เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน เสี่ยวตงปรนนิบัติหนานกงอี้เอ๋อร์กินอาหารเย็นไปจำนวนหนึ่ง เพราะต้องเก็บท้องไว้กินเซาเข่าอีกคืนนี้ หนานกงอี้เอ๋อร์พอเห็นท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้ว เดินไปที่กำแพงและสังเกตอย่างละเอียด เคาะเบาๆ ด้วยท่อนไม้อันเล็ก กำแพงพลันตกลงมาเป็ผุยผง ท่าทางของนางเผยให้เห็นถึงความดีใจ รีบเรียกเสี่ยวตงให้มาหา “เสี่ยวตง เ้าอยากทานเซาเข่าหรือไม่”
เสี่ยวตงพยักหน้าเหมือนสากเวลาตำกระเทียม หนานกงอี้เอ๋อร์ยิ้มพร้อมกล่าว “เซาเข่านี้ยังขาดอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือไม้ไผ่ด้านหน้า”
เสี่ยวตงรู้สึกไม่สบายใจ ค่อยๆ มองไปที่ต้นไผ่นอกกำแพง ครู่หนึ่งถึงได้สติเอ่ยขึ้น “คุณหนู เดี๋ยวบ่าวไปเรียกพ่อบ้านเหลยให้ออกไปตัดมาให้นะเ้าคะ” พูดจบก็หันกายเตรียมจะเดินไป หนานกงอี้เอ๋อร์ดึงนางไว้ทันที ในใจคิดว่า ‘เด็กคนนี้รีบร้อนอะไรขนาดนั้น นางยังพูดไม่จบเลยนะ’
หนานกงอี้เอ๋อร์รีบกล่าวว่า “ไปเรียกพ่อบ้านเหลยให้ออกจวนไปตัดต้นไผ่ให้ตอนนี้ ไม่เพียงแต่ใช้เวลานาน ยังไปรบกวนคนอื่นอีกด้วย เ้าเห็นว่าข้ายังถูกหาเื่หาเื่ไม่พอใช่หรือไม่”
เสี่ยวตงคิดว่าที่คุณหนูพูดก็มีเหตุผล แถมนางยังกลัวว่าจะไม่ได้ทานเซาเข่า แต่ว่าจะเอาต้นไผ่นอกกำแพงนั้นเข้ามาได้อย่างไรกัน
หนานกงอี้เอ๋อร์ราวกับจะเห็นคำถามของเสี่ยวตง หยิบท่อนไม้ที่เตรียมไว้แล้วล่วงหน้าขึ้นมา ตรงเข้าไปทุบที่กำแพง ทันใดนั้นเอง กำแพงก็แตกออกเป็รูเท่ากำปั้นขนาดใหญ่ พอเห็นรูนี้ หนานกงอี้เอ๋อร์จึงเริ่มทุบต่อ ทุบจนรูมีขนาดหนึ่งศอก ก่อนจะหยุดพักหายใจสักครู่ เมื่อหันกลับมา จึงเห็นเสี่ยวตงกำลังอ้าปากกว้างขนาดยัดไข่ไก่เข้าไปได้ ได้แต่จ้องมาที่รูนี้ ไม่ยอมขยับเคลื่อนไหวใดๆ
ทันใดนั้นเอง หนานกงอี้เอ๋อร์จึงกล่าวด้วยเสียงอันดัง “เสี่ยวตง เ้าคิดจะยืนจ้องตาปริบๆ มองข้าทำงานแค่นั้นหรือ!”
ในที่สุดเสี่ยวตงก็หายตกตะลึง ชี้ไปที่รูนั้นแล้วกล่าวด้วยความกังวล “คุณหนู ท่านพังกำแพงนั้นลงได้อย่างไรเ้าคะ รู้หรือไม่ว่าด้านหลังนั้นคือสถานที่ต้องห้ามของจวนหนานกง ถ้าหากนายท่านทราบจะทำเช่นไรเ้าคะ”
หนานกงอี้เอ๋อร์กล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ข้าเพียงแต่อยากไปตัดไม้ไผ่ที่นอกกำแพง คิดว่าทุบกำแพงไปน่าจะเร็วกว่า ใครจะไปคิดว่ากำแพงของจวนหนานกงจะไม่แข็งแรงขนาดนี้ เพียงถูกข้าทุบก็พังลงมาแล้ว หรือว่าเ้าคิดจะไปฟ้อง”
เสี่ยวตงกระทืบเท้าแล้วรีบชี้แจงอย่างเร็วไว “คุณหนู บ่าวจะไปฟ้องได้อย่างไรกันเ้าคะ...” ไม่รอให้นางพูดจบ หนานกงอี้เอ๋อร์ก็กล่าวอีกว่า “ถ้าเช่นนั้นก็สงบใจได้แล้ว ในเมื่อกำแพงนี้ถูกข้าทุบไปแล้ว จะต้องไปหาเหตุผลอะไรต่อ ยังไม่รีบมาช่วยข้าอีก ข้ายังจะต้องรีบไปตัดไม้ไผ่อีกนะ”
เสี่ยวตงได้แต่ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ในใจคิดว่า ‘คุณหนูของนางเปลี่ยนไป มุทะลุเอาแต่ใจั้แ่เมื่อไหร่กัน แต่นี่ก็เป็วิธีที่เร็วที่สุดในการตัดต้นไผ่แล้ว’ เมื่อหนานกงอี้เอ๋อร์สั่ง เสี่ยวตงจึงขยันทุบจนได้รูกว้างขนาดหนึ่งศอก สูงขนาดสองศอก
หนานกงอี้เอ๋อร์กล่าวกับเสี่ยวตงด้วยรอยยิ้มที่ร้ายกาจว่า “ตอนนี้คนที่ทุบกำแพงไม่ได้มีแค่ข้าแล้ว ถ้าหากพบว่าพวกเราสองคนเป็คนทำ ยังมีเ้าที่ต้องรับผิดอีกครึ่งหนึ่ง ดังนั้น เื่นี้อนุญาตให้รู้ได้เพียงแค่เราสองคนเท่านั้น อย่าให้คนอื่นรู้อีกเด็ดขาด จำไว้ให้ดี! จำไว้ให้ดี!”
เสี่ยวตงเมื่อได้ฟังก็รู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ จึงรีบรับปากอย่างกังวลว่า “คุณหนูวางใจได้เลยเ้าค่ะ ถ้าหากเสี่ยวตงพูดออกไป ขอให้ไม่ตายดี ให้โดนฟ้า...” ครั้งนี้ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกขัดอีกแล้ว
หนานกงอี้เอ๋อร์กล่าวขึ้นมาว่า “เอาละ เอาละ ข้ารับรู้ความซื่อสัตย์ของเ้าแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเื่พวกนี้ รีบไปเอาไม้ไผ่กันเถิด”
ดังนั้น ทั้งนายและบ่าวจึงมุดรูนี้ออกไปตัดต้นไผ่ โดยอาศัยแสงจันทร์อ่อนๆ เดินไปประมาณสิบกว่าเมตรก็ถึงป่าไผ่ อย่างไรก็ตาม ป่าไผ่นี้ดูไม่หนาแน่นมาก ดูเหมือนว่าต้นไผ่ที่อยู่ไกลออกไปจะหนาแน่นกว่าเล็กน้อย คงเป็ป่าไผ่ที่อยู่ลึกเข้าไปอีก แต่ในเมื่อเป็สถานที่ต้องห้ามที่คนในจวนหนานกงไม่สามารถเข้าไปได้ นางก็จะทำตัวดีชั่วคราว ตัดต้นไผ่แค่ตรงรอบนอกนี้
ขณะนั้น ทั้งนายและบ่าวรีบลากต้นไผ่เข้าไปในที่พัก หนานกงอี้เอ๋อร์ได้มอบหมายให้เสี่ยวตงเอาต้นไผ่มาทำเป็ประตูบังรูนั้นไว้ ส่วนนางก็เริ่มหั่นเพื่อทำไม้สำหรับเสียบเซาเข่า ประมาณครึ่งชั่วยาม ทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ก่อนจะสั่งให้เสี่ยวตงไปเรียกแม่นมและพ่อบ้านเหลยมากินเซาเข่ากัน ส่วนนางก็ไปตรวจดูประตูไม้ไผ่นั้น อย่างไรเสีย รอบๆ กำแพงก็มีเศษขยะมากมาย เพิ่มประตูไม้ไผ่นี้อีกบานก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร จากนั้นจึงเอาต้นไผ่ที่เหลือมาวางกั้นไว้ข้างบน เช่นนี้ก็จะดูไม่ออกแล้ว เมื่อกลับถึงที่พักจึงเริ่มจุดไฟแล้วนำเนื้อสัตว์และผักที่ตนเสียบไม้เตรียมไว้ไปย่าง
แม่นม เสี่ยวตง และพ่อบ้านเหลยเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ตอนที่ใกล้จะถึงเรือนเล็กกลางป่าไผ่ ก็ได้กลิ่นหอมเป็พิเศษลอยเข้ามาในจมูกของทั้งสามคน เพิ่มความอยากอาหารอย่างฉับพลัน จังหวะก้าวเท้าของทั้งสามคนจึงได้เร่งขึ้น เมื่อพวกเขาถึงจุดหมาย จึงได้เห็นเซาเข่าที่หนานกงอี้เอ๋อร์บอกไว้ รู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
ที่แท้แล้ว เซาเข่าก็เหมือนกับที่หนานกงอี้เอ๋อร์เคยบอกไว้ คือเอาเนื้อสัตว์กับผักมาย่างไว้บนตะแกรงเหล็ก หลังจากย่างจนสุกแล้ว ก็ใส่พวกเครื่องปรุงรส เช่น น้ำมัน เกลือ เต้าเจี้ยว น้ำส้มสายชูต่างๆ ตามแต่รสชาติที่ตนเองชอบ ซึ่งจริงๆ มันง่ายมาก ทั้งสามคนจึงเรียนรู้วิธีการทำเซาเข่าจากหนานกงอี้เอ๋อร์ได้ในทันที
หนานกงอี้เอ๋อร์เห็นพวกเขากำลังแย่งกันย่าง จึงคิดว่าตนเองจะได้ไปนั่งทานอย่างมีความสุขสักที เมื่อมองไปที่เครื่องปรุงเ่าั้ ‘เหตุใดถึงไม่มีน้ำส้มสายชูที่นางชอบล่ะ’ ในใจคิดว่า ‘เสี่ยวตงน่าจะลืมหยิบมา’ พอมองไปเห็นพวกเขากำลังย่างกันอย่างมีความสุข หนานกงอี้เอ๋อร์จึงคิดว่าตนไปหยิบเองดีกว่า
เมื่อเดินเข้าไปในห้องครัว หนานกงอี้เอ๋อร์เริ่มมองหาน้ำส้มสายชู หาอยู่เป็เวลานานในที่สุดก็เจอไหน้ำส้มสายชูไหหนึ่ง ดูเหมือนจะเก็บไว้นานหลายปีแล้ว มันซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง เมื่อมองดูก็เห็นว่าไหนี้ปิดผนึกด้วยผ้าใบกันน้ำ คาดว่าคงไม่เคยเปิดมาก่อน ในใจหนานกงอี้เอ๋อร์คิดว่า ‘ให้ข้าได้ชิมสดๆ เป็คนแรกเถิด’
หลังจากที่เปิดไหออกมาได้แล้ว จึงมองหากระบวยตักน้ำอันเล็ก ใช้กระบวยตักลงไปในชามประมาณสองสามกระบวย แต่เพราะไม่ได้ระวัง จึงมีกระเด็นไปโดนที่ใบหน้าด้านซ้ายอยู่สองสามหยด แต่หนานกงอี้เอ๋อร์ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก เมื่อตักเสร็จ ก็ปิดผนึกวางไว้ที่เดิม ก่อนจะวิ่งอารมณ์ดีออกไป
หนานกงอี้เอ๋อร์กลับเข้ามานั่งที่ เห็นทั้งสามคนนั้นยังคงย่างกันอยู่ ดูเหมือนว่ากำลังพูดคุยอะไรอยู่ท่าทางตื่นเต้น ไม่ได้เห็นนางที่เพิ่งกลับมาสักนิด ดูเหมือนว่าพอทำเป็ก็ลืมอาจารย์อย่างนางกันแล้ว อกตัญญูกันเสียจริง ถ้าเช่นนั้น นางก็จะนั่งทานที่พวกเขาย่างเสร็จไปเรื่อยๆ อย่างไรเสีย เครื่องปรุงที่นางชอบที่สุดก็อยู่นี่แล้วไม่ใช่หรือ
ทันใดนั้นเอง ในเรือนเล็กกลางป่าไผ่ก็มีเสียงร้องดังขึ้น “คุณหนู เหตุใดท่านกินที่พวกเราย่างไว้หมดเลยล่ะเ้าคะ!”
หนานกงอี้เอ๋อร์มองไปที่เสี่ยวตงอย่างไร้เดียงสา นางทำเช่นนั้นหรือ มองไปเห็นกองไม้ที่วางไว้ข้างๆ นางทำจริงด้วย พอกินเข้าไปก็ลืมหมดแล้วจริงๆ จึงส่งยิ้มให้พวกเขาอย่างเขินอาย พ่อบ้านเหลยและแม่นมเห็นท่าทางของหนานกงอี้เอ๋อร์ก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา เสี่ยวตงไม่พอใจ ตัดสินใจประท้วงด้วยการหยุดย่าง แล้วให้คุณหนูมาทำเซาเข่าให้นางเป็การชดเชย ขณะนั้นเอง เรือนเล็กกลางป่าก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922