นอกจากเก๋จะนึกรังเกียจ ก็ยังแอบอิจฉาอยู่หน่อยๆ เพราะทรวดทรงของสาวสวยคมนั้นมหึมาไม่ใช่เล่น กะคร่าวๆน่าจะล้ำกว่าเธอประมาณสองเบอร์ ช่วงเอวก็เว้าคอด แถมยังไร้ไขมันส่วนเกิน ทำให้ดูเย้ายวนใจสุดๆ
ทว่าแพนตาล่ายังไม่ยอมหยุดเปลื้องผ้า มือบางลดต่ำลงมาแกะกระดุมยีนส์สั้นรัดรูป ก่อนจะบรรจงถอดมันช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่ยวนอารมณ์มากที่สุด และพอสิ่งนั้นหลุดพ้นปลายเท้า ก็ทำให้เรือนร่างงามปรากฏต่อสายตาชาวโลก
“ ว้าว……..นี่มัน……”เก๋อุทานดัง แต่ด้วยความที่ร่างกายโดนยาชาเล่นงาน เสียงจึงลอดริมฝีปากบางออกมาเล็กน้อยจนใกล้เคียงกระซิบ และสาเหตุที่เธอตกตะลึงถึงเพียงนี้ เป็นเพราะประจักษ์ว่าสาวลาตินมีเชฟช่วงล่างที่เป็นเลิศ
“ โห…..นี่มันเรือนร่างของนางเอกหนังใต้ดินเกรดเอชัดๆ ทั้งเอวเว้าคอด สะโพกผายและกลมมน แถมโคนขาอวบใหญ่ก็รับกับองค์รวมเสียอีก ที่สำคัญสุดคือ….แปลงนาโหนกนูนที่กว้างขวางถึงขั้นนำฝ่ามือมาโปะไม่มิด ” เก๋จ้องมองไม่วางตา ในใจยอมรับว่าสาวลาตินนางนี้มีแรงดึงดูดทางเพศที่สูงมาก ขนาดเธอเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ยังอดหลงใหลไม่ได้
“ หึ หึ หึ ชั้นสวยใช่มั้ยเล่า แต่เธอเองก็ไม่เบาเหมือนกัน แล้วจะแสดงให้ดู” พอรู้ว่าเก๋คิดแบบนั้น แพนตาร่าก็ตอบกลับโดยเร็ว ก่อนจะเอื้อมมือไปถลกกระโปรงสั้นรัดรูปของเก๋
“ ว้าย! หยุดนะ อย่าทำแบบนั้น ” เก๋พยายามร้องห้าม ปากทำได้แค่พะงาบๆ
และในทันทีที่กระโปรงผ้ามันร่นถึงเอวบาง เรือนกายช่วงล่างที่ทรงสัดส่วนสมบูรณ์ก็เผยออกมา อันเป็นทรวดทรงที่เว้าโค้งเป็นรูปตัวเอส ผิวกายขาวผ่องอมแดงนิดๆ ส่วนปลีน่องและโคนขาก็มีขนาดพอดิบพอดี อันจัดเป็นความงามที่ไม่เป็นรองแนวเนื้อนมไข่อย่างสาวลาติน
“ อืม….แม้เธอจะเล็กกว่าชั้น แต่ถ้าให้เทียบกัน คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่น่าจะเลือกหุ่นแบบเธอ” แพนตาร่ากล่าวชมซึ่งหน้า ดวงตาที่มองมาเปล่งประกายแวววาว คล้ายมีดวงไฟแห่งแรงปรารถนาเคลือบแฝงอยู่ และโฟกัสของมันก็เลื่อนไปตรงกึ่งกลางกาย ซึ่งเป็นจุดที่เนินนูนรูปหลังเต่าสถิตอยู่
ด้วยความที่เก๋ผ่านการมีแฟนมาหลายคน แถมเจ้าหล่อนยังไม่ใช่ดรุณีแรกรุ่นที่ไร้เดียงสา เลยอ่านออกทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ทว่าก็จนใจที่ตัวเองไม่อาจขยับกาย เลยได้แต่ปล่อยให้สาวลาตินผู้ร้อนเเรงเลื่อนมือมาจับขอบกางเกงในบาง เพื่อเตรียมรูดมันลง
“ หึ หึ หึ ขอชมความสวยงามของเธอให้เต็มสองตาหน่อยนะ”
แต่ในขณะที่แพนตาร่ากำลังสนุกสนานอยู่นั้นเอง สาวลาตินก็ได้ยินเสียงกระแอมของบุรุษที่ดังมาจากด้านหลัง
“ ฮะ…แฮ่ม…..”
“ เอ๊ะ! ” สาวลาตินหยุดชะงัก มือบางที่ซุกซนเลื่อนกลับที่ พร้อมหันไปแก้ตัวกับชายหนุ่มผู้มาใหม่ น้ำเสียงแลสั่นเทา ท่าทางหวาดกลัว
“ เอ่อ….ข้าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางผู้นี้ เพียงแต่จะช่วยเช็คของให้เจ้าเท่านั้น ”
“ หึ หึ หึ….เป็นอย่างงั้นเองหรอกหรือ ” น้ำเสียงของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแลเยือกเย็น พริบตาต่อมา เขาก็เหวี่ยงแขนใส่สาวลาตินอย่างรุนแรง ส่งผลให้ร่างงามสีน้ำผึ้งลอยละลิ่วไปกระแทกกำแพง
“ โครม…….”
“ ข้าสั่งแล้วใช่มั้ยว่า….อย่ายุ่งกับสตรีนางนี้ ” บุรุษผู้นั้นกล่าวเรียบๆ ทว่ากลับมีแววอำมหิตแฝงอยู่ในวาจา อันชวนให้เก๋รู้สึกคุ้นหูและขนลุกในเวลาเดียวกัน
“ เสียงของนายคนนี้น่ากลัวชะมัด แต่ก็ฟังดูคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน”
สาวลาตินค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน เลือดแดงหลั่งท่วมร่างเปลือยสีน้ำผึ้ง ปากก็อ้ากว้าง เพื่อแยกเขี้ยวคมใส่บุรุษหนุ่ม สีหน้าและแววตาดูดุร้าย ไม่ต่างจากสัตว์ป่า
“ แฮ่…….”
“ นี่เจ้ากล้าขู่เหรอ แพนตาร่า หัดรู้ฐานะของตัวเองซะบ้าง หรือว่าอยากให้ข้าลงมือ ” บุรุษหนุ่มผู้นั้นกล่าวเบาๆ แต่เก๋กลับรู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงที่แผ่ซ่านจากร่างสูงโปร่ง และสิ่งนั้นก็ทำให้แวมไพร์สาวถึงกับกายสั่นเทา พร้อมงอตัวลงไปคำนับ
“ ยะ….อย่าทำข้าเลย ข้าผิดไปแล้ว ”
บุรุษหนุ่มมองสภาพที่น่าสังเวชของแวมไพร์สาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดส่งแรงกดดันออกมา ทำให้ทั้งเก๋และแพนตาล่ารู้สึกผ่อนคลายลงจากนั้นเขาก็ออกคำสั่ง
“ เอาล่ะ เจ้าไปได้ แต่นี้ต่อไป อย่าเข้ามาหานางคนนี้อีก ถ้าขัดคำสั่ง หัวของเจ้าจะหลุดจากบ่า”
“ ดะ…ได้…..ขะ…ขอบน้ำใจเจ้ามาก ” แพนตาล่ารีบรับคำถี่รัว พร้อมจากลาอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสื้อผ้าของตัวเองที่กองเรียงรายอยู่บนพื้นห้อง
พอแพนตาล่าหายลับไปจากฉาก ห้องนั้นก็เหลือเพียงเก๋และบุรุษร่างสูงโปร่ง เขาจึงเดินเข้ามาใกล้ ทันทีที่ถึงตัว เธอก็พบกับหนุ่มหล่อคนหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือแวมไพร์ที่ชื่อ…..สเตฟาน หลุยส์ สังเกตได้จากใบหน้าคมเข้มแนวอิตาเลี่ยน ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล และรอยยิ้มอบอุ่นที่คุ้นเคย ไม่นาน ชายผู้นั้นก็กล่าวกับเธออย่างนิ่มนวล อันเป็นบุคลิกที่แตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน
“ แม่นางจงหลับให้สบายเถอะ ข้าจะปกป้องท่านเอง จะไม่มีอสูรหรืออันตรายใดๆย่างกรายเข้ามาอีก ขอให้สัญญาด้วยโลหิตของข้า ”
แม้ถ้อยคำนั้นจะดูหนักแน่น ประหนึ่งปฐพีที่ใช้รองรับทุกสรรพสิ่ง ทว่ามันก็ฟังดูโบราณเกินไป ราวกับผู้กล่าวจะไม่ใช่คนในยุคนี้ อีกประการ วาจานั้นมาจากอมนุษย์ที่ดำรงชีพด้วยโลหิต ความรู้สึกด้านลบจึงก่อเกิดในใจของเก๋อย่างรุนแรง
“ เจ้าปีศาจ ชั้นไม่มีวันเชื่อนายหรอก ไปลงนรกซะ เพราะที่นั่นเหมาะกับแกที่สุดแล้ว”
แม้ความคิดของเก๋จะดุเดือดและชวนโมโหเป็นที่สุด แต่สเตฟานกลับไม่ถือสา ซ้ำยังยื่นมือขาวซีดมาลูบศีรษะของหญิงสาว พร้อมตอบกลับอย่างอ่อนโยน
“ หลับให้สบายเถอะนะ เพราะไม่ว่าจะโกรธเคืองหรือชิงชังข้าซักเพียงใด มันก็ไม่อาจกลบฝังความรักของข้าที่มีต่อท่าน ” และนั่นคือสิ่งที่สุดท้ายที่สาวสวยได้ยิน ก่อนที่สติจะพลันดับวูบไป
……………………………..
