นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 58 กลายพันธุ์

            นอกจากเก๋จะนึกรังเกียจ ก็ยังแอบอิจฉาอยู่หน่อยๆ  เพราะทรวดทรงของสาวสวยคมนั้นมหึมาไม่ใช่เล่น กะคร่าวๆน่าจะล้ำกว่าเธอประมาณสองเบอร์  ช่วงเอวก็เว้าคอด แถมยังไร้ไขมันส่วนเกิน  ทำให้ดูเย้ายวนใจสุดๆ


     

              ทว่าแพนตาล่ายังไม่ยอมหยุดเปลื้องผ้า  มือบางลดต่ำลงมาแกะกระดุมยีนส์สั้นรัดรูป ก่อนจะบรรจงถอดมันช้าๆ  ด้วยท่วงท่าที่ยวนอารมณ์มากที่สุด และพอสิ่งนั้นหลุดพ้นปลายเท้า  ก็ทำให้เรือนร่างงามปรากฏต่อสายตาชาวโลก 


    “ ว้าว……..นี่มัน……”เก๋อุทานดัง  แต่ด้วยความที่ร่างกายโดนยาชาเล่นงาน เสียงจึงลอดริมฝีปากบางออกมาเล็กน้อยจนใกล้เคียงกระซิบ และสาเหตุที่เธอตกตะลึงถึงเพียงนี้  เป็นเพราะประจักษ์ว่าสาวลาตินมีเชฟช่วงล่างที่เป็นเลิศ 


    “ โห…..นี่มันเรือนร่างของนางเอกหนังใต้ดินเกรดเอชัดๆ ทั้งเอวเว้าคอด  สะโพกผายและกลมมน แถมโคนขาอวบใหญ่ก็รับกับองค์รวมเสียอีก  ที่สำคัญสุดคือ….แปลงนาโหนกนูนที่กว้างขวางถึงขั้นนำฝ่ามือมาโปะไม่มิด ” เก๋จ้องมองไม่วางตา  ในใจยอมรับว่าสาวลาตินนางนี้มีแรงดึงดูดทางเพศที่สูงมาก ขนาดเธอเป็นผู้หญิงเหมือนกัน  ยังอดหลงใหลไม่ได้ 


    “ หึ  หึ หึ  ชั้นสวยใช่มั้ยเล่า  แต่เธอเองก็ไม่เบาเหมือนกัน  แล้วจะแสดงให้ดู” พอรู้ว่าเก๋คิดแบบนั้น  แพนตาร่าก็ตอบกลับโดยเร็ว ก่อนจะเอื้อมมือไปถลกกระโปรงสั้นรัดรูปของเก๋ 


    “ ว้าย!  หยุดนะ อย่าทำแบบนั้น ” เก๋พยายามร้องห้าม ปากทำได้แค่พะงาบๆ


       

                 และในทันทีที่กระโปรงผ้ามันร่นถึงเอวบาง  เรือนกายช่วงล่างที่ทรงสัดส่วนสมบูรณ์ก็เผยออกมา  อันเป็นทรวดทรงที่เว้าโค้งเป็นรูปตัวเอส  ผิวกายขาวผ่องอมแดงนิดๆ ส่วนปลีน่องและโคนขาก็มีขนาดพอดิบพอดี  อันจัดเป็นความงามที่ไม่เป็นรองแนวเนื้อนมไข่อย่างสาวลาติน 


    “ อืม….แม้เธอจะเล็กกว่าชั้น แต่ถ้าให้เทียบกัน  คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่น่าจะเลือกหุ่นแบบเธอ” แพนตาร่ากล่าวชมซึ่งหน้า  ดวงตาที่มองมาเปล่งประกายแวววาว คล้ายมีดวงไฟแห่งแรงปรารถนาเคลือบแฝงอยู่  และโฟกัสของมันก็เลื่อนไปตรงกึ่งกลางกาย  ซึ่งเป็นจุดที่เนินนูนรูปหลังเต่าสถิตอยู่


     

              ด้วยความที่เก๋ผ่านการมีแฟนมาหลายคน  แถมเจ้าหล่อนยังไม่ใช่ดรุณีแรกรุ่นที่ไร้เดียงสา เลยอ่านออกทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร  ทว่าก็จนใจที่ตัวเองไม่อาจขยับกาย เลยได้แต่ปล่อยให้สาวลาตินผู้ร้อนเเรงเลื่อนมือมาจับขอบกางเกงในบาง เพื่อเตรียมรูดมันลง 


    “ หึ  หึ หึ  ขอชมความสวยงามของเธอให้เต็มสองตาหน่อยนะ”


     

               แต่ในขณะที่แพนตาร่ากำลังสนุกสนานอยู่นั้นเอง  สาวลาตินก็ได้ยินเสียงกระแอมของบุรุษที่ดังมาจากด้านหลัง 


    “ ฮะ…แฮ่ม…..” 


