สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 5 วันใหม่ที่ไม่คุ้นเคย


    ณ เวลาเที่ยงวันของวันที่สาม เหลือเวลาเพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่ 《สกายโร้ด》จะเปิดเซิร์ฟเวอร์อย่างเป็นทางการ

    ทุกคนต่างมารวมตัวกันอยู่รอบๆหน้าโน้ตบุ๊คของผม ซึ่งกำลังจะลงทะเบียนสตูดิโอของทีมด้วยตัวเอง การเปิดบัญชีทีมเกมมีอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือสตูดิโอ จำนวนสมาชิกอยู่ระหว่าง 4-10 คน รูปแบบของเกมจะอยู่ในฐานะทีมผู้เล่นให้การส่งเสริม และสมาชิกในทีมของสตูดิโอก็จะได้รับโบนัสค่าประสบการณ์ 3% ส่วนอีกแบบคือ แบบทีม จำนวนสมาชิกอยู่ระหว่าง 10-50 คน จะได้รับโบนัสค่าประสบการณ์ 2% แม้ว่าแบบนี้จะได้รับโบนัสค่าประสบการณ์น้อยกว่า แต่ก็ง่ายต่อการควบคุมดูแล โดยในช่วงต้นเกมที่ไม่มีป้ายคำสั่งกิลด์ทีมเกมขนาดใหญ่บางส่วนก็จะเล่นในรูปแบบทีมนี้แหล่ะ

    ครั้นเข้าสู่อินเทอร์เฟซการลงทะเบียนสตูดิโอ หลังจากทำการป้อนข้อมูลบัตรประชาชนของสมาชิกทั้งสี่เรียบร้อยแล้วนั้น ระบบก็ได้แจ้งเตือนเพื่อให้ตั้งชื่อสตูดิโอ

    “จะตั้งชื่อสตูดิโอว่าอะไรดีน่ะพี่?” หลินเฉอครุ่นคิด

    “เจาไฉจิ้นเป่าดีไหม มีความหมายเป็นมงคล ทั้งด้านความมั่งคั่งและความโชคดี” หวังจินไห่เสนอความเห็น

    ผมส่ายหัวไม่เห็นด้วย “ไม่เหมาะมั้ง ในอนาคตหากบริษัทเติบโต ชื่อนี้คงจะทำให้ไม่มีหน้าไปเจอใครได้แน่ๆ มันมีชื่อไหนที่จะดูมีรสนิยมและคู่ควรกับอันดับอารีน่าโดยเฉลี่ยของพวกเราบ้าง?”

    “นั่นน่ะสิ”

    หลินเฉอพูดด้วยรอยยิ้ม “สตูดิโอของเราไม่ได้ใหญ่ มีสมาชิกอยู่สี่คน แต่มีราชาผู้แข็งแกร่งที่สุดหนึ่งคน และสองปรมาจารย์ผู้กล้าหาญ กับอีกหนึ่งโล่ไม้แข็งแกร่ง เมื่อมองไปที่ผู้เล่นในประเทศ จะมีสตูดิโอกี่ที่กันที่มีแต่ผู้เล่นระดับตำนานแบบนี้?”

    จางเหว่ยกระแอมไอ “น้องสาวแกสิ เสี่ยวเฉอ นี่ถึงกับเทียบกับฉันเป็นโล่ไม้ระดับต่ำสุดเลยหรือ?”

    “ใช่แล้ว” หลินเฉอตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

    หวังจินไห่กล่าว “กลับเข้าประเด็นเถอะ สรุปจะตั้งชื่อว่าอะไรดี?”

    ผมคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนเสนอว่า “ทีมเทียนเสวี่ยน เป็นไง? หมายถึงสตูดิโอของผู้ที่ถูกเลือกโดยสวรรค์ แม้จะอีกกี่สิบปีข้างหน้ามันก็ยังฟังดูดีนะ และสามารถใช้เป็นซิกเนเจอร์ของพวกเราได้ด้วย”

    “ผมเห็นด้วย” หลินเฉอพยักหน้า

    จางเหว่ยยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ฉันเองก็เห็นด้วย”

    “งั้นชื่อนี้ผ่าน”

    หลังจากป้อนคำสามคำ “ทีมเทียนเสวี่ยน” ลงไป ช่องระบุตำแหน่งหัวหน้าของสตูดิโอก็ปรากฏขึ้นทันที โดยขอให้ป้อนไอดีเกม ผมป้อนคำสี่คำ “จินซีเหอซี” ลงไปอย่างไม่ต้องคิด

    “เดี๋ยวเดี๋ยว……”

    หวังจินไห่ประหลาดใจ “พวกเราจะไม่มีการเลือกหัวหน้ากันหน่อยเหรอ?”

