บทที่ 24 กระเป๋าเก็บของมิติพิเศษ
"การ์ดสุ่มฝึกวิชา" และ "การ์ดระบุคุณสมบัติ" เป็ของเก่าที่คุ้นเคยแล้ว เฉินชวนไม่รู้สึกแปลกใจอะไรแต่ของชิ้นที่สามทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง หลังจากอ่านคำอธิบายของกระเป๋าเก็บของมิติพิเศษอย่างละเอียด เฉินชวนก็ถึงกับยิ้มกว้างด้วยความยินดี
ที่ผ่านมา ของที่เขาแลกจากร้านค้าล้วนปรากฏเป็ของจริง เก็บไว้ได้เฉพาะในโลกความเป็จริงเท่านั้น และของทุกชิ้นล้วนมีค่ามาก เฉินชวนต้องเก็บรักษาอย่างระมัดระวังแต่ถึงจะระวังแล้ว ก็ยังไม่สะดวกอยู่ดี
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่ของพวก ‘ยารักษาาแ’ และ ‘ยาฟื้นกำลัง’ ถ้าไม่ได้พกติดตัว เมื่อเจอกับสถานการณ์อันตราย จะนำมาใช้ได้ทันเวลาไหม?ส่วน ‘เนตรกระดูกขาว’ นั้น สามารถพกติดตัวได้
ในมหาวิทยาลัยไห่อันมีนักศึกษาคณะนักรบเดินพกอาวุธอยู่บ่อย ๆ
ยุคนี้ไม่ค่อยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับอาวุธมากนัก แต่รูปลักษณ์ของ ‘เนตรกระดูกขาว’ โดดเด่นสะดุดตา ถ้าเฉินชวนพกมันติดตัว อาจจะดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อย แต่ถ้ามีกระเป๋าเก็บของมิติพิเศษล่ะก็ ทุกอย่างจะต่างไป!
ด้วยความดีใจ เฉินชวนจึงแลกกระเป๋าเก็บของมิติพิเศษทันทีโดยไม่ลังเล
500 แต้มวินัย คุ้มค่าที่สุด!
หลังจากแลกเสร็จ บนแผงควบคุมส่วนตัวก็มีตัวเลือกกระเป๋าเพิ่มขึ้นมาทันที
เฉินชวนรีบนำ ‘ยาฟื้นกำลัง’ ‘ยารักษาาแ’ ‘เนตรกระดูกขาว’ ‘ลูกเต๋าโชคลาภ’ และ ‘หน้ากากอีกาอับแสง’ เก็บเข้าไปทั้งหมด
กระเป๋าเก็บของมิติพิเศษมีความจุ 5x5x5
นั่นคือพื้นที่ 125 ลูกบาศก์เมตร
ใหญ่กว่าห้องนอนของเขาเยอะทีเดียว!
และกฎการจัดเก็บของกระเป๋าเก็บของมิติพิเศษนั้นค่อนข้างพิเศษ ตราบใดที่ปริมาตรรวมของสิ่งที่เก็บไว้ไม่เกิน 125 ลูกบาศก์เมตร ก็สามารถบรรจุได้ทั้งหมดพื้นที่ขนาดนี้เพียงพอที่จะจุรถยนต์ได้สิบกว่าคัน บรรจุอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เหลือเฟือ!
ยิ่งไปกว่านั้น การหยิบของออกมาก็สะดวกอย่างยิ่ง เพียงแค่คิด ของก็จะปรากฏขึ้นในมือทันที เฉินชวนทดลองใช้สักพัก รู้สึกพอใจมาก เมื่อได้สติกลับมา เขาก็แลกเปลี่ยนผลึกบ่มเพาะและการ์ดระบุคุณสมบัติ
หลังจากใช้การ์ดระบุคุณสมบัติ คุณสมบัติด้านจิตใจของเฉินชวนก็เพิ่มขึ้นเป็ 23 คะแนนในคราวเดียวความเร็วในการคิดและการรับรู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้น เฉินชวนก็ได้ใช้การ์ดสุ่มฝึกวิชา
[ได้รับ 229 ค่าความชำนาญวรยุทธ์! ]
โชคไม่ดีไม่ร้าย!
ค่าความชำนาญกว่าสองร้อยยังไม่เพียงพอที่จะอัปเกรดดาบเงาสิ้นสูญ เฉินชวนจึงตัดสินใจใส่ทั้งหมดลงไปในดุจเงาตามตัว
ดุจเงาตามตัว (เชี่ยวชาญ597/600)'
"ยังขาดอีก 3 คะแนนชำนาญ!"
เฉินชวนจึงฝึกดุจเงาตามตัวในห้องนั่งเล่น
หลังจากใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดเขาก็เพิ่มคะแนนชำนาญ 3 คะแนนสุดท้ายของดุจเงาตามตัวได้ครบ
[ชื่อ ]: เฉินชวน
[ระดับ ]: 2
[คุณสมบัติ ]: พละกำลัง 31, ร่างกาย 28, ความคล่องแคล่ว 31, จิติญญา 23
[แต้มวินัย ]: 1000
[วรยุทธ์ ]
วิชาลมปราณกลืนวาฬ (บรรลุ9/500)
หมัดอัสนีบาต (จินอู)
ดุจเงาตามตัว (บรรลุ0/1000)
ดาบเงาสิ้นสูญ (ขั้นเริ่มต้น 3/500)
พละกำลัง 1, ร่างกาย 1, ความคล่องแคล่ว 5
รวมเพิ่มคุณสมบัติไปทั้งหมด 7 คะแนน!
เฉินชวนพยักหน้าด้วยความพอใจ
ตอนนี้ค่าคุณสมบัติสี่ด้านรวมของเขาพุ่งขึ้นไปถึง 113 แต้มแล้วห่างจากระดับของระดับพลังงานชีวิตระดับ 3 เพียงแค่ 7 แต้มเท่านั้น แค่เพียงดุจเงาตามตัวหรือดาบเงาสิ้นสูญก้าวหน้าขึ้นอีกระดับ เขาก็น่าจะเลื่อนขั้นเป็นักรบระดับ 3 ได้แล้ว!
ที่จริง ด้วยคุณสมบัติสี่ด้านและระดับความเชี่ยวชาญในวรยุทธ์ที่มีอยู่ตอนนี้ เฉินชวนรู้สึกว่าตัวเองก็มีกำลังพอที่จะสู้กับนักรบระดับ 3 ได้แล้ว!
เมื่อนึกถึงว่าในเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ ตัวเองก็เติบโตจากนักรบระดับ 1 มาถึงจุดนี้ได้ เฉินชวนก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เฉินชวนเพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยก็ได้รับแจ้งให้ไปที่ฝ่ายวิชาการ
"หรือว่าเอกสารการย้ายคณะเรียบร้อยแล้ว?"
เขารีบไปที่ฝ่ายวิชาการทันที ที่ห้องทำงานชั้นสี่ ต่งไห่หยางกำลังก้มหน้าจัดการเอกสาร
เมื่อได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่าเป็เฉินชวน ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มอบอุ่น
"เอกสารการย้ายคณะเรียบร้อยแล้ว"
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะ นับจากวันนี้เป็ต้นไป เธอเป็นักศึกษาคณะนักรบแล้ว!"
ต่งไห่หยางยิ้มพลางส่งแฟ้มเอกสารให้เฉินชวน ข้างในเป็เอกสารการย้ายคณะและของต่าง ๆ เช่น บัตรนักศึกษา โดยทั่วไปแล้วอาจารย์มักจะชอบนักศึกษาที่มีพร์ นี่เป็กฎเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกมหาวิทยาลัย คณะนักรบของมหาวิทยาลัยไห่อันก็ไม่ได้เป็ข้อยกเว้น
เฉินชวนแม้จะอยู่ในคณะทั่วไป แต่ก็ยังสามารถเลื่อนขั้นเป็นักรบระดับ 2 ได้ พร์นี้ทำให้อาจารย์หลายคนรู้สึกทึ่งและจากการพบกับเฉินชวนครั้งก่อน ต่งไห่หยางก็เห็นว่าเฉินชวนมีอุปนิสัยไม่เลว
ความขัดแย้งกับจางซิวไห่ หลังจากการตรวจสอบก็ได้ยืนยันว่าจางซิวไห่และพวกเป็คนก่อเื่ก่อน ความผิดไม่ได้อยู่ที่เฉินชวนเลย
ถึงแม้ว่าการหักแขนทั้งสองข้างของจางซิวไห่จะดูโหดร้ายไปหน่อย แต่ด้วยความเป็นักรบ วัยหนุ่มที่มีไฟแรง ก็พอเข้าใจได้อยู่
โลกของนักรบไม่ใช่การเล่นขายของ ความโเี้ การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และการตอบโต้ด้วยไม้เดียวกัน ในสายตาของผู้คนมากมาย กลับกลายเป็คุณสมบัติที่น่าชื่นชม
มีพร์โดดเด่น อุปนิสัยไม่เลว ไม่เย่อหยิ่งจองหองเหมือนนักเรียนคณะนักรบหลายคนคนหนุ่มแบบนี้ทำให้ต่งไห่หยางชื่นชมมาก เขามองเห็นศักยภาพในตัวคนหนุ่มคนนี้