    “ เอ๊ะ! ” สาวลาตินหยุดชะงัก มือบางที่ซุกซนเลื่อนกลับที่  พร้อมหันไปแก้ตัวกับชายหนุ่มผู้มาใหม่ น้ำเสียงแลสั่นเทา  ท่าทางหวาดกลัว 


    “ เอ่อ….ข้าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางผู้นี้ เพียงแต่จะช่วยเช็คของให้เจ้าเท่านั้น ” 


    “ หึ  หึ หึ….เป็นอย่างงั้นเองหรอกหรือ ” น้ำเสียงของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแลเยือกเย็น  พริบตาต่อมา เขาก็เหวี่ยงแขนใส่สาวลาตินอย่างรุนแรง  ส่งผลให้ร่างงามสีน้ำผึ้งลอยละลิ่วไปกระแทกกำแพง 


    “ โครม…….” 


    “ ข้าสั่งแล้วใช่มั้ยว่า….อย่ายุ่งกับสตรีนางนี้ ” บุรุษผู้นั้นกล่าวเรียบๆ ทว่ากลับมีแววอำมหิตแฝงอยู่ในวาจา  อันชวนให้เก๋รู้สึกคุ้นหูและขนลุกในเวลาเดียวกัน 


    “ เสียงของนายคนนี้น่ากลัวชะมัด แต่ก็ฟังดูคุ้นๆ  เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน”


     

              สาวลาตินค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน  เลือดแดงหลั่งท่วมร่างเปลือยสีน้ำผึ้ง ปากก็อ้ากว้าง  เพื่อแยกเขี้ยวคมใส่บุรุษหนุ่ม สีหน้าและแววตาดูดุร้าย  ไม่ต่างจากสัตว์ป่า 


    “ แฮ่…….” 


    “ นี่เจ้ากล้าขู่เหรอ  แพนตาร่า  หัดรู้ฐานะของตัวเองซะบ้าง หรือว่าอยากให้ข้าลงมือ ” บุรุษหนุ่มผู้นั้นกล่าวเบาๆ แต่เก๋กลับรู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงที่แผ่ซ่านจากร่างสูงโปร่ง และสิ่งนั้นก็ทำให้แวมไพร์สาวถึงกับกายสั่นเทา  พร้อมงอตัวลงไปคำนับ 


    “ ยะ….อย่าทำข้าเลย ข้าผิดไปแล้ว ”


     

               บุรุษหนุ่มมองสภาพที่น่าสังเวชของแวมไพร์สาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดส่งแรงกดดันออกมา  ทำให้ทั้งเก๋และแพนตาล่ารู้สึกผ่อนคลายลงจากนั้นเขาก็ออกคำสั่ง 


    “ เอาล่ะ  เจ้าไปได้ แต่นี้ต่อไป  อย่าเข้ามาหานางคนนี้อีก ถ้าขัดคำสั่ง  หัวของเจ้าจะหลุดจากบ่า” 


    “ ดะ…ได้…..ขะ…ขอบน้ำใจเจ้ามาก ” แพนตาล่ารีบรับคำถี่รัว พร้อมจากลาอย่างรวดเร็ว  โดยไม่สนใจเสื้อผ้าของตัวเองที่กองเรียงรายอยู่บนพื้นห้อง


     

                  พอแพนตาล่าหายลับไปจากฉาก  ห้องนั้นก็เหลือเพียงเก๋และบุรุษร่างสูงโปร่ง เขาจึงเดินเข้ามาใกล้  ทันทีที่ถึงตัว เธอก็พบกับหนุ่มหล่อคนหนึ่ง  ซึ่งนั่นก็คือแวมไพร์ที่ชื่อ…..สเตฟาน  หลุยส์  สังเกตได้จากใบหน้าคมเข้มแนวอิตาเลี่ยน ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล  และรอยยิ้มอบอุ่นที่คุ้นเคย ไม่นาน  ชายผู้นั้นก็กล่าวกับเธออย่างนิ่มนวล อันเป็นบุคลิกที่แตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน 


    “ แม่นางจงหลับให้สบายเถอะ  ข้าจะปกป้องท่านเอง  จะไม่มีอสูรหรืออันตรายใดๆย่างกรายเข้ามาอีก ขอให้สัญญาด้วยโลหิตของข้า ”


     

                แม้ถ้อยคำนั้นจะดูหนักแน่น  ประหนึ่งปฐพีที่ใช้รองรับทุกสรรพสิ่ง ทว่ามันก็ฟังดูโบราณเกินไป  ราวกับผู้กล่าวจะไม่ใช่คนในยุคนี้ อีกประการ  วาจานั้นมาจากอมนุษย์ที่ดำรงชีพด้วยโลหิต ความรู้สึกด้านลบจึงก่อเกิดในใจของเก๋อย่างรุนแรง 


    “ เจ้าปีศาจ  ชั้นไม่มีวันเชื่อนายหรอก ไปลงนรกซะ  เพราะที่นั่นเหมาะกับแกที่สุดแล้ว”


     

                  แม้ความคิดของเก๋จะดุเดือดและชวนโมโหเป็นที่สุด  แต่สเตฟานกลับไม่ถือสา  ซ้ำยังยื่นมือขาวซีดมาลูบศีรษะของหญิงสาว พร้อมตอบกลับอย่างอ่อนโยน 


    “ หลับให้สบายเถอะนะ  เพราะไม่ว่าจะโกรธเคืองหรือชิงชังข้าซักเพียงใด  มันก็ไม่อาจกลบฝังความรักของข้าที่มีต่อท่าน ” และนั่นคือสิ่งที่สุดท้ายที่สาวสวยได้ยิน ก่อนที่สติจะพลันดับวูบไป 


    ……………………………..


                  หรั่งลืมตาขึ้น  ภาพเพดานห้องที่ทำจากปูนค่อยๆกระจ่าง และสิ่งที่ตามมาก็คือ…..ความกระหายที่มากมายจนแทบจะทนไม่ไหว 


    “ อ้า…หิวน้ำเหลือเกิน ทำไมทรมานแบบนี้  อย่างกับมีถ่านไฟร้อนๆฝังอยู่ในลำคอของเราเลย” หรั่งใคร่ครวญ  แต่เขาก็ทำได้แค่นั้น เพราะกายไม่อาจขยับ  ด้วยแขนขาถูกตรึงกับขอบเตียงด้วยสายรัดอย่างแน่นหนา 


    “ อึก…ปล่อยชั้นนะ ปล่อย…..” หรั่งคำรามดัง  ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวเพิ่มพูนในจิตใจ  และเมื่อผสานกับความกระหายที่มากล้น ก็เลยทำให้เขาอาละวาดดุจสัตว์ป่า 


    “ กึก  กึก กึก…..” แม้พลังของหรั่งจะมากมาย แต่ก็ทำได้แค่เขย่าให้เตียงสั่น  เพราะพันธนาการที่ผูกมัดนั้นแข็งแกร่งเกินไป และในขณะที่หนุ่มหล่อคลุ้มคลั่งอยู่นั้นเอง  เสียงทุ้มลึกของบุรุษตาสีเหล็กก็ดังขึ้น 


    “ เป็นยังไงบ้าง  ท่านหรั่ง ” 


    “ แฮ่…….” รีแอคชั่นแรกของหรั่งก็คือ….แยกเขี้ยวใส่  ความโมโหที่ไร้เหตุผลพลุ่งพล่านไปทั่วหัวใจ อัลเบิร์ตเลยตอบกลับเนือยๆ  มือขวาจับดาบยาวที่เหน็บข้างเอว 


    “ ท่านหรั่งสงบจิตใจไว้ก่อน  อย่าปล่อยให้ด้านมืดครอบงำ  คิดถึงเป้าหมายหลักที่มุ่งหวังก่อนจะเปลี่ยนร่างสิ ท่านประสงค์จะเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเหลือผู้ใด  นางผู้นั้นต้องการท่านหรั่งนะ ”


     

               แม้สติสัมปชัญญะของหรั่งจะค่อนข้างมืดมัว  คิดสิ่งใดไม่ค่อยออก  เพราะในหัวหลงเหลือแต่ความกระหาย แต่พอบางถ้อยคำของบุรุษตาสีเหล็กเข้าสู่โสตประสาท  มโนทวารก็ปรากฏภาพของสาวสวยนางหนึ่งที่ดูคุ้นตา  ปากก็เลยขยับขึ้นลงแบบไม่รู้ตัว  เพื่อเรียกชื่อของคนๆนั้น 


    “ เก๋……”


     

                ทันใดนั้นเอง  ความโกรธเกรี้ยวที่แสนร้ายกาจก็บังเกิดในดวงจิต  ประหนึ่งพายุฝนที่โหมกระหน่ำ  ทำให้หรั่งแยกเขี้ยวใส่อัลเบิร์ตเป็นการใหญ่  สองแขนและสองขาพยายามดิ้นรน เพื่อให้หลุดพ้นจากสายรัดอันเหนียวแน่น  ปากก็คำรามดังอย่างต่อเนื่อง 


    “ แฮ่…เลือด…..ข้าอยากกินเลือด….”


     

                 แน่นอนว่าในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงอัลเบิร์ต  แต่สองสาวก็อยู่ด้วย  พวกเธอดูกลัดกลุ้ม โดยเฉพาะวอนจองถึงกับน้ำตาไหลซึมจนต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับกันเลยทีเดียว



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน