สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบสาม การทดสอบอันเข้มงวด

    ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบสาม การทดสอบอันเข้มงวด

    “กำแพงแรงก์บี”

    นั้นไม่ใช่คำกล่าวเล่นๆแต่มันคือหนึ่งใน “กำแพง”จริงๆ

    “กำแพงเด็กใหม่”

    “กำแพงก์แรงก์บี”และ

    “กำแพงแรงก์ S”

    คือสามกำแพงคร่าวๆในวงการนักผจญภัย

    กำแพงเด็กใหม่คือการที่เด็กใหม่ส่วนใหญ่จะตายไปก่อนที่จะได้ทำอาชีพนักผจญภัยจริงจัง

    กำแพงก์แรงบีคือสาเหตุที่ทำไมถึงมีแต่พี่กล้ามผมทองแรงก์ซีอยู่แถวกิลด์นักผจญภัยและ

    กำแพงแรงก์ S คือสิ่งที่เงื่อนไขยากกี่สุดเพราะคุณสมบัติไม่ตายตัวและไม่ชัดเจนเงื่อนไขก็อาจจะอธิบายได้คร่าวๆว่า “มีคุณความดีช่วยอาณาจักรไว้ได้” หรือ “มีพลังมากจนไม่ต้องสนอาณาจักรก็ได้”

    พระเอกอิเซไคทางเทคนิคสมควรจะอยู่แรงก์ S ตั้งแต่แรก

    แต่ด้วยระบบงานสารบรรณของกิลด์นักผจญภัยทำให้พระเอกอิเซไคต้องไต่เต้าไปตามระบบแรงก์ล่างๆก่อนและจะได้ชกพี่กล้ามผมทองแรงก์ซีเอาโชคเอาชัยนั่นเอง

    การที่พี่กล้ามผมทองที่มีผลงานมากมายมาติดแหงกอยู่ที่แรงก์ซี ก็เพราะการก้าวข้ามผ่าน “กำแพงแรงก์บี”นั้นจำเป็นต้องเป็นคนที่สามารถโชว์ตัวในสังคมได้หรืออย่างน้อยสามารถเข้าพบกับพวกขุนนาง ร่วมมือกับกองทหาร จัดการภัยร้ายแรงก์ระดับบีที่อาจจะสามารถคุกคามต่อหมู่บ้านขนาดใหญ่หรือเมืองต่างๆได้

    กิลด์นักผจญภัยมักโดนนินทาว่ารับคนแบบไม่เลือก                       

    ทำให้พวกเขาพยายามแก้ปัญหาโดยการให้อย่างน้อยระดับแรงก์บีที่ผ่านการทดสอบของพวกเขาออกไปโชว์ตัวกับสาธารณชนได้

    ทำให้คนรู้สึกว่า

    “นักผจญภัยแรงก์บีของเราได้มาตรฐานนะ”

    แม้จะไม่เกี่ยงในการรับคนเข้าไปเสี่ยงตายกับหนูหรือก็อบลินว่าจะเป็นเด็กชาวนาที่มีมาแค่ฝาหม้อกับมีดปอกผลไม้ หรือลูกสาวดยุกที่หนีออกจากบ้านมาผจญภัย

    เจ้าชายบางองค์หรือเชื้อพระวงศ์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่อาจจะมาผจญภัย

    แต่คนที่มีตำแหน่งทำงานอยู่แล้วมาผจญภัยอย่างท่านดยุกยังไม่เคยมีมาก่อน

    มีการที่เป็นลูกนอกสมรส Bastard ที่อาจจะต้องการพิสูจน์ตนเองว่า มีความสามารถมากพอที่จะสืบทอดที่ดินหรือสินทรัพย์บ้างจากบิดาที่เป็นขุนนาง

    ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้คนนับถือหรือพิสูจน์ตนเองได้ด้วยการเป็นนักผจญภัย

    ว่าคนที่เป็นนักผจญภัยชั้นสูงจะได้รับการเคารพนับถือจากผู้คนอย่างเต็มภาคภูมิ สามารถไปครองที่ดินปกครองอาณาเขตของตนเองได้อย่างไร้ข้อกังขา

    แต่นั่นมันกับคนทั่วไป

    ไม่ใช่กับดยุกหมูอ้วน เอ๊ย ดยุกอุลริก

    ที่มีเวลาว่างมากกว่าขุนนางคนอื่นๆได้เปลี่ยนจากการใช้เวลาที่ใช้ฉุดสาวในทุกที่ที่ตนเองเดินทางไป เปลี่ยนเป็นฉุดสาวนักผจญภัยในทุกที่ที่ตนเองเดินทางไปแทน

    แม้จะอยู่ต่อหน้าการทดสอบที่เข้มงวดของกำแพงแรงก์บี

    ท่านดยุกอูลริกก็แสดงความเก่งกาจในการแสดงทักษะการเข้าสังคมได้อย่างไร้ข้อตำหนิ

    “ข้าจะสั่งให้เฆี่ยนพ่อบ้านที่ไม่รู้จักดีชั่วไปเรื่อยๆจนกว่าองค์ราชาจะปูพรมแดงส่งกองดนตรีเกียรติยศและซุ้มกระบี่มาต้อนรับข้า”

    ท่านดยุกตอบคำถามที่ว่า

    “หากเข้าพบองค์ราชาจะต้องทำอย่างไร?”

    ได้อย่างมั่นใจในคำตอบของตนเองมาก

    ทำให้คณะกรรมการการทดสอบขยี้ศีรษะตนเองและก้มหน้าซบลงกับพื้น

    “ไม่ต้องประทับใจมาก ข้ารู้ว่าข้าเก่งบุฮิ บุฮิ บุฮิ”