Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 82 เฉินไห่คั่ว

            ซูฮ่าวกลับมาถึงบ้านเดี่ยวก็สามทุ่มแล้ว

            เวลานี้ บ้านเดี่ยวยังมีแสงไฟสว่างไสวไป๋เหวินหลิงที่ทำงานเสร็จก็อาบน้ำแล้ว เธอสวมชุดนอนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถงทานขนมไปด้วยและดูภาพยนตร์ไปด้วย

            เธอเห็นซูฮ่าวเดินเข้ามาทางประตูด้วยเสื้อผ้าเปียกโชกจึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “ไปฝึกมาอีกแล้วหรือ?”

            หนึ่งอาทิตย์มานี้ซูฮ่าวทำงานและพักผ่อนอย่างเป็นระเบียบ ทุกๆ วันตอนที่ฟ้ายังไม่สว่าง เขาจะตื่นนอนและไปฝึกที่สวนสาธารณะม้าหินบริเวณใกล้ๆใช้เวลาไปสองสามชั่วโมง ออร่าของเขาเหมือนกับเปลี่ยนเป็นคนใหม่เขาทิ้งนิสัยไม่ดีที่ชอบสูบบุหรี่ติดสุราเที่ยวสถานบันเทิงกลางคืนอย่างเมื่อก่อนไปแล้ว

            เธอเห็นซูฮ่าวที่ดีขึ้นเรื่อยๆก็ยิ่งชื่นใจ

            ซูฮ่าวเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผาก“ใช่ เพิ่งฝึกเสร็จ เธอกินข้าวเย็นหรือยัง?”

            “กินแล้ว” ไป๋เหวินหลิงหยิบคุกกี้ขึ้นมากัดเบาๆ หนึ่งคำ

            “จริงสิ ฉันซื้อชุดนอนใหม่มาให้นายด้วยนะ วางอยู่ในห้องนายน่ะ ชุดนอนชุดเก่านั้นอัปลักษณ์เกินไปไม่เหมาะกับนาย”

            ซูฮ่าวตะลึงงัน

            หากเป็นเมื่อก่อนไป๋เหวินหลิงจะไม่ซื้อของอย่างนี้ให้เขาเด็ดขาด

            เขามองไป๋เหวินหลิงอยู่นานก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณนะ!”

            “ไม่เป็นไร นายรีบไปอาบน้ำเถอะ แล้วลองดูว่าจะใส่ได้ไหม” ไป๋เหวินหลิงหันไปแสร้งดูโทรทัศน์อย่างใจจดใจจ่อแต่จริงๆ แล้วใบหน้ากลับแดงเล็กน้อย

            เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าซูฮ่าวใส่เสื้อผ้าเบอร์อะไรดังนั้นเธอจึงตั้งใจไปรื้อชุดนอนชุดเก่าที่อยู่ในห้องของเขา และที่น่าเขินอายเลยก็คือระหว่างนี้เธอก็แตะโดนกางเกงในของเขาไม่น้อย จะว่าไปแล้วก็พูดยากนิดหน่อย

            “อืม” ซูฮ่าวพยักหน้า และหันหลังเดินขึ้นไปด้านบนทันที จากนั้นก็มาถึงห้องนอนของตนเอง

            ด้านใน ผ้าห่มที่ตอนเช้าเขาไม่ได้เก็บเดิมทีมันยุ่งเหยิงเวลานี้กลับวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

            พื้นราวกับเพิ่งเช็ดเสร็จสะอาดเป็นอย่างมาก และในห้องยังตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์อ่อนๆ

            แม่บ้านกลับบ้านเกิดและยังไม่กลับมาเห็นได้ชัดว่า นี่น่าจะเป็นไป๋เหวินหลิงที่ทำความสะอาดให้

            ซูฮ่าวรู้สึกประหลาดใจด้วยนิสัยของไป๋เหวินหลิงแล้ว เรื่องงานบ้าน เธอก็ไม่เคยเตะเลย

            ดูท่าแล้วตนเองก็ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อไป๋เหวินหลิงแล้วเช่นกัน

            “แจ้งเตือนจากระบบ แต้มเสแสร้งเต็มหนึ่งร้อยแต้ม ไม่ทราบว่าโฮสต์จะจับรางวัลไหม?”

            ข้างๆ หูมีเสียงที่ไร้ความรู้สึกดังขึ้นมาทำให้ซูฮ่าวหยุดชะงัก และครุ่นคิดสักหน่อย จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งโดยตรงว่า “จับ!”

            “ลบแต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้ม จับรางวัลแล้ว ยอดแต้มเสแสร้งของโฮสต์เหลือห้าสิบแต้ม”

            เสียงของระบบดังขึ้นในขณะเดียวกันด้านหน้าของซูฮ่าวก็ปรากฏรูเลตต์อย่างกะทันหันเข็มนั้นกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว

            สักพักเข็มก็หยุดลงบนการ์ดเล็กๆใบหนึ่ง

            “ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์จับได้การ์ดประสบการณ์เสแสร้งแกะสลัก!”

            “แกะสลัก?” ซูฮ่าวหรี่ตาแล้ว และมองหมายเหตุของการ์ดประสบการณ์เสแสร้งแกะสลัก

            (การ์ดประสบการณ์เสแสร้งแกะสลัก : ภายในหนึ่งชั่วโมงผู้ที่ใช้จะมีกำลังในการแกะสลักที่มีการกัดกร่อนเป็นความมหัศจรรย์รวมทั้งประทานพลังที่วิเศษบางอย่างให้กับผลงานที่แกะสลักออกมาได้)

            ซูฮ่าวเห็นแค่ตรงหน้านี้ก็รู้สึกว่าการ์ดประสบการณ์เสแสร้งแกะสลักไร้ประโยชน์แต่ตอนที่เขาเห็นหมายเหตุตอนท้าย ก็อดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว

            ประทานพลังที่วิเศษบางอย่างให้ผลงานที่แกะสลักออกมาได้นี่ก็แสดงว่าผลงานแกะสลักมีประโยชน์ไม่ธรรมดา ถึงไม่ชัดเจนว่าคืออะไรแต่เขาเชื่อว่าของที่มาจากระบบ จะต้องเป็นของชั้นเยี่ยม ไม่มีทางเป็นของคุณภาพต่ำแน่

            “อาบน้ำก่อนค่อยว่ากัน” ซูฮ่าวมองชุดนอนชุดใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะและเดินเข้าห้องอาบน้ำพลางหัวเราะแล้ว

            ………………..

            ในขณะเดียวกันวิลล่าพักร้อนฉิงหยุน

            เย่จื่ออี๋กับเย่เฉียวเฉี่ยวที่อาบน้ำแล้วก็ออกมานั่งอยู่ด้านนอกวิลล่าราวกับกำลังรับลม

            “พี่สาว ทำไมเย็นวันนี้พี่ซูฮ่าวไม่มา?” เย่เฉียวเฉี่ยวประคองใบหน้ามุ้ยปากราวกับไม่พอใจเล็กน้อย

            “พี่ซูฮ่าวงานยุ่งมาก จะมาที่นี่บ่อยๆ ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น บ่ายวันนี้พี่ซูฮ่าวก็มาเยี่ยมเฉียวเฉี่ยวแล้ว”เย่จื่ออี๋ลูบหัวเย่เฉียวเฉี่ยวพลางพูดและหัวเราะ

            “แต่… แต่ว่าหนูอยากให้พี่ซูฮ่าวมา… ”

            เย่จื่ออี๋แปลกใจ“ทำไม?”

            “เพราะ… เพราะว่าครูสอนเต้นในโทรทัศน์พูดว่าจะต้องเต้นรำที่ได้เรียนมาให้คนในครอบครัวดู เมื่อกี้หนูเต้นให้พี่สาวดูแล้วดังนั้นตอนนี้หนูอยากเต้นให้พี่ซูฮ่าวดู… ”

            เย่จื่ออี๋หยุดชะงัก

            เต้นให้คนในครอบครัวดู…

            เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่วันในใจของเย่เฉียวเฉี่ยว ซูฮ่าวก็คือคนในครอบครัวของเธอแล้วหรือ?

