อาซันออกจากมิติสีเงิน ตอนเที่ยงคืน เพราะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รอบๆ บ้านพัก จึงรีบออกมาเพื่อจะจัดการให้เรียบร้อย
“ ขอบเขตจอมเทพ 2 คน ขอบเขตเซียน 2 คนเชียว จ้าวสวรรค์ 1 คนเอ๊ะนี่ซินซินนี่” อาซันสัมผัสถึงคนสุดท้ายที่ยืนอยู่มุมที่ห่างไกล คือซินซิน อาซันยิงธนูปราณเทพ ทักทายทั้งสี่ไปก่อน ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ แต่ลูกธนูทั้งสี่ถูกปัดออกไปอย่างง่ายดาย
ทั้งสี่สาว ปรากฏร่างในชุดสีดำทั้ง สี่คน ออกมายืนต่อหน้าอาซัน ทั้งสี่คนถือว่ามี หน้าตาที่งดงามทีเดียว แต่ว่าถ้าเทียบกับซินซิน แล้วถือว่ายังห่างไกล
“ พวกท่านเป็นใครกัน มาหาข้ายามวิกาลเช่นนี้ “ อาซันทักทายไปก่อน
“ ซูซัน วันนี้เป็นวันตายของเจ้า “ สาวที่ดูเป็นผู้นำพูดเท่านี้ ก็ปล่อยพลังระดับจอมเทพมาตรึงร่างอาซันเอาไว้ แล้วที่เหลืออีกสามคน ก็จู่โจมอาซันพร้อมกันด้วยกระบี่อย่างรวดเร็ว แต่ว่าช้ากว่าอาซันที่ปล่อยพลังเหมันต์ออกไปรออยู่แล้ว
ทั้งสี่คนกลายเป็นน้ำแข็งทันที แต่ว่าน้ำแข็งหยุดไว้ได้ไม่นานก็ระเบิดออกมา
“ เฮอะพลังแค่ขอบเขตจักรพรรดิ คิดจะหยุดข้าหรือ ไปตายเสีย” พอน้ำแข็งถูกทำลาย ทั้งหมดก็เริ่มจู่โจมต่อ แต่อาซันปล่อยพลังเพลิงออกไปสี่ลูก เข้าปะทะกับร่างของทั้งสี่ โครม ทั้งสี่คนส่งเสียงหัวเราะเช่นเดิม เพราะพลังเพลิงที่ถูกส่งมาไม่ทำให้ทั้งสี่คนรู้สึกอะไรเลย จึงเริ่มจู่โจมต่อ แต่ว่า ทั้งสี่เกิดรู้สึกลมเย็นผิดปกติ เสื้อผ้าของทั้งสี่คนกลับถูกเพลิงเผาไปจนเกลี้ยง เหลือแต่ตัวเปล่าเปลือย
ทั้งหมดร้อง กรี๊ด สุดเสียง รีบหันกาย หนีหายออกไปอย่างรวดเร็ว ท่านกลางเสียงตะโกน ด่าลอยมา
“เจ้าคนชั่ว เจ้าลามก เจ้าบ้า เจ้ามันน่าไม่อาย “ อาซันได้แต่อมยิ้มไม่ได้ตอบอะไร เพราะเขาไม่อยากใช้เพลิงสุริยะสังหารพวกนาง จากนั้นอาซันก็มาปรากฏร่างต่อหน้าซินซิน
“ เจ้ายังคิดจะสังหารข้าอีกหรือ “ อาซันมองหน้าซินซิน
“ ขนาดศิษย์พี่ของข้ายังทำอะไรเจ้าไม่ได้ แล้วข้าจะทำได้หรือ” ซินซินย้อน
“ ทำไมเจ้าสำนักของเจ้า ถึงได้ตามล่าข้าไม่เลิกขนาดนี้ ข้าเคยไปเผาสำนัก ของนางหรือไงกัน” อาซันสงสัย
“ ใช้ เจ้าทำไว้เมื่อพันปีก่อน “ ซินซินตอบด้วยหน้าเรียบเฉย
“ จะบ้ากันไปใหญ่ แล้วพวกเจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าคนเมื่อพันปีก่อนคนนั้นเป็นข้า” อาซันสงสัย
“ อาจารย์ได้ข่าวที่น่าเชื่อถือมา แต่อย่าถามว่าจากไหน เรื่องนี้อาจารย์ไม่ได้บอก”
“ กลับไปบอกอาจารย์ของเจ้า ถึงแม้จะเป็นความจริง แต่ข้าคือข้าในปัจจุบัน ไม่ใช่คนที่เกิดในพันปีก่อน อย่าเอามายุ่งเกี่ยวกัน หากไม่เชื่อกัน ข้าคงต้องไปคุยกับอาจารย์ของเจ้าให้รู้เรื่อง” อาซันชักมีอารมณ์โมโหขึ้นมา เอาการกระทำของคนในอดีต เมื่อตัดสินคนในโลกปัจจุบันได้อย่างไร
“ อย่านะ เจ้าสู้อาจารย์ข้าไม่ได้หรอก” ซินซินรีบเอ่ยเตือน
