ตวิษาเปิดประตูห้องพัก ก็เห็น สรสิน ซึ่งเป็บิดาบังเกิดเกล้า กำลังนั่งดูรายการตลกอยู่อย่างสนุกเฮฮา ตวิษาจึงแขวนกระเป๋าเอาไว้ที่ราวแขวน ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัว ในตู้เสื้อผ้าออกมา เพื่อเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระล้างร่างกาย
“กลับดึกนะวันนี้”
สรสินพูดเปรยๆ ขึ้นโดยสายตาก็ยังคงมองจับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี ทำให้ตวิษาที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ชะงักเท้าค้าง
“ไก๊ด์ไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลมาน่ะพ่อ พอดีเข้าป่วยเป็ไข้เืออก แล้วก็เลยไปหาอะไรกินต่อ”
ที่สรสินพูดเปรยๆ มา ตวิษารู้แหละว่าพูดเพราะความเป็ห่วงเป็ใย เธอจึงหันมาตอบไปตามความจริง ซึ่งมันก็เป็ความจริงทุกประการ ไม่มีคำโกหกแต่อย่างใดเลย
“แล้วไปหาอะไรกินกับใครล่ะ?? ถึงได้กลับมาเอาจนป่านนี้”
ถึงปากจะพูดถามขึ้นมา แต่สายตาของสรสิน ก็ยังคงมองอยู่ที่หน้าจอทีวีเช่นเดิม ซึ่งในการถามนั้นก็เป็การถามด้วยความเป็ห่วงนั่นแหละ เพราะถึงยังไงตวิษาก็เป็ผู้หญิง ไปไหนมาไหนดึกๆ ดื่นๆ มันอันตรายอยู่มิใช่น้อย
“ไปกับเพื่อนน่ะพ่อ”
ตวิษาตอบคำถามบิดาเสร็จ ก็หันหน้า ทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำไป
“เพื่อนหรือแฟนล่ะ!!...... จะคบหาใครก็ดูดีๆ นะ เอาที่เขาเลี้ยงเราได้ ไม่ใช่ให้เราไปเลี้ยงเขา”
ตวิษาก็ต้องชะงักเท้าค้างอีกรอบ เมื่อได้ยินคำพูดของบิดา ที่พูดขึ้นมาอีกรอบ ตวิษาไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด ทำเพียงหยุดฟังอยู่สักพัก จึงเดินเข้าห้องน้ำไป
ตวิษาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเกือบๆ สี่สิบห้านาที จึงค่อยเดินออกจากห้องน้ำ ซึ่งเธอก็ได้แต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยั้แ่อยู่ในห้องน้ำแล้ว และพอออกมาก็เห็นว่า สรสินนอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว โดยที่ทีวีก็ยังคงเปิดอยู่อย่างนั้น
“พ่อนะพ่อ นี่คงจะรอเรากลับแน่เลย ถึงไม่ยอมหลับยอมนอน”
ตวิษาส่ายหน้าไปมา พร้อมกับบ่นพึมพำให้ผู้เป็บิดาไปด้วย ปกติสรสินก็ไม่เกิดอาการเป็ห่วงอย่างนี้หรอก แต่่หลังๆ มาเนี้ยแหละที่เป็แบบนี้ ก็อย่างว่าน่ะนะ ก็เธอเป็ลูกสาวนี่นะ พ่อก็ต้องห่วงเป็ธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งเห็นความผิดปกติไปจากที่เป็อยู่เดิม ยิ่งเป็ห่วงมากไปกันใหญ่
ตวิษาเดินไปปิดทีวี แล้วจึงเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อทาครีม ทาโลชั่นบำรุงหน้าและตัว เสร็จแล้วก็ค่อยเดินไปยังที่นอนของตัวเอง ที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็ฝั่งตรงข้ามกับที่บิดาของเธอนอนอยู่ ตวิษาล้มตัวลงนอน ปิดเปลือกตาลง พยายามนอนให้หลับ แต่จนแล้วจนรอด ห้านาทีผ่านไปแล้ว ก็ยังไม่หลับ
“หลับสักทีสิ จะมัวมาคิดอะไรกันนักกันหนาเนี้ย!! พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานอีกนะ”
ตวิษาพลิกไปพลิกมาก็แล้ว แต่จิตใจก็ยังไม่ยอมสงบ ไม่ยอมเข้าสู่ห้วงแห่งการหลับใหลสักที เพราะมัวแต่เฝ้าคิดถึงรสจูบ รสััของใครบางคน เธอจึงบ่นพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ อย่างเป็การเตือนสติตัวเอง
แต่กระนั้นเธอยังไม่ยอมหลับยอมนอนอยู่ดี จนเวลาล่วงเลยไปค่อนคืน ตวิษาจึงค่อยหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ก็ได้นอนไม่ถึงสี่ชั่วโมงด้วยน้ำ นาฬิกาก็ส่งเสียงดังขึ้น เตือนบอกเวลา ว่าตอนนี้เป็เวลาตีห้าแล้ว ตื่นได้แล้ว
ตวิษาจึงต้องงัวเงียตื่นขึ้นมา ทั้งที่ร่างกายก็ยังอยากจะนอนต่อ แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะขืนหากนอนต่อ มีหวังนอนยาวจนไปทำงานสาย หรือเผลอๆ ไม่ได้ไปทำงานกันพอดี ซึ่งวันนี้เธอมีงานด่วนต้องเคลียร์ให้เสร็จซะด้วย เธอจึงไม่สามารถหาข้ออ้างมาหยุดงานในวันนี้ได้
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