            ก็ใช่ ทุกๆครั้งที่ซูฮ่าวปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอด้วยภาพลักษณ์ที่อบอุ่นและร่าเริงให้ความรักความสุขที่พึงมีแก่เธอแล้ว ถึงไม่มาก แต่กลับล้ำค่าพอ

            จุดนี้แม้แต่ตนเองที่เป็นพี่สาวแท้ๆก็ไม่เคยทำได้

            ในฝันเมื่อวานตอนเย็นเธอยังได้ยินเย่เฉียวเฉี่ยวละเมอชื่อของซูฮ่าวภายในใจของเย่เฉียวเฉี่ยวซูฮ่าวราวกับยึดพื้นที่ไปมากโดยไม่รู้ตัวแล้ว

            โดยเฉพาะบางครั้งเธอก็ยังจินตนาการว่า หากซูฮ่าวคือสามีของเธอ จะดีมากแค่ไหน?

            เย่จื่ออี๋นึกถึงคำว่าสามีก็หัวเราะเยาะตนเองทันที

            หากไม่ใช่เพราะสามีที่ว่านั้นทิ้งเธอไปทั้งยังทิ้งหนี้สินไว้ให้เธออีกมากมาย เธอกับเย่เฉียวเฉี่ยวจะมีจุดจบอย่างนี้หรือ?

            ก็เพราะเหตุนี้เธอกับเย่เฉียวเฉี่ยวจึงเข้าใจดีว่าซูฮ่าวดีกับพวกเธอมากแค่ไหน

            “บึ้น บึ้น บึ้น… ”

            ในเวลานี้ ก็มีเสียงรถดังขึ้น

            “พี่สาว พี่ซูฮ่าวมาหรือเปล่า?” เย่เฉียวเฉี่ยวยืนขึ้นอย่างดีใจ

            เย่จื่ออี๋ไม่ตอบแต่ดึงเย่เฉียวเฉี่ยวถอยไปด้านหลัง ด้วยสายตาระแวดระวัง

            ตอนบ่ายวันนี้ตอนที่ซูฮ่าวออกไปเขาพูดว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมเย่เฉียวเฉี่ยวอีกทีนี่ก็แสดงว่าตอนเย็นวันนี้ซูฮ่าวจะไม่มาอีก

            พูดอีกอย่างก็คือคนที่มาในตอนนี้จะต้องเป็นคนอื่น

            รถบูกัตติเวย์รอนสีดำคันหนึ่งค่อยๆ แล่นเข้ามา และหยุดอยู่ที่ปากทาง

            หลังจากนั้นคนวัยกลางคนคนหนึ่งก็ลงจากรถด้านหลังยังมีคนชุดดำร่างกำยำล่ำสันตามมาอีกสองคน

            คนคนนี้สวมชุดจงชานร่างกายกำยำล่ำสัน รูปโฉมสง่างาม สายตาคู่นั้นดูเย็นชา คิ้วที่โค้งงอราวกับทาสีหน้าอกกว้าง ราวกับมีมาดที่คนนับหมื่นก็สู้ได้ยาก

            คนขับรถลงจากรถแล้วจากนั้นก็โค้งตัวกระซิบข้างๆ หูของคนวัยกลางคนด้วยความเคารพว่า “เจ้าพ่อไห่หลังจากค้นหาอย่างละเอียดสองสามวันแล้ว ก็ได้เบาะแสว่าเมื่อสองวันก่อนคุณเย่ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาพาเธอมาที่นี่และจัดที่พักให้เธออยู่ที่วิลล่าแห่งนี้ครับ”

            คนวัยกลางคนไม่พูดอะไรแต่สายตาของเขาจ้องมองไปด้านหน้า ดวงตาหดลง มือทั้งคู่สั่นเทาอย่างที่ควบคุมไม่ได้

            “จื่อ… จื่ออี๋!”