    หลินเฉอหัวเราะ “ใครแข็งแกร่งที่สุดควรรับหน้าที่นี้ไป ดังนั้นพี่เฉินควรจะได้เป็นหัวหน้า อีกอย่าง…แม้แต่ลู่เฉินก็ยังพูดเลยนะว่า ในห้าแกนหลักผู้ยิ่งใหญ่ ศักยภาพโดยรวมของติงมู่เฉินนั้นแข็งแกร่งที่สุด นายคิดว่าตัวเองเหมาะสมกว่าพี่เฉินไหมล่ะ?”

    “งั้นก็ได้……”
    แม้ว่าหวังจินไห่จะติดอันดับหนึ่งในห้าสิบของประเทศ เมื่อมองไปที่ซูโจวทั้งหมด และแม้แต่เขตชิวหลี อันที่จริงด้วยความสามารถของเขาสามารถกวาดพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน โดยปกติเขาหลงคิดว่าตนเองนั้นเหนือกว่าใคร พอจู่ๆก็กลายเป็นหมายเลขสองหรือเลขสามในสตูดิโอ คงจะปรับตัวยากนิดหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้ หลินเฉออยู่ในอันดับที่สูงกว่าเขา ส่วนผมยิ่งเหนือกว่ามาก เรื่องนี้เขาคงต้องยอมรับเท่านั้น

    ……

    “ติ๊ง!”

    โน้ตบุ๊คดังขึ้นเบา ๆ บ่งบอกว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมกับที่โทรศัพท์มือถือของพวกเราทั้งสี่ก็ได้รับข้อความยืนยันเช่นกันว่า สตูดิโอทีมเทียนเสวี่ยนได้เข้าร่วมเกม《สกายโร้ด 》เป็นที่เรียบร้อย ในตอนนี้ทุกอย่างได้ตระเตรียมไว้พร้อมแล้ว รอแค่ให้ถึงเวลาเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการเท่านั้น!

    ในช่วงระหว่างที่รอ พวกเราทั้งสี่คนยังคงอยู่ในห้องโถงสตูดิโอ แต่ละคนต่างเล่นอินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลเกมกัน

    ผมนั่งอยู่ข้างหน้าต่างพร้อมกับโน้ตบุ๊ค ค่อยๆอ่านข่าวบนเว็บบอร์ดทางการไปเรื่อยๆ ทว่าจู่ๆนั้นก็เห็นโพสต์สีแดงสองสามโพสต์ที่อยู่ด้านบน และเป็นที่นิยมอย่างมาก——

    【Hot!】จู๋หยิ่งล่วน ได้นำเสินจืออีและเล่ยเฟิงหยิ่ง สามบัลลังก์ราชาแห่งจู๋หลงเคลื่อนทัพสู่สกายโร้ดแล้ว! — ผู้โพสต์: บรรณาธิการหมายเลข 1

    【Hot!】ฉวนซัวจงเตอหยงเจ่อ เข้าร่วมกับกุ๋ยกู่จือ เป่ยหมิงเสวี่ย และเหล่ายอดฝีมือแห่งกู่เจี้ยนเคลื่อนทัพสู่สกายโร้ดแล้ว! ——ผู้โพสต์: บรรณาธิการหมายเลข 1

    【Hot!】หลินถู นำกำลังหลักของหยินหูเคลื่อนทัพเข้าสู่สกายโร้ดแล้ว! ——ผู้โพสต์: บรรณาธิการหมายเลข 1

    บนเว็บบอร์ดยังมีข่าวอีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวกับการย้ายตำแหน่งของทีมที่มีชื่อเสียง ตอนนี้พูดได้เลยว่า ความนิยมของสกายโร้ดนั้นเป็นประวัติการณ์ของวงการเกมเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่กิลด์เก่า ๆ จำนวนมากที่กลับมา ทว่ายังมีกิลด์ใหม่ๆผุดขึ้นมาเหมือนหน่อไม้หลังฝนตกอีกด้วย ในเวลาเพียงไม่กี่วันทีมที่ลงทะเบียนก็มีมากถึงหลายสิบล้านทีม ผู้เล่นทุกคนล้วนถูไม้ถูมือเตรียมพร้อม ตั้งตารอการเดินทางครั้งใหม่ครั้งนี้!

    โพสต์สีแดงเหล่านี้สร้างโดยหนึ่งในผู้ดูแลเว็บบอร์ด จากบุคคลที่เรียกว่า "บรรณาธิการหมายเลข 1" ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือยังไง แต่อาจจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงพอตัว ไม่อย่างนั้นก็ไม่น่าจะมีความนิยมมากขนาดนี้

    บริษัทเยว่เหิงครั้งนี้มาแปลก เวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ《สกายโร้ด》คือ 00.00 น. ซึ่งคือเที่ยงคืนพอดี ดูเหมือนว่าจะต้องการจุดชนวนความบ้าคลั่งของทุกคนต่อเกมในคืนที่พิเศษนี้ เพื่อให้ทุกคนได้ระเบิดความมันส์อย่างเต็มที่เมื่อถึงช่วงเวลานั้น

    ตามแผนการวันนี้ ทุกคนต้องกินข้าวให้เสร็จตอนห้าโมงเย็น หลังจากนั้นให้ตั้งนาฬิกาปลุก แยกย้ายกันกลับห้องพักผ่อน ห้าทุ่มครึ่งทุกคนต้องมาออนไลน์ตรงเวลาและรอเกมเริ่มพร้อมกัน

    หลังจากกลับเข้าห้อง เมื่อหัวถึงหมอนผมก็หลับอย่างง่ายดาย ทันทีที่นาฬิกาปลุกดังขึ้น ผมลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งรีบสวมเสื้อดีๆ และคว้าหมวกเกมเดินออกไป เมื่อมาถึงห้องโถงปรากฎว่าทุกคนมานั่งรออยู่แล้ว ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

    “ออนไลน์กันเถอะ”

    ผมกำชับว่า “หลังจากออนไลน์อย่าเพิ่งรีบออกจากเมืองนะ จำไอดีของกันละกันไว้ด้วย หลังจากเพิ่มเพื่อนให้ฟังคำสั่งฉัน พวกเราไม่ต้องรีบไปเก็บเลเวล ให้สำรวจรอบๆก่อน”

    “รับทราบ!”

    ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน

    ครั้นเข้าสู่เกม ภูติสาวใช้ก็กระโดดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มดีใจ “นายท่าน มาแล้วหรือเจ้าคะ!”

    “อื้ม!”

    ผมเงยขึ้นมองเวลาที่กำลังนับถอยหลัง ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 30 นาทีเท่านั้น จึงรอต่อไปอย่างเงียบ ๆ ในขณะเดียวกันก็ควบคุมตัวละครให้เดินไปมาในวิหาร ผมสามารถสัมผัสได้ถึงนวัตกรรมใหม่ของสกายโร้ดที่ต่างไปจากเกมอื่น ไม่ว่าจะสั่งให้ตัวละครกระโดด เดิน นั่ง หรือนอน ก็สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของผู้เล่นจะเข้ากับตัวละครในเกมได้ดี อีกทั้งทุกอย่างในเกมก็ถูกควบคุมโดยใช้คลื่นสมองได้อย่างสมบูรณ์

    เวลาเคลื่อนผ่านไปทีละน้อย คำสัญญาในใจของผมก็ชัดเจนขึ้น ผมจะนำทุกคนสร้างรายได้ในเกม ผมจะไม่ทำให้เหล่าพี่น้องต้องผิดหวังแน่นอน

    ในที่สุดเมื่อการนับถอยหลังมาถึงสิบวินาที โลกทั้งใบราวกับกำลังค่อยๆเปิดออก

    ข้างหูของผมได้ยินเสียงผู้หญิงของระบบแว่วดังมา “ตั้งแต่การล่มสลายของทวีปเยว่เหิง ทะเลก็กลายเป็นทุ่งนา ทุ่งนากลายเป็นทะเล ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด โลกทั้งใบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดผู้ปกครองคนใหม่ก็ปรากฎตัวขึ้นในป่า มนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์ออกไปทั่ว พร้อมทั้งหว่านชีวิตใหม่ลงบนดินแดนอันร้อนระอุ หลังจากมหาศึกห้ามังกรจบลง จักรวรรดิใหม่แห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยก็ปรากฎขึ้นบนดินแดนที่ถูกเรียกว่าทวีปเทียนซิง ผู้คนต่างเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิและเก็บเกี่ยวพืชผลในฤดูใบไม้ร่วง ปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไปบนผืนดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ เหล่านักผจญภัยที่เต็มไปด้วยความฝันเอย มาเริ่มการเดินทางครั้งใหม่กัน ณ ที่แห่งนี้เถิด”

    “แว้บบ ~~~”

    หลังจากเข้าสู่เกมอย่างเป็นทางการ ผมก็ปรากฎตัวในหมู่บ้านเริ่มต้น ชั่วอึดใจต่อมาก็เริ่มมีผู้เล่นอัศวินเข้ามาอย่างหนาแน่น ด้านหน้าผมมีอัศวินคนหนึ่งที่กำลังขี่ม้าศึกและถือดาบเหล็ก เขาคนนั้นเลิกคิ้ว พลางหัวเราะเยาะ ก่อนจะพูดว่า “เจ้าพวกเด็กน้อย ตอนนี้พวกเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นอัศวิน จงออกไปหาประสบการณ์เสียเถิด เมื่อใดที่พวกเจ้าแข็งแกร่งพอ ค่อยกลับมาหาข้าอีกครั้ง!”

    คนนี้ เป็นอาจารย์ฝึกหัดอัศวินของพวกเรางั้นเหรอ? ทั้งดูดุทั้งน่าเกลียดจริงๆ!

    หลังจากลอยอยู่เหนือหมู่บ้านในสภาวะไร้น้ำหนักอยู่นานสองนาน ผมก็ได้เหยียบพื้นอย่างเป็นทางการสักที มองไปทางไหนก็มีผู้คนเดินขวักไขว่เต็มไปหมด ว่ากันว่ามีหมู่บ้านเริ่มต้น 10000 แห่งทั่วประเทศ เมื่อคำนวณตามจำนวนผู้เล่นที่ลงทะเบียนแล้ว หมู่บ้านเริ่มต้นแต่ละแห่งต้องรองรับผู้คนนับพันหรือหลายพันคนเลยทีเดียว ซึ่งจะแออัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงฆ่ามอนสเตอร์ในช่วงต้นเกมหรอก เพราะเราจะพบกับฝูงชนมากกว่ามอนสเตอร์อย่างแน่นอน!

    ผมก้มมองดูตัวเอง ที่สวมเสื้อซอมซ่อ ซึ่งมีพลังป้องกัน +1 และกางเกงขาด ที่มีพลังป้องกัน +1 อีกทั้งยังมีดาบไม้ที่เพิ่มพลังโจมตี +1 นี่คือชุดอุปกรณ์สำหรับอัศวินมือใหม่ เป็นอุปกรณ์ที่มีชื่อสีเทา ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่แย่ที่สุดในเกมแล้ว ครั้นดูคุณสมบัติของตัวเอง เห็นแล้วถึงกับตาลุกเป็นไฟทันที ——

    【จินซีเหอซี】(อัศวินมือใหม่)

    เลเวล : 1

    พลังโจมตี: 3-4

    พลังป้องกัน: 3

    ค่า HP: 100

    พลังปราณ: 100/100

    ค่าความโชคดี: 0

    ค่าความสำเร็จพิเศษ: 0

    กำลังสู้รบ: 5

    ไม่นึกเลยว่าจะมีกำลังสู้รบด้วย แถมยังมีอยู่ 5 แต้ม นี้คือกำลังสู้รบเพียงห้าในตำนานหรือเปล่านะ?

    ครั้นเห็นร่างที่สวมเสื้อผ้าซอมซ่อขาดรุ่งริ่ง ทว่าก้นบึ้งของหัวใจกลับมีความทะเยอทะยานพลุ่งพล่าน เวลานี้ผมไม่จำเป็นต้องบ้าคลั่งอยู่คนเดียวอีกต่อไป

    ผมรีบเปิดรายชื่อเพื่อนโดยไม่พูดอะไร รีบดึงหลินเฉอ และคนอื่นๆเข้ามาในรายชื่อเพื่อนทีละคน ในไม่ช้ารายชื่อเพื่อนก็ปรากฎ "ชิวฉุ่ยหาน" เลเวลหนึ่ง "อี้เชียงเป้าโถว" เลเวลหนึ่งและ "กังฟูเส้าหลินเฮ่าเย๋" เลเวลหนึ่ง ทั้งสามคนมาแล้ว จากนั้นผมพูดกับทั้งสามคนจากด้านนอกโดยตรงทันที“ให้ทุกคนออกมาจากสำนักอาชีพอาจารย์ แล้วเข้ามาในหมู่บ้านเริ่มต้นนะ แล้วอยู่ให้ห่างจากหัวหน้าหมู่บ้านล่ะ เราจะไปรวมตัวกันข้างๆช่างตีเหล็ก”

    ในเวลานี้ผู้คนมีจำนวนมากเกินไป จนแออัดไปหมด

    ทำให้กว่าจะออกมาจากสำนักอาชีพอาจารย์ได้นั้นไม่ง่ายเลย หัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปก็ถูกฝูงชนมากมายแห่เข้าหาอย่างล้นหลาม ผู้เล่นที่มีความฮึกเหิมดุจพยัคฆ์มังกรจำนวนมากต่างแย่งชิงเพื่อเป็นคนแรก ส่วนด้านนอกของหมู่บ้านเริ่มต้นก็มีผู้คนเริ่มพุ่งตัวออกไปอย่างเต็มกำลังแล้ว จากนั้นก็มีนักดาบเลเวล 1 คนหนึ่งตะเบ็งเสียงตะโกนว่า “พี่น้อง รีบออกจากเมืองเร็วเข้า หากมาถึงก่อนก็จะได้ยึดพื้นที่มอนสเตอร์เลเวล 1นะ!”

    ผู้คนนับร้อยต่างพากันกรูออกไปพร้อมกับเขา ดูราวกับกองทัพขนาดใหญ่ออกรบอย่างไรอย่างนั้น คาดว่านักดาบตัวน้อยคนนี้คงเป็นหัวหน้าของกิลด์หนึ่ง ไม่งั้นคงไม่สามารถรวมพลแบบนี้ได้หรอก

    ช่างพวกเขาเถอะ อยู่เงียบๆดีกว่า

    ผมสับเท้ามุ่งหน้าไปหาช่างตีเหล็กอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นว่าเขาเป็นลุงช่างตีเหล็กจริงๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครารุงรัง และในมือถือค้อน พร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ทั้งยังมีซิกแพคเป็นลอนงดงามขึ้นโชว์บนหน้าท้อง ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขานั้นกลับดูดุร้าย

    “ลูกพี่!”

    ไม่นานนัก มือปืนที่ชื่อ "อี้เชียงเป้าโถว" ก็เดินตรงเข้ามาหาผม เขาคือหวังจินไห่ที่อยู่ในชุดขาดรุ่งริ่งซอมซ่อไม่ต่างกัน ไม่ต้องพูดอะไรมาก ผมดึงเขาเข้าทีมทันที ทันใดนั้นคำต่อท้ายเล็ก ๆ ก็ปรากฎขึ้นหลังชื่อของพวกเรา เป็นตัวอักษรสีทองอ่อนสามคำว่า "ทีมเทียนเสวี่ยน " ที่เป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอ พร้อมทั้งได้รับโบนัสค่าประสบการณ์ + 3% ซึ่งถึงแม้จะน้อยแต่ก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อน

    ในเวลาต่อมา หลินเฉอและจางเหว่ยก็มาถึง คนหนึ่งแต่งกายเป็นนักบวช ส่วนอีกคนแต่งตัวเป็นนักพรต ซึ่งนักบวชและนักพรตก็แต่งอย่างนี้จริงๆ แต่จางเหว่ยนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป นั้นเป็นเพราะบนร่างกายของเขาปรากฎแสงสีทองจางๆ ซึ่งเป็นผลมาจากเผ่าครึ่งเทพในตำนานที่เขาได้รับ ทว่าก็ยังคงเป็นเผ่าครึ่งเทพไก่อ่อนอยู่ดี

    “ตอนนี้จะออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ไหมพี่?” หลินเฉอถาม

    “ยังไม่ต้องรีบ”

    ผมรีบเข้าไปคุยกับช่างตีเหล็ก เข้าสู่อินเทอร์เฟซการซื้อขายทันที ช่างตีเหล็กคนนี้ขายอุปกรณ์ในช่วงแรกทุกชนิด เพียงเหลือบมองผมก็สะดุดตากับโล่ที่มีหนามเหล็กอันแหลมคมมันวาวชิ้นหนึ่ง มันมีชื่อว่า "โล่เหล็กป่า" เป็นอุปกรณ์ที่มีสีขาว ตามระบบของเกมสกายโร้ดจะแบ่งเลเวลอุปกรณ์ตามสีดังนี้ อุปกรณ์ระดับขาว - ทองแดง - เหล็กดำ - เงิน - ทอง เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ระดับขาวเป็นอุปกรณ์ที่อ่อนแอที่สุด ทว่ามันก็ยังแข็งแกร่งกว่าชุดมือใหม่เล็กน้อย แต่ค่าสเตตัสนั้นน่ากลัวเลยทีเดียว นั้นเพราะมันมีพลังป้องกัน +8 ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มือใหม่จะจินตนาการได้อย่างแน่นอน แต่ราคานี้สิแพงใช่ย่อย ราคาตั้ง 50 เหรียญเงิน โดยมือใหม่แต่ละคนมีเพียงคนละ 10 เหรียญทองแดงเท่านั้น ร้อยคนรวมกันก็ยังซื้อไม่ได้เลย

    “ลองเดิมพันดูซักตั้งละกัน!”

    ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

    “เดิมพัน …จะเดิมพันอะไรน่ะพี่?” ใบหน้าของหลินเฉอและหวังจินไห่ต่างดูงุนงง

    ผมเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย “มา พวกนายสามคนขายชุดมือใหม่ทั้งหมด จากนั้นทำการแลกเปลี่ยนส่งเหรียญทองแดงให้ฉัน”

    “หา?!”หลินเฉอประหลาดใจ “พี่เฉิน นี้พี่พูดเล่นใช่ไหม?”

    ผมอธิบายว่า “ฉันต้องการซื้ออุปกรณ์สักหน่อย เพราะเราจะออกจากพื้นที่มอนสเตอร์เลเวลต่ำ แล้วจะลงล่ามอนสเตอร์เลเวลสูง ชิงตัดหน้าก่อนที่ผู้เล่นคนอื่นจะมาถึง วิธีนี้จะทำให้พวกเราเร็วกว่าคนอื่นๆหนึ่งก้าว นี่เป็นแผนอัพเลเวลที่เหมาะสมที่สุด ไม่อย่างนั้น ก็คงยากที่จะโดดเด่น หากพวกเราทำเหมือนคนอื่น”

    “โอเค เข้าใจแล้ว”

    หลินเฉอเข้าใจเกมอย่างรวดเร็ว เขาขายอุปกรณ์ทั้งหมดในทันที แม้แต่กางเกงเกราะผ้าและดาบอาคมก็ขายไป ทำการแลกเปลี่ยนและส่งเหรียญทองแดง 30 เหรียญมาให้ผมอย่างรวดเร็ว ในขณะที่หวังจินไห่กับจางเหว่ยนั้นกำลังลังเล ทว่าผ่านไปสิบวินาที พวกเขาก็ส่งเหรียญทองแดง 30 เหรียญมาให้ ด้วยวิธีนี้ผมจึงมีเหรียญเงิน 1 เหรียญ แต่ดูเหมือนยังห่างไกลจากราคาของโล่เหล็กป่า 50 เหรียญเงินอยู่มากทีเดียว

    อย่างไรก็ตาม หลิงเอ๋อร์เป็นภูติสาวใช้ เป็นภูติที่อยู่ในระบบเกม สิ่งที่เธอพูดไม่ใช่เรื่องไร้สาระแน่นอน มันคุ้มค่าที่จะเดิมพัน!

    คอยดูเถอะ ผมจะเปลี่ยนคลิปหนีบกระดาษให้กลายเป็นบ้านให้ดู!

    คนเราต้องมีฝันถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อได้!

    ผมใช้ไป 50 เหรียญทองแดง เพื่อซื้อคฑาสีเทาเล่มหนึ่ง จากนั้นก็ขายให้กับช่างตีเหล็กในราคาที่ลดลง 20% จากนั้นก็ซื้ออีกครั้ง โดยทำแบบนี้ซ้ำไปมาทั้งหมดสามครั้ง

    “ผ่าง!”

    หลังจากสิ้นเสียงดังที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ราคาของสินค้าทั้งหมดในอินเทอร์เฟซการซื้อขายของช่างตีเหล็กก็เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโล่เหล็กป่า ซึ่งเปลี่ยนจากเหรียญเงิน 50 เหรียญ เป็น 50 เหรียญทองแดง และอุปกรณ์ขยะที่มีราคาหลายสิบเหรียญทองแดงก็กลายเป็นหลายสิบเหรียญทอง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำเอาหัวใจของผมแทบหยุดเต้น มันได้ผลจริง!

    ลุงช่างตีเหล็กซิกแพคแน่นคนนี้ คิดคำนวณไม่เก่งจริงๆ!

    ซื้อ ซื้อ ซื้อ!

    ณ เวลานี้ หมู่บ้านเริ่มต้น จงเจริญ!

    ****************************

    โปรดติดตามตอนต่อไป.......