"หลักสูตรคณะนักรบไม่มีรายวิชามากนัก และเคารพความ้าของนักศึกษาอย่างเต็มที่ เธอสามารถเลือกได้อย่างอิสระว่าจะเข้าเรียนหรือไม่ และจะเรียนวิชาไหนบ้าง"
"ตารางเรียนแบบละเอียดจะติดไว้ที่บอร์ดประกาศด้านนอกใน่ต้นเดือน"
"สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดในพื้นที่ฝึกฝนเปิดให้นักศึกษาคณะนักรบใช้งานได้ เพียงแค่แสดงบัตรนักศึกษา”
"ถ้ามีเวลาว่าง ลองไปดูที่นั่นบ้าง สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างมีประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกร่างกายและการฝึกฝนวรยุทธ์"
ด้วยความชื่นชมที่มีต่อเฉินชวน ต่งไห่หยางอธิบายอย่างละเอียด เฉินชวนตั้งใจฟังและพยักหน้าตอบรับเป็ระยะเมื่อต่งไห่หยางพูดจบ เขาก็เข้าใจเกี่ยวกับคณะนักรบอย่างคร่าว ๆ แล้ว
เป็ไปตามที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ คณะนักรบมีอิสระมากกว่าคณะทั่วไปมาก ถ้า้า เขาแทบไม่ต้องมาเรียนเลยก็ได้ หลักสูตรวรยุทธ์ของคณะนักรบนั้นมีประโยชน์ไม่น้อยสำหรับนักศึกษาทั่วไป
แต่สำหรับเฉินชวนที่มีระบบวินัยกลับให้ผลน้อยมากเวลาที่เอามาเรียน ยังเทียบไม่ได้กับการฝึกฝนวรยุทธ์เพิ่มอีกสองสามรอบเพื่อเพิ่มค่าความชำนาญ ส่วนความรู้เชิงทฤษฎี สามารถไปค้นคว้าได้ที่ห้องสมุดคณะนักรบได้เลย
อย่างไรก็ตาม อิสระของคณะนักรบนั้นตั้งอยู่บนการประเมินผลประจำปีอิสรภาพทั้งหมดนี้ ต้องแลกกับการประเมินผลประจำปีนักศึกษาที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสองปีติดต่อกัน จะถูกเชิญให้ลาออก
นี่คือราคาของอิสรภาพ!
มหาวิทยาลัยสามารถให้อิสระในการฝึกฝนอย่างเต็มที่ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องส่งข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์เมื่อเห็นว่าเฉินชวนซึมซับข้อมูลได้พอสมควรแล้ว ต่งไห่หยางจึงกล่าวต่อว่า
"เวลาที่เธอย้ายเข้ามาคณะนักรบนั้นค่อนข้างกระชั้นชิด อีกสองวันก็จะถึงการประเมินประจำปีพอดี"
"แต่ดีที่ด้วยความสามารถของเธอ การผ่านเกณฑ์มาตรฐานคงไม่มีปัญหา"
"แต่ถ้าเป็ไปได้ ฉันก็หวังว่าเธอจะทำให้เต็มที่ ให้ได้คะแนนที่ดีนะ"
หลังจากให้กำลังใจอีกสองสามประโยค เฉินชวนก็กล่าวลาและออกจากสำนักงานไป
ต่งไห่หยางพยักหน้าเงียบ ๆ ขณะมองส่งเฉินชวนที่กำลังจากไป อีกไม่นานก็จะถึงการแข่งขันวิชาศิลปะการต่อสู้ระดับมหาวิทยาลัยของเมืองไป๋จิง
การมีนักศึกษาอัจฉริยะอย่างเฉินชวนเพิ่มขึ้นมา ความหวังในการสร้างผลงานที่ดีของมหาวิทยาลัยไห่อันก็จะเพิ่มขึ้นไม่น้อย
คิดมาถึงตรงนี้ ต่งไห่หยางก็ถอนหายใจเบา ๆ
มหาวิทยาลัยไห่อันก็เป็เพียงมหาวิทยาลัยทั่วไป พลังโดยรวมของนักศึกษาคณะนักรบยังห่างไกลจากมหาวิทยาลัยเหนือธรรมชาติที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเหนือธรรมชาติมักจะครองความเป็เลิศ และโดดเด่นสะดุดตา
มหาวิทยาลัยทั่วไปมักจะได้แค่วิ่งตามหลังเขาไป ไม่รู้ว่าปีนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ได้หรือไม่?