“งั้นหวาก็ถอดผ้าขนหนูออกสิ”
“แต่งหน้าทาลิปของเล่นแค่นี้ ต้องถอดด้วยเหรอ”
“ของเล่นนี้เขาก็เล่นกันแบบนี้แหละ จะเล่นไม่เล่น” เสียงเย็น ๆ ของเฮียหนึ่งพูดด้วยสีหน้าราบเรียบปบหงุดหงิดกับคำถามมากมายที่ฉันเริ่มจะเซ้าซี้ไม่หยุด
“หวาถอดคนเดียวเหรอ แล้วเฮียล่ะ” สีหน้าของฉันระแวงแต่ไม่ถึงกับแปลกใจ
“พวกเฮียให้หวาเล่นก่อนเลย” เฮียหนึ่งอยู่ ๆ ก็ใจดีเป็พิเศษ
“เดี๋ยวพวกเฮียค่อยเล่นทีหลัง” แถมเฮียสองยังเสริมทัพ
“จริงเหรอ”
ตาฉันโตและยิ้มร่า ดีใจที่คราวนี้เฮีย ๆ ให้สิทธิ์ฉันเล่นของเล่นได้ก่อนใคร ไม่เหมือนครั้งไหน
“เฮียให้หวาสนุกก่อน แล้วเดี๋ยวพวกเฮียค่อยสนุกทีหลัง”
“อื้ออ ก็ได้”
หัวฉันพงกรับอย่างร่าเริง ก่อนจะปลดปมผ้าขนหนูที่ขมวดไว้ตรงอกหลวม ๆ ให้คลายออก อย่างไม่รู้สึกผิดแปลก ถึงแม้่นี้เราจะโตขึ้นจนไม่ได้อาบน้ำด้วยกันอย่างเมื่อก่อน แต่ตอนเด็ก ๆ เราก็เล่นน้ำ และพวกเฮียก็เคยอาบน้ำให้ฉันแทบจะทุกซอกทุกมุมจนไม่รู้สึกอายอะไรแล้ว
เสียงต่อล้อต่อเถียงสงบลงอย่างกับเข้าโหมดเงียบ มีแต่อากาศเย็นวูบของแอร์ พร้อมกับน้ำลายหนืดเหนียวที่ชายทั้งสามพยายามกลืนกลั้นมันลงคออย่างเบา ๆ ไม่ให้ลูกเจี๊ยบตัวน้อยตรงหน้านั้นแตกตื่น
“อืมม โตจริง” เสียงใครสักคนพึมพำ
ภาพผ้าขนหนูค่อย ๆ หลุดออกจากตัวยี่หวาช้าราวกับเวลามันเดินเชื่องลงซะอย่างนั้น ส่วนสำคัญที่มันวับแวมอยู่ก่อนหน้า ตอนนี้ทั้งสามแทบจะเห็นมันเต็มตา
เผยให้เห็นสิ่งเนินนูนอวบเด้งที่เคยคิดว่ามันไม่น่าจะโตตูมได้ถึงขนาดนี้ มันทำให้สามพี่น้องมองจ้องไม่วางตา เพราะไม่อยากจะเชื่อว่ายี่หวาโตเป็สาวแล้วจริง ๆ
ไม่แน่ใจว่าแอร์เย็นนั้นทำเอาฉันขนลุกซู่หรือเปล่า แต่มือเล็กทั้งสองข้างก็ยกขึ้นมากอดกุมก้อนนุ่มที่มันเริ่มจะชันชูอย่างไม่รู้สาเหตุ
“หวาหนาวแล้วนะ” ฉันท้วง
ขาเรียวเริ่มบิดเกี่ยวเข้าหากัน เมื่อเฮียทั้งสามเอาแต่จ้อง ไม่เห็นจะลองเอาของเล่นที่ว่ามาให้ฉันสักที
“ไม่ไหวว่ะเฮีย” เสียงเฮียสามที่พึมพำแต่ว่ามันก็ทำให้ฉันได้ยิน
“สามจุ๊บหวาได้ไหม”
“ให้จุ๊บ แต่หวาต้องได้เล่นก่อนนะ สามห้ามแย่ง” ฉันรีบตอบเพราะกลัวว่าสามจะอดใจเล่นของเล่นไม่ไหวแล้วแย่งมันไปซะก่อน
“ไม่ได้แย่งอยู่แล้ว” ใบหน้าของเฮียสามโน้มลงมาจุ๊บเบา ๆ เหมือนอย่างเคย อย่างที่เราจุ๊บกันแทบจะทุกวันเป็ปกติมาั้แ่เด็กเลย
“จุ๊บ อื้ออ อะ”
น้ำหนักจูบทาบลงมานานกว่าทุกครั้งจนฉันรู้สึกอุ่นแต่ไม่กล้าขยับออก ริมฝีปากบดเบียดแน่นอย่างที่เฮีย ๆ คนไหนไม่เคยทำมาก่อน มันเหมือนรุนแรงซะฉันคล้ายกับตัวจะอ่อน ร้อนวูบวาบจมกับััแปลกใหม่และยังไม่ทันจะได้คิดอะไร
วินาทีหวามไหวจากลิ้นนุ่มก็แทรกซอนไซเปิดปากที่เคยเม้มแน่นไว้ให้รับรสอุ่นอันดูดดื่ม หน้าท้องเกร็งด้วยความวูบไหวเหมือนมีอะไรวิ่งแล่นผ่าน่ท้องซะขนลุกซู่ไปทั้งร่างกาย จนฉันเองไม่รู้จะเอามือไปไว้ตรงไหน ได้แต่บีบไหล่เฮียสามเอาซะแน่นเพื่อประคองตัวเอง
“ไอสาม!” เสียงเฮียสองเรียกลั่น ทำเขาและฉันจะได้สติ
“แฮ่ก” ก่อนที่เฮียสามจะผละออกจากฉันและปล่อยให้เหนื่อยหอบกับรสจูบที่ยังค้างคา
ฉันขบปากตัวเองแน่น อธิบายกับสิ่งที่อยู่ในหัวตัวเองไม่ถูก
จูบแบบนี้จากเฮียสาม มันคืออะไรกัน ความรู้สึกร้อน ๆ วูบไหวอย่างไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยสักครั้ง
“มึงใจร้อน” เสียงทุ้มจากเฮียหนึ่งหันไปดุเฮียสามเบา ๆ
ก่อนเขาจะแตะไหล่น้องชายของเขาให้ไปสงบอารมณ์อยู่อีกมุม
“โทษว่ะเฮีย”
เฮียสามถอยหลังออกห่างจากฉัน ลงไปนั่งบนโซฟาตัวที่อยู่ตรงข้ามแต่สายตาก็ยังมองจ้อง ก่อนจะลอบถอนหายใจและผายมือ คล้ายจะอนุญาตให้เฮียสองกับเฮียหนึ่งเล่นกับฉันไปก่อน
“สามแกล้งหวา ไม่อยากให้หวาเล่นด้วยใช่ไหม” น้ำในตาคลอเบ้า เอ่อรื้นอยู่ตรงขอบตาอย่างไม่เข้าใจ
“ช่างสามมันไปก่อน”
“งั้นเฮียสองเล่นกับหวานะ”
ปากไม่ว่าเปล่า ฉันดึงคว้าเอาเฮียสองมากระชับกอดอย่างเลือกข้างเบา ๆ เพราะไม่อยากเล่นด้วยกับเฮียหนึ่งจอมดุซะเท่าไหร่
“ได้สิ” เขาลูบหัวอย่างคนปลอบโยน
“งั้นหลับตานะคะยี่หวา เดี๋ยวเฮียพาไปเล่นรถไฟเหาะ”
“อื้มมม”
ผ้าบางนุ่มคาดลงมาที่เปลือกตา ก่อนมันจะพาให้ยี่หวาหลับตาลงอย่างช้า ๆ
ตัวของฉันลอยยกขึ้นเพราะแรงอุ้ม ก่อนััอ่อนโยนจะปล่อยตัวฉันลงบนโซฟานุ่มในห้องและฉันที่นอนราบบนเบาะ แต่มือก็ยังกำเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยตัวให้สบายนะคะ ไม่ต้องกลัว”
เสียงนุ่มทุ้มของเขาทำเอามือทั้งสองที่เคยกำเกร็งแน่น คลายความรู้สึกกลัวออกได้เอง พร้อมกับมือหนาของเฮียสองคอยไร้ลูบปลอบปะโลมอยู่ตลอด
ครืดด ครืดด
เสียงสั่นครืนเป็จังหวะถี่สม่ำเสมออยู่ข้างหูของฉันไม่ห่าง แต่ไม่ถึงกับเร็วเท่ากับเสียงหัวใจของตัวเองที่มันค่อนข้างจะเต้นดัง จนได้ยินแค่เสียงตึกตักในหัวก้องดังกว่าสิ่งไหน ๆ
“อะ อื้ออ”
เสียงครางสั่นเพราะมือนุ่มของเขาประโลมลูปลงมาั้แ่ไรผมด้านหน้าลากลงมาถึงเปลือกตา ก่อนจะไหลลงช้าผ่านมายังติ่งหูเล็กด้วยมือร้อนจนฉันเองรู้สึกขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก
มือหนานวดวนย้ำอยู่ตรงติ่งหูฉันซ้ำ ๆ ทั้งสองข้าง คลึงทั่วทั้งติ่งทั้งใบหูไม่ห่างเคล้ากับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายของเฮียสองที่มันโฉบไปมา เหมือนว่ากำลังถูกมือนวดฝีมือดีจากสปาพาร่างกายของฉันให้ไปสู่จุดที่รู้สึกว่าผ่อนคลาย
“อื้มม” สบายจัง
“ดีไหมคะ” เสียงนุ่มกับลมอุ่นพูดถามย้ำอยู่ข้างหู
“อะ อื้อ ดีค่ะ”
นัยตามืดมัวภายใต้ผ้าขนหนูแทบไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวภายนอกแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดมันเริ่มจะค่อย ๆ ก่อตัว
จนฉันเองก็คิดไม่ออกว่าถ้าไม่มีผ้าหนาคาดอยู่ตรงที่ตา สีหน้าและสายตาของตัวเองจะกล้าเผชิญกับเหล่าเฮีย ๆ หรือเปล่า
ััเย็น ๆ เป็แท่งเล็กแต่สั่นไหว กดลงมาลูบไล้อยู่ตรงริมฝีปากเล็กของฉันซะอดไม่ได้ที่จะเผลอครวญคราง
ปากฉันเผลอเผยอรับกับััสั่น ๆ ที่เน้นย้ำอยู่อย่างนั้นบริเวณริมฝีปากสลับกับการเม้มขบมันบางครั้ง เพราะว่ามันดันรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเป็มาก่อน แต่ในใจมันกลับรู้สึกถึงความเว้าวอนไม่อยากจะให้เขาหยุดมันเลยแม้แต่น้อย
“อื้มม”
ฉันเม้มปากพร้อมกับส่งเสียงพอใจรับกับแท่งที่คิดว่ามันคงเป็ลิปที่เหล่าเฮียจงใจจะเอามาเล่นไปด้วยกัน
“หึ! ฉันบอกแล้วว่าคนอย่างเธอน่าจะร้อง”