ครั้นเมื่อสองแม่ลูกย่างเท้าเข้ามาภายในถ้ำ พวกมันพบว่าสถานที่แห่งเงียบสงัดจนน่าขนลุก แต่โชคยังดีที่เพดานถ้ำนั้นเป็รูกว้างจึงทำให้แสงจันทร์สาดส่องลงมาได้ ทั้งจ้าวเยียน และหลิวซินจึงพอจะมองเห็นทางได้เล็กน้อย
“ท่านแม่เดินระวัง ๆ นะขอรับ มีแสงจันทร์ก็จริงแต่บนพื้นจะมีสิ่งใดบ้างก็ไม่รู้” จ้าวเยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำแ่เบา ซึ่งหลิวซินก็พยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินลึกเข้าไปอีกเล็กน้อย และเตรียมจะหยุดพัก ทว่า...ในเวลานั้นเอง หูของจ้าวเยียนก็พลันได้ยินเสียงบางอย่างเข้า มันเป็เสียงครางต่ำ ๆ ในลำคอของตัวอะไรสักอย่าง กรรร...รรรร....!!!
“ท่านแม่หลบด้านหลังข้าเร็วเข้า!!” จ้าวเยียนร้องสั่งมารดาเสียงแข็ง ซึ่งเวลานั้นหลิวซินตื่นใมาก แต่ก็พลันทำตามบุตรชายโดยไว
กรรร..รรรร... เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมแววตาสีแดงฉานในเงามืด จากนั้นไม่นานร่างใหญ่พร้อมเขี้ยวขาวน่าสะพรึงก็ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งมันก็คือ หมีดำ ตัวโตเ้าของถ้ำแห่งนี้นี่เอง
“มีเ้าของถ้ำจริง ๆ ด้วยสินะ คิดไว้แล้วเชียว ตอนแรกคิดว่าหมาป่า แต่ไม่คาดเลยว่าจะเป็หมี”
“เ้าสู้มันไหวไหมเยียนเยียน”
“ลูกไม่แน่ใจท่านแม่ คงก็ต้องลองสู้ดู แต่ถ้าไม่ชนะ ข้าขอให้ท่านรีบหนีออกจากถ้ำไปซะ”
“ไม่เด็ดขาด! หากเ้าตายแม่จะขอตายตามเ้าไปด้วย” หลิวเซินกล่าวเสียงแข็ง พร้อมแววตามุ่งมั่น จ้าวเยียนที่เห็นเช่นนั้นก็ทราบดีว่ามารดาไม่คิดหนีแน่
“ประเสริฐ งั้นถ้าพวกเราต้องตายในวันนี้พร้อมกัน งั้นชาติหน้าข้าขอเกิดมาเป็....” จ้าวเยียนนิ่งงันเงียบเสียงไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะพลันหันมาเผชิญหน้ากับศัตรูร่างั์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กรรรร....รรรรรร!!!!! เ้าหมีดำคำรามลั่นถ้ำ ก่อนจะพลันพุ่งตรงเข้าใส่จ้าวเยียนอย่างดุร้าย มันตะปบกรงเล็บฟาดลงกับพื้นถ้ำ เสียงดังก้องสะท้านเหมือนฟ้าผ่า จ้าวเยียนยืนตรงกลางปากถ้ำ ลมหายใจถี่หนัก มือทั้งสองยกขึ้นตั้งรับ พลังลมปราณพื้นฐานไหลวนทั่วร่าง ทำให้เขายังพอมีแรงหลบและตั้งรับ
โฮกกกกกกกก....กกก!!! หมีดำคำรามพร้อมฟาดกรงเล็บลงมา จ้าวเยียนเบี่ยงตัวหลบไม่พ้น ถูกเฉียดไหล่จนเืซึม ใบหน้าปรากฏรอยเ็ป แต่เขากัดฟัน พุ่งเข้าประชิดตัว สลับหมัดและข้อศอกฟาดเข้าลำตัวร่างั์ หมีดำสวนกลับ กรงเล็บฟาดใส่แขนและขา จ้าวเยียนถอยไม่ทัน ถูกฟาดจนร่างกระแทกผนังถ้ำ ลมหายใจสะดุด ความเ็ปร้าวไปทั่วร่าง แต่ใจเขายังคงมั่นคง มือเท้าเคลื่อนไหวรวดเร็ว แม้แรงจะน้อยแต่ทุกจังหวะเต็มไปด้วย สติและจังหวะลมปราณพื้นฐาน
จ้าวเยียนถีบตัวพุ่งหลบหมัด ฟาดเท้าเข้าเข่าและหน้าอกของหมีดำ สลับหมัดต่อเนื่อง กรงเล็บของหมีเฉียดตัวและฟาดโดนแขนเขาอีกครั้ง เืซึมเต็มมือและหน้า แต่เขาไม่หยุด สายตาเฉียบคมจ้องร่างั์ ร่างสั่นด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่จิตใจยังคงนิ่งสงบ
หมีดำพยายามพุ่งเข้าชนอีกครั้ง จ้าวเยียนโค้งตัวหลบ ปล่อยหมัดเข้าจุดอ่อนราวกับลมพัดผ่านก้อนหิน เสียงหมัดกระทบตัวสัตว์ร้ายดังก้องถ้ำ หมีถอยออกไปชั่วขณะ แต่แรงฟาดที่เหลือของมันยังทำให้เ็ปร้าวไปทั้งตัว และด้วยความรู้สึกเ็ป เหน็ดเหนื่อย จ้าวเยียนจึงใช้ วรยุทธ์พื้นฐานสุดท้าย รวมแรงจากลมปราณหมุนเวียนทั่วร่าง พุ่งเข้าประชิด ฟาดหมัดตรงกลางอกหมีเต็มแรง ลมปราณไหลตามหมัดไป ทำให้ร่างั์ถอยออกไปพร้อมคำรามสุดท้าย ก่อนเ้าหมีดำจะวิ่งหนีออกจากปากถ้ำ และในยามนั้นเพียงเสี้ยววินาที คล้ายจะมีเสียงดังเอะอะจากภายนอก ซึ่งก็ไม่ใช่เสียงผู้ใดที่ไหน หากแต่เป็พวกคนรับใช้ของเผิงหลงที่กำลังไล่ตามสองแม่ลูกมานั้นเอง
“เฮ้ย!! หมีดำหนีเร็ว!!” “อ้ากกกกกกก....กกกกกก!!” ยามนั้นเ้าหมีดำกำลังาเ็อยู่พอดี พอหนีออกไปเจุ์อีกกลุ่มมันก็เลยอาละวาดใส่อย่างบ้าคลั่ง จนสุดท้ายพวกคนรับใช้ของเผิงหลงพากันแตกกระจาย วิ่งหนีเอาตัวรอดกันไปคนล่ะทิศคนล่ะทาง
ส่วนจ้าวเยียนยามนี้ทรุดกายลง มือ แขน หน้า และขาทั้งหมดเต็มไปด้วยเืและรอยฟกช้ำ ลมหายใจรัวแรง ร่างสั่นสะท้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย ฝุ่นและเืปนกันเต็มพื้นถ้ำ
“เยียนเยียน!! ทำใจดี ๆ ไว้” นั้นเป็เสียงสุดท้ายที่ จ้าวเยียนได้ยินก่อนที่มันจะหมดสติไป
...
หนึ่งวันผ่านไป ร่างจ้าวเยียนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลอดผ่านปากถ้ำเข้ามา เสียงลมพัดและเสียงนกร้องอ่อนโยน ทำให้มันเริ่มกลับมามีสติ แต่ร่างกายยังคงอ่อนแรงจากาแและความเหน็ดเหนื่อย
ทันใดนั้น เขาััได้ถึงความอุ่นที่หน้าอกและแขน เมื่อค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นก็พบ หลิวซินมารดาคนงาม นั่งอยู่ใกล้ ๆ ใบหน้าของนางสงบ อ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง มือหนึ่งประคองร่างจ้าวเยียนไว้อย่างมั่นคง มืออีกข้างลูบแขน และไหล่เบา ๆ
“เยียนเยียนเ้าตื่นแล้วหรือ?” เสียงของหลิวซินนุ่มราวสายน้ำ แม้เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง แต่ก็อบอุ่นยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่านถ้ำ จ้าวเยียนกะพริบตา ลมหายใจรัวแรง ความเ็ปยังคงอยู่ แต่ความปลอดภัย และอบอุ่นในอ้อมกอดมารดา ทำให้หัวใจสงบลง
“ข้ายังไม่ตายใช่หรือไม่?” จ้าวเยียนพูดเสียงแ่ มือพยายามแตะมือหลิวซิน
นางระบายยิ้มบาง ๆ ประคองมือบุตรชายแน่นขึ้น
“ใช่…เ้ายังไม่ตาย แต่ก็สลบไปหนึ่งวัน แม่เป็ห่วงยิ่งนัก”
“ข้าโชคดีนักที่ไม่ตายแถมยังมีท่านแม่คนงามคอยดูแลอยู่ตลอด” จ้าวเยียนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มทะเล้น
“เดี๋ยวเถอะเ้าเด็กคนนี้ พอฟื้นตัวได้นิดหน่อยก็เอาเชียวนะ” หลิวซินกึ่งยิ้มกึ่งดุบุตรชาย ยามนี้นางช่างดูน่ารักเสียเหลือเกิน
“พอๆ หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว นอนต่อเถอะเดี๋ยวแม่จะ....อึก!!!” หลิวซินรีบตัดบทสนทนาอันไม่สมควร และนางกำลังจะลุกออกไปนอกถ้ำเพื่อหาของกินทว่า...
ยังไม่ทันจะพูดจบ หรือได้ลุกไปไหน ริมฝีปากบางงามก็ถูกริมฝีปากของจ้าวเยียนพุ่งเข้ามาประกบเสียก่อน หลิวซินตื่นใเป็อย่างมาก ยามนั้นในหัวนางสับสนไปหมด นางไม่รู้ว่าตนเองควรจะออกแรงผลักจ้าวเยียนออกไปแรง ๆ ดีหรือไม่?
หากทำจ้าวเยียนคงจะเจ็บไม่น้อย หรือควรจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปแบบนี้ดี...
หลิวซินตกอยู่ในห้วงความคิดนั้นไม่นาน ร่างกายของนางก็เริ่มโอนอ่อนตามแรงจูบของบุตรชาย ลิ้นในปากนางเกี่ยวกวัดกับลิ้นของจ้าวเยียนอย่างดูดดื่ม กายของหลิวซินร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ใจหนึ่งทราบว่าไม่สมควรทำ ควรหยุด แต่อีกใจกลับหวลคิดถึงรสจูบของ จ้าวหยุน อดีตสามีผู้ล่วงลับ...
จ้าวเยียนปดบากจูบกับมารดาคนงามของมันสักพัก ก่อนจะถอนหน้าออก และพลันพุ่งใบหน้าไปซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนแทน
“อ๊าาาา..าาาา ยะ....เยียนเยียน...ยะ...หยุดเถอะ...นี่แม่นะ จะ....เ้า...เ้าจะ....อืมมส์....”
หลิวซินพยายามส่งเสียงห้ามบุตรชาย ทว่า...เสียงในลำคอนางยามนี้กระท่อนกระแท่นยิ่งนัก แถมยิ่งจ้าวเยียนล่วงเกินหนักขึ้น เสียงของหลิวซินก็ยิ่งแ่เบาลงตาม ไม่นานเสียงห้ามก็กลายเป็เสียงครวญครางด้วยความเสียวซ่าน เสื้อของนางค่อย ๆ ถูกบุตรชายถอดออกอย่างง่ายดาย ทั้งเสื้อนอก เสื้อใน หรือแม้กระทั่งตู่โต้วสีแดงที่ปกปิดปทุมถันเต้างามทั้งสองเต้า จ้าวเยียนจ้องเนินเขาสองลูกตรงหน้าด้วยแววตาเป็ประกาย ก่อนที่มันจะใช้มือดึงตู่โต้วผืนน้อยออก เมื่อนั้นเองปทุมถันขาวอวบอัดจึงปรากฏต่อหน้ามัน
“งาม...งามยิ่งนัก ท่านแม่...ขอข้านะ ข้าหิวเหลือเกิน” สิ้นเสียงเอ่ยขอ จ้าวเยียนก็พลันพุ่งทั้งหน้า ทั้งมือเข้าใส่ปทุมถันสองเต้าตรงหน้าของมันอย่างหื่นกระหาย หลิวซินใมาก ทว่า....นางกลับไม่ได้ส่งเสียงร้อง หรือขัดขืนแต่อย่างใด
“ใจเย็นก่อนเยียนเยียน แม่...แม่...ซี้ดดด..ดดด อูยยยย...ยยย อูยยยย...ยยย อืมมมมส์”
สองเต้างามของหลิวซินถูกมือหยาบหนาของจ้าวเยียนบีบเคล้นจนเนื้อนมปลิ้นตามง่ามนิ้ว ยอดถันถูกปากดูด ถูกลิ้นตวัดเลียไปมา จ้าวเยียนเกิดกำหนัดถึงขีดสุดแล้ว ไม่ต้องบอกเลยว่าแก่นกายในเป้ากางเกงของมันยามนี้จะพองตัวแข็งสักแค่ไหน...
จบบท