หลอนโว้ยไอ้มาโคโตะ!”เทนตะเริ่มเบิกตากว้างกับรอยยิ้มชวนขนลุกของมาโคโตะ
มาโคโตะพลิกหนังสือไปทีละหน้าด้วยรอยยิ้มที่ฉีกแค่มุมปากแล้วเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ออร่าชวนสยองก็แผ่ออกมาชวนขนหัวลุก
เทนตะรีบเข้าไปขโมยของที่มาโคโตะแย่งไปแต่ก็โดนมือซ้ายของมาโคโตะผลักหน้าไม่ให้เข้ามาสงครามการแย่งชิงหนังสือนิตยสารประจำสัปดาห์ของเหล่าเด็กสาววัยใสก็เกิดขึ้น
จินมองทั้งสองด้วยรอยยิ้มก่อนหันไปมองมากิยืนอยู่บนตึกจุดเดิมของเมสันที่เคยมาดูลาดเลาของเขาคราวก่อน
มีอะไรงั้นเหรอมากิชายหนุ่มกล่าวทักเธอด้วยข้อความเสียงผ่านสื่อพลังเวท
ดูเหมือนจะมีแก๊งจำนวนไม่น้อยคอยตามสืบประวัติและชีวิตประจำวันของนายท่านอยู่นะคะมากิที่ได้สแตนช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้พลังมาบ้างแล้วตอบกลับมา
จินเห็นว่าเธอหันกลับมามองเขาเป็นครั้งแรกหลังจากก้มๆเงยๆ อยู่พักใหญ่
อย่างงั้นเหรอหากไม่ร้ายแรงก็ปล่อยผ่านไป แต่หากมันเกินขอบเขตก็อย่าให้เหลือหลักฐานล่ะชายหนุ่มโบกมือทักทายพร้อมด้วยรอยยิ้มแสนน่ากลัว
ค่ะ นายท่านมากิเลียริมฝีปากทันทีแล้วเคลื่อนตัวหายไปจากจุดนั้น