“วี้ด!”
เสียงร้องของหงส์ดังสนั่นก้องฟ้าจากต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์!
เสียงที่ดังสะท้านก้องกังวานราวกับหอกเทพนับพันเล่มที่แทงทะลวงจิตวิญญาณของผู้คน
สัมผัสแห่งจิตวิญญาณของฉางเยวี่ยในขณะนี้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันแม้จะไม่ถูกทำลายล้างไปโดยตรง แต่ก็เจ็บปวดอย่างยิ่ง
ซูฉางเซิงอยู่ใกล้ที่สุดผลกระทบที่ได้รับจึงมากที่สุดเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเสียงร้องเพียงเล็กน้อยนี้ยังไม่สามารถทำร้ายเขาได้เลยเมื่อคัมภีร์ลับเก้าภัยพิบัติทำงาน จิตวิญญาณก็เปล่งประกายออกมาขัดขวางการโจมตีด้วยจิตวิญญาณนั้นอย่างยากลำบาก
แต่ในวินาทีต่อมาพร้อมกับการปรากฏตัวของเปลวเพลิงสีแดงเข้มที่กลายร่างเป็นหงส์บริสุทธิ์เปลวเพลิงเทพที่เหมือนจริงก็ระเบิดออกมาทันที กวาดล้างออกไป
อำนาจศักดิ์สิทธิ์น่าสะพรึงกลัวเมื่อผ่านไป แม้แต่สัตว์อสูรไฟที่แปลงร่างเป็นนกก็ยังถูกระเบิดกระจัดกระจายในทันที
ซูฉางเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะนี้เขาเป็นเพียงจิตวิญญาณที่ปรากฏในนรกแห่งทะเลเพลิงนี้เท่านั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงเทพนี้ แม้ว่าจะไม่กลัวแต่ก็ทำกระไรเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ได้
หันกลับไปมองฉางเยวี่ยที่อยู่ไกลออกไปใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน ซูฉางเซิงไม่ลังเลพุ่งตัวไปปรากฏตัวข้างกายฉางเยวี่ยทันที
“ไป!”
ซูฉางเซิงส่งเสียงต่ำก่อนที่จะพุ่งตัวพาฉางเยวี่ยออกจากโลกทะเลเพลิงนี้ไปโดยตรง
“ไม่เป็นกระไรใช่หรือไม่”
ซูฉางเซิงกล่าวถามพลางจ้องมองไปยังต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“ไม่เป็นไร เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าที่นี่จะมีหงส์วิญญาณบริสุทธิ์จริงอาศัยอยู่จริงๆ”
ฉางเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยบนใบหน้างามมีร่องรอยของความตกใจและความหวาดกลัว
หากไม่มีซูฉางเซิงคอยปกป้องจิตวิญญาณของนางคงจะถูกสังหารอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน
หงส์วิญญาณบริสุทธิ์จริงนั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่งเป็นหนึ่งในสิบสัตว์อสูรโบราณ เมื่อเติบโตเต็มที่แล้วอย่างน้อยก็เป็นผู้แข็งแกร่งในระดับราชันเซียนอมตะที่น่าสะพรึงกลัว
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นหงส์กลายพันธุ์ที่มีความสามารถในการเผาฟ้าต้มทะเล[1] อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนโลกใบเล็กให้กลายเป็นนรกแห่งเพลิงได้อย่างง่ายดาย!
แม้ว่าจะยังไม่เติบโตเต็มที่ ทว่าก็คงอีกไม่ไกลแล้ว!
เพราะแม้ว่าหงส์ตัวนี้จะมีพลังน่าสะพรึงกลัวแต่ก็ไม่มีความแข็งแกร่งในระดับราชันเซียนอมตะ มีพลังเพียงระดับใกล้เคียงราชันเซียนอมตะเท่านั้น
อย่างไรก็ตามทั้งสองสตรีก็ยังไม่สามารถรับมือกับมันได้อยู่ดี
“ไม่เลว เป็นหงส์ที่มีสายเลือดค่อนข้างบริสุทธิ์จริงๆ”
“อย่างไรก็ตาม กลับไม่ใช่หงส์บริสุทธิ์ แต่เป็นหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย!”
ซูฉางเซิงมองไปยังต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ด้วยดวงตาเป็นประกายและกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา โดยที่ในน้ำเสียงนั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยมีเพียงความสงบนิ่ง
กระทั่งในวินาทีต่อมามุมปากของเขาก็ยังยกขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ
“หงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายรึ” จีหวงอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“นั่นไม่ใช่เผ่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายจากโลกแห่งความมืดมิดหรอกหรือ” ฉางเยวี่ยขมวดคิ้ว
“อืมแต่ดูเหมือนว่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายตัวนี้จะถูกหงส์วิญญาณบริสุทธิ์ตัวจริงกดเอาไว้ที่นี่แน่นอนว่า แม้จะเป็นหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายจากโลกแห่งความมืดมิด มันก็อาจเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเจ้า”
ซูฉางเซิงหันไปมองจีหวงพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า
จีหวงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะก่อนที่จะเข้าใจจากนั้นก็เผยรอยยิ้มที่ทำให้เปลวเพลิงที่ส่องประกายโดยรอบนั้นดูมืดหม่นไปเลยทีเดียว
“ท่านพี่...”
“นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับจีหวงแต่ข้าพลังอ่อนแอเกินไปแม้แต่ข้อห้ามของต้นอู๋ถงโบราณนี้ข้าก็อาจจะไม่สามารถทำลายได้...”
เสียงออดอ้อนของจีหวงดังเข้ามาในหูของซูฉางเซิง ในทันทีก็ทำให้ดวงตาของซูฉางเซิงสั่นไหว
แม่นางน้อยคนนี้ในวันธรรมดาไม่เคยแสดงอาการใดๆ ออกมา แต่พอเมื่อออดอ้อนขึ้นมาก็ยากที่จะต้านทานได้จริงเชียว
“แค่กๆ...”
ซูฉางเซิงกระแอมไอสองครั้งทำท่าทางสงบเสงี่ยม ทว่ายังไม่ทันพูดกระไร ในวินาทีต่อมาเขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่โชยมา
จากนั้นก็มีความรู้สึกนุ่มนวลที่แขน
จีหวงเข้ามาใกล้ทันทีสองมือเรียวเล็กโอบรอบแขนของซูฉางเซิงโดยตรงความนุ่มนวลนั้นก็แนบชิดกับแขนของซูฉางเซิง กดทับจนเสียรูปทรง
เผยให้เห็นส่วนโค้งที่ชวนให้เลือดลมสูบฉีด!
“ท่านพี่~”
จีหวงงัดอาวุธร้ายออกมาทันที โอบแขนของซูฉางเซิงพลางส่ายไปมาและออดอ้อนเสียงหวาน
รู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลที่แขนมาเสียดสีไปมาราวกับซูฉางเซิงถูกไฟฟ้าตรึงร่างไว้ทั้งตัวในทันที
แม่นางน้อยคนนี้…น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“ดีๆข้าจะทำลายข้อห้ามเอง!”
ซูฉางเซิงตอบตกลงทันทีเขากลัวว่าหากเขาไม่ตอบตกลง นางจะทำกระไรมากกว่านี้ ซึ่งเขาอาจจะทนไม่ไหวจริงๆ
สถานที่เปล่าเปลี่ยวเช่นนี้ก็ไม่ปลอดภัยเสียด้วย…
ขณะที่มองดูท่าทางของซูฉางเซิงฉางเยวี่ยที่อยู่ด้านข้างก็หัวเราะออกมา
ผู้ใดจะคิดว่าจักรพรรดิสวรรค์ฉางเซิงที่ดูเย็นชาไร้ผู้ใดเทียบและสังหารอย่างเฉียบขาดในสายตาคนภายนอก จะแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาได้
“เพียะ!”
ทันใดนั้น!
เสียงฝ่ามือที่ดังอย่างชัดเจนก็ดังขึ้น
ฉางเยวี่ยที่กำลังสนุกสนานและดูเรื่องตลกอยู่รู้สึกว่าก้นของตนเองเจ็บขึ้นมาในทันที จนต้องยืนงงอยู่กับที่
“หัวเราะรึ!”
“กลับไปแล้วค่อยดูว่าข้าจะจัดการเจ้าสองคนอย่างไร!”
ซูฉางเซิงเหลือบมองฉางเยวี่ยและจีหวงด้วยสายตาที่ดุดันก่อนที่จะเดินไปยังต้นอู๋ถงโบราณโดยไม่สนใจสายตาที่ขุ่นเคืองของฉางเยวี่ย
ฉางเยวี่ยสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ก้นของนางในทันทีก็กระทืบเท้าด้วยความขุ่นเคือง
เห็นได้ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือจีหวง ด้วยเหตุใดคนที่ถูกลงโทษกลับเป็นตนเอง
แต่ว่า…
เมื่อครู่ความรู้สึกนั้นช่างแปลกประหลาดเสียจริง…
ความคิดที่น่ากลัวผุดขึ้นในใจของฉางเยวี่ย ใบหน้างามจึงแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
ส่วนจีหวงที่ทำสำเร็จยิ่งท้าทายคำเตือนของซูฉางเซิงอย่างไม่เกรงกลัว แลบลิ้นออกมาอย่างทะเล้นใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์นั้นแข็งแกร่งจริง ทว่าสุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสพลังจึงมีเพียงระดับเซียนอมตะ
สำหรับพวกนางแล้วมันอาจจะแข็งแกร่งเกินไปจนไม่สามารถรับมือได้แต่สำหรับซูฉางเซิงแล้วก็เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น!
ตราบใดที่ซูฉางเซิงลงมือโอกาสเช่นนี้ก็สามารถไขว่คว้ามาได้โดยง่าย
เมื่อได้หงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์จริงมาพลังของนางจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นก็จะไม่ต้องคอยถ่วงซูฉางเซิงอีกต่อไป
เมื่อคิดถึงตรงนี้จีหวงก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
และในขณะนี้ ซูฉางเซิงก็ได้ยืนอยู่ตรงหน้าต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์แล้ว
ต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์นี้สมกับเป็นสิ่งต้องห้ามในยุคโบราณแม้ว่าจะเป็นเพียงกิ่งก้าน และยังผ่านการชะล้างจากกาลเวลามานับไม่ถ้วนแล้วแต่ก็ยังคงไม่ผุพังและไม่ดับสูญ
ยิ่งไปกว่านั้นบนลำต้นของมันยังมีแสงที่ส่องประกายและพลังศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่
“ให้ข้าเสียหน่อยสิ ต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ในตำนานจะแข็งแกร่งสักเพียงใด!”
ซูฉางเซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมาในวินาทีต่อมาเขาก็ยกมือขึ้นฟาดฟันด้วยกระบี่พลังโดยตรง
“ตึ้ง!”
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือนโบราณสถานทั้งผืนเกิดแผ่นดินไหว มีฝุ่นควันกระจาย
แต่น่าเสียดายเมื่อฝุ่นควันจางหายไป บนต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์กลับมีเพียงรอยเล็กๆ ปรากฏขึ้น
ในขณะที่แสงศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่รอยนั้นก็ค่อยๆ หายไปและฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า!
“หืม”
เมื่อเห็นฉากนี้ ซูฉางเซิงก็อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางประหลาดใจ
ต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์นี้ช่างไม่ธรรมดาเสียจริงกิ่งก้านที่ตายแล้วกลับมีพลังป้องกันและพลังชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เมื่อผ่านไปนับหมื่นปีมันช่างเหลือเชื่อเสียจริง!
แล้วต้นของมันจริงๆจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงใดกัน
ไม่ผุพังและไม่ดับสูญกระนั้นรึ!
“ฮึ่ม! อีกครั้ง!”
ซูฉางเซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยในวินาทีต่อมาเขาก็เกิดความสนใจขึ้นมา และแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ
กระบี่เซียนที่ดูเหมือนธรรมดาๆเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
กระบี่เซียนแห่งต้าหลัว!
เมื่อกระบี่เล่มนี้ปรากฏขึ้นแม้แต่ความว่างเปล่าโดยรอบก็ยังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงพลังชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัวก็กวาดล้างความว่างเปล่า!
น่ากลัวยิ่งนัก!
ซูฉางเซิงถือกระบี่เซียนแห่งต้าหลัวใบหน้าก็เผยรอยยิ้มที่มั่นใจอย่างยิ่งก่อนที่จะถือกระบี่ด้วยสองมือและฟันไปยังต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ในทันที
------------------
เชิงอรรถ
[1] เผาฟ้าต้มทะเล หมายถึง สำนวนจีนที่สื่อถึงการทำลายล้างครั้งใหญ่การก่อให้เกิดความหายนะอย่างกว้างขวางและรุนแรงมากจนเหมือนกับเผาท้องฟ้าและต้มทะเลให้เดือดพล่าน