            เย่จื่ออี๋มองคนวัยกลางคนในหัวมีเสียงดังตูมตาม เธออึ้งอยู่ที่เดิมราวกับถูกฟ้าผ่า

            วินาทีนี้เธอราวกับลืมคิดไปแล้ว ในหัวว่างเปล่า

            “จื่ออี๋ ในที่สุดฉันก็หาเธอพบแล้ว เยี่ยมไปเลย!”คนวัยกลางคนตื่นเต้น และพุ่งไปทางเย่จื่ออี๋ทันที เขายื่นมือออกมาต้องการคว้าเย่จื่ออี๋มากอด

            “คุณผู้ชายช่วยมีมารยาทด้วยค่ะ!”ยังไม่รอให้คนวัยกลางคนเข้ามา สีหน้าของเย่จื่ออี๋ก็เย็นชาและพูดอย่างเคร่งครัดว่า “จริงๆ แล้วฉันก็ไม่เคยพบคุณ ได้โปรดให้เกียรติสถานที่ด้วย”

            “เป็นไปไม่ได้ เธอจะต้องจำฉันได้แน่ เธอมองดูดีๆ ฉัน…ฉันคือเฉินไห่คั่ว สามีของเธอ!” คนวัยกลางคนส่ายหน้าทันที เขาร้อนใจรีบเดินเข้ามาใกล้อีกสองสามก้าวเพื่ออยากให้เย่จื่ออี๋มองลักษณะท่าทางของตนเองให้ชัดเจน

            แต่ตอนที่แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าของเย่จื่ออี๋จังหวะเท้าของเขาก็หยุดลงทันที

            สีหน้าของเขาก็ตะลึงงัน

            เย่จื่ออี๋ที่อยู่ตรงหน้าผิวหน้าด้านซ้ายสวยใส บางเหมือนปีกจักจั่น แต่ใบหน้าด้านขวากลับหย่อนยานอัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่งราวกับถูกน้ำร้อนลวก

            เฉินไห่คั่วกุมกำปั้นแน่นเอ็นปูดขึ้นมาจากแขนและบนใบหน้าของเขา แฝงด้วยความโกรธจัด “ใครเป็นคนทำให้ใบหน้าของเธอเป็นแบบนี้?!”

            “คุณเฉิน ฉันไม่รู้จักคุณ ขอให้คุณอย่าเรียกตัวเองว่าเป็นสามีภรรยากับฉันอย่างตามใจชอบเช่นนี้ทำแบบนี้จะทำให้ชื่อเสียงของฉันเสียหายได้นะคะ” เย่จื่ออี๋มีสีหน้าเย็นชามากน้ำเสียงก็เยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง

            “ที่หน้าของฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าฝีมือของสามีฉันเมื่อสองปีก่อนเขาเล่นหุ้นล้มละลาย หลังจากติดหนี้ไม่น้อยแล้วก็หายตัวไปทิ้งให้ฉันกับน้องสาวแบกรับหนี้สินมากมายใบหน้านี้ถูกคนที่มาทวงเงินคนหนึ่งใช้น้ำร้อนสาด แน่นอนว่า ทุกอย่างนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับคุณเฉินเพราะสามีของฉันตายไปนานแล้ว”

            ความเย็นชาในน้ำเสียงของเย่จื่ออี๋ทำให้เฉินไห่คั่วตัวสั่นสีหน้าดูละอายใจ “จื่ออี๋ ฉันทำผิดต่อเธอ และก็รู้ว่าตอนนี้เธอแค้นฉันมากแต่อย่างไรฉันก็คือสามีของเธอ ให้โอกาสฉันอธิบายได้ไหม?”

            “คุณเฉิน ฉันขอย้ำอีกครั้ง สามีของฉันตายไปนานแล้ว” เย่จื่ออี๋มีสีหน้าเย็นชาแต่มือทั้งคู่นั้นกลับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

            “เธอโกหก!” เฉินไห่คั่วส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่งจากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ และพูดด้วยสายตาแดงก่ำ “จื่ออี๋ฉันรู้ว่าสองปีมานี้เธอลำบากมาก เจอความทุกข์นับไม่ถ้วน แต่เธอวางใจตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว เชื่อฉัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ ฉันจะทำให้เธอมีชีวิตที่มั่งคั่งกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก!”