หรั่งลืมตาขึ้น ภาพเพดานห้องที่ทำจากปูนค่อยๆกระจ่าง และสิ่งที่ตามมาก็คือ…..ความกระหายที่มากมายจนแทบจะทนไม่ไหว
“ อ้า…หิวน้ำเหลือเกิน ทำไมทรมานแบบนี้ อย่างกับมีถ่านไฟร้อนๆฝังอยู่ในลำคอของเราเลย” หรั่งใคร่ครวญ แต่เขาก็ทำได้แค่นั้น เพราะกายไม่อาจขยับ ด้วยแขนขาถูกตรึงกับขอบเตียงด้วยสายรัดอย่างแน่นหนา
“ อึก…ปล่อยชั้นนะ ปล่อย…..” หรั่งคำรามดัง ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวเพิ่มพูนในจิตใจ และเมื่อผสานกับความกระหายที่มากล้น ก็เลยทำให้เขาอาละวาดดุจสัตว์ป่า
“ กึก กึก กึก…..” แม้พลังของหรั่งจะมากมาย แต่ก็ทำได้แค่เขย่าให้เตียงสั่น เพราะพันธนาการที่ผูกมัดนั้นแข็งแกร่งเกินไป และในขณะที่หนุ่มหล่อคลุ้มคลั่งอยู่นั้นเอง เสียงทุ้มลึกของบุรุษตาสีเหล็กก็ดังขึ้น
“ เป็นยังไงบ้าง ท่านหรั่ง ”
“ แฮ่…….” รีแอคชั่นแรกของหรั่งก็คือ….แยกเขี้ยวใส่ ความโมโหที่ไร้เหตุผลพลุ่งพล่านไปทั่วหัวใจ อัลเบิร์ตเลยตอบกลับเนือยๆ มือขวาจับดาบยาวที่เหน็บข้างเอว
“ ท่านหรั่งสงบจิตใจไว้ก่อน อย่าปล่อยให้ด้านมืดครอบงำ คิดถึงเป้าหมายหลักที่มุ่งหวังก่อนจะเปลี่ยนร่างสิ ท่านประสงค์จะเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเหลือผู้ใด นางผู้นั้นต้องการท่านหรั่งนะ ”
แม้สติสัมปชัญญะของหรั่งจะค่อนข้างมืดมัว คิดสิ่งใดไม่ค่อยออก เพราะในหัวหลงเหลือแต่ความกระหาย แต่พอบางถ้อยคำของบุรุษตาสีเหล็กเข้าสู่โสตประสาท มโนทวารก็ปรากฏภาพของสาวสวยนางหนึ่งที่ดูคุ้นตา ปากก็เลยขยับขึ้นลงแบบไม่รู้ตัว เพื่อเรียกชื่อของคนๆนั้น
“ เก๋……”
ทันใดนั้นเอง ความโกรธเกรี้ยวที่แสนร้ายกาจก็บังเกิดในดวงจิต ประหนึ่งพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ทำให้หรั่งแยกเขี้ยวใส่อัลเบิร์ตเป็นการใหญ่ สองแขนและสองขาพยายามดิ้นรน เพื่อให้หลุดพ้นจากสายรัดอันเหนียวแน่น ปากก็คำรามดังอย่างต่อเนื่อง
“ แฮ่…เลือด…..ข้าอยากกินเลือด….”
แน่นอนว่าในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงอัลเบิร์ต แต่สองสาวก็อยู่ด้วย พวกเธอดูกลัดกลุ้ม โดยเฉพาะวอนจองถึงกับน้ำตาไหลซึมจนต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับกันเลยทีเดียว
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