“ เจ้าห่วงข้า หรือ ว่าห่วงอาจารย์ของเจ้า” อาซันย้อมถาม แล้วมองหน้าของซินซิน ใบหน้าของนางเป็นหนึ่งในดวงหน้าในอดีตที่เคยเป็นภรรยาของเขา ทำให้อาซันรู้สึกดีกับนาง
“ ถ้าเจ้าอยากไปตายก็แล้วแต่เจ้า” ซินซินกลับไม่ตอบคำถามอาซัน
“ ช่างเถอะ นี่คือยาตานเซินม่วงแดง เจ้าเอาไปกินครั้งละ 2 เม็ด เจ้าสามารถเลื่อนพลังได้ถึง 3 ระดับเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าเจ้าถึงขอบเขตระดับจอมเทพแล้วยานี้ก็ใช้ไม่ได้ และนี่คือยาคืนชีพ หากเจ้าบาดเจ็บหนัก ก็กินเม็ดยานี้ซะ”
อาซันมอบยาตานเซินม่วงแดง ให้ ซินซิน ไป 5 ชุด และยาเม็ดคืนชีพ อีก 10 เม็ด ให้กับซินซินไว้ติดตัว
“ นี่เจ้าให้ยามีค่าพวกนี้กับข้าทำไม นี่ข้ามาสังหารเจ้านะ” ซินซินพูดออกมาอย่างรู้สึกผิด และไม่ต้องการับยาพวกนี้ อาซันจับมือของเธอมารับยาเอาไปแล้วยิ้มบางๆให้
“ ซินซิน ไม่ว่าเจ้าจะคิดร้ายกับข้า หรือ สังหารข้าให้ตาย ข้าก็ไม่ใส่ใจ ข้ารู้แต่เพียงว่า ชาตินี้ข้าจะต้องดีต่อเจ้า เท่านั้นเอง เวลานี้ศิษย์พี่ของเจ้าคงเป็นห่วงแล้วเจ้ากลับไปเถอะ” อาซันพูดจบก็หันหลัง แล้วหายวับกลับมาที่บ้านพักของตนเอง
ทิ้งให้ซินซิน ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก น้ำตาไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว ซินซินไม่เข้าใจว่าแค่เจออาซันแค่สองครั้งทำไม อาซันถึงดีต่อตนนัก ทั้งที่ตนเองคิดจะสังหารอาซันทั้งสองครั้ง แต่ถ้าซินซินรู้ว่า อดีตชาติของตัวเองเป็นภรรยาของอาซัน เธอคงเข้าใจเหตุผลที่ อาซันทำแบบนี้
เช้าวันนี้อาซันมาที่โรงพยาบาลในแพทย์เทวะ เพื่อมาเรียนวิชาตรวจชีพจร ฝังเข็มกับศิษย์พี่สี่ ศิษย์พี่สี่ก็มีหยกที่ใส่ความรู้และประสบการ์ของตัวเองเช่นกัน อาซันนำมาแตะที่หน้าผากตัวเองไม่เกิน 3 นาทีก็คืนให้ศิษย์พี่สี่
“ นี่เจ้าจำได้หมดแล้วหรือ” อาซันพยักหน้า
“ ถ้าเช่นนั้นเจ้าบอกข้าหน่อย การรักษาด้วยการฝังเข็มรักษากลุ่มโรคใดได้บ้าง” ศิษย์พี่สี่ทดสอบความรู้
“ การฝังเข็ม อันดับแรก คือ ช่วยรักษาอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดหัว ปวดหลัง
อันดับสอง ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นประสาท เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต
อันดับสาม ช่วยรักษาโรคกล้ามเนื้อ กระดูก เช่น ข้อเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
อันดับสี่ โรคภูมิแพ้ เช่น ลมพิษ แพ้อากาศ หอบหืด
อันดับห้า โรคที่เกิดจากใจ เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น อาหารไม่ย่อย”
“ ข้อห้ามในการฝังเข็ม “ ศิษย์พี่สี่ถามต่อ
“ ข้อแรก สตรีตั้งครรภ์ห้าม อาจกระตุ้นมดลูกบีบตัวมากไป ทำให้แท้งลูกได้
ข้อสอง คนไข้ที่เป็นโรคผิดปกติของเลือด คือเลือดออกแล้วหยุดยาก เช่นโรคฮิโมฟีเลีย
ข้อสาม คนที่เป็นโรคหัวใจมี มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ข้อสี่ ผู้หวาดกลัวการรักษาด้วยเข็มมากเกินไป
ข้อห้า ผู้ที่เพิ่งออกกำลังกายใหม่ๆ
ข้อหก ทารก เด็ก คนโรคจิต คนสมองเสื่อม ที่ไม่สามารถร่วมมือในการรักษา”
อาซันบอกออกมาเหมือนท่องจำจากตำราออกมาเลย
“ อธิบาย หลักการของการฝังเข็มให้เข้าใจง่ายๆที่สุด” ศิษย์พี่ขอถามข้อสุดท้ายเกี่ยวกับความเข้าใจ
“ ในร่างกายมนุษย์มีเส้นลมปราณหลักอยู่ 14 เส้น มีจุด ฝังเข็มทั้งหมด 670 จุด จุดเส้นลมปราณเหล่านี้เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั้งหมดของอวัยวะทั้งหมดของร่างกาย เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง
หากร่างกายเกิดมีปัญหาใดใด ลมปราณที่ไหลเวียนจะเริ่มติดขัด เป็นจุดๆ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ดังนั้น ถ้าเราสามารถเปิดจุดลมปราณให้ไหลเวียนได้เป็นปกติ ก็จะทำให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น และเป็นปกติได้
วิธีเปิดจุดลมปราณก็คือฝังเข็มเข้าไปตามจุดที่มีปัญหา โดยใช้เข็มเจาะเข้าไปผ่านผิวหนังชั้นแรก ซึ่งคนไข้จะมีอาการเจ็บเล็กน้อย พอผ่านชั้นใต้ผิวหนัง คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บอีก แต่จะมีอาการชา ตื้อ หนัก ร้าว เมื่อฝังเข็มผ่านจุดลมปราณไปแล้ว จากนั้น ลมปราณก็จะไหลเวียนได้ดีขึ้น เหมือนถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า ทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแร็ง หายเจ็บ หายปวดได้ “ อาซันบอกออกมาตามความเข้าใจอย่างง่ายที่สุด
ศิษย์พี่สี่พยักหน้าอย่างชื่นชมและมอบเข็มที่สำหรับฝังให้อาซัน จำนวนเป็นหมื่นเล่มใส่กล่องไว้ในถุงมิติอย่างดี
“ เข็มพวกนี้ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งไป ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำอีก ถึงต้องมีเข็มมากมายขนาดนี้ แต่ละปีศิษย์พี่สี่ใช้ไปปีละหลายแสนเล่ม เจ้าเพิ่งเริ่มฝึกฝน เอาไปห้าหมื่นเล่มก่อน ไว้คราวหน้า ศิษย์พี่จะสั่งเพิ่มให้เจ้าอีก แล้วนี่คือหุ่นที่ใช้ฝึกฝังเข็มและฝึกจับชีพจร
เวลาใช้งานเจ้าแค่จับชีพจรตัวหุ่น พอรู้อาการว่าเป็นอะไร จากนั้นเจ้าก็ฝึกฝังเข็ม ถ้าทำถูกต้อง มันจะขอบคุณเจ้า แต่ถ้าทำผิด มันจะด่าเจ้า แล้วทุกครั้งเจ้าจับชีพจรอาการของเจ้าหุ่นก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้าเจ้าอยากทำซ้ำๆ แบบเดิม เจ้าแค่จับชีพจรแช่เอาไว้นานหน่อย แต่ถ้าเจ้าให้มันเปลี่ยนอาการไปเรื่อยๆ ก็แค่สัมผัสชีพจรอีกครั้งสั้นๆ เจ้าเอาไปใช้ตัวหนึ่ง” จากนั้นศิษย์พี่ก็ยกหุ่นจำลองคล้ายมนุษย์ให้อาซัน 1ตัว มันเหมือนคนมาก คล้ายตุ๊กตายาง อาซันเก็บไว้ในถุงมิติ ค่อยไปทดลองทีหลัง อาซันสงสัยใครกันนะ ที่ผลิตของแบบนี้ออกมาได้
“ ศิษย์พี่สี่ โรงงานที่ไหนสามารถทำหุ่นคล้ายมนุษย์ แล้วยังสามารถบอกจุดที่ฝังเข็มลงไปได้ว่าถูกหรือผิด นี่มันเลิศล้ำจริงๆ” อาซันสงสัยอยากซื้อเพิ่ม
“ ตลาดนัดเทพเซียน เป็นตลาดลอยฟ้าทุกๆ เดือนจะมาที่เมืองเรา พรุ่งนี้ตลาดนัดเทพเซียนก็จะมาอีก เจ้าก็ไปลองเที่ยวชมดูได้” ศิษย์พี่สี่แนะนำ
อาซันไปแน่นอน อาซันเอ่ยลาศิษย์พี่สี่ออกมา พบกับศิษย์พี่แปดมารออยู่แล้ว อาซันเอ่ยถึง ตลาดนัดเทพเซียน ศิษย์พี่แปดบอกไม่มีปัญหาพรุ่งนี้ศิษย์พี่แปดจะพาขึ้นไปชม ทั้งสองคนออกมาจากโรงพยาบาลกำลังจะกลับสำนัก
ได้มีมอเตอร์ไซด์ลอยฟ้า ไม่มีล้อพุ่งเข้ามาดักหน้าอาซันเกือบ สิบคัน ทุกคนแต่งกายคล้ายนักล่า มีอาวุธปืน แปลกๆ พกติดตัวกันครบทุกคน
“ ใช่เลยต้องเป็นคนนี้ที่มีไอปีศาจ ติดตัวมันเป็นจำนวนมาก พวกเราจับมันกลับสำนักก่อนดีกว่า” หนึ่งในนั้นจ้องดูที่อุปกรณ์บางอย่างที่ข้อมือคล้ายนาฬิกา แล้วพูดออกมา
“ ได้เลยพวกเราจับมันกลับสำนัก” ทั้งหมดพูดกันโดยที่ไม่ได้สนเลยว่าอาซันที่ยืนอยู่ จะคิดอะไรหรือพูดอะไร ศิษย์พี่แปดกำลังจะเอ่ยคำพูดออกมา ก็มีปืนตาข่ายไฟฟ้ายิงเข้ามาคลุมร่าง อาซันกับศิษย์พี่แปดแล้ว อาซันโมโหมากที่จู่ๆ ก็มาทำแบบนี้ไม่ได้พูดจาอะไรกันสักคำ จึงจับแผ่นตาข่ายไฟฟ้าแล้วปล่อยพลังเหมันต์จนเป็นน้ำแข็ง แล้วกระแทกไป ตาข่ายแตกเป็นน้ำแข็งป่นไปทันที ทั้ง 8 คน ตะลึงกับภาพที่เห็น แล้วเริ่มหยิบปืนข้างเอวออกมา แต่ไม่ทันแล้ว
อาซันปล่อยพลังเหมันต์ออกไป แช่แข็งทั้ง 8 คนกลางเป็นหุ่นน้ำแข็งหน้าโรงพยาบาล คาที่นั่งบนมอเตอร์ไซด์อยู่อย่างนั้น
“ ไอ้พวกนี้มันเป็นใคร ศิษย์พี่แปด” อาซันหลังจัดการทั้ง 8 คนเสร็จหันมาถาม
“ มันเป็นพวกสำนักล่าอสูร ไม่รู้ทำไม่มันถึงได้เล่นงานพวกเรา” ศิษย์พี่แปดสงสัย
“ สงสัยคงเป็นเครื่องมือที่มันใช้ คงตรวจสอบว่าข้ามีไอปีศาจติดตัวเยอะ ถึงได้คิดจับข้า โง่จริงๆ” อาซันใช้มือสะบัดไปที่ใบหน้าทุกคน น้ำแข็งที่คลุมส่วนหัว แตกละเอียด ทุกคนเริ่มหายใจได้อย่างทุลักทุเล แต่ไม่สามารถขยับตัวได้เพราะตั้งแต่คอลงมาร่างกายยังคงเป็นน้ำแข็งอยู่ทั้งหมด
“ วันนี้แค่ลงโทษพวกเจ้าแค่นี้ พวกเจ้าจะกลายเป็นอัมพาตไป 3 วัน หลังจากนั้นร่ายกายก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม “ อาซันทำท่าจะเดินไปกลับมีเสียงพูดดังออกมา
“ แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ ที่ทำเช่นนี้กับพวกข้า” อาซันหันไปมองชายคนเป็นผู้นำพูดคำนี้ออกมา จึงใช้ฝ่ามือตบหน้ารัวๆไปหลายที ฟันหลุดร่วงหมด ปากบวมเป็นเป็ด หน้าบานเป็นหัวหมูได้แต่ส่งเสียงครวญครางอย่างเดียว อาซันหันไปมองหน้าที่เหลืออีก เจ็ดคน แต่ละคนได้แต่ก้มหน้าไม่มีใครกล้าสบตาสักคนอาซันเดินออกไปกับศิษย์พี่แปดเพื่อไปขึ้นเครื่องย้ายกลับสำนัก
“ ปล่อยมันกลายเป็นน้ำแข็งอย่างนี้น่ะหรือ” ศิษย์พี่แปดกลัวมันจะตาย
“ ไม่ต้องห่วง ข้าตั้งเวลาให้น้ำแข็งละลายเองอีก ครึ่งชั่วโมง พอให้พวกมันต้องนอนนิ่งๆ อย่างนั้นไปอีก สามวันไม่เป็นอันตรายหรอก” อาซันเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