            เขาพูดจบก็ยื่นมือออกมาและลองคว้าเย่จื่ออี๋เข้ามากอดอีกครั้ง

            “ไปให้พ้น!” แต่ใครจะรู้ว่าเย่จื่ออี๋กลับผลักออก เธอร้องไห้และตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

            “เฉินไห่คั่ว เวลานั้นคุณพูดว่าไปก็ไป และทิ้งหนี้ไว้ให้ฉันรับผิดชอบ สองปีมานี้ฉันต้องทนอยู่กับใบหน้าที่อัปลักษณ์เจอความลำบากมากมาย นอนกลางดินกินกลางทรายกับน้องสาวหนึ่งวันได้กินอาหารแค่หนึ่งมื้อ และอาหารนั้นยังมาจากกองขยะ”

            “วันนี้ พวกฉันมีชีวิตใหม่แล้วคุณกลับมาหาพวกฉันและให้สัญญามั่งคั่งบ้าบออะไร คนสารเลวอย่างคุณต่ำช้าเกินไปไหม?”

            “ฉันต่ำช้า ฉันไม่ใช่คน ในเวลานั้นฉันไม่ควรทิ้งพวกเธอ!” เฉินไห่คั่วน้ำตาคลอ และกอดเย่จื่ออี๋เอาไว้แน่น “แต่… แต่เวลานั้นฉันอ่อนแอเกินไป ไม่กล้าเผชิญหน้ากับหนี้ก้อนใหญ่นั้นและก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับเธอ ขอโทษ ฉันมันเลว ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันให้อภัยฉันได้ไหม?”

            “ปล่อย!!” เย่จื่ออี๋ตะคอกราวกับบ้าไปแล้ว เธอผลักเฉินไห่คั่วออกไปอย่างสุดชีวิต

            ผู้ชายตรงหน้านี้บนตัวยังมีกลิ่นอายที่เหมือนกับเมื่อสองปีก่อน เขาในเมื่อก่อนให้รอยยิ้มและความอบอุ่นแก่เธอนับไม่ถ้วนทำให้เธอคิดว่าอีกฝ่ายคือคนที่ทั้งชีวิตนี้มีค่าพอที่จะพึ่งพา

            แต่ว่าตอนที่หายนะมาเยือนจริงๆเขากลับเลือกที่จะทิ้งเธอและหนีปัญหานั้นไป ปล่อยให้เธอแบกรับทุกอย่างนี้

            ความโศกเศร้าในสองปีนี้ทำให้จิตใจของเธอชาไปหมดเธอลืมอีกฝ่ายไปแล้ว ในใจของเธอไม่มีการรอคอยอีกต่อไป จะมีก็แต่ความเคียดแค้นนับไม่ถ้วน

            ตอนนี้อีกฝ่ายกลับมาและขอให้เธอให้อภัยเขา?

            ช่างน่าตลกสิ้นดี!

            “จื่ออี๋ ขอร้องล่ะ เธออย่าทำอย่างนี้เลยนะ ฉันผิดไปแล้วฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ !”แม้เย่จื่ออี๋จะข่วนและตีตนเองอย่างไร เฉินไห่คั่วก็ไม่สะทกสะท้านแต่กลับกอดเธอแน่นขึ้น

            “ปล่อยพี่สาวหนู!”ในเวลานี้เสียงตะคอกที่น่ารักก็ดังขึ้น

            เขาเห็นเย่เฉียวเฉี่ยวถือก้อนหินหนึ่งก้อนและกระแทกไปที่เท้าของเฉินไห่คั่วอย่างรุนแรง

            “โอ๊ย!” เฉินไห่คั่วเจ็บจนถอยไปหนึ่งก้าว

            เย่จื่ออี๋เห็นเช่นนี้แล้วก็ถือโอกาสดึงตัวเองออกมาจากในอ้อมกอดของเขาเธอกอดเย่เฉียวเฉี่ยวทั้งน้ำตา และเดินเข้าไปในเขตของวิลล่าที่มีค่ายกลวงกตห่อหุ้ม

            เฉินไห่คั่วต้องการไล่ตามแต่กลับเห็นว่าตรงหน้าเหมือนมีพลังที่ไร้รูปชั้นหนึ่งรั้งเขาไว้ไม่ว่าจะก้าวไปด้านหน้าอย่างไร สุดท้ายก็ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม

            ผู้ชายกำยำชุดดำที่อยู่ด้านหลังสองคนเห็นอย่างนี้ก็เข้ามาด้วยสีหน้าที่หนักอึ้ง

            “คุณไห่ระวัง ที่นี่สร้างค่ายกลพิเศษเอาไว้!”

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน